PSC Capital จำกัด

PSC Capital จำกัด รับซื้อใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบตรวจร?

เพราะ "สภาพคล่อง" มองข้ามไม่ได้ ทุกครั้งที่ธุรกิจขาดเงินทุนจนหยุดชะงัก ฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินของธุรกิจด้วย สินเชื่อ "PSC...
02/11/2023

เพราะ "สภาพคล่อง" มองข้ามไม่ได้ ทุกครั้งที่ธุรกิจขาดเงินทุนจนหยุดชะงัก ฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินของธุรกิจด้วย สินเชื่อ "PSC Capital" มีเงินก้อนไปหมุนเวียนในระบบ ให้ธุรกิจเติบโตต่อได้อย่างคล่องตัว วงเงินสูง 15 ล้าน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% เท่านั้น
#สำหรับเจ้าของกิจการขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนพาณิชย์ หจก. บจก. โรงงาน SMEs เท่านั้น..
#ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการก่อน
#ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง #เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

✅ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 15 ล้านบาท
✅ ไม่ใช้หลักประกัน 1 วันรู้ผล
✅ ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ต้องค้ำประกันก็กู้ได้
✅ สามารถเปิดวงเงิน OD สำรองเบิกใช้ได้ยามฉุกเฉิน
☎️ ให้คำปรึกษาฟรี โทรด่วน 098-496-0799 (พนักงานสินเชื่อ)
คลิก LINE : https://line.me/ti/p/H9PveIznoS

#เสริมสภาพคล่องธุรกิจ #สินเชื่อไม่เช็คเครดิตร #สินเชื่อธุรกกิจ #สินเชื่อเงินด่วน #สินเชื่อเงินสด #กู้เงินด่วน #เงินกู้ภาคอีสาน #สินเชื่อเจ้าของธุรกิจ #เงินทุนเจ้าของกิจการ #เงินทุนกิจการ #แหล่งเงินทุนธุรกิจ
#สินเชื่อSME #กู้ธนาคาร #เงินกู้ได้จริง #กู้ธนาคารไม่ผ่าน #เงินกู้รัฐบาล #สินเชื่อธนาคาร #สินเชื่อรายเดือน #เงินด่วนดอกเบี้ยถูก #เงินด่วนSME
#สินเชื่ออุตสาหกรรม #เงินกู้เจ้าของโรงงาน #เงินกู้ธุรกิจ #เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ #เงินกู้ทำธุรกิจ #เงินกู้อนุมัติไว #เงินกู้ปริมณฑล #กู้เงินSME #สินเชื่อธุรกิจ #เงินกู้sme

02/11/2023

ตอนที่ฉันเริ่มธุรกิจเมื่อ 6 ปีที่แล้ว
ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มา
Ivan Popov CEO ของ Vipe Studio เป็นธุรกิจที่สร้างและดูแลเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress สำหรับองค์กรและ SME มองว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจของเขา เขาจำได้ว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าสับสนและมีแต่คำถามเต็มไปหมด เพราะด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไง ถึงแม้ว่าจะมีทักษะและความรู้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และ WordPress อยู่แล้ว แต่การทำธุรกิจไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยศึกษามาเลย
ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี จากวันแรกจนถึงปัจจุบันเขาได้ลองผิดลองถูกมามากมาย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เขาจะแชร์เรื่องราวของตัวเอง ประสบการณ์สำหรับมือใหม่จริง ๆ รวมถึงเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในการเริ่มต้นองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
บทเรียนเหล่านี้ที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ มันอาจกลายเป็นเข็มทิศหรือแผนที่ที่คอยไกด์ทางให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นได้
1. สิ่งแรกที่ควรทำคือการ “สร้างภาพ” ให้เป็นที่จดจำ
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน คนมองมาต้องรู้เลยว่าทำอะไร
“เอกลักษณ์” เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนแยกคุณกับคู่แข่งออก แต่การจะสร้างความโดดเด่นตรงนั้นได้จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยคุณต้องมีความชัดเจนว่าบริษัทของคุณเป็นตัวแทนของอะไร สร้างวิสัยทัศน์โดยละเอียดเกี่ยวกับบริษัทในอนาคตของคุณ ชื่อของแบรนด์บ่งบอกถึงตัวตน
ถ้าใครยังจับจุดไม่ถูก อาจเริ่มจากการตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
O ธุรกิจที่คุณทำ จะทำเกี่ยวอะไร?
O มันสั้น กระชับ เข้าใจง่ายไหม?
O สิ่งที่อยากสื่อสารไปหาลูกค้าคืออะไร?
O โลโก้ควรเป็นแบบไหน?
O จะสื่อสารสิ่งที่แบรนด์ทำไปหาลูกค้าได้ยังไง และวิธีไหน?
คำถามเหล่านี้คือ “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” ที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีก่อนเริ่มต้นทำอะไร
2. ลูกค้าอยู่ที่ไหน ก็เอาตัวเองไปอยู่ในวงนั้น
พยายามเดินเข้าไปหาลูกค้า ตอบสนองพวกเขาให้มากที่สุด
เกือบทุกธุรกิจที่สร้างโอกาสในการเก็บเกี่ยวทั้งจากออนไลน์และออฟไลน์ Ivan Popov แนะนำว่าอย่าพลาดโอกาสที่จะได้รับไลก์ แชร์ และการกล่าวถึงทั้งหมด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ในทุกวันนี้มองหาธุรกิจออนไลน์เป็นอันดับแรก วางแผนในการสร้างหน้าร้าน ช่องทาง และการตลาดออนไลน์ของตัวเอง
3. เตรียมเงินลงทุนให้พร้อม ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เงิน
อย่าลืมว่าธุรกิจต้องมีการลงทุนเสมอ ทั้งเงิน ความพยายาม และพลังงาน เมื่อเรากล่าวถึงแง่มุมทางการเงินของสิ่งนี้ สิ่งสำคัญสำหรับคุณคือต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ลองมองหาและคำนวณต้นทุน กำไรของธุรกิจให้ดี ๆ เพราะไม่อย่างนั้นมันอาจกลายเป็นขาดทุน
4. จ้างคนเก่งมาทำงาน ไม่ใช่ว่าจ้างใครก็ได้
อย่ามองแค่ค่าแรงน้อยเลยจ้าง ยอมจ่ายแพงเพื่อคุณภาพดีกว่า
ช่วงเริ่มต้นเป็นช่วงที่ธุรกิจควรจ้างคนเก่งมาอยู่ไว้เยอะ ๆ ไม่ใช่ว่าเอาใครก็ได้มาทำ หรือทำทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ทั้งที่ก็มีบางสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด เพราะทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร คือทรัพยากรมนุษย์ ลงทุนในคนคุ้มค่าที่สุด เพราะพวกเขาจะสร้างผลตอบแทนคืนกลับมาให้เรามากกว่าเดิม
5. ทำความรู้จักคู่แข่ง รู้ว่าพวกเขาทำยังไง
มองแผนของพวกเขาให้ออก แล้ววางแผนที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า
เพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ ธุรกิจจำเป็นต้องนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า วิธีการคือการตรวจสอบและวิจัยคู่แข่งของตัวเอง ค้นหาสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและทำให้กลายเป็นอาวุธหรือจุดแข่งของตัวเอง พยายามอย่าเปลี่ยนแปลงอะไรบ่อย ๆ คงความเป็นตัวเองไว้ให้ได้ตลอด
การวางแผนที่เหมาะสมและกรอบความคิดในการเป็นผู้ประกอบการ เป็นเหมือนไกด์ที่คอยชี้เส้นทางที่ถูกต้องให้กับคนที่เริ่มต้น เพราะแม้ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำธุรกิจของตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ทำ จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

30/10/2023

6 นิสัยแห่งความสำเร็จที่โคตรพีค
Robert Adams นักธุรกิจและนักเขียนเชื่อว่าสถานะและคุณภาพชีวิตของคุณเป็นภาพสะท้อนโดยตรงของนิสัยที่คุณใช้ทุกวัน หากคุณต้องการร่ำรวย คุณต้องใช้นิสัยแห่งความสำเร็จที่ถูกต้องเพื่อพาคุณไปสู่จุดนั้น
หลายคนอาจมองว่ามหาเศรษฐีส่วนใหญ่มักได้เปรียบจากความร่ำรวยในอดีตที่พ่อแม่ของพวกเขาสร้างไว้ให้ แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะมันก็ยังมีเศรษฐีอีกหลายคนที่สร้างตัวเองมาได้ ด้วยข้อได้เปรียบเพียงแค่อย่างหนึ่ง
นั่นก็คือ ความสามารถที่แท้จริงในการรู้จักนิสัยแห่งความสำเร็จที่ถูกต้องซึ่งจะช่วยให้พวกเขาร่ำรวยเมื่อเวลาผ่านไป ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์แก่พวกเขา
เราทุกคนมีนิสัยที่ติดมากับตัว นิสัยความสัมพันธ์ นิสัยการใช้จ่าย นิสัยการออม นิสัยอาชีพ นิสัยการบริหารเวลา นิสัยการเข้าสังคม นิสัยเหล่านี้ควบคุมผลลัพธ์ของชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมุ่งเน้นไปที่นิสัยที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ดังนั้นสิ่งที่มหาเศรษฐีคิดตามที่ Robert Adams ได้ค้นพบมาคือ...
1. อย่าตั้งเป้าหมาย
แต่ให้ลองพาตัวเอง
ไปยืนอยู่ในจุดที่สำเร็จแล้ว
แทนที่จะมองไปข้างหน้า ให้แสร้งทำเป็นว่าอีก 1 ปี นับจากนี้และคุณกำลังมองย้อนกลับไปในปีที่ดีที่สุดในชีวิตทางการเงินของคุณ อยู่ในความรู้สึกนั้น เห็นทุกสิ่งที่คุณต้องการตามที่มันเกิดขึ้นแล้ว และจดบันทึกสิ่งที่คุณเห็น เมื่อมองย้อนกลับไป เราสามารถวาดภาพที่แท้จริงว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรเมื่อเราบรรลุเป้าหมายทางการเงินแล้ว
ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรในหนึ่งปีนับจากนี้? อีกสองสามปีต่อจากนี้ล่ะ? แล้วอีกห้าหรือสิบปีต่อจากนี้ล่ะ? คุณบรรลุอะไร คุณทำเงินได้เท่าไหร่? ความสัมพันธ์ของคุณหรือครอบครัวของคุณล่ะ? คุณมีลูกหรือไม่? คุณเป็นเจ้าของบริษัทของคุณเองหรือไม่? เขียนมันลงไปเพราะนั่นคือวิธีสร้างวิสัยทัศน์ของคุณ
2. อย่าสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ
แต่ให้ทำรายการสิ่งที่ไม่ควรทำแทน
แทนที่จะสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ ให้สร้างรายการสิ่งที่ไม่ควรทำแทน
เพราะเราทุกคนมักจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์กับสิ่งที่ไร้สาระ แม้ว่าทุกคนจะมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันที่เท่ากัน ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันทำให้บางคนใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าคือการบริหารเวลาในการทำแต่ละสิ่งให้เกิดประโยชน์มากที่สุด หากมีสิ่งไหนที่ไม่คุ้มค่าแก่การทำ พวกเขาก็จะไม่ทำ
ไม่ว่าเราจะรวยหรือจนเวลาเป็นของฟรีที่ทุกคนได้มาเท่าเทียมกัน จริงจังกับการร่ำรวย จากนั้น ให้โฟกัสเฉพาะสิ่งที่จะนำคุณไปสู่วิสัยทัศน์ระยะยาว
3. อย่าทำงานบนจุดอ่อน
แต่ให้พัฒนาจุดแข็งของตัวเอง
เราแต่ละคนมีสิ่งที่เราเก่งและไม่ถนัดอยู่ แต่สังคมมักจะสอนให้เราปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเอง เราถูกสอนให้เก่งขึ้นในด้านที่เราอาจไม่เก่งอยู่แล้ว แต่เคล็ดลับสู่ความรวยไม่ใช่การแก้จุดอ่อน แต่เป็นการพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง
สังคมมีวิธีบอกเราให้ปรับปรุงสิ่งที่เราไม่ถนัด โดยระบุว่านั่นคือหนทางสู่ความสำเร็จ
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คุณควรทำงานด้วยจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน คุณสามารถเปลี่ยนความเร่งรีบด้านใดก็ได้ให้กลายเป็นธุรกิจหลายล้านดอลลาร์ ไม่สำคัญว่ามันจะเป็นอะไร ยิ่งคุณหลงใหลมันมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสรวยมากขึ้นเท่านั้น
4. อย่าเพิกเฉยต่อความคิดของตัวเอง
เพราะแค่คิด ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว
ความคิดที่มั่งคั่ง สามารถสร้างชีวิตที่มั่งคั่งได้ ตราบเท่าที่ความคิดเหล่านั้นเป็นความคิดที่ยึดมั่นในจิตใจของคุณ
"เปลี่ยนความคิดของคุณ แล้วคุณจะเปลี่ยนโลกได้”
คนรวยยิ่งรวยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพวกเขามีความคิดเรื่องความอุดมสมบูรณ์อยู่ในใจ พวกเขาขับไล่ความคิดด้านลบและความคิดที่ขาดแคลนออกไป หากคุณจริงจังกับการบรรลุความมั่งคั่งที่แท้จริง อย่าลืมใส่ใจกับความคิดที่คุณมีในแต่ละวัน
5. อย่ารับคำแนะนำจากคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ
แต่ให้เรียนรู้จากคนที่ทำสำเร็จได้จริง
อย่าทำตามคำแนะนำจากคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ลองมองดูว่าคนเหล่านั้นทำได้อย่างที่พวกเขาพูดไหม? นิสัยความสำเร็จของเศรษฐีเงินล้านและมหาเศรษฐีไม่ได้เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม แต่มาจากการเกาะกระแส
ค้นหาที่ปรึกษาที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณต้องการบรรลุแล้ว และขอคำแนะนำจากพวกเขา ไม่ใช่คนที่สิ้นหวังกับความฝันของตัวเอง คนรวยรวยขึ้นด้วยการมีที่ปรึกษาที่ร่ำรวยซึ่งได้รับชัยชนะในระดับสูงสุด
6. อย่าโฟกัสผิดจุด
ถ้าอยากรวยเร็ว ให้มุ่งตรงไปที่เป้าหมาย
เมื่อคุณกำลังเรียนรู้วิธีขับรถ หรือล่องแก่ง คุณจะถูกสอนว่าอย่ามุ่งความสนใจไปที่สิ่งผิด ๆ หากคุณโฟกัสไปที่กำแพงหรือก้อนหิน คุณจะชนเข้ากับมัน ให้มุ่งความสนใจไปที่เส้นทางข้างหน้าแทน
อยากรวยต้องโฟกัสในสิ่งที่ถูกต้อง มุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย ใช้ประโยชน์จากกฎ 80/20 ตื่นแต่เช้าและจัดการกับงานที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน และสม่ำเสมอ นั่นเป็นวิธีที่คุณก้าวหน้าอย่างแท้จริงในชีวิต นั่นเป็นวิธีที่คุณสร้างความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่งที่แท้จริง
แต่บ่อยครั้งเกินไปที่คนเรา มุ่งเน้นไปที่หนี้สิน การล้มละลาย และความหายนะทางการเงิน
ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่มันเกิดขึ้นจากสะสมไปทีละเล็กน้อย
การที่จะเป็นเศรษฐีได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการมีความคิดแบบเศรษฐี เพราะตามความจริงแล้ว หากคุณมีความคิดแบบไหน ผลลัพธ์ที่จะได้ก็จะเป็นแบบนั้น แต่ถ้าหากยังทำตัวเหมือนเดิม มีนิสัยหรือกิจวัตรเหมือนเดิมโดยที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สุดท้ายแล้ว มันก็จะไม่มีอะไรพัฒนาต่อได้ในอนาคต
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

30/09/2023

ขายเก่ง จนเปลี่ยนสถานะจากคนไร้บ้าน สู่มหาเศรษฐี
ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นคนเร่ร่อนที่พยายามสู้ชีวิตจนกลายเป็นมหาเศรษฐีแต่ John Paul DeJoria ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทดูแลเส้นผม John Paul Mitchell Systems และ Patrón Spirits ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาคือหนึ่งในนั้น ปัจจุบันเขามีอายุ 77 ปี มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์
John Paul DeJoria นั้นเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน ตอนอายุ 9 ขวบ เขาต้องขายการ์ดคริสต์มาสและหนังสือพิมพ์เพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง โดยเคาะประตูบ้านลูกค้าเป็นพัน ๆ หลังและถูกปฏิเสธการขายมานับไม่ถ้วน แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาท้อแท้แต่อย่างใด
แต่กลับทำให้เขามีทักษะการขายที่ยอดเยี่ยมและมีความอดทนสูงกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก เมื่อโตขึ้น DeJoria ใช้เวลาสองปีในกองทัพเรือสหรัฐ หลังจากนั้นก็ทำงานเป็น ภารโรง พนักงานขายสารานุกรมตามบ้าน และพนักงานขายประกัน
DeJoria เข้าสู่โลกแห่งการดูแลเส้นผมโดยเป็นพนักงานของ Redken Laboratories แต่ก็ถูกไล่ออก จากนั้นเขาจึงหันมาก่อตั้งบริษัทดูแลเส้นผมเองชื่อว่า John Paul Mitchell Systems กับช่างทำผม Paul Mitchell ด้วยเงิน 700 ดอลลาร์ ในช่วงนั้นเขาเป็นคนไร้บ้านและใช้ชีวิตในรถเพื่อขับตระเวนไปขายของ
Mitchell เป็นช่างทำผมระดับท็อป ส่วน DeJoria ก็เชี่ยวชาญการขายมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ธุรกิจของทั้งคู่เติบโตเร็วมาก ซึ่งปัจจุบันธุรกิจของเขา กลายเป็นหนึ่งในบริษัทดูแลเส้นผมที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก และก่อตั้งธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
จากพ่อเลี้ยงเดี่ยวไร้บ้าน ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในที่ดินมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ในมาลิบูพร้อมทรัพย์สินมากมายที่เขาอยากจะได้
แต่ DeJoria ก็รับรู้ถึงความยากลำบากเป็นอย่างดี เขาจึงเข้าร่วม The Giving Pledge กับ Bill Gates และ Warren Buffet เพื่อช่วยเหลือสังคมด้วย
เขาได้ให้ข้อคิดกับกฎ 3 ข้อที่ทำให้เขาเดินสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้ ดังนี้
กฎข้อที่ 1: พร้อมรับคำปฏิเสธเสมอ
ตลอดอาชีพการทำงานของคุณ ต้องเจอกับการถูกปฏิเสธเสมอ “เมื่อคุณเคาะประตู แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่พร้อมจะปิดประตูคุณ เพราะไม่ชอบสินค้าคุณ บริษัทคุณ หรือแม้แต่คุณ” สิ่งสำคัญคือคุณต้องตระหนักถึงสิ่งนี้ตั้งแต่วันที่เริ่มทำธุรกิจ ในการประสบความสำเร็จ คุณต้องมีความมั่นใจและมุ่งมั่นกับประตูบ้านที่ 100 ให้เหมือนกับประตูบานแรกที่คุณเคาะ ความมั่นใจนี้หากทำได้ จะรับมือการปฏิเสธได้ดี ไม่สะทกสะท้านมากนัก
กฎข้อที่ 2: สินค้าคุณต้องดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
จำไว้เสมอว่าคุณต้องไม่ทำธุรกิจเพียงเพื่อเงิน แต่คุณต้องทำธุรกิจเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง ดีให้ถึงระดับโลกตามที่ผู้บริโภคต้องการ การคิดแบบนั้นจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะอย่างน้อยสินค้าคุณก็มีคุณภาพมากแล้ว
กฎข้อที่ 3: ให้รีบตอบแทนสังคมจะดีต่อคุณและธุรกิจของคุณ
ต้องทำให้บริษัทมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้อื่นทันที การช่วยเหลือผู้อื่นจะสร้างลูกค้าในอนาคตและจุดประกายคจิตวิญญาณของพนักงาน ลูกค้าจะสนับสนุนธุรกิจที่สละเวลาเพื่อช่วยเหลือสังคม เปลี่ยนแปลงโลก และสร้างความแตกต่าง ซึ่งคุณต้องมีวิสัยทัศน์ช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย
สุดท้ายนี้ ในภาพยนตร์สารคดีที่เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของเขาที่มีชื่อว่า Good Fortune ได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจเอาไว้ว่า
"ทุกคนมีนิยามความสำเร็จของตัวเอง" แต่สำหรับเขา “ความสำเร็จทุกวันนี้ไม่ได้วัดว่าคุณอยู่ที่ไหน มีเงินเท่าไหร่ หรือตำแหน่งใหญ่แค่ไหน แต่ความสำเร็จวัดกันที่ คุณเก่งที่สุดในสิ่งที่คุณทำหรือไม่? และหากความสำเร็จที่ไม่แบ่งปันต่อผู้อื่นนั้นก็ถือว่ามันคือความล้มเหลว....”
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

27/09/2023

ทำธุรกิจ "ข้อมูล" คือ “บ่อน้ำมัน”
(สรุปประเด็นจาก คุณแต๋ง After Yum
ในงาน Digital SME Conference Thailand 2023)
ในช่วงที่ผ่านมา เราได้ผ่านโลกธุรกิจในยุคที่ดิจิทัลหรือออนไลน์กำลังเฟื่องฟู แต่ในโลกยุคถัดไป มันไม่ได้มีเพียงแค่ออนไลน์เท่านั้น เพราะมันได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ Online และ Offline ผนวกเข้าด้วยกันกลายเป็น Onlife หรือ on your lifestyle
คุณแต๋ง กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว หรือ เจ้าของร้านยำชื่อดัง After Yum แม่ค้าร้านยำที่ไม่ได้เป็นแค่แม่ค้าแต่ได้ฉายา “เจ้าแม่ Data Analysis” ได้พูดถึงกระบวนการในการสร้างสรรค์ธุรกิจบนเวที Digital SME Conference Thailand 2023 ไว้ว่า 5 point of Design Thinking ที่ทำให้ร้านยำของคุณแต๋งก้าวมาไกลจากวันแรกจนถึงวันนี้คือ
1. Empathize การเข้าใจลูกค้า
จุดแรงของการทำธุรกิจ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่ต้องทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ว่าลูกค้าหิว แต่จะเสนอขายบ้านให้ลูกค้า ซึ่งหลายธุรกิจที่ไม่เติบโตหรือไปไม่รอด อาจกำลังทำแบบนั้นอยู่โดยที่ไม่รู้ตัว และไม่ใช่มองแค่ว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่ให้มองเข้าไปในแก่นแท้ของหัวใจจริง ๆ เพราะสิ่งที่ลูกค้าบอกว่าต้องการ ในใจเขาคิดแบบนั้นจริงไหม
2. Define วิเคราะห์ข้อมูล
วิธีการที่จะเอาข้อมูลมาใช้เพื่อวิเคราะห์ลูกค้าคือ Outside-in และ Inside-out มองในมุมมองที่หลากหลายไม่ใช่แค่มุมตัวเอง อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วลูกค้าน่าจะชอบ ให้มองในมุมลูกค้าด้วยว่าเขาชอบจริงไหม ซึ่งจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อ ธุรกิจเริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าและวิเคราะห์อย่างจริงจัง
คุณแต๋งชอบเล่นเกมทายอาชีพคนที่เดินผ่าน เพียงแค่มองบุคลิกภายนอกและก็เดาไปเรื่อย ซึ่งมันคือการฝึกอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้เรามองคนออก
3. Ideate สร้าง Wow moment และหาไอเดีย
Wow moment คือการสร้างการจดจำให้ลูกค้า โดยจะมีทั้ง ไอเดียที่ว้าวและประสบการณ์ที่ว้าว เพราะสินค้าที่ขายทั่วไปมักมีหน้าตาเหมือนกัน สิ่งที่จะแตกต่างคือการหาโมเมนต์ตรงนี้มาสู้ เหมือนกับเจ๊ไฝที่ทำเมนูไข่เจียวทั่วไปให้แปลกใหม่ ที่ไม่ใช่ชูแค่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว
4. Prototype การลงมือเป็นสิ่งสำคัญ
ทุกไอเดียจะเกิดขึ้นได้ มีผลลัพธ์ยังไงขึ้นอยู่กับการลงมือทำ ถ้ายังไม่มั่นใจให้ทดลองทำแบบเล็ก ๆ ดูก่อนว่ามันต่อยอดไปได้มากน้อยแค่ไหน
5. Test ทดสอบไอเดีย
เพื่อให้รู้ว่าสิ่งนั้นทำออกมาแล้วจะดี ไปต่อยอดหรือพับโครงการด้วยการทดลองทำตลาดจริง ไม่ใช่แค่ในมุมเล็ก ๆ ที่มีแค่คนกันเอง
นอกจากแนวคิด Design Thinking แล้ว คุณแต๋งยังแนะนำ “7 JIGSAW KEYSUCCESS” ที่จะช่วยถามตัวเองว่า ธุรกิจหรือสิ่งที่ทำนี้ กำลังใช้อะไรนำทางอยู่ ซึ่งบางคนก็อาจมีเงิน ครอบครัว ความฝัน แต่สำหรับคุณแต๋งแล้ว สาขาในกรุงเทพที่เปิดขึ้น คุณแต๋งก็ยอมรับว่าใช้ “ผู้ชาย” นำทาง ถึงสามารถขยายสาขาในกรุงเทพได้
ธุรกิจจะสำเร็จได้ อย่าเล่นท่ายาก ให้เล่นแบบง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง โดยเครื่องมือที่คุณแต๋งแนะนำคือ
O 4P (สินค้าคืออะไร/ ขายราคาเท่าไหร่/ ขายที่ไหน/ ทำยังไงให้คนมาซื้อ)
O PEST (การเมือง/ เศรษฐกิจ/ สังคม/ เทคโนโลยี)
O SWOT, TOWS (จุดแข็ง/ จุดอ่อน/ โอกาส/ อุปสรรค)
O Change Strategy เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์
O SMCR (ผู้ส่งสาร/ สาร/ ช่องทาง/ ผู้รักสาร)
O Metric การวัดผล
ทุกอย่างนี้จะอยู่ในขั้นตอนที่ Meet Point ที่จะ Connect the dot ที่ยังทีมทำงานของตัวเองที่ช่วยให้องค์กรเติบโต
เมื่อธุรกิจเจอกับปัญหา สิ่งที่คุณแต๋งแนะนำคือ
1 Idea Generation มีกรอบเวลา ต่างคนต่างคิดเน้นปริมาณ
2 Idea grouping รวมไอเดียแล้วมาแยก
3 Dot Voting ให้สมาชิกโหวตไอเดียที่ชอบ
4 Brain storming ทีมแสดงความเห็นกับไอเดียต่าง ๆ
5 Idea Selection เลือกไอเดียเพื่อทำ Prototype
สุดท้ายนี้คุณแต๋งยังบอกอีกว่า 3H ที่ทำให้ธุรกิจสำเร็จประกอบไปด้วยบ
HEAD หัวคิด
HAND มือทำ
HEART ใจฟัง
และ 3 สิ่งที่ธุรกิจต้องเจอ
H เฮ้อ
H เฮง
H HERE
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

05/08/2023

อยากเริ่มต้น "ทำธุรกิจของตัวเอง"
แต่กลัวลังเล ล้มเหลว ต้องทำยังไง ?
ศาสตราจารย์ที่ฮาร์วาร์ดมีคำตอบให้แล้ว
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าธุรกิจที่เกิดใหม่มักมาอายุขัยเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะล้มหายไปกว่า 50% มีเพียงอีกแค่ครึ่งหนึ่งที่ยังเหลือรอดอยู่ ซึ่งถึงแม้จะมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสียบแทนที่ แต่ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ทุกธุรกิจ
Tom eisenmann ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้นำทีมที่สอน The Entrepreneurial Manager ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จำเป็นสำหรับ MBA ได้สัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งและนักลงทุนหลายร้อยคนเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมธุรกิจสตาร์ทอัพถึงมีอายุขัยที่สั้น และมักล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง
จากการสัมภาษณ์พบว่ามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ 2 อย่างที่ผู้ประกอบการมักมองข้ามไปคือ...
1. Good Idea, Bad Bedfellows มีไอเดียดีแต่มีผู้ตามไม่ดี
ถึงแม้ว่าตัวคุณในฐานะผู้ก่อตั้งจะมีไอเดียบรรเจิดแค่ไหน วางกลยุทธ์มาดีแค่ไหน หรือสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าหากมีทีมที่ไม่สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับคุณได้ นั่นก็สามารถทำให้ธุรกิจล้มละลายได้เช่นกัน
แน่นอนว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้ทำได้ด้วยตัวคนเดียว คุณอาจไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมดทุกเรื่องก็ได้ แต่ในฐานะผู้นำคุณต้องสามารถมองคนให้ขาด และเลือกคนให้ถูกตำแหน่งก็พอ
2. False Starts เริ่มต้นด้วยความผิดพลาด
คนที่อยากทำธุรกิจส่วนใหญ่อาจมองว่าสินค้าหรือบริการของตัวเองวิเศษและมีคุณภาพมาก คนรอบข้างอาจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าขายออกไปยอดขายต้องพุ่งกระฉูดแน่ เพียงเพราะความคิดของคนไม่กี่คนทำให้คุณมั่นใจเกินร้อย แต่พอมาขายจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น
สาเหตุที่ธุรกิจหลายที่ต้องล้มเหลวก็เพราะไม่ลองศึกษาความต้องการของคนในปัจจุบัน เพราะสุดท้ายสินค้าที่ผลิตออกมา ผลิตมาเพื่อให้คนได้ใช้ แต่ถ้าคนรู้สึกว่าไม่ได้จำเป็น หรือนำมาตอบสนองความต้องการอะไรบางอย่างไม่ได้ ถึงสิ่งนั้นจะมีคุณภาพแค่ไหน ลูกค้าก็ไม่ได้อยากซื้ออยู่ดี
ผู้ประกอบการควรทำการวิเคราะห์สินค้าของตัวเองก่อนจะวางขาย รวมถึงการดูตลาดคู่แข่ง ทำความเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนก่อนจะวางขายจริงเพื่อลดความเสี่ยงและตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อรู้ปัญหาเหล่านี้แล้ว ศาสตราจารย์ Tom eisenmann ได้เสนอทางแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ในการทำธุรกิจ
1. กำหนดปัญหาให้ได้
ก่อนเริ่มกิจการ ในฐานะเจ้าของธุรกิจควรจะเริ่มดูตลาดก่อนเป็นอันดับแรก เข้มงวดกับสินค้าและการตั้งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ลองมองว่าเทรนด์ตอนนั้นคืออะไร และมันจะสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือทำให้ชีวิตกลุ่มคนที่คิดว่าจะเป็นลูกค้าได้อย่างไร
เมื่อได้ตัวอย่างสินค้ามาแล้ว ควรลองตลาดก่อนขายจริงเพื่อดูว่ามันดีอย่างที่คิดจริงไหม และถ้ามันปัญหาของสินค้าจะได้แก้ไขก่อนจะออกมาเป็นตัวไฟนอล สำรวจความคิดเห็นของคนหลาย ๆ กลุ่ม วิเคราะห์ออกมาเป็นข้อดี - ข้อเสีย เพื่อให้สินค้ามีศักยภาพมากขึ้น
2. พัฒนาการแก้ปัญหาและทางออก
เมื่อรวบรวมความเห็นของผู้ใช้จริงแล้ว การระดมสมองของทีมเพื่อหาความแตกต่างของสินค้าระหว่างคู่แข่ง และการคิดกลยุทธ์ รวมถึงการรับมือเมื่อเจอปัญหาคือขั้นต่อไป บางที่อาจมองว่าสินค้าของตัวเองถูกออกแบบมาดีแล้ว ไม่มีที่ติ แต่การเพิกเฉยต่อความเห็นของผู้ใช้จริงคือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
ลองปรับตามความเหมาะสมเพื่อสร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทำซ้ำและทดสอบมันไปเรื่อย ๆ จนกว่าสิ่งนั้นจะตอบโจทย์ได้จริง
3. เริ่มกระบวนการแก้ไขปัญหา
หลังจากแก้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหาเวอร์ชันที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำต่อไปคือการลองขายจริงเพื่อทดลองตลาดจริง บางครั้งมันอาจทำให้ต้องกลับไปแก้ที่จุดเริ่มต้นใหม่ เพราะสุดท้ายสิ่งที่คิดกับผลลัพธ์ก็ไม่ได้ตรงกันทุกอย่าง บางคนอาจเชื่อว่านี่แหละมาถูกทางแล้ว แต่ถ้าหากยึดติดเกิดไปจนไม่เปิดกว้าง การจะทำธุรกิจให้สำเร็จก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น
ความล้มเหลวสามารถหลีกเลี่ยงได้หากรู้จักที่จะเรียนรู้ แก้ไข และยอมรับ ผลลัพธ์ของการทำสิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จจะเข้าใกล้มากขึ้น ความล้มเหลวไม่ได้ส่งผลต่อเพียงแค่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังส่งผลในระดับเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย
อย่ารอที่จะล้มเหลวแล้วได้บทเรียน เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้ก่อนจะล้มเหลว
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

ดอลลาร์อ่อนค่าลงก่อนรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ
05/08/2023

ดอลลาร์อ่อนค่าลงก่อนรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ

02/08/2023

มองหาแหล่งเงินทุนคู่คิด SMEs คอยช่วยเหลือธุรกิจ เลือกให้ “PSC Capital จำกัด” ดูแลคุณ พร้อมให้วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0.75% ต่อเดือน #สำหรับเจ้าของกิจการ ขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนพาณิชย์ หจก. บจก. โรงงาน SMEs เท่านั้น..
#ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการก่อน
#ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง #เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
✅ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 15 ล้านบาท
✅ ไม่ใช้หลักประกัน 1 วันรู้ผล
✅ ธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนพาณิชย์ หจก. บจก.
✅ สามารถเปิดวงเงิน OD สำรองเบิกใช้ได้ยามฉุกเฉิน
☎️พร้อมให้คำปรึกษาฟรี โทรด่วน 098-496-0799
คลิก LINE : https://line.me/ti/p/H9PveIznoS

01/03/2023
 #ขอสงวนสิทธิ์ให้บริการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่เป็น หจก. บริษัท โรงงาน เจ้าของธุรกิจมองหาแหล่งเงินทุนคู่คิด SMEs คอ...
20/02/2023

#ขอสงวนสิทธิ์ให้บริการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่เป็น หจก. บริษัท โรงงาน เจ้าของธุรกิจ
มองหาแหล่งเงินทุนคู่คิด SMEs คอยช่วยเหลือธุรกิจ เลือกให้ “PSC Capital จำกัด” ดูแลคุณ ไม่ต้องมีคนค้ำก็กู้ได้ เตรียมเงินไว้ใช้ทุกสถานการณ์ที่จำเป็น กับสินเชื่อSoft Loan พร้อมให้วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0.75% ต่อเดือน
#ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการก่อน
#ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง #เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
✅ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 15 ล้านบาท
✅ ไม่ใช้หลักประกัน 1 วันรู้ผล
✅ ไม่เช็คเครดิตบูโร ฟรีค่าธรรมเนียม !
✅ สามารถเปิดวงเงิน OD สำรองเบิกใช้ได้ยามฉุกเฉิน
✅ มีเช็คก็เปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจได้
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
☎️พร้อมให้คำปรึกษาฟรี โทรด่วน 098-496-0799
หรือคลิก https://line.me/ti/p/H9PveIznoS
#เสิร์ฟความรู้ธุรกิจSME https://lin.ee/kLgWRZ5
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
#ฉีกกรอกสินเชื่อSME #รับซื้อเช็ค #รับซื้อใบวางบิล #รับซื้อลูกหนี้ #บริการรับซื้อหนี้การค้า #การกู้เงิน #สินเชื่อ #บริการด้านการเงิน #สินเชื่อ #เงินทุน #อนุมัติง่าย #การเงิน #ธนาคาร #เจ้าของธุรกิจ #โรงงาน #ธุรกิจsme #สินเชื่อไทยพาณิชย์ #สินเชื่อKBANK #สินเชื่อส่วนบุลคล #เงินด่วน

ที่อยู่

519 ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
Thanyaburi
12120

เบอร์โทรศัพท์

+66984960799

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PSC Capital จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PSC Capital จำกัด:

แชร์