Champion Capital SMEs Easy

Champion Capital SMEs Easy ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Champion Capital SMEs Easy, บริการทางการเงิน, 9651/96 Bukkhalo, Thon Buri, Bangkok 10600, Thon Buri District.

สนันสนุนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมถึง ธุรกิจ SMEs ที่ต้องการเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดธุรกิจ ทุนสำรอง เร่งด่วนฉุกเฉิน
ทางเราบริการให้กิจการทั่วไทย มากกว่า 300 กิจการทั่วประเทศ

📍บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ แบบครบวงจร📍สำหรับ บริษัท หจก. โรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ✔️พื้นที่บริการ กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานีแ...
10/05/2026

📍บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ แบบครบวงจร
📍สำหรับ บริษัท หจก. โรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ
✔️พื้นที่บริการ กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี
และหัวเมืองหลักๆในประเทศไทย
*** หากท่านกำลังประสบปัญหาเหล่านี้
☑️ต้องการขยายธุรกิจ
☑️เบิกเงินได้ไม่ทันตามกำหนด
☑️จ่ายเงินเดือนพนักงาน
*** การให้บริการของเรา
☑️ไม่ใช้หลักทรัพย์
☑️ดำเนินการไว จบใน1วันทำการ
☑️ดอกเบี้ยต่ำ เริ่มต้นที่ 0.8
☑️ใช้เอกสารน้อย
☑️พนักงานวิ่งเก็บเอกสารและดำเนินการถึงที่
🚫ระวังเพจปลอม ! การติดต่อให้ท่านกดจาดเพจเราเท่านั้น
** บริษัทไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินก่อนทุกกรณี **
🙆‍♀️มากกว่า10ปี ที่เราเคียงข้างผู้ประกอบการ
👉ทีมงานเราพร้อมให้คำปรึกษาที่ตรงจุด
และสนับสนุนได้ทันท่วงทีค่ะ
📍ยินดีให้คำปรึกษาพร้อมสนับสนุนเงินลงทุน

#กรุงเทพมหานคร #นนทบุรี #ปทุมธานี #ธุรกิจsme #ที่ปรึกษาธุรกิจ #บริษัท #ห้างหุ้นส่วน #โรงงานอุตสาหกรรม #กระดาษ #อาหารแช่แข็ง #คลังสินค้า

28/04/2026

สะเทือนโซเชียล! ‘แอนนาเบล’ อินฟลูการเงิน กับปม Private Banker ตัวจริงหรือแค่ภาพลักษณ์? ท่ามกลางข้อครหาเทรดหุ้นแทนลูกค้า
กระแสดราม่าในแวดวงการเงินปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ “แอนนาเบล คชนันทน์” เจ้าของเพจ Annabel - Your Wealth Architect ถูกตั้งคำถามถึงบทบาทในฐานะ Private Banker พร้อมข้อครหาสำคัญว่า “มีการเทรดหุ้นแทนลูกค้า” ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในสายงานนี้ หลังเพจเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเริ่มปรากฏตัวในสื่อกระแสหลักมากขึ้น จนกลายเป็นจุดสนใจของทั้งผู้ติดตามและคนในวงการที่เริ่มเข้ามาตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง
ประเด็นดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน โดยเพจ Gee Money & More ซึ่งระบุว่าทำงานอยู่ในสาย Private Banking ที่สิงคโปร์ ออกมาอธิบายเชิงระบบอย่างละเอียด โดยย้ำว่า Private Banker มีหน้าที่หลักคือดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์เอง ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันจากลูกค้าและถูกบันทึกเสียง (voice log) เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง หากมีการเทรดโดยไม่ได้รับคำสั่งจะเข้าข่าย Unauthorized Trading ซึ่งผิดกฎอย่างร้ายแรงและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที อีกทั้งในกรณีที่ลูกค้าต้องการมอบอำนาจบริหารพอร์ต ก็ต้องทำผ่าน Discretionary Mandate และผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจคือ Portfolio Manager ที่มีใบอนุญาตเฉพาะ ไม่ใช่ Private Banker นอกจากนี้ยังชี้ว่าในทางปฏิบัติ การ “นั่งเทรดแบบเก็งกำไร” ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของลูกค้า Private Banking ที่เน้นการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งมากกว่าการไล่ผลตอบแทนระยะสั้น
เสียงจากฝั่งนักวิชาการอย่าง ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน เจ้าของเพจ “ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง” ระบุว่า ลองมาค่อยๆ แกะกัน ว่าทำไมหลายๆ เพจถึงออกมารุมสกัม แอมนาเบลทั้งเรื่องประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้ยากและไม่ได้จบสายการเงินโดยตรง ซึ่งในสายงาน Private Banking ระดับสวิสมักต้องมีคุณวุฒิและเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน อีกประเด็นคือความไม่ชัดเจนเรื่องใบอนุญาตในไทย เช่น IC หรือ IP ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการต้องใช้เวลาและความพยายามสูงในการสอบ จึงเกิดความรู้สึก “ถูกคุกคาม” เมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ที่ไม่ได้แสดงใบอนุญาตชัดเจนเข้ามาในพื้นที่เดียวกัน
นอกจากนี้ยังมองว่าคอนเทนต์ของแอนนาเบลมีลักษณะเน้นการเล่าเรื่อง (Narrative-driven) มากกว่าการให้ Framework หรือข้อมูลเชิงตัวเลข จึงถูกบางกลุ่มมองว่าเป็น “Financial Poetry” หรือเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจมากกว่านำไปใช้จริงได้ทันที พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการที่สื่อหลายแห่งหยิบยกขึ้นมานำเสนออย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมชาติของกระแส
ในฝั่งผู้มีประสบการณ์ตรง "ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร" นักลงทุนหุ้นปันผลรายใหญ่ ออกมาเล่าประสบการณ์การใช้บริการ Private Banking กว่า 30 ปี (ตั้งแต่รุ่นพ่อ) โดยอธิบายขั้นตอนที่เข้มงวดของระบบ เช่น เงินฝากขั้นต่ำเริ่มเปิดบัญชี 1,000,000 เหรียญสหรัฐ การติดต่อจะทำผ่านช่องทางที่ลูกค้ากำหนดไว้เท่านั้น ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันตัวตนหลายชั้นและมีการบันทึกเสียง ไม่มีการสั่งการผ่านบุคคลอื่น และ “ไม่มีการตัดสินใจแทนเจ้าของบัญชีโดยเด็ดขาด” แม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ต้องได้รับการยืนยันซ้ำหลายครั้ง นอกจากนี้ยังเน้นว่าความลับของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ และในบางกรณีเอกสารสำคัญยังต้องส่งมอบถึงมือลูกค้าโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ขณะที่ ประกิต สิริวัฒนเกตุ หรือ “ปิง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ แสดงมุมมองโดยยอมรับตรง ๆ ว่าไม่ได้สนใจประวัติส่วนตัวของแอนนาเบลมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับ “ผลงาน” ที่สื่อสารออกมา มองว่า งานเขียนของเธอมีความสามารถในการถ่ายทอดแนวคิดการลงทุนให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย และมีสไตล์การนำเสนอที่ชัดเจนจนสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าการถูกตั้งคำถามหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติของคนที่โดดเด่น และเป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” ของการมีตัวตนในพื้นที่สาธารณะ
ด้านแอนนาเบล คชนันทน์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในช่วงกระแสดราม่า โดยระบุว่า ช่วงก่อนหน้านี้ที่เธอหายไปจากโซเชียล เป็นเพราะต้องดูแลคุณพ่อที่เข้ารับการผ่าตัด และเพิ่งกลับมาอ่านข้อความจากผู้ติดตามหลังจากอาการของคุณพ่อปลอดภัยแล้ว เมื่อพบว่ามีทั้งคำถามและข้อกังขาจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจอธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียดในครั้งเดียว
ประเด็นสำคัญเรื่อง “การเทรดหุ้นแทนลูกค้า” เธออธิบายว่า ระบบการทำงานของ Private Banking โดยเฉพาะในสิงคโปร์ อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ทุกขั้นตอนต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ การติดต่อกับลูกค้าทุกครั้งจะถูกบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน แบงเกอร์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจซื้อขายเอง แต่ต้องดำเนินการตามคำสั่งของลูกค้าเท่านั้น เมื่อได้รับคำยืนยันแล้ว คำสั่งจะถูกส่งเข้าสู่ระบบที่บันทึกรายละเอียดแบบเรียลไทม์ ทั้งเวลา ราคา และผู้ดำเนินการ หลังจากนั้นยังต้องจัดทำรายงานเข้าสู่ระบบ และมีทีมงานอีกชุดหนึ่งเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนการควบคุมภายใน ทำให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส เธอย้ำว่าคำว่า “เทรดให้ลูกค้า” ที่เคยใช้ หมายถึงการดำเนินคำสั่งตามลูกค้า ไม่ใช่การตัดสินใจแทนหรือแอบซื้อขายเอง
ในส่วนของเส้นทางอาชีพที่ถูกตั้งคำถาม ชี้แจงว่า แม้จะไม่ได้จบการเงินโดยตรง แต่เริ่มต้นจากสายงาน Private Banking ในธนาคารไทย ก่อนจะย้ายไปทำงานต่างประเทศตามลำดับ โดยเคยทำงานกับธนาคารระดับสากลทั้งในสิงคโปร์และยุโรป ก่อนจะไปประจำที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงหลังของอาชีพ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามตลาดทั่วโลก การตอบสนองลูกค้าแบบเรียลไทม์ และการรับมือกับแรงกดดันด้านเป้าหมายทางธุรกิจ จนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
นอกจากนี้ ระบุว่า ปัจจุบันได้ออกจากระบบธนาคารแบบเดิมแล้ว และเลือกทำงานในรูปแบบ Family Office เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มเดิมอย่างอิสระ โดยมีฐานะทางการเงินส่วนตัวที่มั่นคงเพียงพอ ทำให้ไม่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันด้านยอดขายเหมือนในอดีต และมีเวลามากขึ้นในการทำคอนเทนต์ด้านการเงิน
สำหรับเนื้อหาที่เผยแพร่ในโซเชียล แอนนาเบลยืนยันว่า ตั้งใจสื่อสารให้ “คนทั่วไปเข้าใจได้” จึงเลือกใช้ภาษาที่เรียบง่ายและหลีกเลี่ยงการลงรายละเอียดเชิงเทคนิคหรือข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อน ซึ่งมองว่าเหมาะกับผู้เชี่ยวชาญมากกว่า เธอยังยอมรับว่าใช้เครื่องมือ AI ในการช่วยทำงาน เช่นเดียวกับเครื่องมือทั่วไปในสายงาน และย้ำว่าได้ปฏิเสธงานโฆษณาหลายรายการเพื่อรักษาความเป็นอิสระในการนำเสนอความคิดเห็น
ในประเด็นพอร์ตการลงทุนของกลุ่มลูกค้าระดับสูง เธออธิบายว่า ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมายและระดับความเสี่ยงต่างกัน บางรายเน้นรักษาเงินต้นและรับผลตอบแทนในระดับไม่สูง ขณะที่บางรายสามารถรับความเสี่ยงได้มากและกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ทางเลือกในสัดส่วนที่สูงกว่า สิ่งที่เธอนำเสนอจึงเป็นเพียง “แนวคิด” หรือภาพรวม ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องทำตาม
อย่างไรก็ตาม ดราม่าครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อขัดแย้งส่วนบุคคล แต่สะท้อนความท้าทายในยุคที่ “อินฟลูเอนเซอร์การเงิน” มีบทบาทเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรฐานวิชาชีพยังคงเข้มงวด ระหว่างการทำให้ความรู้เข้าใจง่ายกับการรักษาความถูกต้องเชิงระบบ กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจWealth

28/04/2026

🔔วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569🔔
ณ เวลา 09.04 น.
ราคาทองปรับลง 🔽 200 🔽 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yktgold

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองคำวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ

15/04/2026

🔔วันพุธที่ 15 เมษายน 2569🔔
ณ เวลา 09.00 น.
ราคาทองปรับขึ้น 🔼 700 🔼 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yktgold

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองคำวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ

18/03/2026

เอเชีย ‘แย่งซื้อ’ น้ำมันรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนคว่ำบาตร อุดช่องว่างตะวันออกกลาง จีน–อินเดียเปิดศึกชิงอุปทาน
ท่ามกลางไฟสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลเอเชียกำลังเร่ง ‘หาน้ำมันรัสเซีย’ ทดแทนอุปทานที่หายไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง และเปิดฉากศึกแย่งซื้อน้ำมันระหว่างจีนกับอินเดีย
นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ในขณะนี้ รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียกำลังเร่ง “หาน้ำมันจากรัสเซีย” หลังสหรัฐผ่อนปรนคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อชดเชยน้ำมันที่ขาดหายจากตะวันออกกลาง
เมื่อราคาน้ำมันพุ่งและเริ่มขาดแคลน อินเดียจึงเพิ่มการซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็ส่งสัญญาณว่า “พร้อมพิจารณาซื้อ” เช่นกัน
ส่วนจีน ซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ก่อนสงครามอิหร่าน ก็ยังคงซื้ออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอูราล ซึ่งเป็นเกรดส่งออกหลักของรัสเซีย พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาต่อบาร์เรลเคยแตะ 100 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมีนาคม จาก 58.16 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (ก่อนสหรัฐโจมตีอิหร่าน) ตามข้อมูลของ Trading Economics
ล่าสุด ณ วันพุธ (18 มี.ค.) เวลา 15.00 น.ตามเวลาไทย ราคาอูราล อยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับน้ำมันมาตรฐานโลกเบรนท์
ขณะที่อินเดียได้เพิ่มการนำเข้าน้ำมันรัสเซียเป็นประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (เกือบเพิ่มเป็นสองเท่า) ตามข้อมูลของ Kpler โดย Kpler ระบุเพิ่มเติมก่อนการผ่อนผันของสหรัฐว่า แม้น้ำมันรัสเซียจะช่วยบรรเทาอุปทานในระยะยาว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนจากตะวันออกกลาง ซึ่งอินเดียเคยนำเข้าประมาณ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ทั้งหมด
เอริกา ดาวน์ส นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียระบุว่า
“จีนและอินเดีย จะต้องแข่งขันกันแย่งน้ำมันรัสเซียล็อตเดียวกัน ที่ยังค้างอยู่ในทะเล”
ด้านคอสซิโม ไรซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Trivium China ในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า แม้จีนจะมีสำรองพลังงานจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานน้อยกว่าประเทศอื่น แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ จะ “สร้างแรงกระทบอย่างรุนแรง” ต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ในตอนนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้เริ่มส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า
“จีนไม่สามารถป้องกันตัวเองจากผลกระทบได้ทั้งหมด แม้อุปทานจะไม่ได้หยุดชะงักรุนแรง” ไรซ์กล่าว
“ราคาตลาดโลกจะกระทบจีนอยู่ดี ไม่ว่าจีนจะยังสามารถเข้าถึงน้ำมันจากอิหร่านได้หรือไม่ก็ตาม”
ในฟิลิปปินส์ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ Philippine National Oil Company ได้ติดต่อผู้ขายจากรัสเซียแล้ว โดยชารอน การิน รัฐมนตรีพลังงานเผยว่า ฟิลิปปินส์ได้ติดต่อซัพพลายเออร์เชื้อเพลิงรายเดิมที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน เช่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ ก็ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการซื้อน้ำมันรัสเซียเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งให้ความเห็นกับนิกเกอิ เอเชียว่า “ผมไม่คิดว่าน้ำมันรัสเซียจะทำให้ราคาลดลง นี่อาจแค่ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาเล็กน้อย”
“แต่สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นมากกว่าคือ ‘การแย่งซื้อน้ำมันในเอเชีย’ โดยเฉพาะเมื่อมีจีนและอินเดียเข้ามาร่วมแข่งขัน และน้ำมันส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนเส้นทางการส่งออก ไม่ใช่อุปทานใหม่”
ในด้านบวก แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากในภูมิภาคเอเชีย สามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้
“โรงกลั่นในเอเชียจำนวนมากถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันดิบประเภทมีเดียม ซาวร์อยู่แล้ว ดังนั้นในทางเทคนิคจึงสามารถใช้ได้” แหล่งข่าวอธิบาย
“แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านการผสม การขนส่ง และข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร ที่ทำให้กระบวนการดำเนินไปได้ช้าลง”
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1225710
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic

12/03/2026

ตระกูลชาห์ จากพ่อค้าข้าว สู่เจ้าของเรือมยุรี นารี และความมั่งคั่ง 30,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
(The English version is below.)

ชื่อของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL
ธุรกิจเดินเรือเทกองของไทย น่าจะถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง

หลังจากเรือ “มยุรี นารี (Mayuree Naree)” ซึ่งเป็นเรือ​​ของบริษัท ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานที่ผ่านมา

ความน่าสนใจคือ ธุรกิจนี้ก่อตั้งโดยตระกูลชาห์ ตระกูลมหาเศรษฐีเชื้อสายอินเดีย ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทย

โดยปี 2025 ตระกูลชาห์ มีความมั่งคั่งราว 30,000 ล้านบาท หรือเป็นมหาเศรษฐีรวยอันดับ 34 ในไทย

และบุคคลที่ทำให้ตระกูลชาห์ ยิ่งใหญ่แบบทุกวันนี้ได้ ก็คือ “คุณกิริต ชาห์” ที่ต่อยอดจากธุรกิจค้าข้าวของครอบครัว จนกลายเป็นอาณาจักร GP Group

รู้ไหมว่า นอกจาก PSL วันนี้ GP Group มีบริษัทในเครือมากกว่า 100 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยมีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยถึง 4 แห่งด้วยกัน

เส้นทางธุรกิจของ คุณกิริต ชาห์ น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

จุดเริ่มต้นของ GP Group เริ่มมาตั้งแต่ปี 1860 โดยคุณเทียดของคุณกิริต ชาห์ เริ่มต้นธุรกิจค้าข้าว ในเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย หรือมุมไบในปัจจุบัน

ในปี 1968 คุณเทียดและคุณทวดของคุณกิริต ได้ตั้งบริษัทขึ้นมา และต่อมาก็เริ่มขยายไปยังต่างประเทศ จากความต้องการข้าวที่เพิ่มขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 1

หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย โดยตระกูลชาห์ ถือเป็นผู้ค้าข้าวชาวอินเดียเพียงรายเดียวในไทย ท่ามกลางหมู่พ่อค้าชาวจีนในยุคนั้น

ส่วนตัวคุณกิริต ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจครอบครัว เมื่อปี 1975

ตอนนั้นคุณกิริตในวัย 21 ปี ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในอินเดีย มาทำงานกับคุณพ่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังเป็นออฟฟิศเล็ก ๆ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน

โดยคุณกิริตเริ่มจากการไปเยี่ยมลูกค้าและคู่ค้าหลายร้อยรายทั่วโลก โดยใช้เวลาทั้งหมด 9 เดือน และเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายไปสู่การเทรดดิงสินค้าอื่น ๆ

ในปี 1979 คุณพ่อของคุณกิริต เกิดภาวะสโตรก หรือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างฉับพลัน ทำให้คุณกิริตต้องเป็นคนดูแลกิจการทั้งหมด

ต้องบอกว่าช่วงนั้นธุรกิจของคุณกิริตได้ประโยชน์จากการเติบโตในตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้

อย่างลูกค้าที่เคยสั่งข้าว 50 ตัน ก็สั่งเพิ่มเป็น 500 ตัน และต้องการสั่งสินค้าอื่น ๆ ด้วย

จากธุรกิจค้าข้าว ก็ขยายไปยังสินค้าอื่น ๆ ตั้งแต่ข้าวโพด, น้ำตาล, สับปะรด, เหล็ก, ไม้, น้ำมันดิน, ยางมะตอย, ซีเมนต์ ไปจนถึงท่อพีวีซี

ธุรกิจเทรดดิงสินค้าโภคภัณฑ์ของคุณกิริต เติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายไปสู่ธุรกิจเดินเรือ ที่ชื่อว่า Precious Shipping (PSL)

ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย และตอนนี้มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 10,800 ล้านบาท

นอกจาก PSL แล้ว คุณกิริตยังเป็นผู้ก่อตั้ง บมจ.เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

โดย MEGA ถือเป็นบริษัทแรกที่ผลิตแคปซูลสำหรับบรรจุผงยาและอาหารเสริมในประเทศไทย และวันนี้ MEGA มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 30,700 ล้านบาท

ซึ่งนอกจากจะเป็นคนสร้างธุรกิจขึ้นมาแล้ว คุณกิริตยังให้เงินทุนตั้งต้นแก่สตาร์ตอัปหลายรายที่มีศักยภาพด้วย และแทบจะไม่เคยขายบริษัทเหล่านี้ออกไปเลย

จนถึงวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 1997 ที่การอ่อนตัวของค่าเงินบาท และเศรษฐกิจหยุดชะงัก ทำให้ความมั่งคั่งของคุณกิริตหายไปเกือบทั้งหมด จนแทบล้มละลาย

คุณกิริตต้องขายและปิดกิจการธุรกิจไปมากกว่าร้อยแห่ง และเลือกบริหารเฉพาะบริษัทหลักให้รอดพ้นวิกฤติมาให้ได้

อย่างไรก็ตาม ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะค่าเงินบาทที่อ่อน ส่งผลดีกับธุรกิจเดินเรือของ PSL และกลายเป็นบริษัทแรกในเครือที่พลิกฟื้นกลับมาได้

เพราะเมื่อค่าเงินบาทอ่อน ทำให้สินค้าและบริการของไทย มีราคาถูกลงในสายตาของต่างชาติ จึงเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น สำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งทางเรือของไทยเพิ่มขึ้น

ซึ่งส่วนตัวแล้วคุณกิริตมองว่า ที่เขาผ่านวิกฤติต้มยำกุ้งมาได้ ก็เป็นเพราะ “ความโชคดี” เพราะตอนนั้นทุกคนก็ทำงานหนักกันทั้งหมด

ไม่ว่าเรื่องนี้ จะเป็นเพราะโชค หรือความสามารถ หรือทั้ง 2 อย่าง

แต่ผลลัพธ์ของวันนี้ GP Group สามารถกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ โดยเป็นเจ้าของบริษัทกว่า 100 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจเดินเรือ, ยาและอาหารเสริม, ก่อสร้าง, พลังงาน, โลจิสติกส์, เหมืองแร่, เคมีภัณฑ์, โรงแรมและการท่องเที่ยว, การผลิตแท่งอะลูมิเนียมอัลลอย, นายหน้าประกันภัย, ธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม

ไปจนถึงธุรกิจซอฟต์แวร์, บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และอื่น ๆ

โดยมี 4 บริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่งนอกเหนือจาก PSL และ MEGA ที่พูดถึงไปแล้ว ยังมี

- บมจ.คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) หรือ CNT
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่มีมูลค่าบริษัท 1,100 ล้านบาท

- บมจ.สุธากัญจน์ หรือ SUTHA
ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเคมีภัณฑ์ เช่น ปูนขาว ซึ่งมีมูลค่าบริษัท 800 ล้านบาท

โดยวันนี้ แม้คุณกิริต จะเป็นประธานของ GP Group แต่ชื่อในบริษัทต่าง ๆ ในเครือ เป็นชื่อของลูก ๆ ทั้งหมด มาตั้งนานแล้ว

เพราะคุณกิริตเชื่อว่า เขาทำงานเพื่อตระกูล เลยไม่จำเป็นต้องมีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทใด ๆ ทั้งนั้น

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หนึ่งในทายาทของคุณกิริต ที่หลายคนน่าจะพอคุ้นหน้า ก็คือ คุณนิชิต้า ชาห์

หนึ่งในอดีต Shark ของรายการ Shark Tank Thailand ที่พร้อมจะลงเงินให้กับธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เช่นเดียวกับที่คุณกิริตเคยทำมาก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ คุณนิชิต้า ยังเป็นคนไทยเชื้อสายอินเดีย ที่เคยครองตำแหน่งผู้หญิงที่รวยสุดในประเทศไทยอีกด้วย..

—-----------------------
The Shah Family: From Rice Traders to Shipping Tycoons and a 30-Billion-Baht Fortune /By Longtunman

The name Precious Shipping Public Company Limited (PSL)—a titan in Thailand’s dry bulk shipping industry—has recently become a major talking point. This follows reports that one of its vessels, the "Mayuree Naree," was attacked while transiting the Strait of Hormuz yesterday.

Beyond the headlines, the backstory of this business is fascinating. It was founded by the Shah family, a billionaire dynasty of Indian descent that has achieved monumental success in Thailand.

As of 2025, the Shah family commands a net worth of approximately 30 billion Baht, ranking them as the 34th richest in Thailand. The architect of this modern empire is Mr. Kirit Shah, who transformed a modest family rice-trading business into the sprawling GP Group.

Did you know that beyond PSL, the GP Group now oversees more than 100 subsidiaries globally, including four companies listed on the Stock Exchange of Thailand (SET) ?

How did Kirit Shah build this empire ?
Let’s dive into the journey.

The roots of GP Group stretch back to 1860, when Kirit Shah’s great-great-grandfather began trading rice in Bombay (now Mumbai), India. By 1968, the family had formally incorporated and began expanding internationally to meet the surging global demand for rice following World War I.

One of those expansion destinations was Thailand. Remarkably, the Shahs were the only Indian rice traders in a market dominated by Thai-Chinese merchants at the time.

Kirit Shah joined the family business in 1975 at the age of 21. He made the bold choice to drop out of university in India to assist his father in Bangkok. Back then, the office was a small operation with fewer than ten employees.

Kirit spent his first nine months traveling across the globe to visit hundreds of clients and partners—a journey that laid the groundwork for diversifying into other commodities.

In 1979, Kirit’s father suffered a sudden stroke, forcing the young Kirit to take full control of the business. During this period, the company capitalized on rapid growth in the Middle East and South Africa.

Small orders grew exponentially. A client who once ordered 50 tons of rice began asking for 500 tons—and then asked for other products. Under Kirit’s leadership, the portfolio expanded from rice to corn, sugar, pineapple, steel, timber, asphalt, cement, and even PVC pipes.

This rapid growth in commodity trading led naturally to the need for logistics, resulting in the birth of Precious Shipping (PSL). Today, PSL is listed on the Thai stock market with a market capitalization of around 10.8 billion baht.

But Kirit didn’t stop at shipping. He also founded Mega Lifesciences (MEGA), the first company in Thailand to manufacture capsules for medicines and supplements. Today, MEGA is a powerhouse with a market value of 30.7 billion Baht.

The journey wasn't always smooth. During the 1997 Tom Yum Goong Crisis, the devaluation of the Baht and the economic standstill nearly wiped out Kirit’s entire fortune. He faced near-bankruptcy and was forced to close or sell over 100 businesses, focusing all his energy on saving the core companies.

Ironically, the crisis provided a "silver lining." The weakened Baht made Thai goods and services significantly cheaper for foreign buyers. This surge in export demand became the lifeline for PSL, making it the first company in the group to recover.

Kirit humbly attributes his survival to "luck," noting that while everyone worked hard, the timing of the currency shift played in his favor.

Whether through luck, skill, or a blend of both, GP Group emerged stronger than ever. Their portfolio now spans:

- Shipping & Logistics
- Pharmaceuticals & Supplements (MEGA)
- Construction & Engineering
- Energy, Mining, & Chemicals
- Hotels & Tourism
- Software
- Private Jet Services, and more

Aside from PSL and MEGA, the group controls two other SET-listed companies :

1. Christiani & Nielsen (Thai) (CNT): A construction giant with a market value of 1.1 billion Baht.

2. Golden Lime (SUTHA): A chemical manufacturer (specifically lime products) valued at 800 million Baht.

Today, while Kirit Shah remains the Chairman of GP Group, you won't find his name on the ownership documents of the subsidiaries. He transferred those roles to his children years ago. His philosophy is simple: he works for the family, and therefore, personal ownership is unnecessary.

One of his heirs, Nish*ta Shah, is a familiar face to many as a former "Shark" on Shark Tank Thailand.

Much like her father, she actively invests in high-potential startups. Notably, Nish*ta has previously held the title of the wealthiest woman in Thailand.

10/03/2026

🔔วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569🔔
ณ เวลา 09.02 น.
ราคาทองปรับขึ้น 🔼 200 🔼 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yktgold

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองคำวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ

27/02/2026

🔔วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569🔔
ณ เวลา 09.03 น.
ราคาทองปรับขึ้น 🔼 200 🔼 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yktgold

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองคำวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

24/02/2026

🔔วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569🔔
ณ เวลา 09.06 น.
ราคาทองปรับขึ้น 🔼 600 🔼 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yktgold

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองคำวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

21/02/2026

Ed Seykota เทรดเดอร์ที่เปลี่ยนเงิน 5,000 เป็น 15,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ใน 12 ปี /โดย ลงทุนแมน
คุณ Ed Seykota เป็นเทรดเดอร์สายตามแนวโน้ม (Trend Following) ระดับแนวหน้า

และเป็นคนแรก ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการวิเคราะห์และพัฒนาระบบเทรดตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ในยุคที่ยังเขียนกราฟราคาสินทรัพย์กันในกระดาษ

ซึ่งเรื่องที่พูดถึงกันมากจนถึงวันนี้คือ เขาสามารถเปลี่ยนเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กลายเป็น 15,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ใน 12 ปีเท่านั้น

หรือถ้าเราสามารถฝากให้เขาลงทุนให้ หลังหักลบการถอนเงินและค่าธรรมเนียมแล้ว ก็ยังคิดเป็นผลตอบแทนมากกว่า 250,000% เลยทีเดียว

แล้วแนวคิดการเทรดของคุณ Ed Seykota น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

คุณ Ed Seykota เกิดในปี 1946 ที่เนเธอร์แลนด์
แต่เขามีโอกาสมาศึกษาต่อในสหรัฐฯ โดยสำเร็จการศึกษาจากสถาบัน MIT

ซึ่งชีวิตการลงทุนของเขาก็เริ่มขึ้นในปลายทศวรรษ 1960 โดยเริ่มต้นเทรดในตลาด Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ของสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเช่น น้ำตาล โลหะเงิน และทองแดง

ในช่วงเริ่มแรก คุณ Ed Seykota ก็เจอการขาดทุนไม่ต่างกันกับคนทั่วไป..

ครั้งหนึ่ง เขาได้อ่านข่าวการลงทุนที่แนะนำว่า ราคาโลหะเงินกำลังจะเป็นขาขึ้น เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะหยุดการตรึงราคา

เขาจึงใช้มาร์จินมาลงทุน ซื้อโลหะเงินอย่างหนักเพื่อหวังทำกำไร ซึ่งมันก็คือการที่ลงทุนโดยใช้เงินของตัวเองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ โดยมีการวางหลักประกัน อาจเป็นเงินสดหรือหุ้นก็ได้

แต่หลังจากรัฐบาลประกาศหยุดตรึงราคา ก็เกิด Sell on Fact หรือการเทขายทำกำไร ส่งผลให้ราคากลับร่วงลงแทน

จนทำให้ ราคาปรับตัวลงไปจนถึงจุดหนึ่ง เขาไม่สามารถนำหลักประกันมาวางเพิ่มได้ ส่งผลให้เขาถูก Forced Sell หรือถูกบังคับการขายสินทรัพย์ทุกราคา ทำให้เขาต้องขาดทุนมหาศาล

ที่น่าช้ำใจที่สุดคือ หลังจากนั้นไม่นาน ราคาโลหะเงินก็พุ่งทะยานขึ้นไปจริง ๆ ตามที่เขาคาดไว้แต่แรก

และนี่นับเป็นบทเรียนแรกที่คุณ Ed Seykota ได้เรียนรู้ว่า ต่อให้เราเองเป็นฝ่ายคิดถูก ก็ยังสามารถเป็นฝ่ายที่เสียเงินได้อยู่ดี หากเป็นการลงทุนผิดจังหวะ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคุณ Ed Seykota ได้พยายามศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเขาได้มีโอกาสอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์โดยคุณ Richard Donchian ซึ่งถือเป็นเทรดเดอร์ที่บุกเบิกการเทรดตามแนวโน้ม

และหนังสือ Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับ ชีวประวัติของคุณ Jesse Livermore เทรดเดอร์ระดับตำนานยุคต้นศตวรรษที่ 20

บวกกับ ปี 1970 เขาได้เข้าทำงานในบริษัทโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ทำให้เขามีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์

โดยยุคนั้น ที่การวิเคราะห์กราฟยังต้องใช้การวาดลงบนกระดาษ คุณ Ed Seykota ก็เป็นคนแรก ๆ ที่นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวิเคราะห์และพัฒนาระบบเทรด

โดยเริ่มเขียนโปรแกรมทดสอบกลยุทธ์การเทรด หรือการทำ Backtest

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ว่าคือ ทำให้เขาค้นพบรากฐานการลงทุนของตนเอง นั่นคือการเทรดตามแนวโน้มระยะยาว

ในเวลาต่อมา มีลูกค้ารายหนึ่งมอบเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้คุณ Ed Seykota บริหารให้

โดยเขาสามารถเปลี่ยนเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กลายเป็น 15,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 12 ปี

โดยหลังหักลบการถอนเงินและค่าธรรมเนียมแล้ว ลูกค้าก็ยังได้รับผลตอบแทนคิดเป็นมากกว่า 250,000% เลยทีเดียว

แล้วเขาทำผลตอบแทนในระดับที่น่าเหลือเชื่อแบบนั้นได้อย่างไร ?

ก็ต้องบอกว่า คุณ Ed Seykota ใช้ระบบติดตามแนวโน้มของเขา ที่สามารถจับจังหวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้นครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึงต้นทศวรรษ 1980 ได้

ซึ่งถือเป็นช่วงที่โลกเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่ง

ทำให้เขาอยู่ถูกฝั่งของการเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ เงิน ทองแดง ถั่วเหลือง และข้าวโพด

โดยหนึ่งในการเทรดที่โด่งดังที่สุดของคุณ Ed Seykota คือการเทรดน้ำตาล

ที่ในช่วงนั้น ราคาน้ำตาลในสหรัฐฯ ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล ผ่านกฎหมาย U.S. Sugar Act
เพื่อปกป้องเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลในประเทศ

โดยมีการกำหนดโควตานำเข้าแบ่งสัดส่วนการผลิตให้เกษตรกรในประเทศ และโควตานำเข้าจากประเทศต่าง ๆ

ซึ่งสหรัฐฯ ถือเป็นผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ของโลก ทำแบบนี้ ทำให้น้ำตาลที่เหลืออยู่ในตลาดโลก จึงเป็นเพียงน้ำตาลส่วนเกินที่ไม่มีที่ไป

หลาย ๆ ประเทศผู้ผลิตจึงยอมขายน้ำตาลส่วนเกินนี้ในราคาถูกมากเพียงเพื่อให้ระบายของออกไปได้ เพราะได้กำไรจากโควตาราคาน้ำตาลสูงกว่า ของสหรัฐฯ มาชดเชยแล้ว

ทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกวนเวียนอยู่แถว ๆ 4-6 เซนต์ มานานหลายปี

เรียกได้ว่า เทรดเดอร์เกือบทุกคนในยุคนั้น เลิกสนใจน้ำตาลไปแล้ว เพราะมองว่ามันไม่มีทางทำเงินได้

แต่แล้ว ระบบติดตามแนวโน้มของเขาตรวจพบว่า ราคาน้ำตาลในตลาดโลกทะลุแนวต้านในรอบหลายปี เขาจึงเริ่มซื้อ

ซึ่งจุดนั้นเองมันก็เป็นช่วงเวลาที่ U.S. Sugar Act กำลังจะหมดอายุลงในปี 1974 และไม่มีการต่ออายุอีกต่อไป ทำให้สหรัฐฯ ต้องมาแย่งซื้อน้ำตาลในตลาดโลก

บวกกับสภาวะภูมิอากาศ ทำให้ผลผลิตน้ำตาลเกิดภาวะขาดแคลน

ราคาน้ำตาลในตลาดโลกจึงเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรง จาก 6 เซนต์ ไปเป็น 10 20 และ 30 เซนต์

คุณ Ed Seykota จึงทยอยซื้อเพิ่มเรื่อย ๆ โดยใช้กำไรที่ยังไม่ได้ขาย มาวางหลักประกันเพื่อเพิ่มสถานะ

ต่อมาราคาน้ำตาลพุ่งทะยานไปถึงเกือบ 66 เซนต์ หรือเพิ่มขึ้นมาเกิน 10 เท่าจากช่วงแรก

สุดท้ายเมื่อแนวโน้มราคาเริ่มกลับตัวลง คุณ Ed Seykota ก็ขายที่ราคาประมาณ 45-50 เซนต์

ซึ่งอีกส่วนสำคัญ ที่ทำให้พอร์ตสามารถเติบโตได้หลายร้อยเท่า แม้ราคาน้ำตาลจะขึ้นเพียงแค่ 10 เท่าก็ตาม คือการที่เขาวางเงินประกันมาร์จิน เพียง 5-10% ของมูลค่าสัญญา Futures บวกกับการทยอยซื้อเพิ่ม เพื่อเพิ่มพลังทวีคูณนี้เอง

ซึ่งจากการเทรดน้ำตาลและสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงนั้น ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนเงินจาก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นเงิน 15,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาประมาณ 12 ปีนั่นเอง

ซึ่งนอกจากนี้ ถ้าให้สรุปหัวใจสำคัญในการเทรดของคุณ Ed Seykota ก็มี 3 ข้อหลักด้วยกัน

1. ตัดขาดทุนให้เร็ว กรณีพบว่าคิดผิด

โดยเขาถือเป็นกฎที่สำคัญที่สุด ซึ่งหากรักษาเงินต้นไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ในเกมระยะยาว

2. ปล่อยให้กำไรวิ่งไป

โดยคุณ Ed Seykota จะถือสินทรัพย์นั้น ๆ จนกว่า แนวโน้มขาขึ้นจะจบลง ตราบใดที่ยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เขาก็จะกอดสินทรัพย์นั้นไว้

3. เดิมพันให้น้อย

ซึ่งระบบเทรดของคุณ Ed Seykota มีอัตราการชนะเพียง 35-40% เท่านั้น

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าเขาลงทุน 10 ครั้ง เขาจะชนะและทำกำไรได้เพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น ส่วนอีก 6 ครั้ง ขาดทุน

ทำให้เขาให้ความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างมาก โดยเขามักจะเสี่ยงเพียง 1-2% ของพอร์ตต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เพื่อให้เขาสามารถทนต่อช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนได้ หรือขาดทุนก็ไม่บาดเจ็บมาก

และทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์การเทรดของคุณ Ed Seykota เทรดเดอร์สายตามแนวโน้มชั้นนำ ที่หลายคนน่าจะนำไปประยุกต์กับการลงทุนตามสไตล์ของตัวเองได้ไม่มากก็น้อย..

ที่อยู่

9651/96 Bukkhalo, Thon Buri, Bangkok 10600
Thon Buri District
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Champion Capital SMEs Easyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์