สมาคมนักวางแผนการเงิน

สมาคมนักวางแผนการเงิน Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from สมาคมนักวางแผนการเงิน, Financial service, 8787939 Kuhlman Mill, Los Angeles, CA.

📲 ซื้อของออนไลน์ เป็นการช้อปของง่ายที่ปลายนิ้ว แบบรวดเร็ว บางครั้งอาจถึงขั้นจับจ่ายไปโดยไร้การตรึกตรอง การช้อปออนไลน์สะด...
06/22/2024

📲 ซื้อของออนไลน์ เป็นการช้อปของง่ายที่ปลายนิ้ว แบบรวดเร็ว บางครั้งอาจถึงขั้นจับจ่ายไปโดยไร้การตรึกตรอง การช้อปออนไลน์สะดวกมาก ทำได้เมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ แถมช้อปอะไรก็ได้ที่เราสามารถนึกถึง ทำให้หลายคน เพลิดเพลินกับการซื้อของออนไลน์ หรือทำไปเพื่อการคลายเครียด แต่พอบิลบัตรเครดิตมาเรียกเก็บสิ้นเดือน ถึงขั้นเครียดจริง
เคล็ดลับวิธีการช้อปออนไลน์อย่างไร ให้มีสติ ไม่เสียสตางค์เยอะจนลืมตัว
✅ ทำลิสต์ไอเท็มที่ต้องการช้อปแบบเจาะจง
✅ อย่าทำอย่างอื่นไปด้วย เวลาจะซื้อของออนไลน์
✅ เมื่อเจอสินค้าที่ถูกใจ เก็บใส่ตะกร้าเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจจ่ายเงิน
✅ อย่าลืมเช็คข้อมูลดูรีวิวสินค้า ว่าของตรงปกมั้ย เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า
✅ ใช้คูปองส่วนลด ส่งฟรี หรือซื้อในช่วงจังหวะที่มีโปรโมชั่น
✅ อย่าผูกบัตรเครดิต หรือผูกบัญชีธนาคารเอาไว้ในระบบจ่ายเงิน
✅ เมื่อทำการช้อปจ่ายเงินไปแล้ว ให้ทำลิสต์รายจ่ายไว้ทุกครั้ง
✅ ตั้งเป้า ช้อปเดือนละครั้งก็พอ ยิ่งช้อปบ่อย ยิ่งเปย์หนัก
ท่านใดมีเคล็ดลับอะไรเพิ่มเติมควบคุมการเปย์ออนไลน์ที่ได้ผลกว่านี้ ก็สามารถมาแชร์กันได้นะคะ
ที่มา: ปรับปรุงเนื้อหาจากบทความ "เคล็ดลับช้อปออนไลน์อย่างไร ไม่ให้เสียสตางค์จนลืมตัว" โดย คุณศิริรัตน์ ตานะเศรษฐ นักวางแผนการเงิน CFP®

⭐ “การเกษียณอายุ” หมายถึง การหยุดทำงานประจำและไม่มีรายได้หลักอีกต่อไป แต่ก็ยังต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวันที่เหลืออยู่ ...
06/22/2024

⭐ “การเกษียณอายุ” หมายถึง การหยุดทำงานประจำและไม่มีรายได้หลักอีกต่อไป แต่ก็ยังต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวันที่เหลืออยู่ และเมื่ออายุมากขึ้น ค่ารักษาพยาบาลก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แปลว่า ถ้าอยากมีเงินใช้หลังเกษียณอย่างสบาย ๆ ก็ต้องเริ่มต้นเก็บออมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ และวิธีเก็บเงินเกษียณด้วยกฎ 25 ก็เป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้มีเงินเก็บพอสำหรับวัยเกษียณ
✅ เก็บเงินเกษียณด้วยกฎ 25 มีใช้จ่ายสบายในบั้นปลายชีวิต
หากเอ่ยถึงประโยค “เก็บเงินเพื่อเกษียณ” หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวหรือสามารถเริ่มต้นเมื่ออายุ 45 ปีก็ยังไม่สาย แต่ความจริงแล้วหากไม่รีบเก็บออมตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจมีเงินไม่พอใช้หลังเกษียณอายุ ที่สำคัญเมื่อเริ่มต้นช้าอาจไม่มีเวลาให้แก้ตัวหากผิดพลาดกับการวางแผนการเงิน
ดังนั้น นอกจากจะต้องลงมือเก็บเงินเพื่อเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็ต้องรู้ว่าเงินที่ต้องการใช้จ่ายในแต่ละปีอยู่ที่เท่าไร อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้แน่ชัดในตัวเลขจึงต้องอาศัยการประมาณการค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้เตรียมเงินและมีเงินพอใช้หลังเกษียณได้
สำหรับวิธีเบื้องต้นและได้รับความนิยมในการทำให้รู้ว่ามีเงินเพียงพอสำหรับเกษียณ คือ กฎการเงิน 25 เท่า (The Rule of 25) ซึ่งเป็นการประมาณการว่าจะต้องเก็บเงินเท่าไรสำหรับการเกษียณ โดยอิงจากค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในช่วงเกษียณ ซึ่งคำนวณจากการหาค่าใช้จ่ายรายปีออกมาว่าเป็นจำนวนเท่าใด เริ่มต้นด้วยการหาค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่ามีอะไรบ้าง โดยเพื่อให้สะดวกต่อการคำนวณ ควรจดบันทึกประเภทค่าใช้จ่ายรายเดือนปัจจุบันให้ชัดเจน
ตัวอย่าง
ค่าใช้จ่ายจำเป็น
1. ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เช่น ค่าสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าผ่อนและ/เช่าบ้าน
2. ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต
3. ค่าขนส่งและเดินทาง เช่น ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมันรถ ค่าซ่อมรถ ค่าเดินทาง
4. ค่าแพทย์และการดูแลสุขภาพ เช่น ค่ายา
5. ค่าประกัน เช่น ค่าเบี้ยประกัน
6. ค่าจ่ายหนี้ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล
ค่าใช้จ่ายผันแปร
1. ค่าบันเทิง เช่น ค่าทานข้าวนอกบ้าน ค่าเดินทางท่องเที่ยว
2. ค่าสังคม เช่น ค่าบริจาคต่าง ๆ
เมื่อรู้แล้วว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนของตัวเองเป็นเท่าใดก็สามารถคูณตัวเลขนั้นด้วย 12 เพื่อให้ได้รายได้ต่อปีที่ต้องการในวัยเกษียณ เช่น ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท แสดงว่าค่าใช้จ่ายต่อปีเท่ากับ 360,000 บาท (30,000 x 12) จากนั้นก็คูณด้วย 25 (กฎการเงิน 25 เท่า) จะเท่า 9,000,000 บาท หมายความ ต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนเกษียณประมาณ 9,000,000 บาท สำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณ
อย่างไรก็ตาม หลักการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณ ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณน่าจะอยู่ประมาณ 70% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ ดังนั้น จากตัวอย่างหากปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 21,000 บาท (252,000 บาทต่อปี) เมื่อคำนวณด้วยกฎการเงิน 25 เท่า ต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนเกษียณประมาณ 6,300,000 บาท
ใช้เงินได้ 30 ปี ด้วยกฎถอนเงิน 4%
คำนวณด้วยกฎการเงิน 25 เท่า มีเงื่อนไขว่าจำนวนเงินที่เตรียมเอาไว้จะสามารถใช้ได้ประมาณ 30 ปีหลังจากเกษียณ เช่น เกษียณอายุ 60 ปี ก็จะใช้ได้ถึงอายุประมาณ 90 ปี และที่สำคัญจะต้องถอนออกมาใช้ต่อปีในอัตราส่วน 4% ของจำนวนเงินทั้งหมด (4% Rule of Thumb) ถึงจะเพียงพอกับแผนการใช้จ่ายที่วางเอาไว้ เช่น ถอนเงิน 4% จากเงิน 6,300,000 บาท จะเท่ากับ 252,000 บาท
อย่างไรก็ตาม โดยความเป็นจริงแล้วทุกคนก็จะนำเงินที่เก็บออมเพื่อเกษียณไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน และเมื่อเป็นเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต จึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงสูงเพื่อเป็นการรักษาเงินต้น ส่วนผลตอบแทนเป็นเรื่องรองลงมา ซึ่งคำว่ารองลงมา หมายความว่า ผลตอบแทนที่ได้ต้องเป็นบวก (ไม่ขาดทุน) หากเป็นไปได้ควรให้ผลตอบแทนระยะยาว เช่น 5 ปีขึ้นไปและสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ย สินทรัพย์ลงทุนจึงมีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง เช่น เงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม
ข้อดีของการประมาณจำนวนเงินที่ต้องมีใช้ในวัยเกษียณด้วยกฎ 25 เท่าคือ สะดวกและเข้าใจง่ายต่อการเริ่มต้นการเก็บออมเพื่อการเกษียณ แต่มีข้อจำกัดคือ ยังไม่ได้นำปัจจัยในเรื่องเงินเฟ้อที่จะส่งผลต่ออำนาจซื้อของเงิน ภาวะตลาดการลงทุน และค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่คาดคิดเข้ามาพิจารณาด้วย

⭐ “ประกันสุขภาพ” เป็นรูปแบบประกันประเภทหนึ่งที่คนไทยสนใจศึกษา แต่ประกันสุขภาพที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในท้องตลา...
06/22/2024

⭐ “ประกันสุขภาพ” เป็นรูปแบบประกันประเภทหนึ่งที่คนไทยสนใจศึกษา แต่ประกันสุขภาพที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในท้องตลาดก็มีความหลากหลาย ทั้งแบบที่ “แยกค่าใช้จ่าย” ออกเป็นส่วน ๆ และแบบ “เหมาจ่าย” ค่ารักษาพยาบาล ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำก็ต้องพิจารณาถึงข้อดีและข้อจำกัดให้รอบคอบ
✅ ที่มา: ปรับปรุงเนื้อหาจากบทความ “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” หรือ “แยกค่าใช้จ่าย” แบบไหนเหมาะกับสไตล์เรา โดย คุณณรงค์ศักดิ์ พิริยพงศ์ นักวางแผนการเงิน CFP®

⭐ ชีวิต คือ ความไม่แน่นอน มีความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยหนึ่งในความเสี่ยงที่สร้างผลกระทบกับการ...
06/22/2024

⭐ ชีวิต คือ ความไม่แน่นอน มีความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยหนึ่งในความเสี่ยงที่สร้างผลกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน รวมไปถึงอาจรุนแรงถึงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของคนคนหนึ่งได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ คือ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ การเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง หรือภาวะการเจ็บป่วยเรื้อรังต่าง ๆ
💡 เป็นเรื่องดีที่คนในวัยทำงานหลายคนได้ทำงานอยู่ในองค์กรที่มีประกันสุขภาพแบบกลุ่มช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่สนใจทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมจากสวัสดิการที่บริษัททำให้ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถทำได้ แต่ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาว่าตัวเองมีความจำเป็นที่จะต้องทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และหากต้องทำเพิ่มเติม จะต้องทำอย่างไร
ที่มา: ปรับปรุงเนื้อหาจากบทความ "เรื่องควรรู้ก่อนวางแผนทำประกันสุขภาพของมนุษย์เงินเดือน" โดย ธชธร สมใจวงษ์ นักวางแผนการเงิน CFP®

📸 บรรยากาศกิจกรรม workshop วางแผนการเงินกับนักวางแผนการเงิน CFP วันนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เรื่องการวางแผนการ...
06/22/2024

📸 บรรยากาศกิจกรรม workshop วางแผนการเงินกับนักวางแผนการเงิน CFP วันนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เรื่องการวางแผนการลงทุน การวางแผนประกันภัย การวางแผนภาษี และการวางแผนเกษียณ ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการเงินที่เหมาะสมกับตัวเอง
🌟 สมาคมฯ ขอขอบคุณนักวางแผนการเงิน CFP ทุกท่านที่มาร่วมให้ความรู้ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

🌟 ชวนร่วมบริจาคเงิน 500 บาทให้กับสภากาชาดไทย ในโครงการจัดหาทุนเพื่อก่อสร้างศูนย์บริการรักษาโรคมะเร็ง ครบวงจร โรงพยาบาลจุ...
06/22/2024

🌟 ชวนร่วมบริจาคเงิน 500 บาทให้กับสภากาชาดไทย ในโครงการจัดหาทุนเพื่อก่อสร้าง
ศูนย์บริการรักษาโรคมะเร็ง ครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
🌟 ได้บุญ ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า
🌟 รับสิทธิ์ รับคำปรึกษาวางแผนการเงินกับนักวางแผนการเงิน CFP ระยะเวลา 1 ชั่วโมง
🧑‍💼กิจกรรม Financial Planning Clinic
บริการให้คำปรึกษาวางแผนการเงินรายบุคคลโดยนักวางแผนการเงิน CFP
⏰ เสาร์ 29 มิ.ย. 67 เวลา 9.00-12.30 น. (แบ่งเป็น 3 รอบ)
📌 ทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meetings
📩วิธีการเข้าร่วมกิจกรรม
1. บริจาคเงิน 500 บาท ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) เพื่อรับสิทธิ์รับคำปรึกษาวางแผนการเงินรายบุคคล (one-on-one) กับนักวางแผนการเงิน CFP® จำนวน 1 ชั่วโมง
2. เลือกรอบเวลา แนบสลิปบริจาค พร้อมกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์ม
3. สมาคมฯ แจ้งยืนยันการลงทะเบียน และช่องทางการเข้าร่วมกิจกรรม ทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้
📝ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ - 20 มิ.ย. 67 หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม
เป้าหมายชีวิตสำเร็จได้ด้วย นักวางแผนการเงิน CFP®
#เป้าหมายชีวิต #นักวางแผนการเงิน #เป้าหมายการเงิน #วางแผนชีวิต #วางแผนการเงิน #ลดหย่อนภาษี #วางแผนการลงทุน #วางแผนเกษียณ

🔎 พบกับบูธสมาคมนักวางแผนการเงินไทยที่งาน SET in the City 2024 “หาโอกาสในตลาดหุ้น สร้างพอร์ตลงทุนให้เติบโต” 📌วันที่ 15-16...
06/22/2024

🔎 พบกับบูธสมาคมนักวางแผนการเงินไทยที่งาน SET in the City 2024
“หาโอกาสในตลาดหุ้น สร้างพอร์ตลงทุนให้เติบโต”
📌วันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-19.00 น.
สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
✅ ร่วมกิจกรรมพร้อมรับของที่ระลึกได้ที่บูธ S3 สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
✅ พบกับนักวางแผนการเงิน CFP ที่ร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีเสวนา และ workshop
เสาร์ที่ 15 มิ.ย. 2567
⭐ 11.00-12.00 น. คุณเคน-จักรกฤษณ์ กิจการรัฐบุตร CFP ร่วมเสวนาในหัวข้อ "Money Mindset: เตรียมพร้อมก่อนลงทุน"
⭐ 13.00-14.00 น. คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFP ร่วมเสวนาในหัวข้อ "ทลายกำแพงความคิด พิชิตเงินล้าน"
⭐ 15.15-15.45 น. คุณมยุรี โชวิกรานต์ นักวางแผนการเงิน CFP ร่วมบรรยายในหัวข้อ "Passive Income: ลงทุนแบบสร้างรายได้คู่ขนาน"
อาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 2567
⭐ 11.00-12.00 น. คุณนฤมล บุญสนอง นักวางแผนการเงิน CFP ร่วมเป็นวิทยากร workshop "ก้าวแรก... เทรด SET50 Futures สร้างกำไร เสริมพอร์ตหุ้น"

⭐ ชีวิตไม่แน่นอน! ใครจะรู้ว่าวันไหนจะเจ็บป่วยจนต้องหยุดงาน รายได้ก็หดหาย แถมค่ารักษาพยาบาลยังบานปลาย ประกันชดเชยรายได้นี...
06/22/2024

⭐ ชีวิตไม่แน่นอน! ใครจะรู้ว่าวันไหนจะเจ็บป่วยจนต้องหยุดงาน รายได้ก็หดหาย แถมค่ารักษาพยาบาลยังบานปลาย ประกันชดเชยรายได้นี่แหละจะเป็นตัวช่วย เพราะถ้าทำประกันเอาไว้ บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ เป็นการเพิ่มสภาพคล่องแม้หยุดงาน ลดความกังวลเรื่องเงินแม้กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล
“4 รู้ ประกันชดเชยรายได้: ควรควรรู้ เพิ่มความอุ่นใจในวันที่ไม่คาดฝัน”
บุณยนุช ยุทธ์ประทุม นักวางแผนการเงิน CFP®
เมื่อเกิดเจ็บป่วยและจำเป็นต้องหยุดงาน และในระหว่างหยุดงานอาจมีค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่าย และรายได้ที่เคยได้รับก็หายไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนจำต้องทนกับอาการเจ็บป่วยและหวังว่าอาการป่วยจะหายไปเอง แต่หากภาวะเจ็บป่วยมีความรุนแรงมากขึ้นหรือสะสมจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง ก็อาจทำให้โรคที่เป็นอยู่นั้นลุกลามเป็นเรื่องใหญ่
สำหรับผู้ที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายส่วนเกินในการรักษาตัว แม้ว่าจะมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังมีประกันสุขภาพอีกกลุ่มหนึ่งที่จ่ายเงินชดเชยรายได้ให้ผู้เอาประกันระหว่างเข้าอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลอีกอย่างที่เรียกว่า “ประกันชดเชยรายได้”
1. การประกันชดเชยรายได้คืออะไร
การประกันชดเชยรายได้เป็นประกันที่จัดอยู่ในกลุ่มหนึ่งของประกันสุขภาพที่จ่ายเงินรายวันให้กับผู้เอาประกันเมื่อเจ็บป่วยและจำเป็นต้องนอนอยู่รักษาในโรงพยาบาล รวมถึงการเข้ารับการรักษาหรือการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับโดยไม่จำเป็นต้องนอนอยู่รักษาในโรงพยาบาล (Day Case) ทั้งนี้เพื่อชดเชยรายได้ให้กับผู้เอาประกันที่ต้องสูญเสียไปในวันที่ต้องหยุดงานและรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยจะได้รับเงินประกันชดเชยรายได้ตามวงเงินที่ได้ทำไว้ เช่น 500 บาท 1,000 บาท หรือ 2,000 บาทต่อวัน
2. การประกันชดเชยรายได้เหมาะกับใครบ้าง
กลุ่มแรก ได้แก่ เด็ก เยาวชน พ่อบ้าน แม่บ้าน พนักงานวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว แต่วงเงินค่าห้องฯ (ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล) ของประกันสุขภาพกลุ่มค่ารักษาพยาบาลที่ทำไว้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่ใช้บริการในปัจจุบัน เช่น ประกันสุขภาพมีค่าห้องฯ 3,000 บาท แต่โรงพยาบาลที่ใช้บริการนั้นมีราคาค่าห้องฯ 4,000-5,000 บาท ผู้เอาประกันสามารถทำประกันชดเชยรายได้เพิ่มอีก 1,000-2,000 บาท เพื่อชดเชยส่วนเกินของค่าห้องฯ นี้ได้
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้มีวิชาชีพเฉพาะ ไม่ว่าการรักษาพยาบาลของคนกลุ่มนี้จะเลือกใช้จากสิทธิบัตรทอง สิทธิพิเศษอื่น ๆ หรือประกันสุขภาพส่วนตัว แต่การขาดงานไปหนึ่งวันจะหมายถึงรายได้ที่ต้องสูญเสียไปด้วย ด้วยเหตุนี้การมีประกันชดเชยรายได้จึงเป็นการลดความกังวลเกี่ยวกับรายได้ที่หายไปแม้ในยามเจ็บป่วย โดยเฉพาะการเข้าอยู่รักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวันหรือเป็นเดือน เพราะค่าใช้จ่ายจะไม่หยุดตามวันที่เจ็บป่วย ยิ่งมีภาวะเจ็บป่วยที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลนาน ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันมีรายได้เฉลี่ยวันละ 2,000 บาท การรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 5 วัน ทำให้ขาดรายได้ 10,000 บาท ซึ่งการเจ็บป่วยแต่ละครั้งจะทำให้ผู้ที่อยู่ในภาวะเจ็บป่วยนั้นมีปัญหาทั้งด้านร่างกายและด้านเศรษฐกิจ แต่จะไม่เสียกำลังใจถ้าได้รับเงินจากการประกันชดเชยรายได้ ก็จะเป็นการช่วยลดความกังวลใจเกี่ยวกับรายได้ที่หายไปและทำให้สบายใจขึ้น
กลุ่มที่ 3 คือ เจ้าของธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ทำประกันสุขภาพกลุ่มค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเกือบทั้งหมดแล้ว และแม้ว่าจะมีส่วนต่างของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ก็อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่การมีประกันชดเชยรายได้ก็ช่วยให้ดีต่อใจและเพิ่มความสะดวกสบายได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำมาใช้ในการอัพเกรดค่าห้องพัก ค่าอาหาร หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเดินทางของผู้มาดูแล เป็นต้น
3. การประกันชดเชยรายได้ต้องจ่ายอย่างไร
สำหรับผู้มีประกันสุขภาพและเพิ่มกลุ่มประกันชดเชยรายได้ในกรมธรรม์เดียวกัน โดยการทำเคลมประกันพร้อมกัน ค่าชดเชยรายได้จะถูกสั่งจ่ายเป็นเช็คหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้เอาประกันได้แจ้งกับบริษัทประกันไว้แล้ว หรือผู้เอาประกันสามารถนำใบเสร็จและใบรับรองแพทย์ไปทำเรื่องเคลมกับบริษัทประกันภายหลังได้ โดยทั่วไปผู้เอาประกันจะได้เงินจากประกันชดเชยรายได้เท่ากับจำนวนวันที่เข้าอยู่รักษาในโรงพยาบาลตามจำนวนเงินที่ทำประกันไว้ เช่น 1,000 บาท แต่ในบางสัญญาอาจมีผลประโยชน์พิเศษอื่น ๆ เพิ่มด้วย เช่น เมื่อพักรักษาใน ICU ได้เพิ่ม 3 เท่าของ 1,000 บาท, เมื่อได้รับการผ่าตัดโดยวางยาสลบ ได้เพิ่ม 5 เท่าของ 1,000 บาท หรือเป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรงเฉียบพลัน ได้เพิ่ม 25 เท่าของ 1,000 บาท ทั้งนี้ การทำประกันชดเชยรายได้นั้นจะมีระยะรอคอย (Waiting Period) แต่จะไม่คุ้มครองโรคประจำตัวที่เป็นมาก่อน หรือโรคที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด และข้อยกเว้นอื่น ๆ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ เช่นเดียวกับการทำประกันสุขภาพกลุ่มอื่น ๆ หากผู้เอาประกันทำประกันตอนสุขภาพดี ไม่มีประวัติการรักษาโรคใด ๆ เมื่อพ้นระยะรอคอยก็จะได้รับความคุ้มครองทั้งหมดตามวงเงินและผลประโยชน์ที่กรมธรรม์ระบุไว้
4. การประกันชดเชยรายได้ต้องเลือกอย่างไรให้เหมาะสม
ประกันชดเชยรายได้เป็นตัวเลือกเสริมเพื่อเพิ่มความ อุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล และ/หรือ ชดเชยรายได้ที่หายไประหว่างเจ็บป่วย แต่การทำประกันชดเชยรายได้ไม่ควรทำเกินกำลังที่สามารถชำระเบี้ยประกันได้โดยไม่เดือดร้อนสภาพคล่องทางการเงินของ ผู้เอาประกัน การทำประกันชดเชยรายได้ที่มากอาจทำให้ต้องชำระเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นจนเกินไป เพราะหลักของการทำประกันสุขภาพเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาและลดความกังวลในเรื่องรายได้ที่ขาดหายไป
การทำประกันชดเชยรายได้ เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากภาวะเจ็บป่วยเมื่อต้องเข้าอยู่รักษาในโรงพยาบาล และเพิ่มความสะดวกสบายระหว่างการรักษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เอาประกันรู้สึกอุ่นใจและสบายใจ และยังมีรายได้ชดเชยระหว่างเจ็บป่วยด้วย ดังนั้นการเพิ่มสัญญาประกันชดเชยรายได้ในประกันสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับผู้เอาประกันทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวข้างต้น แต่ทั้งนี้ผู้ชำระเบี้ยประกันจะต้องบริหารจัดการเงินของตนเองให้ดี โดยเลือกทำประกันชดเชยรายได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของตนเองอย่างเหมาะสม

SET in the City 2024 จบลงอย่างสวยงาม นักลงทุนร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจแวะมาเยี่ยมชมที่บูธสมาคมน...
06/22/2024

SET in the City 2024 จบลงอย่างสวยงาม นักลงทุนร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจแวะมาเยี่ยมชมที่บูธสมาคมนักวางแผนการเงินไทย
ยังมีความรู้และกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงินดีๆ รอคุณอยู่

🌟 เชิญชวนร่วมบริจาคเงิน 500 บาทให้กับสภากาชาดไทย ในโครงการจัดหาทุนเพื่อก่อสร้างศูนย์บริการรักษาโรคมะเร็ง ครบวงจร โรงพยาบ...
06/22/2024

🌟 เชิญชวนร่วมบริจาคเงิน 500 บาทให้กับสภากาชาดไทย ในโครงการจัดหาทุนเพื่อก่อสร้าง
ศูนย์บริการรักษาโรคมะเร็ง ครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
🌟 ได้บุญ ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า
🌟 รับสิทธิ์ รับคำปรึกษาวางแผนการเงินกับนักวางแผนการเงิน CFP ระยะเวลา 1 ชั่วโมง
🧑‍💼 กิจกรรม Financial Planning Clinic
บริการให้คำปรึกษาวางแผนการเงินรายบุคคลโดยนักวางแผนการเงิน CFP
⏰ เสาร์ 29 มิ.ย. 67 เวลา 9.00-12.30 น. (แบ่งเป็น 3 รอบ)
📌 ทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meetings
📩วิธีการเข้าร่วมกิจกรรม
1. บริจาคเงิน 500 บาท ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) เพื่อรับสิทธิ์รับคำปรึกษาวางแผนการเงินรายบุคคล (one-on-one) กับนักวางแผนการเงิน CFP® จำนวน 1 ชั่วโมง
2. เลือกรอบเวลา แนบสลิปบริจาค พร้อมกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์ม
3. สมาคมฯ แจ้งยืนยันการลงทะเบียน และช่องทางการเข้าร่วมกิจกรรม ทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้
📝ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ - 24 มิ.ย. 67 หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม
เป้าหมายชีวิตสำเร็จได้ด้วย นักวางแผนการเงิน CFP®
#เป้าหมายชีวิต #นักวางแผนการเงิน #เป้าหมายการเงิน #วางแผนชีวิต #วางแผนการเงิน #ลดหย่อนภาษี #วางแผนการลงทุน #วางแผนเกษียณ

⭐ 5 พฤติกรรมที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดในการลงทุนพฤติกรรมการเงิน (Behaviour Finance) ถ้าอธิบายง่ายๆ คือความลำเอียงหรืออาร...
06/22/2024

⭐ 5 พฤติกรรมที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดในการลงทุน
พฤติกรรมการเงิน (Behaviour Finance) ถ้าอธิบายง่ายๆ คือความลำเอียงหรืออารมณ์ของเรา ที่ส่งผลให้เราตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผล พฤติกรรมการเงินที่ทำให้เราพยายามจับจังหวะตลาด ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม เป็นต้น สุดท้ายก็จะทำให้เราซื้อหุ้นติดดอยหรือซื้อแพงขายถูก
ถ้าเราได้เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถควบคุมตัวเราและไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการลงทุน
ที่มา: ปรับปรุงเนื้อหาจากบทความ "6 พฤติกรรมการเงิน เคล็ดลับความสำเร็จของนักลงทุนระดับโลก" โดย คุณกชจุฑา เพียรวนิช ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™
ปรึกษาเรื่องการวางแผนลงทุน ทั้งการจัดพอร์ตการลงทุน การปรับพอร์ตการลงทุน หรือคำแนะนำด้าน

Address

8787939 Kuhlman Mill
Los Angeles, CA
90001

Telephone

+6620099393

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when สมาคมนักวางแผนการเงิน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to สมาคมนักวางแผนการเงิน:

Share