Jade Rosjun - Wealth Architect

Jade Rosjun - Wealth Architect I am trilingual life insurance agent, fluent in Thai and English, and proficient in Lao

Areas of expertise: Annuities & IUL

1. College savings fund
4.

Insurance & Wealth Strategies
Helping you build smarter protection & income strategies

11+ years in insurance and financial services
Working with local & international clients

Puttaraksa Insurance Services LLC
CA License Life and Family Protection: It provides financial security in the event of unforeseen circumstances.
2. Wealth Accumulation: You can accumulate savings and access them a

s tax-free income.
3. Living Benefits: Covers critical illnesses and provides other living benefits.
5. Annuity: It functions as a personal pension plan, offering guaranteed lifetime income in case of longevity.

ประกันชีวิตในอเมริกา คือ พาหนะจำเป็นที่เราควรมี เพราะสามารถเป็น ;
1. Life & family protection ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
2. สะสมทรัพย์ สามารถนำเงินออกมาใช้แบบ tax-free income
3. ออมทรัพย์เพื่อการศึกษา
4. Living benefits เช่น คุ้มครองโรคร้ายแรง etc.,
5. Annuity เปรียบเสมือน personal pension ได้ lifetime income การันตี ในกรณีที่ Live too long ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินจะหมดก่อนเราตาย

หายไปอาทิตย์หนึ่ง แต่เหมือนได้เรียนรู้โลกอีกใบที่น่าสนใจมากๆ ได้ไปเรียนรู้ ได้ความรู้ด้านบัญชี ภาษี เหมือนคนละทางแต่ไม่ใ...
05/31/2026

หายไปอาทิตย์หนึ่ง แต่เหมือนได้เรียนรู้โลกอีกใบที่น่าสนใจมากๆ
ได้ไปเรียนรู้ ได้ความรู้ด้านบัญชี ภาษี เหมือนคนละทางแต่ไม่ใช่นะคะ ภาษีเนี่ยหัวใจหลัก ของการทำ estate planning วางแผนภาษีมรดกโดยเฉพาะ เพราะที่อเมริกาเรื่องภาษีเป็นเรื่องใหญ่มาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เราไม่ได้แข่งแค่กับคน เราต้องแข่งกับ Ai คนที่กำลังเริ่ม หรือเข้ามาในวงการประกันชีวิตสักระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งต้องพัฒนาความรู้เชิงลึกที่ Ai ไม่สามารถเข้าถึงได้

มุมมองของหยกที่พยายามบอกมาตลอดหลายปี ว่าในภายภาคหน้า:

1.ถ้าคุณอยากทำงานด้านนี้จริงๆ นะ credential เฉพาะทางจะยิ่งสำคัญและจำเป็นมาก ในอนาคตยิ่งจำเป็นไปอีก โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายของคุณคือกลุ่มลูกค้าที่มีความเฉพาะตัวหรือซับซ้อน เช่น กลุ่ม high networth, blue ocean

2. Agency ก็ต้องสนับสนุนการเติบโตเพื่อแข่งกับ Ai และสามารถสนับการเติบโตในกลุ่มลูกค้าเฉพาะได้ หยกมองว่าในอนาคตยิ่งการเข้าถึงข้อมูลมีมากเท่าไหร่ สิ่งที่จะทำให้ life insurance agent ได้เปรียบคือ คนที่มีคลังผลิตภัณฑ์หลายหลากในมือ ประสบการณ์และความรู้แบบเจาะลึก

3. ผู้สอนที่ดี สมัยยุคเรา mentor ที่ motivate ได้อาจดี ปั้นเก่ง ต่อไปเมื่อ Ai เข้าถึงข้อมูลได้ ปรึกษามันได้ mentor แบบนี้อาจจะมีความจำเป็นน้อยลง แต่ mentor ที่มีประสบการณ์บวกความรู้เชิงลึกจะจำเป็นมากขึ้น เพราะประสบการณ์ Ai ไม่มี ความรู้เฉพาะ เชิงลึก Ai ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ขนาดนั้น อันนี้อาจจะเป็นไพ่เด็ดของมนุษย์เราอยู่

สำหรับยุคที่การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์อีกต่อไป อาจจะทำให้คนที่ไม่ unique พอ และปรับตัวไม่เก่งอยู่ยาก แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีทางไปต่อได้
ฝากไว้ให้คิด

Disclaimer: เป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่ใช่การพยาการณ์อนาคต ทุกความคิดเห็นอาจจะมีข้อผิดพลาดได้ โปรดอ่านและพิจารณาประกอบกับการหาข้อมูลเพิ่มเติมทุกครั้ง

#คนไทยในอเมริกา #คนไทยในต่างแดน #ตัวแทนประกันชีวิต #ประกันชีวิตในอเมริกา

มากกว่า 11 ปีในสายงานประกันชีวิต — และพูดตามตรง วันนี้หยกยิ่งรักและใส่ใจกับงานนี้มากกว่าตอนที่เริ่มต้นเสียอีกหยกถือว่าโช...
05/22/2026

มากกว่า 11 ปีในสายงานประกันชีวิต — และพูดตามตรง วันนี้หยกยิ่งรักและใส่ใจกับงานนี้มากกว่าตอนที่เริ่มต้นเสียอีก

หยกถือว่าโชคดีตั้งแต่ช่วงแรกของอาชีพ ที่ได้อยู่บนเส้นทางที่ทำให้ตัวเองยังคงเป็น “อิสระ” ได้จริง
ไม่มีแรงกดดันให้สร้างทีมแบบ MLM
ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
มีแค่ความสามารถในการนั่งอยู่ “ฝั่งเดียวกับลูกค้า” เท่านั้น

สำหรับหยก สิ่งนี้สำคัญมากนะ

หน้าที่ของหยกไม่ใช่การโน้มน้าวให้ใครซื้อประกันชีวิต
แต่คือการช่วยให้ผู้คนเข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา — ทั้งโครงสร้าง ความเสี่ยง ทางเลือก ข้อแลกเปลี่ยน และผลกระทบระยะยาว — ด้วยภาษาที่เข้าใจได้จริง

เพราะเมื่อกลยุทธ์หรือผลิตภัณฑ์นั้น “เหมาะสมจริง” มันมักอธิบายตัวเองได้อยู่แล้ว

สิ่งที่หยกโฟกัสในตอนนี้ คือการลงลึกในด้าน technical และการวางแผนขั้นสูงของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น
ความรู้ไม่ควรจะถูกจำกัด อุปกรณ์จำเป็น EA, CLU และ ChFC ควรต้องมี การวางแผน การส่งต่อความมั่งคั่งในระดับที่ลึกขึ้น ที่ครอบคลุมก็ต้อง เข้าใจเรื่องภาษี การวางแผนทรัพย์สิน และ — ไม่ใช่เพื่อเอาตำแหน่งต่อท้ายชื่อ แต่เพื่อดูแลคนที่ไว้วางใจหยกได้ดียิ่งขึ้น

ทุกวันนี้ คนจำนวนมากยังเดินออกมาจากบทสนทนาเรื่องประกันด้วยความสับสน หรือรู้สึกเหมือนถูกกดดัน และกลัวว่าจะถูกบังคับให้ซื้อ

แต่การวางแผนที่ดี ควรสร้าง “ความชัดเจน” ไม่ใช่ความสับสน

ถ้าคุณเคยรู้สึกไม่สบายใจกับบทสนทนาเรื่องประกันหรือการเงินมาก่อน บางทีคุณอาจสมควรได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป

ลองมาคุยกันได้นะคะ

ด้วยรักและปรารถนาดี
Proud to be a Life Insurance Agent in the USA

เกษียณสำราญ Awareness #1 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเกษียณ เงินประกันสังคม (SSA) ไม่ใช่ “เงินที่รัฐเก็บไว้แล้วคืนตอนแก่”แต่มัน...
05/22/2026

เกษียณสำราญ Awareness #1

สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเกษียณ
เงินประกันสังคม (SSA) ไม่ใช่ “เงินที่รัฐเก็บไว้แล้วคืนตอนแก่”

แต่มันคือ “ระบบประกันรายได้ตลอดชีวิต” ที่คุณจ่าย premium ผ่าน payroll tax มาทั้งชีวิต
เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลรับประกันว่า…

ต่อให้คุณอายุ 85, 90 หรือ 100 ปี
คุณจะยังมี paycheck เข้าอยู่

Social Security คือระบบ
คุ้มครอง “ตัวคุณเอง” จากความเสี่ยงที่เรียกว่า “ป้องกันการอายุยืนกว่าเงิน”

และนี่คือเหตุผลที่ SSA สำคัญมาก

เพราะมันถูกออกแบบมาให้จ่าย lifetime income
พร้อมระบบ COLA (Cost-of-Living Adjustment) ที่ช่วยปรับรายได้ตาม inflation

ล่าสุด SSA ประกาศปรับ COLA ปี 2026 ขึ้นเป็น 2.8% จาก 2.5% ในปี 2025
เพื่อช่วยให้ผู้เกษียณยังพอรักษา purchasing power ได้ ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น

หลายคนอาจมองว่า 2.8% ไม่เยอะ

แต่สำหรับคนเกษียณ “รายได้ที่โตตามค่าครองชีพ” สำคัญกว่าที่คิดมาก

เพราะปัญหาของคนเกษียณ ไม่ใช่แค่กลัวเงินหมด

แต่คือ…

“เงินยังอยู่ แต่ซื้ออะไรแทบไม่ได้แล้ว”

นี่คือสิ่งที่ SSA พยายามแก้

และยิ่งอายุมากขึ้น คนจะยิ่งเข้าใจว่า
lifetime income มีค่าทางจิตใจมากกว่าเงินก้อนมหาศาลบางก้อนเสียอีก

เพราะต่อให้ตลาดแดง
เศรษฐกิจแย่
หรือ recession มา

เงิน SSA ก็ยังเข้า

นี่แหละ คือเหตุผลที่คนอเมริกันจำนวนมากมองมันเป็น “foundation income”

แต่…ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ

ถ้าคุณอายุยืนมาก
SSA ถือว่าเป็น deal ที่ดี

แต่ถ้าคุณโสด
ไม่มี spouse
ไม่มีบุตร หรือบุตรโตจนไม่เข้าเกณฑ์ survivor benefit แล้ว

เงินที่คุณจ่ายเข้าระบบมาทั้งชีวิต
อาจไม่ได้ถูกส่งต่อเป็น legacy ให้ใครเลย

ตรงนี้เอง
หยกมักแนะนำให้บางคน “เริ่มใช้” Social Security เร็วขึ้น
โดยเฉพาะถ้าความต่างของ benefit ระหว่างอายุ 65 กับ FRA ไม่ได้ต่างกันมากสำหรับ lifestyle เขา

เพราะสุดท้าย
retirement planning ไม่ใช่แค่ maximizing number

แต่มันคือ maximizing quality of life ด้วย

แล้วคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ…

“เงินที่คุณออมไว้เพื่อเกษียณวันนี้พอไหม ถ้าคุณจะอยู่ไปอีก 20-30 ปี? "

"แล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้เงินก้อนนี้ สามารถผลิตรายได้ให้เราไปได้ตลอด เหมือน SSA? มีมั้ย

มีค่ะ และดีกว่า SSA ด้วยซ้ำ เพราะไม่ใครมาริบเงินก้อนนี้ไปได้

และนั่นคือเหตุผลที่ annuity ถูกสร้างขึ้นมา

โดยเฉพาะ annuity บางประเภทที่หลายคนเรียกว่า

Potential Growth Income Annuity

เพราะมันพยายามตอบโจทย์หลายอย่างพร้อมกัน

* อยากมี lifetime income
* อยากให้เงินก้อนที่มีจำกัด กลายเป็นที่ปั้มเงินให้ตลอดชีวิต
* อยากให้เงินยังมีโอกาสเติบโต
* อยากลดผลกระทบจาก market crash
* และยังอยากเหลืออะไรส่งต่อให้คนข้างหลัง

annuity หลายประเภท โดยเฉพาะกลุ่ม Fixed Indexed Annuity (FIA)
ถูกออกแบบให้ principal ไม่ติดลบจาก index performance โดยตรงตามเงื่อนไขในสัญญา พร้อมเปิดโอกาสให้มี upside potential earning

และจุดที่ต่างจาก SSA ชัดมากคือ…

ถ้าคุณยังไม่ได้ใช้ income stream เต็มรูปแบบ
death benefit อาจยังถูกส่งต่อให้ beneficiary ได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

พูดง่ายๆ คือ

SSA ถูกออกแบบมาเพื่อ “ดูแลคุณ”

แต่ annuity บางแบบ
ถูกออกแบบมาเพื่อ “ดูแลทั้งคุณ และคนที่คุณรัก”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนจำนวนมากเริ่มมอง annuity เป็น
“private pension” หรือ “personal pension”

เพราะโลกวันนี้
คนต้องสร้าง retirement paycheck เอง

401(k) มีได้
IRA มีได้
brokerage account ก็มีได้

แต่สุดท้าย คำถามสำคัญคือ

“จะเปลี่ยนเงินก้อนที่มี ให้กลายเป็นถังสร้างรายได้ที่สามารถจ่ายคุณไปตลอดชีวิตยังไง”

เพราะถ้าเราตุยก่อนเงินหมด มันยังพอรับได้

แต่ถ้าเงินหมด… ทั้งที่เรายังไม่ตุย

อันนั้นแหละ งานหยาบของจริง

วางแผนวันนี้
เพื่อให้วันเกษียณเป็นช่วงเวลาที่คุณ “ใช้ชีวิต” ไม่ใช่ “เอาชีวิตรอด” นะคะ

ด้วยรักและปรารถนาดี

🍎รู้จัก FBAR และ Form 8938 ต่างกันอย่างไร รู้ก่อนโดนปรับนะคะอาจจะมีหลายคนแชร์เรื่องนี้ไปแล้ว แต่หยกขอนำมาแชร์อีกเสียง สำ...
05/18/2026

🍎รู้จัก FBAR และ Form 8938 ต่างกันอย่างไร
รู้ก่อนโดนปรับนะคะ

อาจจะมีหลายคนแชร์เรื่องนี้ไปแล้ว แต่หยกขอนำมาแชร์อีกเสียง
สำหรับใครที่ถือสัญชาติอเมริกัน อยู่อาศัยในสหรัฐฯ หรือทำธุรกิจที่นั่น แล้วมีบัญชีเงินฝากในต่างประเทศด้วย อันนี้ต้องอ่านเลยค่ะ เพราะมีหน้าที่ต้องรายงานให้ครบ ไม่งั้นโทษหนักมากทั้งทางแพ่งและอาญาเลยทีเดียว

FBAR คืออะไร?

FBAR ย่อมาจาก Report of Foreign Bank and Financial Accounts ชื่อเต็มของแบบฟอร์มคือ FinCEN Form 114 ค่ะ เป็นแบบรายงานที่ต้องยื่นเมื่อมียอดเงินรวมในบัญชีต่างประเทศเกิน $10,000 ในช่วงเวลาใดก็ได้ของปี ไม่ใช่แค่ดูยอดสิ้นปีนะคะ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่าต้นปีฝากเงินไว้ที่ประเทศ X จำนวน $5,000 แล้วกลางปีไปฝากเพิ่มอีกที่ประเทศ Y อีก $5,001 แค่วันนั้นวันเดียวที่ยอดรวมแตะ $10,001 ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์แล้วค่ะ แม้ว่าวันถัดมาจะถอนเงินออกไปหมดแล้วก็ตาม

ต้องยื่นที่ไหน? ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ BSA E-Filing System ของ FinCEN โดยตรงที่ bsaefiling.fincen.treas.gov ค่ะ ไม่ได้ยื่นผ่าน IRS และไม่ต้องแนบไปกับภาษีประจำปี ยื่นแยกต่างหากเลย

กำหนดยื่น: ภายใน 15 เมษายนของปีถัดไป และขอขยายเวลาได้ถึง 15 ตุลาคม

Form 8938 ต่างจาก FBAR ยังไง?

Form 8938 หรือ Statement of Specified Foreign Financial Assets เป็นอีกแบบฟอร์มที่แยกออกมาต่างหาก ใช้รายงานทรัพย์สินทางการเงินในต่างประเทศให้กับ IRS โดยเกณฑ์จะสูงกว่า FBAR มาก แบ่งตามสถานการณ์ดังนี้ค่ะ

สำหรับคนที่อยู่ในสหรัฐฯ
ต้องยื่นถ้ามีทรัพย์สินเกิน $50,000 ตอนสิ้นปี หรือเกิน $75,000 ในช่วงใดก็ได้ของปี และถ้าแต่งงานแล้วยื่นภาษีร่วมกัน เกณฑ์จะเพิ่มเป็นสองเท่าค่ะ คือ $100,000 และ $150,000 ตามลำดับ

สำหรับคนที่อยู่นอกสหรัฐฯ
เกณฑ์สูงขึ้นไปอีกค่ะ คือเกิน $200,000 ตอนสิ้นปี หรือเกิน $300,000 ในช่วงใดก็ได้ของปี และถ้าแต่งงานแล้วยื่นร่วมกัน ก็เพิ่มเป็นสองเท่าเช่นกัน

ยื่นที่ไหน?
แนบไปพร้อมกับแบบภาษีเงินได้ประจำปี Form 1040 ส่งให้ IRS ตามปกติเลยค่ะ ไม่ต้องไปยื่นที่ไหนเพิ่ม และถ้าปีไหนไม่ต้องยื่นภาษีเงินได้ ก็ไม่ต้องยื่น Form 8938 ด้วยค่ะ

ทั้งสองแบบนี้ยื่นคนละที่กัน และอาจต้องยื่นทั้งคู่ในปีเดียวกันถ้าเข้าเกณฑ์ทั้งสองอย่างนะคะ อย่าลืมว่าโทษของการไม่ยื่นหนักมาก ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือเปล่า แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่เชี่ยวชาญด้าน international tax โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ

ด้วยรักและปรารถนาดี

Retirement Plan สำหรับเจ้าของกิจการนะคะ หลายคนที่หยกคุยด้วยยังติดอยู่กับ Traditional IRA ส่วนบุคคลอยู่ ซึ่งแบบนั้นหักภาษ...
05/17/2026

Retirement Plan สำหรับเจ้าของกิจการนะคะ หลายคนที่หยกคุยด้วยยังติดอยู่กับ Traditional IRA ส่วนบุคคลอยู่ ซึ่งแบบนั้นหักภาษีได้น้อยนิดหนึ่งมากๆ

ขอ favor เจ้าของกิจการแบบ single member LLC/self-employed นิดหนึ่ง หยกว่า Solo 401K ได้มากและไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด และ manage ง่ายที่สุดค่ะ
เราสามารถใช้เอกสารทางธุรกิจติดต่อเปิดกับ broker ได้เลย แถมด้วยกฏหมาย Secure Act 2.0 สามารถเปิด Roth Solo 401K ภายใต้ Existing solo account เดียวกัน - employer สามารถ contribute ได้ (สมัยก่อนทำไม่ได้) - มันสามารถนำมาหักภาษีได้ในส่วนธุรกิจ แต่...คุณต้องเพิ่มไปในส่วนรายได้ของ personal ในจำนวนที่เท่ากัน ฟังดูซับซ้อนนิดหนึ่งเนาะ อาจจะต้องปรึกษาผู้ทำภาษีเป็นรายบุคคลนะคะ

Disclaimer:
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ถ้ามีอะไรตกหล่น ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ และโพ้สนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการชี้ชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยตนเองทุกครั้ง

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา

ด้วยรักและปรารถนาดี

รอบที่แล้วหยกเกริ่นเรื่อง HSA ไป หลายคนอาจจะรู้จักแล้ว วันนี้จะมาเหลาให้ฟังจริงๆ จังๆ คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่า เอาไว้จ่ายค่าห...
05/14/2026

รอบที่แล้วหยกเกริ่นเรื่อง HSA ไป หลายคนอาจจะรู้จักแล้ว
วันนี้จะมาเหลาให้ฟังจริงๆ จังๆ
คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่า เอาไว้จ่ายค่าหมอ
แต่จริงๆ ถ้าใช้เป็น มันสามารถกลายเป็นทั้ง emergency medical fund, investment account และ stealth retirement account ได้พร้อมกัน
คำถามคือ… HSA คืออะไร แล้วต้องทำยังไงถึงจะใช้ได้ถูกต้อง?

HSA คืออะไร?
HSA ย่อมาจาก Health Savings Account หรือย่อๆ ว่า HSA ไม่ใช่แค่ “บัญชีเก็บเงินค่ารักษาพยาบาล”
แต่สำหรับหลายคนในอเมริกา มันคือหนึ่งใน account ที่ tax-efficient ที่สุดที่มีอยู่เลยค่ะ
เป็นบัญชีที่รัฐบาลอเมริกาให้สิทธิพิเศษทางภาษี สำหรับคนที่มีแผนประกันสุขภาพแบบ HDHP (High Deductible Health Plan)
พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลยอมให้คุณ “เก็บเงินก่อนเสียภาษี” ไว้ใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
แต่ความโหดของมันอยู่ตรงที่…
HSA เป็น account ไม่กี่ประเภทที่ได้ “triple tax advantage”
แต่ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้นะคะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ทำไมถึงบอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่เปิดได้
Requirement ข้อกำหนดหลักคือ:
• ต้องมีประกันสุขภาพแบบ HDHP(High Deductible Health Plan)
• ไม่มี health coverage อื่นที่ไม่ qualified มาซ้อน
• ไม่ได้ enroll Medicare
• ไม่ถูก claim เป็น dependent ใน tax return ของคนอื่น
HDHP ไม่ได้แปลว่า “ประกันไม่ดี” แต่มันคือแผนที่ deductible สูงกว่าแผนทั่วไป
แลกกับ premium ที่มักถูกลง

แล้วต้องเปิดยังไง?
ปกติเปิดได้ 2 ทาง ค่ะ
1. เปิดผ่าน employer
หลายบริษัทในอเมริกามี HSA ให้พนักงานอยู่แล้ว เงินจะถูกหักจาก paycheck ก่อนเสียภาษีอัตโนมัติ บางบริษัทมี match หรือ contribution ให้ด้วย

2. เปิดเองกับ provider ภายนอก
ถ้า self-employed หรืออยากควบคุม investment เอง ก็เปิดเองได้
ตัวอย่าง provider ที่คนใช้เยอะ:
• Fidelity Investments
• Lively
• HealthEquity
บางที่ให้ลงทุนได้เหมือน brokerage account เลย ซื้อ ETF, mutual funds หรือบางที่ซื้อหุ้นได้ด้วย

ขั้นตอนการฝากหรือ contribution ก็ไม่ยากค่ะ
คุณสามารถเติมเงินเข้า HSA ได้หลายทาง:
• payroll deduction ผ่าน employer
• transfer จาก bank account
• lump sum contribution เอง
และ contribution ส่วนใหญ่สามารถเอาไป deduct ภาษีได้

ในปี 2026 ปัจจุบัน HSA account IRS limit คือ:
• Individual coverage: ประมาณ $4,300
• Family coverage: ประมาณ $8,550
• อายุ 55+ เพิ่ม catch-up contribution ได้อีก $1,000
(ตัวเลขอาจมีการปรับทุกปีตาม inflation นะคะ ต้องคอยเช็คในแต่ละปี)

คราวนี้มาพูดเรื่องที่หยกช๊อบบบบที่สุด
สิทธิประโยชน์ทางภาษี 3 เด้ง (Triple Tax Advantage)

1. เงินฝากลดหย่อนภาษีได้: เงินที่ใส่เข้าบัญชี HSA นำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้เต็มจำนวน
Contribution หรือเงินที่ฝากเข้าไป จะนำมาหักภาษีรายได้ ช่วยลด taxable income
เช่น รายได้ $100,000 ใส่ HSA $5,000 อาจถูกคิดภาษีเหมือนรายได้เหลือ $95,000

2. การเติบโตปลอดภาษี: เงินที่นำไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมจะเติบโตโดยไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลหรือภาษีส่วนต่างกำไร (Capital Gains)
ถ้าเอาเงินไปลงทุนใน HSA capital gain, dividend หรือ growth ต่างๆ ไม่เสียภาษีระหว่างทาง

3. ถอนออกมาใช้ค่ารักษาพยาบาลแบบ tax-free
ถ้าใช้กับ qualified medical expenses ไม่เสียภาษีตอนถอน นี่แหละที่เรียกว่า triple tax advantage
Qualified Medical Expense มีอะไรบ้าง
doctor visit
• prescription
• dental
• vision
• glasses
• contact lens
• chiropractor
• mental health treatment
• บางกรณีรวม long-term care premium ได้ด้วย
แต่ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ IRS อนุญาตนะคะ

เวลา Distribution ต้องทำยังไง?
เวลาถอนเงินจาก HSA เรียกว่า distribution
สิ่งสำคัญคือ “เก็บ receipt” เพราะถ้า IRS audit คุณต้องพิสูจน์ว่าใช้กับ qualified medical expense จริง
หลายคนก็อาจจะใช้ strategy นี้:
• จ่ายค่ารักษาด้วยเงินสดก่อน
• ปล่อย HSA โตใน investment account หลายปี
• เก็บ receipt ไว้
• ค่อย reimburse ตัวเองทีหลังแบบ tax-free
ตรงนี้หลายคนเรียกว่า กลยุทธ์ "Stealth IRA" (หรือมักเรียกว่า บัญชีเกษียณลับ) คือการใช้ประโยชน์จาก บัญชีออมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Health Savings Account หรือ HSA) มาทำหน้าที่เป็นกองทุนเกษียณอายุที่มีประสิทธิภาพได้ เนื่องจากให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบ "Triple Tax Advantage" (ยกเว้นภาษี 3 เด้ง) ซึ่งคุ้มค่ากว่าบัญชี IRA หรือ 401(k) ทั่วไป

แต่สิ่งที่คุณต้องระวังคือ...ถ้าอายุต่ำกว่า 65 ปี และถอนออกมาใช้เรื่องอื่นที่ไม่ใช่ medical expenses:
• ต้องเสีย income tax
• และโดน penalty 20%
แต่ถ้าหลังอายุ 65 ปี ไปแล้ว และมีเงินเหลือในบัญชี HSA มากกว่าค่ารักษาพยาบาลที่คุณเคยจ่ายไป กฎข้อบังคับจะเปลี่ยนไปดังนี้:
• ถอนใช้จ่ายทั่วไป: คุณสามารถถอนเงินออกมาใช้ทำอะไรก็ได้ (เหมือนบัญชี Traditional IRA) โดยจะเสียภาษีเงินได้ตามปกติ แต่จะไม่มีค่าปรับ 20% อีกต่อไป
• ถอนใช้ค่ารักษาพยาบาล: หากถอนมาจ่ายค่าหมอ ค่ายา หรือเบี้ยประกันสุขภาพบางประเภท ก็ยังคงปลอดภาษี 100% เหมือนเดิม

สุดท้าย HSA เหมาะกับใคร?
HSA มักเหมาะกับคนที่:
• สุขภาพค่อนข้างดี ถึงดีมากกกกกกกก
• อยากลด taxable income
• อยากมี medical emergency fund
• self-employed หรือเจ้าของกิจการ
• อยากมี investment account เพิ่มแบบ tax-efficient

แต่ก็ไม่ใช่ของทุกคน เพราะ HDHP มี deductible สูง บางคนอาจไม่ comfortable กับ out-of-pocket cost ที่มากขึ้น
ดังนั้นต้องดูทั้งเรื่อง cash flow, health condition และ risk tolerance ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ tax advantage อย่างเดียวนะคะ

Disclaimer:
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ถ้ามีอะไรตกหล่น ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ และโพ้สนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการชี้ชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยตนเองทุกครั้ง

ด้วยรักและปรารถนาดี
#คนไทยในอเมริกา

ยุคนี้ขนาดว่า Financial advisor (ไม่ได้หมายถึง FA ที่อยู่กับ brokerage นะคะ ฝั่งนั้นเขา trade/invest เน้นๆ ) ยังต้องมีกา...
05/13/2026

ยุคนี้ขนาดว่า Financial advisor (ไม่ได้หมายถึง FA ที่อยู่กับ brokerage นะคะ ฝั่งนั้นเขา trade/invest เน้นๆ )
ยังต้องมีการปรับตามยุคสมัย โดยเฉพาะ Ai กำลังพัฒนา ซึ่งจริงๆ robo advisor มีมาได้สักพักเกือบน่าจะเกือบ 10 ปีได้

ปัจจุบันนี้ financial advisor หลายที่ก็จะทำเป็นเหมือน all-in-one stop shop กัน ฝั่งประกันชีวิตอย่างหยกก็มีเช่นกันค่ะ ปัจจุบันนี้ agent ที่ทำงานภายใต้องค์กรที่มุ่งเน้นขายไม่กี่บริษัท ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าหละ

หยกอยู่กับ Transglobal มานาน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา products ต่างๆ ที่ต้องเรียนมีมากมายหลายหลาก ปัจจุบันก็เป็น one-stop-shop ที่มีทุกอย่าง ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการอะไร private lending ซื้อบ้านยังมี

Products ประกันชีวิตมีเต็มแผง ในอนาคตหยกมองว่านี่คือความหลากหลายที่ลูกค้ามองหา เลยยังฝังตัวเองอยู่ที่นี่ เห็นการพัฒนาไปเรื่อยๆ

ถ้าเทียบกับค่ายฝรั่งที่มี products และการเข้าถึงมากถึงการบริการ support ขั้นนี้ หยกต้องจ่ายแพงเพื่อเข้าไปทำงานร่วมกับเขา ไม่ได้ถูกค่ะ

คำถามที่ agent ใหม่ๆ ถามว่า จะเข้าไปที่ไหนดี บางคนสำรวจตลาด สำรวจแล้ว สำรวจอีก ก็ลองไปคิด วาดภาพในอนาคตว่า แนวทางการทำงานที่คุณอยากทำไปในทางไหนนะคะ แล้วมาดูที่บริษัทที่คุณจะไปทำว่าเป็นไง แค่นี้ก็น่าจะตอบคำถามคุณได้แล้วค่ะ

05/10/2026

Happy mother's day 💐
ขอให้แม่ๆ ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย ลูกหลานรักใคร่นะคะ

#วันแม่ #คนไทยในต่างแดน

05/10/2026

Max fund IUL คือ Maximum funding ที่เล่มจะใส่ได้ จะจ่ายเบี้ยเสร็จ 4 - 7 ปี ไม่ใช่จ่ายเบี้ยทั้งชีวิตบอก Max fund เดะ😩

Address

Pleasanton, CA
94588

Opening Hours

Monday 9am - 5pm
Tuesday 9am - 5pm
Wednesday 9am - 5pm
Thursday 9am - 5pm
Friday 9am - 5pm
Saturday 9am - 5pm
Sunday 9am - 5pm

Telephone

+14136246351

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Jade Rosjun - Wealth Architect posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Jade Rosjun - Wealth Architect:

Share