03/08/2026
‼️ ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์
✨ นอกจากผู้ขับขี่รถยนต์จะมีหน้าที่ต่อใบขับขี่และต่อ พ.ร.บ.แล้ว ยังต้องต่อภาษีรถยนต์ด้วย เพราะกฎหมายบังคับให้เจ้าของรถยนต์ทุกคันมีหน้าที่จ่ายภาษี เหตุผลก็คือ
✨ เพื่อนำเงินภาษีไปสร้างและปรับปรุงถนนและการคมนาคมในประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมเพื่อความปลอดภัย เพราะการต่อภาษีรถยนต์เป็นการยืนยันว่ารถของคุณอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน สามารถตรวจสอบได้ว่ารถได้ผ่านการตรวจสภาพตามกำหนดหรือไม่
เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่รถที่ไม่ได้ต่อภาษีจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุสูง เพราะสภาพรถอาจไม่พร้อมใช้งาน
หลีกเลี่ยงการถูกปรับ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าไม่ต่อภาษีรถยนต์หรือปล่อยให้ทะเบียนรถขาด โดนปรับสูงสุด 2,000 บาท ไม่ติดป้ายเสียภาษีให้เจ้าหน้าที่เห็น โดนปรับสูงสุดอีก 2,000 บาท
หากไม่เสียภาษีรถยนต์จะเกิดอะไรขึ้น
ทางกฎหมายยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์เป็น 2 กรณี ได้แก่
รถที่ยังไม่ถูกยกเลิกทะเบียน
กรณีรถที่ยังไม่ถูกยกเลิกทะเบียนจะเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่ขาดต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์เกิน 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี สามารถไปเสียค่าภาษีรถยนต์และต่อทะเบียนได้ตามปกติ พร้อมจ่ายค่าปรับภาษีรถยนต์ย้อนหลังร้อยละ 1 ต่อเดือน
รถที่ถูกยกเลิกทะเบียนแล้ว
รถที่ถูกยกเลิกทะเบียนแล้วเกิดในกรณีที่ขาดต่อภาษีรถยนต์เกิน 3 ปีขึ้นไป ซึ่งป้ายทะเบียนจะถูกระงับการใช้งานไปแล้ว ต้องจดทะเบียนรถใหม่เท่านั้น โดยเจ้าของรถนำแผ่นป้ายทะเบียนและเล่มทะเบียนรถไปคืนให้กับทางกรมขนส่งทางบกภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่โดนยกเลิกทะเบียน หากไม่นำไปคืนมีโทษปรับ 1,000 บาท
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนรถใหม่เยอะกว่าการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นค่าคำขอ ค่าตรวจสภาพรถ ค่าเล่มทะเบียนรถใหม่ ค่าแผ่นป้ายทะเบียน ค่า พ.ร.บ. และภาษีใหม่ พร้อมจ่ายภาษีรถยนต์ย้อนหลังสูงสุด 3 ปีด้วย
รถที่ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้
สำหรับประเภทรถยนต์ที่ต่อภาษีออนไลน์ได้มีดังนี้
รย.1, รย.2, รย.3 และ รย.12 จดทะเบียนทุกจังหวัด
รย.1, รย.2, รย.3 ที่เกิน 7 ปี นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก (ต้องผ่านการตรวจสภาพจาก ตรอ.)
รย.12 ที่เกิน 5 ปี (ต้องผ่านการตรวจสภาพจาก ตรอ.)
รถที่ค้างชำระค่าภาษีประจำปีเกิน 1 ปี (ต้องผ่านการตรวจสภาพจาก ตรอ.)
รถที่มีสถานะทางทะเบียน หรือไม่ถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี
รถประเภท รย.1, รย.2 และ รย.3 ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม หรือที่ไม่ต้องขอรับความเห็นชอบก่อนชำระค่าภาษีประจำปี
รย.1 = รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
รย.2 = รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
รย.3 = รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
รย.12 = รถจักรยานยนต์