13/01/2022
หลายๆ คนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ ที่นิยมซื้อกันว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไรและจุดดีจุดด้อยคืออะไรบ้าง วันนี้ มาสิ จะพาไปดูกัน โดยเริ่มจากแยกรายละเอียดของประกันชั้น 1 และ ประกันชั้น 2+ ให้ดู จะได้รู้ว่าประกันชั้นไหนดีที่เหมาะกับตัวเอง สนใจเช็คราคาสามารถเช็คเบี้ยและตรวจสอบได้ด้วยตนเองได้ที่ https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00235579 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 0955021833 เรื่องประกันภัย ไว้ใจเรา
#ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ให้ความคุ้มครองดังนี้
1. ซ่อมรถคู่กรณี (หรือทรัพย์สิน) และค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
2. ซ่อมรถเรา ค่ารักษาพยาบาลตัวเราและผู้โดยสารของเรา
3. คุ้มครองกรณี สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
4. รายละเอียดต่างๆที่คุ้มครองจะเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ของบริษัทประกันเท่านั้น
5. ราคา ช่วงตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
Tips พูดแบบภาษาบ้านๆ ก็คือ #ให้ความคุ้มครองและสามารถเคลมได้ทุกกรณีนั่นเอง
เหมาะสำหรับรถสภาพที่ดี และรถมีอายุไม่เกิน 7 ปี หรือง่ายๆ ว่าเหมาะกับ รถที่พึ่งออกมาใหม่นั้นเอง
#ข้อควรจำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองเกือบทุกกรณีก็จริงแต่หากบริษัทประกันสืบได้ว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ตั้งใจที่จะทำให้ “เกิดอุบัติเหตุ” เอง บริษัทมีสิทธิไม่ให้ความคุ้มครองได้ครับ
#ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ ให้ความคุ้มครองดังนี้
1. ซ่อมรถคู่กรณี(หรือทรัพย์สิน) และ ค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี ในกรณีรถชนรถเท่านั้น
2. ซ่อมรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น แต่ค่ารักษาพยาบาลตัวเราและผู้โดยสารของเรายังคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1
3. คุ้มครองกรณี สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
4. รายละเอียดต่างๆที่คุ้มครองจะตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ของบริษัทประกันเท่านั้น
5. ราคาช่วงตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
Tips พูดแบบภาษาบ้านๆ ก็คือ ให้ความคุ้มครองคล้ายๆกับประกันภัยชั้น 1 แต่จะแตกต่างกันที่จะคุ้มครองเราที่เป็นคนเอาประกันในกรณีรถชนรถเท่านั้น รวมถึงข้อจำกัดเรื่องอายุของรถและสภาพรถ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำประกันชั้น 1 แต่บริษัทประกันไม่รับ เพราะรถอาจจะเกินอายุหรือสภาพไม่ได้ตามที่บริษัทประกันระบุไว้
#ข้อควรจำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+
ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองรถเราในกรณีที่รถชนรถเท่านั้น ในกรณีชนเสาไฟฟ้า ชนต้นไม้ ฯลฯ จะนี้ไม่คุ้มครอง จำให้แม่นๆกันนะครับ ว่า “รถชนรถ” เท่านั้น ที่ประกันจะคุ้มครองและจ่ายค่าซ่อมให้รถเรา