หลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ/มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม

หลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ/มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม ทำงานเผยแพร่พระพุทธศาสนา Sriracha Branch No.0982
Savings account no. 982-0-00565-1
acc. name Phra Udom Atjanamanatsiri

เว็ปนี้ มุ่งให้ความรู้ในการปฏิบัติธรรมเพื่อ ชำระจิต
ให้สะอาด สว่าง สงบตามหลักแห่งมรรค

อุปสมบทที่วัดปาลิไลยวัน (หุบเขาฉลาก) ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ปี พ.ศ.๒๕๓๐ พระครูวิสุทธิสังวร (ใช่ สุชีโว) เป็นพระอุปัชฌ์

อดีตเคยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปาลิไลยวัน (หุบเขาฉลาก)
ลาออกปี ๔๕
ปัจจุบันเป็นประธานสงฆ์ของวัดป่าหนองเลง
งานที่ทำคือ ครูสอนปริยัติธรรม และพระกรรมวาจาจารย์ อดีตที่เคยทำคือกรรมการคุม สอบนักธ

รรมสนามหลวง.
------------------------------------------------------
ที่อยู่ปัจจุบัน
พระอุดม มหาปุญโญ (อัจนามนัสสิริ)
248 ม.11 วัดป่าหนองเลง ต.หนองขาม อ.ศรีราชา
จ.ชลบุรี 20110 โืทร.๐๘๙-๙๓๑๒-๖๓๓
--------------------------------------------------
บริจาคหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ

ได้ที่ทาง ธนาคารกรุงเทพ
สาขา ถนนอัสสัมชัญ ศรีราชา
บัญชีเลขที่ 982-0-00565-1
ชื่อบัญชี พระอุดม อัจนามมัสสิริ

Bangkok Bank
Assumchan Road.

คนเราเกิดมามีโอกาส เรียนรู้ธรรมในการปฏิบัติธรรม ถ้าเราไม่ฝึกฝนในการปฏิบัติ ก็จะเป็นหมันเปล่า การปฏิบัติธรรมจัดเป็นการพัฒ...
22/05/2026

คนเราเกิดมามีโอกาส เรียนรู้ธรรมในการปฏิบัติธรรม ถ้าเราไม่ฝึกฝนในการปฏิบัติ ก็จะเป็นหมันเปล่า การปฏิบัติธรรมจัดเป็นการพัฒนาจิตใจให้เกิดความสงบเงียบ คือวิเวก การปฏิบัติธรรม จะทำให้เกิดกายวิเวก และจิตวิเวก คือสงบเงียบทางกาย และสงบเงียบทางจิต การปฏิบัติธรรมจะทำให้จิตสงบจากกิเลสกามทั้งหลาย และสงบจากธรรมที่เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย จัดเป็นการสร้างสมบุญบารมี ๑๐ ประการ ไปในคราวเดียวกัน จะทำให้เราอยู่เย็นเป็นสุข ในชาตินี้ และชาติต่อๆไป

ถ้าไม่อยากเป็นหมันในชาตินี้ ก็ควรฝึกปฏิบัติธรรมอยู่เนืองๆ ด้วยการภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร. จะทำให้เรามีสติรู้ปล่อยวางในอารมณ์โลก ทำให้จิตใจของเราอยู่เหนือโลก เหนือกาลเวลา ไม่เป็นทุกข์กับเรื่องใดๆในโลก เพราะไม่ไปยึดมั่นถือมั่นใดๆในโลก อย่างมีอุเบกขาบารมี ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

อยู่อย่างมีสติช่วยให้จิตของเรา มีความสงบสุข ทุกวันนี้คนมีทุกข์ มากขึ้นก็เพราะจิตไม่สงบสุข จิตของคนเรามีความนึกคิดฟุ้งซ่า...
16/05/2026

อยู่อย่างมีสติช่วยให้จิตของเรา มีความสงบสุข ทุกวันนี้คนมีทุกข์ มากขึ้นก็เพราะจิตไม่สงบสุข จิตของคนเรามีความนึกคิดฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องราวต่างๆของโลก ก็เพราะความยินดียินร้าย ทำให้เกิดทุกข์ ถ้าไม่อยากทุกข์ในเรื่องของโลก ก็ต้องฝึกจิตของเราให้มีสติอยู่เสมอ การมีสติช่วยให้รู้ปล่อยวางในอารมณ์โลก

วิธีที่จะช่วยให้เรามีสติ รู้ปล่อยวางเรื่องราวต่างๆ ของโลกมีอยู่คือการภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." การมีสติช่วยให้เรามีอุเบกขาธรรม คือการวางเฉยเกิดขึ้น และยังทำให้จิตเกิดสงบจากกิเลสกามทั้งหลาย และสงบจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย ทำให้เกิดวิเวกทางกาย และวิเวกทางจิต วิเวกคือความสงบเงียบ จิตที่สงบเงียบทางกาย และสงบเงียบทางจิต เป็นจิตที่เป็นกุศลธรรมอันเป็นบุญ จะทำให้เราอยู่เย็นเป็นสุขในโลกนี้ และโลกหน้าด้วย ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

การเจริญสติ เป็นไปในกายอยู่เสมอ ทำให้รู้ปล่อยวางในอารมณ์ ใจไม่เกิดการนึกคิดปรุงแต่ง ให้เกิดความฟุ้งซ่านเป็นทุกข์ ในเรื่อ...
08/03/2026

การเจริญสติ เป็นไปในกายอยู่เสมอ ทำให้รู้ปล่อยวางในอารมณ์ ใจไม่เกิดการนึกคิดปรุงแต่ง ให้เกิดความฟุ้งซ่านเป็นทุกข์ ในเรื่องราวต่างๆของโลก ในเรื่องที่กายรับรู้มา จะทำให้เกิดกายวิเวก คือสงบเงียบทางกาย นี่คืออุบายที่จะทำให้เกิดสันติสุขในตัวของเรา ทำให้เกิดการแยกตัวของเราออกจากโลกได้ การเจริญสติอยู่เสมอ ทำให้เกิดอุเบกขาบารมี คือการรู้วางเฉย

อุบายที่จะทำให้เรามีสติ อยู่ในโลกอย่างรู้วางเฉย ไม่เป็นทุกข์กับเรื่องของโลก คือการภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." การมีสติอยู่เสมอ จะทำให้เกิดสักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้รับรส สักแต่ว่าได้สัมผัสทางกาย มีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง และสักแต่ว่านึกคิด ในเรื่องของโลก การมีสติ ทำให้จิตของเราสงบแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย และสงบแล้วจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย ทำให้เกิกวิเวกทางกาย คือความสงบเงียบทางกาย ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

นิวรณ์ ๕ คือ อกุศลธรรมหรือสิ่งที่ขวางกั้นจิตไม่ให้สงบ ไม่ให้ทำความดี และปิดบังปัญญา ทำให้ไม่สามารถบรรลุสมาธิหรือก้าวหน้า...
27/02/2026

นิวรณ์ ๕ คือ อกุศลธรรมหรือสิ่งที่ขวางกั้นจิตไม่ให้สงบ ไม่ให้ทำความดี และปิดบังปัญญา ทำให้ไม่สามารถบรรลุสมาธิหรือก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้ ประกอบด้วย

๑.กามฉันทะ (ความพึงพอใจในกาม) เกิดจากความยินดียินร้ายใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทางกาย เป็นธรรมารมณ์ส่งเข้าใจ ทำให้ใจเกิดความเศร้าหมองเป็นอกุศลธรรมอันเป็นบาป

๒.พยาบาท (ความแค้นเคือง) ทำให้เกิดว่าร้ายใครๆ และคิดร้ายใครๆ อยู่เสมอ หาความสงบสุขไม่ได้

๓.ถีนมิทธะ (ความง่วงหดหู่) ความล้าจิตไม่สดชื่น

๔.อุทธัจจะกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและกังวลใจ) เกิดจากการนึกคิดในเรื่องอดีตและอนาคต อยู่เสมอๆ ต้องตามรู้ตามลบ การนึกคิดของใจออกไป ในขณะนั่งสมาธิอยู่เสมอๆ

และ ๕.วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) คือไม่แน่ใจในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเหตุให้เกิดสังโยชน์ คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์

การจะละนิวรณ์ ทั้ง ๕ นี้ได้ จะต้องฝึกจิตให้มีสติ รู้ปล่อยวางอยู่เสมอๆ ด้วยการท่องภาวนาไว้ในใจอยู่เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." เมื่อภาวนาไว้เสมอ ก็จะทำให้เกิดสติ รู้ปล่อยวางในอารมณ์ ไม่ถูกนิวรณ์ครอบงำ จิตเป็นอิสระไม่ถูกปิดกั้นอีกต่อไป ดังนี้.

โดยหลวงพ่อ อุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

“นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบสุขไม่มี"โลกทุกวันนี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย มุ่งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีการชิงด...
08/02/2026

“นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบสุขไม่มี"
โลกทุกวันนี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย มุ่งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีการชิงดีชิงเด่น แย่งกันเอาหน้าหรือเอาดีเอาเด่น, ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของผู้อื่น เพื่อให้ตนดีเด่นแต่ผู้เดียว หาความสงบสุขได้ยาก การส่งใจให้ไหลไปกับโลก มีแต่จะเกิดทุกข์ การฝึกใจให้เกิดความสงบเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

การเจริญสติอยู่เสมอ จะทำให้ใจของเราเกิดความสงบสุขได้ ไม่ส่งออกไปในเรื่องของโลก ด้วยการภาวนาหรือท่องไว้ในใจอยู่เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." จะทำให้เรามีสติรู้ปล่อยวางในอารมณ์โลก การมีสติจะมีอุเบกขาธรรมคือการวางเฉย เกิดร่วมด้วยทุกครั้ง ทำให้เราอยู่กับโลก อย่างไม่ยึดมั่นถือมั่น สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่ารับรส สักแต่ว่าสัมผัสมีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง และสักแต่ว่านึกคิด. สันติสุขจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเรามีสติอยู่เสมอกับการใช้ชีวิตในโลกนี้ ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

คนเราเลือกเกิดได้ จะเกิดในสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิย่อมเป็นไปได้ หรือไม่มาเวียนว้ายตายเกิดอีกเลยก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับตัวเราท...
26/01/2026

คนเราเลือกเกิดได้ จะเกิดในสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิย่อมเป็นไปได้ หรือไม่มาเวียนว้ายตายเกิดอีกเลยก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับตัวเราที่จะเลือก แต่ต้องมีศรัทธาความเชื้อความเลื่อมใส ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างจริงใจ จึงจะทำให้สำเร็จได้ และน้อมนำธรรมนั้นไปปฏิพฤติปฏิบัติอย่างจริงจัง

ถ้าปล่อยให้จิตของเราอยู่กับโลก อย่างไม่ปฏิบัติธรรมอะไรเลย โอกาสที่จะไปสู่ทุคติภูมิ มีมากกว่าอย่างแน่นอน เราจึงไม่ควรประมาทใช้ชีวิตอยู่ในโลกไปวันๆ โดยไม่ปรับปรุงตัวเอง

การปฏิบัติธรรมจะทำให้จิตของเรามีสติ เข้าถึงกุศลธรรมอันเป็นบุญเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยไม่หลงส่งจิตไปในโลก ด้วยการภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." การภาวนาเช่นนี้อยู่เสมอ จะทำให้จิตของเราเกิดสติรู้ปล่อยวางเรื่องของโลก เพราะมีอุเบกขาธรรมเกิดร่วมด้วย ทำให้จิตของเราเกิดความสงบเงียบหรือจิตวิเวก และกายวิเวก การมีสติอยู่เสมอจะทำให้จิตของเรา เป็นกุศลธรรมอันเป็นบุญเกิดขึ้น จิตสุดท้ายที่เป็นกุศลธรรมจะทำให้สู่สุคติภูมิทันที ถ้ายังปฏิบัติไปอยู่เลื่อยๆ จะทำให้ไม่กลับมาเวียนว้ายตายเกิดได้อีกด้วย ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

บุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ หลักการทำความดี ๓ ประการ ได้แก่๑.ทานมัย (ทำบุญด้วยการให้ทาน เช่น การให้สิ่งของ, ให้ธรรมะ) ๒.ศีลมัย ...
18/01/2026

บุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ หลักการทำความดี ๓ ประการ ได้แก่

๑.ทานมัย (ทำบุญด้วยการให้ทาน เช่น การให้สิ่งของ, ให้ธรรมะ)
๒.ศีลมัย (ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดีมีระเบียบวินัย)
๓.และ ภาวนามัย (ทำบุญด้วยการฝึกฝนอบรมจิตใจให้เจริญปัญญา เช่น การทำสมาธิ)

ภาวนามัยเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างบุญกุศลให้เกิดผลดีงามต่อตนเองและสังคม ทำให้เกิด อธิศีล. อธิจิต. และอธิปัญญา.

การภาวนา สามารถทำได้ทุกขณะจิต ที่นึกได้ว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." จะทำให้จิตของเราเกิดสติ รู้ปล่อยวางในอารมณ์ การมีสติทุกครั้งจะมีอุเบกขาธรรมเกิดร่วมด้วยอยู่เสมอ

ทำให้การรับรู้ทางตาสักแต่ว่าเห็น. การรับรู้ทางหูสักแต่ว่าได้ยิน. การรับรู้ทางจมูกสักแต่ว่าได้กลิ่น. การรับรู้ทางลิ้นสักแต่ว่าได้รับรส. การรับรู้ทางกายมีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็งก็สักแต่ว่ารู้ การรับรู้ทางใจก็สักแต่ว่ารู้ไม่นึกคิดปรุงแต่ง ทำให้จิตสงบแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย และสงบแล้วจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย ทำให้เกิดกายวิเวก คือวิเวกทางกาย และจิตวิเวก คือวิเวกทางจิต วิเวกคือความสงบเงียบ นี่คืออาการของสมาธิ เบื่องต้น ผู้ใดน้อมนำธรรมนี้ไปปฏิบัติอยู่เสมอ จะทำให้จิตเข้าถึงมรรคผลนิพพานได้แน่นอน ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนวยพรชัย ในปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๙ขออานุภาพบุญบารมีของพระพุทธเจ้าขออานุภาพบุญบารมีของพระธรรมเจ้า...
30/12/2025

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนวยพรชัย ในปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๙

ขออานุภาพบุญบารมีของพระพุทธเจ้า
ขออานุภาพบุญบารมีของพระธรรมเจ้า
ขออานุภาพบุญบารมีของพระปัจเจกพุทธเจ้า
ขออานุภาพบุญบารมีของพระอริยสงฆ์สาวกเจ้า
ขออานุภาพนี้ จงมาเป็นมหามงคล
อำนวยพรชัยให้แก่ท่านทั้งหลาย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่

ขอให้ท่านทั้งหลายเจริญด้วยสุขสวัสดิ์ พิพัฒนะมงคล สมบูรณ์พูลผลเจริญยิ่งในธุรกิจน้อยใหญ่ ก้าวหน้า ก้าวไกล
มีความสุขกาย มีความสุขใจ สมปารถนา ตลอดปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เทอญ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก(โลกคือทุกขะสัจจะ) ทำให้เรารู้สึกยินดียินร้าย. รู้สึกพอใจหรือไม่พอใจ. รู้สึกชอบใจหรือไม่ชอ...
12/12/2025

เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก(โลกคือทุกขะสัจจะ) ทำให้เรารู้สึกยินดียินร้าย. รู้สึกพอใจหรือไม่พอใจ. รู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจ. ความรู้สึกเหล่านี้ ทำให้ใจเกิดการนึกคิดปรุงแต่งจิต(สมุทัยคือใจเป็นเหตุให้เกิดทุกข์) ทำให้จิตฟุ้งซ่านเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สบายกาย และไม่สบายใจ

ไม่อยากเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ เราจำเป็นที่จะต้องอยู่อย่างมีสติไว้เสมอ เพื่อทำให้จิตเกิดความสงบเงียบหรือวิเวก อุบายที่จะทำให้จิตของเราเกิดสติ คือต้องเพียรภาวนาไว้เสมอคือนึกคิดไว้ในจิตว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." จะทำให้เรามีสติรู้ปล่อยวางคืออุเบกขา สิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ในการมีสติ จะมีอุเบกขาธรรมคือความวางเฉย เกิดร่วมด้วยเสมอ ทำให้เกิดสักแต่ว่าเห็น. สักแต่ว่าได้ยิน. สักแต่ว่าได้กลิ่น. สักแต่ว่ารับรส. สักแต่ว่าสัมผัสมีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง. และสักแต่ว่ามีการนึกคิดเกิดขึ้นในใจ.

การมีสติ ทำให้จิตสงบแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย. และสงบแล้วจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย. จิตเข้าถึงวิเวกธรรม คือความสงบเงียบ มีปีติ และสุขเกิดขึ้นด้วย เป็นสมาธิในปฐมฌาณ (สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบเป็นไม่มี) ดังนี้.
โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

วิเวก คือความสงบเงียบทางกาย และความสงบเงียบทางจิตกายวิเวก คือความสงบเงียบทางกาย เกิดจากการมีสติรู้ปล่อยวางในอารมณ์ ไม่เก...
26/11/2025

วิเวก คือความสงบเงียบทางกาย และความสงบเงียบทางจิต

กายวิเวก คือความสงบเงียบทางกาย เกิดจากการมีสติรู้ปล่อยวางในอารมณ์ ไม่เกิดการนึกคิดปรุงแต่ง ทางใจให้เกิดความฟุ้งซ่านเป็นทุกข์ การมีสติทางกาย ทำได้ด้วยการเจริยภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร..."ไม่คิดร้ายใคร..." การมีสติทางกาย ทุกครั้งจะมีอุเบกขาธรรมคือความวางเฉยเกิดขึ้นด้วย ทำให้เกิดสักแต่ว่าได้เห็น. สักแต่ว่าได้ยิน. สักแต่ว่าได้กลิ่น. สักแต่ว่าลิ้มรส. สักแต่ว่าสัมผัสทางกาย มีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง. และสักแต่ว่านึกคิดที่เกิดขึ้นทางใจ. ทำให้เราอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นอุปาทานขันธ์ในขันธ์ ๕

จิตวิเวก คือความสงบเงียบทางจิต เวลาเรานั่งสมาธิ เราจะเห็นใจ(คือสมุทัย) นึกคิดในเรื่องอดีตและอนาคต เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำให้จิตฟุ้งซ่านไม่สงบสุข การนึกคิดของใจ เกิดจากตัญหา ๓ วิธีแก้ให้ตามรู้ตามลบการนึกคิดของใจอยู่เสมอ(สมุทัยเป็นสิ่งที่ควรละเสีย) เวลาเกิดนึกคิดอะไรขึ้นมาในใจ ให้พิจารณาให้ว่าเป็นเรื่องอดีตหรืออนาคต รู้แล้วก็ให้พิจารณาอยู่ในใจ ว่านี่คือจิตมารไม่เอาลบทิ้งไปเสีย ให้ทำเช่นนี้อยู่เสมอ จะทำให้เกิดความสงบเงียบทางจิตหรือจิตวิเวก การปฏิบัติตามอย่างที่บอกไว้นี้อยู่เสมอ จะทำให้จิตของเราเกิดความตั้งมั่นเป็นสมาธิขึ้นมาเป็นลำดับๆได้ ดังนี้.
โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

การปฏิบัติธรรม จะทำให้ไม่เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ความโลภ ความโกรธ ความหลง จะลดน้อยลงไปในจิตใจ ทำให้จิตค่อยๆ เกิดควา...
13/11/2025

การปฏิบัติธรรม จะทำให้ไม่เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ความโลภ ความโกรธ ความหลง จะลดน้อยลงไปในจิตใจ ทำให้จิตค่อยๆ เกิดความสงบสุข (สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบนี้เป็นไม่มี)
ความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดจากความยินดียินร้าย ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ คืออารมณ์ที่เกิดจากใจ ทำให้ใจเกิดอกุศล หลงนึกคิดไปในเรื่องอดีต และอนาคต อยู่เนื่องๆ ทำให้เกิดความฟุ้งซ่านเป็นทุกข์ (คนที่มีโรคทางจิตซึมเศร้ามักเกิดจากอาการเช่นนี้)

ถ้าไม่อยากทุกข์ เราจึงควรฝึกจิตของเราให้มีสติไว้เสมอ ด้วยการภาวนาไว้เสมอว่า "ไม่ยินดียินร้าย...ไม่ว่าร้ายใคร...ไม่คิดร้ายใคร..." การมีสติอยู่เสมอ จะทำให้เรารู้ปล่อยวางในอารมณ์ ไม่เกิดยินดียินร้ายในโลก ความยินดีเป็นโลภะ ความยินร้ายเป็นโทสะ การไม่รู้สึกอะไรเลยเป็นความหลง
การมีสติจะทำให้จิตเกิดอุเบกขาธรรม คือความวางเฉยเกิดร่วมด้วยทุกครั้ง จึงทำให้จิตรู้ปล่อยวาง สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้ลิ้มรส สักแต่ว่าได้สัมผัสทางกาย และสักแต่ว่าได้นึกคิด

การมีสติอยู่เสอ จะทำให้ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง การมีสติอยู่เสมอจะทำให้จิตสงบแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย และสงบแล้วจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย จิตเกิดวิเวกคือความสงบเงียบ มีความวิเวกทางกาย และวิเวกทางจิต ทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้โดยง่าย ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

ที่อยู่

Si Racha
20110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ/มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ/มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม:

แชร์