บัญชีง่ายสำหรับ Sme : บริษัท เอทีเอส การบัญชี จำกัด

บัญชีง่ายสำหรับ Sme : บริษัท เอทีเอส การบัญชี จำกัด ให้บริการด้านบัญชีและภาษี ครบวงจร ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี

การรับเงินมัดจำมาก่อนการส่งสินค้า จะต้องทำอย่างไรมีหลายกิจการ ที่มีการเก็บเงินมัดจำจากลูกค้ามาก่อน เพื่อเป็นหลักประกันว่...
21/08/2026

การรับเงินมัดจำมาก่อนการส่งสินค้า จะต้องทำอย่างไร

มีหลายกิจการ ที่มีการเก็บเงินมัดจำจากลูกค้ามาก่อน เพื่อเป็นหลักประกันว่า จะมีการสั่งสินค้าแน่นอน หรือป้องกันความเสี่ยงว่าจะไม่ชำระค่าสินค้า หรือเหตุผลใดก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ แต่มีหลายคนที่ยังทำไม่ถูกต้อง เพราะคิดว่า ยังไม่ส่งสินค้า จึงยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษี แค่รับเงินมาก่อน ก็ออกเป็นเอกสาร ใบรับเงินชั่วคราว ใบรับเงินมัดจำ ไปแค่นั้น แล้วตอนที่มีการออกใบกำกับจริงหลังส่งสินค้าแล้ว ก็เอายอดเงินมัดจำมาหักออก แล้วให้ลูกค้าชำระส่วนที่เหลือ ซึ่งการทำแบบนี้ ถ้าสรรพากรตรวจพบ คงโดนปรับแน่นอน เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนครับ ในมาตรา 78 (1) เขียนไว้แบบนี้

มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(1) การขายสินค้า นอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย

ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า

ข) รับชำระราคาสินค้า หรือ

ค) ได้ออกใบกำกับภาษี

ซึ่งการรับเงินมัดจำนั้น ถือว่าเป็นการรับชำระราคาสินค้า (แม้จะบางส่วนก็ตาม) กรณีนี้ จึงต้องออกใบกำกับภาษีเลยในวันที่ได้รับเงิน แล้วก็จะมีคนถามว่า จะออกยังไงในเมื่อยังไม่ส่งสินค้าเลย ก็ให้เขียนในใบกำกับภาษีครับ ว่าเป็นการรับเงินมัดจำค่าสินค้า เมื่อมีการส่งสินค้าแล้ว ก็ให้เอาเงินมัดจำมาหักออกจากยอดสินค้าเต็ม และแสดงส่วนที่ต้องเก็บเพิ่ม พร้อมคิดแว๊ตจากยอดส่วนที่เหลือครับ

เอกสารที่ดูเป็นสำเนาใบกำกับภาษี นำมาเคลมภาษีซื้อได้หรือไม่ การนำภาษีซื้อมาใช้นั้น มีอยู่ในเรื่องภาษีซื้อต้องห้ามครับ โดย...
11/08/2026

เอกสารที่ดูเป็นสำเนาใบกำกับภาษี นำมาเคลมภาษีซื้อได้หรือไม่ การนำภาษีซื้อมาใช้นั้น มีอยู่ในเรื่องภาษีซื้อต้องห้ามครับ โดยระบุไว้ในมาตรา 82/5 ,พรฎ ฉบับที่ 243 และ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 42 ซึ่ง ในมาตรา 82/5 (1) ระบุว่า กรณีไม่มีใบกำกับ หรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ ไม่สามารถนำภาษีซื้อนี้มาหักภาษีขายได้ ซึ่งข้อนี้ หมายถึงต้นฉบับใบกำกับภาษีครับ โดยการ print ใบกำกับภาษี จาก file pdf หรือ ถ่ายเอกสารจากต้นฉบับใบกำกับภาษี อันนี้จะมองเป็นสำเนาได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่สรรพากร การใช้ file electronic ได้นั้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ e-tax invoice ของสรรพากรครับ ถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่สามารถใช้ file electronic เป็นใบกำกับภาษีต้นฉบับได้ ดังนั้น การจะบอกว่า ได้รับเอกสารมาแบบนี้ แล้วเอามายื่นเป็นภาษีซื้อนั้น ไม่สามารถอ้างได้ครับ เพราะระบบภาษีเป็นระบบประเมินตนเอง ถ้าเราดูแล้วผิด ก็ต้องแก้ให้ถูกก่อนนำมาใช้ ถ้าเจ้าหน้าที่สรรพากรเห็นว่าเป็นสำเนา ก็จะต้องให้เราไปเอาต้นฉบับมาแสดง ถ้าไม่สามารถแสดงได้ ก็จะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ต้องยื่นปรับปรุงเป็นภาษีซื้อแจ้งเกิน ดังนั้น ต้องตรวจสอบให้ดี ใบกำกับภาษีที่ print มาและไม่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่ ถึงแม้จะออกโดยตรงจาก supplier ก็ตาม อาจจะถูกมองว่าเป็นการ print เองจาก pdf ได้ และมองเป็นสำเนาได้ ควรทำให้ถูกต้องโดยไม่มีข้อโต้แย้งจากเจ้าหน้าที่สรรพากรดีที่สุดครับ

🧾 ใบกำกับภาษีหาย ต้องออกใหม่อย่างไรให้ถูกต้อง?เมื่อลูกค้าทำ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำร...
01/08/2026

🧾 ใบกำกับภาษีหาย ต้องออกใหม่อย่างไรให้ถูกต้อง?
เมื่อลูกค้าทำ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดจนข้อมูลสำคัญอ่านไม่ชัด ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถออก “ใบแทน” ให้ลูกค้าได้ครับ ✅

แต่ไม่ใช่การออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่ โดยมีขั้นตอนที่ต้องทำให้ถูกต้อง ดังนี้
🔹 1. ถ่ายสำเนาเอกสารฉบับเดิม
ใช้สำเนาใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ฉบับที่เคยออกไว้
🔹 2. ระบุรายละเอียดการออกใบแทน
เขียนข้อความไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังสำเนา ได้แก่
• ใบแทนออกให้ครั้งที่เท่าใด
• วัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน
• สาเหตุที่ออกใบแทน
• ลายมือชื่อของผู้ออกใบแทน
🔹 3. บันทึกข้อมูลให้ครบถ้วน
ผู้ประกอบการต้องบันทึกรายการออกใบแทนไว้ด้านหลังสำเนาเอกสาร และลงรายการในรายงานภาษีขายของเดือนที่ออกใบแทน โดยระบุชื่อผู้ซื้อ เลขที่/เล่มที่ และวันที่ของเอกสารเดิมให้ชัดเจน
📌 สรุปง่าย ๆ
เอกสารหาย สามารถออกใบแทนใบกำกับภาษีได้ แต่ย้ำนะครับ ว่าต้องถ่ายจากสำเนาของเรา ไม่ใช่ print ต้นฉบับมาใหม่ส่งให้ แบบนี้จะถือว่าออกใบกำกับภาษีผิด มีสิทธิโดนปรับได้ และการขอใบแทนนี้ ไม่จำเป็นต้องแจ้งความนะครับ ถ้ามีลูกค้ามาขอให้เราออกให้ใหม่ ไม่ต้องใจร้ายกับเค้า ไปให้เค้าแจ้งความมาก่อนนะครับ และจะขอกี่ครั้งก็ได้ แค่ระบุไว้ในใบแทนว่าออกให้ครั้งที่เท่าไหร่ (แต่ถ้าลูกค้ามาขอบ่อย ๆ คงต้องโวยนิดนึง)

อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/12 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 36

ถ้าอยากเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องทำอย่างไร ควรย้ายตอนไหนหลายกิจการ อยากเปลี่ยนสำนักงานบัญชี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ควรรอปิ...
15/06/2026

ถ้าอยากเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องทำอย่างไร ควรย้ายตอนไหน

หลายกิจการ อยากเปลี่ยนสำนักงานบัญชี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ควรรอปิดงบให้เสร็จก่อนหรือไม่ แล้วควรย้ายตอนไหน

การย้ายสำนักงานบัญชี มีหลายสาเหตุ เช่น สำนักงานบัญชีเดิม ทำงานไม่เรียบร้อย ยื่นภาษีไม่ครบถ้วน ทำงานล่าช้า ปิดงบไม่ทัน ยื่นภาษีล่าช้า ทำให้มีค่าปรับ หรือ สำนักงานบัญชีอยู่ไกล ไม่สะดวกในการส่งเอกสาร ดิวงานต่าง ๆ หรือสาเหตุอื่น การย้ายสำนักงานบัญชีนั้น ในความเป็นจริง ก็สามารถย้ายได้เลย ในกรณีที่มีปัญหาร้ายแรงที่จะต้องเร่งเปลี่ยนสำนักงานบัญชี แต่ก็มีข้อพิจารณาที่กิจการ ต้องตัดสินใจก่อนดังนี้

1.การเปลี่ยนสำนักงานบัญชี กลางปีนั้น สามารถทำได้เลย แต่อาจจะทำให้กิจการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชีในระหว่างปีนั้น ข้อมูลของเดือนที่ผ่านมา เช่น เปลี่ยนตอนเดือน 6 ข้อมูลของการยื่นภาษี และ เอกสารบัญชี ของเดือน 1-5 จะต้องเอามาลงบัญชีใหม่ด้วย ซึ่งโดยปกติ สำนักงานบัญชี จะไม่ได้เอางานของสำนักงานบัญชีเก่า ที่ปิดมาแล้ว ณ สิ้นเดือน 5 มาต่อเลย เพราะไม่รู้ว่า สำนักงานบัญชีเดิม มีมาตรฐานในการทำงานอย่างไร ดังนั้น สำนักงานบัญชีที่ใหม่ ก็จะต้องเอาเอกสารของเดือน 1-5 มาบันทึกบัญชีใหม่ทั้งหมด ซึ่ง จะต้องมีการคิดค่าทำบัญชี สำหรับเดือน 1-5 ที่ต้องทำใหม่ด้วย ซึ่งแปลว่า กิจการ จ่ายค่าทำบัญชีเดือน 1-5 ให้สำนักงานบัญชีเดิมไปแล้ว ก็ต้องมาจ่ายให้ที่ใหม่อีก เป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ซึ่งถ้ากิจการยอมรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ก็สามารถเปลี่ยนระหว่างปีได้เลย

2.ถ้าสำนักงานบัญชีเก่า ยังทำงานให้ได้ ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรง ผมแนะนำให้เปลี่ยน ตอนเริ่มปีใหม่ เช่นถ้ารอบบัญชีของกิจการเป็นสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี ก็ให้สำนักงานบัญชีเดิม ทำบัญชีถึงเดือนธันวาคม เป็นเดือนสุดท้าย และให้สำนักงานบัญชีใหม่ เริ่มทำเดือนมกราคมของปีถัดไป แต่ยังคงต้องให้สำนักงานบัญชีเดิม ปิดงบ ณ สิ้นเดือน ธันวาคม และประสานงานผู้สอบบัญชีในการรับรองงบ และ ยื่นงบให้เรียบร้อย ซึ่งจะใช้เวลาอีก 5 เดือน ที่จะถึงกำหนดส่งงบ ถ้าทำแบบนี้ ทางสำนักงานบัญชีใหม่ จะไม่มีการคิดค่าทำบัญชีเพิ่มเติม เพราะเริ่มปีใหม่ตั้งแต่ต้นปี ส่วนยอดยกมาต้นงวดนั้น สามารถใช้ยอดที่ผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงิน มาได้เลย เพราะตรวจสอบมาแล้ว ยื่นกระทรวงพาณิชย์ และ สรรพากรมาแล้ว ดังนั้น สำนักงานบัญชีใหม่ ก็สามารถยื่นภาษี ของเดือนมกราคม ไปได้ และก็ลงบัญชีไปพลาง ๆ ก่อน หลังจากผู้สอบบัญชีปิดงบของปีก่อนเรียบร้อยแล้ว ก็ค่อยเอายอดมาตั้งต้นเป็นยอดยกมาได้ การทำวิธีนี้ ก็จะเป็นการ Cut-off แบบไร้รอยต่อ และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แต่การจะทำแบบวิธีที่ 2 ได้ กิจการ ก็ต้องคุยกับสำนักงานบัญชีเดิมให้ดีนะครับ แบบจากกันด้วยดี ปิดงบให้เรียบร้อย เพราะถ้าทะเลาะกัน แล้ว สำนักงานบัญชีเดิม ไม่ปิดงบให้เรียบร้อย อันนี้ ก็จะมีปัญหาต่อไปได้ครับ

ลูกหนี้กรรมการ เกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ตอนที่ 2คราวนี้ เรามาดูวิธีแก้ไขกันบ้างครับ วิธีแก้ไข ก็ต้องไปแก้ที่สาเหตุท...
08/06/2026

ลูกหนี้กรรมการ เกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ตอนที่ 2

คราวนี้ เรามาดูวิธีแก้ไขกันบ้างครับ วิธีแก้ไข ก็ต้องไปแก้ที่สาเหตุที่เกิดครับ

1.ถ้าเกิดจากทุนจดทะเบียนที่ยังเอาเงินเข้ามาไม่ครบ ก็ให้เอาเงินเข้ามาให้ครบ และฝากในธนาคารของบริษัท

2.ถ้าเกิดจากรายจ่ายที่เอามาลงบัญชีไม่ครบถ้วน ก็ต้องทำหลักฐานให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของสรรพากร และเอามาลงบันทึกให้ครบถ้วน หรือแม้แต่ ถ้ามีการจ่ายจริง แต่ไม่สามารถทำหลักฐานให้ถูกหลักเกณฑ์ได้ ก็ต้องเอามาลงบัญชี และลงเป็น ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษีไป แต่ก็จะทำให้มีการบันทึกรายจ่ายและตัดเงินออกจากบัญชีธนาคารของบริษัทได้ ไม่ติดเป็นเงินสดครับ

3.ถ้าเกิดจากการนำมาใช้ส่วนตัว อันนี้ ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โดยสามารถทำได้หลัก ๆ 2 วิธี คือ

3.1 จ่ายในรูปเงินเดือน โบนัสของเจ้าของ

3.2 จ่ายในรูปเงินปันผล

สำหรับข้อ 3 นี้ ผมเคยพูดไว้แล้ว ในเรื่อง “รายรับ-รายจ่ายในธุรกิจ ควรแยกจากเงินส่วนตัวไหม?” ตามไปอ่านได้ใน post นี้ครับ https://www.facebook.com/share/p/1N52dv3Q9v/

ถ้าแก้ทั้ง 3 เรื่องได้ ปัญหาลูกหนี้กรรมการ ก็จะบรรเทาเบาบางลง และต่อไป ก็ทำให้ถูกต้อง ก็จะได้ไม่เกิดปัญหานี้อีก ซึ่งถ้ากิจการไหนมีปัญหานี้ ควรรีบแก้ไข เพราะยอดลูกหนี้กรรมการ จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ การแก้ไขจะยากขึ้น และจำนวนเงินภาระภาษีที่เกิดขึ้น ก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่เห็นยอดแล้วตกใจ ว่าจะต้องเสียเงินสูงขนาดนี้เลยเหรอ ในการ clear ยอดนี้

กลับไปลองตรวจสุขภาพงบการเงินของตัวเองกันด้วยนะครับ

ลูกหนี้กรรมการ เกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ตอนที่ 1ลูกหนี้กรรมการ เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวของ หลาย ๆ กิจการ ที่เป็นกิจการ...
01/06/2026

ลูกหนี้กรรมการ เกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ตอนที่ 1

ลูกหนี้กรรมการ เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวของ หลาย ๆ กิจการ ที่เป็นกิจการส่วนตัวขนาดเล็ก และไม่มีระบบบัญชีที่ชัดเจน ซึ่งถ้าจะอธิบายง่าย ๆ คือ การที่กิจการมีตัวเลขเงินสดในมือเหลือเยอะ ซึ่งในทางบัญชี และ สรรพากร จะถือเงินสดในมือเยอะ ๆ เป็นไปไม่ได้ จึงต้องปรับเป็นบัญชี ลูกหนี้กรรมการ (ก็ให้เข้าใจว่า เงินสด ไม่ได้มีอยู่ในกิจการ แต่กรรมการยืมกิจการออกไป)

ส่วนสาเหตุ ที่ทำให้เกิดมีเงินสดเหลือเยอะและเกิดเป็นลูกหนี้กรรมการนั้น มีหลายสาเหตุ เริ่มตั้งแต่จัดตั้งบริษัทเลย

1.ตอนที่จัดตั้งบริษัทมานั้น จะต้องระบุทุนจดทะเบียนเริ่มแรก ว่าจะมีเงินทุนเท่าไหร่ ซึ่งหลายกิจการ มีทุนที่ไม่สอดคล้องกับเงินทุนที่ต้องใช้จริง ที่เจอบ่อย ๆ คือ จดทุน 1 ล้านบาท ทีนี้ เมื่อจัดตั้งแล้ว ถ้าให้ถูกต้อง ผู้ถือหุ้น ก็ต้องเอาเงินเข้ามาลงทุนในบริษัท 1 ล้านบาทด้วย ซึ่งถ้าได้เงินมาจริง เงิน 1 ล้านบาทนั้น เราก็ต้องเอาไปฝากธนาคาร และถือเป็นเงินสดไว้นิดหน่อยพอสำหรับใช้งาน แต่ในทางปฎิบัติ หลายกิจการ ไม่มีการเอาเงินมาลงทุนกันจริง แต่จะเอามาลงแบบ ทยอย ๆ เข้ามา แต่ในทางบัญชี และ เอกสารจดทะเบียน จะต้องถือว่ามีเงินเข้ามาแล้ว 1 ล้านบาท ตามเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ทีนี้ เงิน 1 ล้าน ก็จะต้องถือเป็นเงินสดไว้ เพราะไม่มีเงินมาจริง จึงเอาไปฝากธนาคารไม่ได้ พอถือเป็นเงินสด 1 ล้าน ทางบัญชี กับ สรรพากร บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ใครจะถือเงินสดเยอะขนาดนั้น ยอดนี้ ก็เลยต้องปรับไปเป็น ลูกหนี้กรรมการ คือ เงินไปอยู่ในบัญชีส่วนตัวของกรรมการแทน

2.มีรายจ่ายจริง แต่ไม่เอาบิลมาให้ลงบัญชี หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีบิล และไม่ทำเอกสารให้ถูกต้องเพื่อเอามาบันทึกบัญชีได้ อันนี้ ก็เช่น จ่ายเงินซื้อของแล้วได้เป็นบิลเงินสดมา คิดว่าลงบัญชีไม่ได้ ก็เลยไม่ส่งมาให้ลงบัญชี หรือ จ่ายให้แม่ค้าในตลาด แล้วแม่ค้าไม่ออกเอกสารอะไรให้เลยไม่ได้ลงบัญชี ซึ่งถ้ามีการเบิกเงินจากบัญชีธนาคารของบริษัทออกไป แต่ไม่มีเอกสารมาลงบัญชี รายการแบบนี้ ก็จะถือเป็นการถอนเงินสดออกมาจากธนาคารมาถือไว้ พอก้อนนี้เยอะมาก ๆ เข้า ก็เข้าทำนองเดิม คือถือเงินสดเยอะไปไม่ได้ ต้องปรับเป็น ลูกหนี้กรรมการ

3.ข้อนี้ก็จะเจอกันเยอะสำหรับกิจการขนาดเล็กที่เป็นเจ้าของคนเดียว คือ เงินที่ทำมาหาได้ จากบริษัทนั้น เจ้าของ ก็คิดว่าเป็นเงินของเราเอง จะเอามาใช้ยังไงก็ได้ ก็จะมีการเบิกเงินออกมาใช้จ่ายส่วนตัว โดยที่ไม่มีเอกสารมา support ว่าเป็นการจ่ายเงินค่าอะไร รายการนี้ ก็จะต้องถือเป็นการเบิกเงินสดออกจากธนาคาร และ ปรับเป็นลูกหนี้กรรมการเหมือนกัน

ซึ่งลูกหนี้กรรมการนี้ ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเฉย ๆ แต่สรรพากร เขียนกฎหมายมาว่า จะต้องคิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ก้อนนี้ด้วย เพราะสรรพากรมองว่า เงินสดของกิจการ กรรมการเอาเข้าบัญชีตัวเอง และได้ดอกเบี้ยไปใช้เอง ดังนั้น กิจการ จะต้องคิดดอกเบี้ยสำหรับเงินที่กรรมการยืมไปด้วย ซึ่งสรรพากร ให้คิดอย่างน้อยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี แต่ถ้า กิจการมีเงินกู้จาก 3rd party เช่นธนาคาร อัตราดอกเบี้ยของลูกหนี้กรรมการ จะไม่ใช่เงินฝากประจำ แต่จะเท่ากับ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารเลย เพราะสรรพากรมองว่า กู้เงินจากธนาคาร มาให้กรรมการยืมไปอีกที หนักเลยทีนี้

ดอกเบี้ยรายการนี้ มีภาระภาษี 2 ตัว คือ 1. ยอดดอกเบี้ยที่คำนวณได้ ถือเป็นรายได้ของกิจการ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และ 2. จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของ ยอดดอกเบี้ยด้วย

ตอนหน้า มาดูกันว่า จะแก้ไขรายการนี้อย่างไร

ช่วงนี้ ต้องขออนุญาต พักการ update Post สักช่วงนึงนะครับ ช่วงหน้างบ นักบัญชีจะเข้าใจกันดีว่า Deadline กำลังมาแล้ว ต้องเร...
26/03/2026

ช่วงนี้ ต้องขออนุญาต พักการ update Post สักช่วงนึงนะครับ ช่วงหน้างบ นักบัญชีจะเข้าใจกันดีว่า Deadline กำลังมาแล้ว ต้องเร่งปิดงบให้ทัน พวกเราสู้ ๆ นะครับ ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดีอีก 1 ปี

เตือนภัย !!!!!!! ลูกค้าได้ email แจ้งตรวจภาษีจากสรรพากร แต่ปกติ สรรพากรเวลาเข้าตรวจ ไม่เคยแจ้งการเข้าตรวจผ่าน email ครับ...
13/03/2026

เตือนภัย !!!!!!! ลูกค้าได้ email แจ้งตรวจภาษีจากสรรพากร แต่ปกติ สรรพากรเวลาเข้าตรวจ ไม่เคยแจ้งการเข้าตรวจผ่าน email ครับ ถ้ามีการเรียกตรวจ สรรพากร จะส่งเป็นจดหมายตราครุฑ มาตามที่อยู่บริษัท เซ็นอนุมัติโดยสรรพากรพื้นที่และมีชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบชัดเจน พร้อมตำแหน่ง ทีมกำกับดูแลและเบอร์ติดต่อ ถ้าได้ email แบบนี้มา เป็น มิจ แน่นอน อย่าเผลอไป click link ในเมล์เด็ดขาดนะครับ

ใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับมาล่าช้า ยื่นภาษีซื้อได้หรือไม่กรณีได้รับใบกำกับภาษีซื้อมาล่าช้า ทำให้ยื่นไม่ทันในเดือนภาษีเดียว...
09/02/2026

ใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับมาล่าช้า ยื่นภาษีซื้อได้หรือไม่

กรณีได้รับใบกำกับภาษีซื้อมาล่าช้า ทำให้ยื่นไม่ทันในเดือนภาษีเดียวกับวันที่ในใบกำกับภาษีซื้อนั้น สรรพากร กำหนดหลักเกณฑ์ในการนำมาใช้ไว้ดังนี้ (ตาม **ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4)**

1. ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะเหตุดังต่อไปนี้

1.1 เหตุจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นตามประเพณีทางการค้า

1.2 เหตุสุดวิสัย

1.3 ได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนภาษีที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษี

2.ภาษีซื้อตามข้อ 1. มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี

สำหรับข้อ 1 นั้น ถ้าเป็นใบกำกับที่ซื้อขายกันระหว่างบริษัท เมื่อได้รับมาช้า ส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีประเด็นอะไร เจ้าหน้าที่สรรพากร ก็จะเชื่อตามเราว่าได้รับมาช้าจริง ขออย่าให้ใช้เกิน 6 เดือนเป็นพอ แต่ไม่ใช่ภาษีซื้อทุกประเภท ที่ใช้เกณฑ์ยื่นช้าได้ ขอยกตัวอย่าง ภาษีซื้อที่เกิดจากการยื่น ภพ36 ครับ โดย ภพ36 ส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ แล้วจะต้องยื่น ภพ 36 แทนผู้ประกอบการที่อยู่ ต่างประเทศ และไม่ได้จดแว๊ตในไทย โดยเมื่อยื่นแล้ว ใบเสร็จ ภพ 36 จะถือเป็นภาษีซื้อในเดือนที่มีการจ่ายภาษีเรียบร้อย ซึ่งกรณีนี้ ระวังด้วยนะครับ เพราะใบเสร็จ ภพ 36 เมื่อชำระแล้ว จะได้รับใบเสร็จมาเลย ไม่ว่าจะยื่นที่เคาน์เตอร์สรรพากร หรือ ยื่น online ก็ตาม จะอ้างว่า ได้รับในเดือนภาษีอื่นไม่ได้ จึงไม่เข้าเกณฑ์ ข้อง 1.1 หรือ 1.2 สรุปถ้าเอา ใบเสร็จ ภพ36 มายื่นในเดือนอื่น อาจจะโดนปรับได้ เพราะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ต้องยื่นเพิ่มเติม ขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น

สำหรับข้อ 2 การนับระยะเวลา ผมยกตัวอย่างแบบนี้ เช่น ใบกำกับภาษีซื้อ ลงวันที่ 15/1/2569 ปกติ จะต้องนำมายื่นในเดือนภาษี 1/2569 แต่ถ้าได้มาช้า สามารถยื่นได้ โดยนับเดือนที่ 2/69 เป็นเดือนแรก นับไป 6 เดือน คือยื่นได้ตั้งแต่ 2/69-7/69

การยื่นภาษีซื้อล่าช้านั้น ดำเนินการได้เลย ไม่ต้องทำเอกสารประกอบอะไรครับ

งานทำบุญเลี้ยงพระ ลงรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ และ เคลมภาษีซื้อได้หรือไม่งานทำบุญเลี้ยงพระ ลงรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ และ ...
02/02/2026

งานทำบุญเลี้ยงพระ ลงรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ และ เคลมภาษีซื้อได้หรือไม่

งานทำบุญเลี้ยงพระ ลงรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ และ เคลมภาษีซื้อได้หรือไม่

โดยทั่วไป งานทำบุญเลี้ยงพระ จะมองเป็นว่า เป็นรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ เป็นรายจ่ายต้องห้าม และภาษีซื้อไม่สามารถเคลมได้ แต่ถ้าอยากลงรายจ่ายทางภาษี ทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ทำได้ครับ แต่จะต้องทำให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ด้วย

ซึ่งจุดสำคัญคือ จะต้องเป็นการทำเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ตลอดจนสร้างความสามัคคีกลมเกลียวให้กับพนักงานบริษัทฯ และจะต้องมีระเบียบพนักงานระบุไว้โดยชัดเจน และทำให้เป็นการทั่วไป (คือทำทั้งบริษัท พนักงานทุกคนเข้าร่วมได้) โดยในระเบียบ อาจจะระบุ เป็นตามประเพณีต่าง ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือจะระบุ วันอื่นด้วยก็ได้ (แต่สำคัญ ถ้าเป็นวันอื่น จะต้องระบุในระเบียบพนักงานด้วย เช่นทำบุญบริษัท ทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี) ซึ่งถ้าการทำบุญเข้าลักษณธดังกล่าวแล้ว ถือเป็น รายจ่ายเพื่อกิจการโดยตรง สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ไม่ต้องห้าม และภาษีซื้อที่เกี่ยวข้อง นำไปเคลมได้ด้วย

อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้างเช่น เงินใส่ซองทำบุญ อาจจะถือเป็นรายจ่ายที่ให้โดยเสน่หา อันนี้เป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ

ถ้าอยากลงเป็นรายจ่ายก็จะต้องทำให้ถูกต้องครับ จะได้ไม่มีข้อโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่สรรพากร

อ้างอิง ข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่หนังสือ 0702/1131 วันที่ 6 มีนาคม 2557

https://www.rd.go.th/52509.html

ที่อยู่

88/30 หมู่ 1 ต. นาดี อ. เมืองสมุทรสาคร
Samut Sakhon
74000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บัญชีง่ายสำหรับ Sme : บริษัท เอทีเอส การบัญชี จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์