31/12/2025
https://www.facebook.com/share/1BYdGpHT69/?mibextid=wwXIfr
🛑 ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน หรือ รายชั่วโมง หรือ ลูกจ้างประเภททดลองงาน 3 เดือน กฎหมายบังคับให้ต้องส่งเงินสมทบหรือไม่?.....
คำตอบคือ "ต้องส่ง" เป็นส่วนใหญ่ครับ!
โดยเฉพาะหากเป็น บริษัทเอกชน กฎหมายบังคับให้ขึ้นทะเบียนและส่งเงินสมทบให้ลูกจ้างเหล่านี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานครับ
โดยอาจแยกตามประเภทลูกจ้างมีดังนี้
1. ลูกจ้างชั่วคราว "รายวัน" หรือ "รายชั่วโมง"
ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่เกิดจากคำว่า "ชั่วคราว" ซึ่งกฎหมายแบ่งนายจ้างเป็น 2 กรณี
(1) กรณีนายจ้างเป็น "บริษัทเอกชน / ห้างร้านทั่วไป"
หากจ้างมาทำงานที่เป็น ธุรกิจหลัก ของบริษัท เช่น พนักงานฝ่ายผลิต, พนักงานขาย, แม่บ้านบริษัท ไม่ว่าจะจ่ายค่าจ้างเป็นรายวัน หรือรายชั่วโมง แบบนี้ต้องเข้าประกันสังคมครับ (สรุปคือ ต้องส่ง)
กรณีได้รับยกเว้น (ไม่ต้องส่ง)
จะไม่ต้องส่งก็ต่อเมื่อเป็นงานที่มีลักษณะ "ครั้งคราว/จร/ตามฤดูกาล" เท่านั้น (Seasonal/Casual work) เช่น จ้างคนมาทาสีตึก 3 วันเสร็จ, จ้างคนมาขนของย้ายออฟฟิศวันเดียวจบ, หรือจ้างเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล แต่ถ้าจ้างต่อเนื่องทุกวัน/ทุกเดือน แม้จะจ่ายรายวันก็ไม่ถือเป็นงานครั้งคราวครับ
(2) กรณีนายจ้างเป็น "หน่วยงานราชการ" (ราชการส่วนกลาง, ภูมิภาค, ท้องถิ่น)
กรณีเช่นนี้กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะ ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน และรายชั่วโมง ของหน่วยงานราชการ เท่านั้นที่ไม่ต้องส่งประกันสังคม แต่ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว รายเดือน ของราชการ ก็ต้องส่งนะครับ
2. ลูกจ้างทดลองงาน (3 เดือน)
ต้องส่งประกันสังคมทันทีครับ เพราะคำว่า "ทดลองงาน" (Probation) เป็นเพียงเงื่อนไขในสัญญาจ้างระหว่างคุณกับลูกจ้าง แต่ในทางกฎหมายประกันสังคม ถือว่าเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน
โดยนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้าง (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มงาน หากรอให้ผ่านโปรฯ ก่อนค่อยยื่น จะถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับครับ
บทสรุป
สำหรับนายจ้างเอกชนคุณรับคนเข้ามาทำงาน มีอำนาจสั่งการ และจ่ายเงินค่าจ้าง ไม่ว่าจะทดลองงาน หรือจ่ายรายวัน คุณมีหน้าที่ต้องหักเงิน 5% และสมทบอีก 5% นำส่งประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปครับ
บทลงโทษ
หากไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายในกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
🔴 ตัวอย่างการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมสำหรับ "ลูกจ้างรายวัน"
หลักการสำคัญคือ "ฐานค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูง" ดังนี้
- ฐานค่าจ้างขั้นต่ำ ให้คิดที่ฐานเงินเดือน 1,650 บาท (แม้ค่าแรงจริงทั้งเดือนจะไม่ถึง ก็ต้องคิดที่อัตรานี้)
- ฐานค่าจ้างขั้นสูง คิดที่ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แม้ว่าค่าแรงจริงจะเกิน ก็คิดแค่ 15,000 (ปี 2569 ปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาท)
- อัตราหัก ลูกจ้าง 5% + นายจ้างสมทบ 5%
....
😥 ตัวอย่างที่ 1 กรณีปกติ (รายได้อยู่ในเกณฑ์ทั่วไป)
ค่าจ้างวันละ 400 บาท
เดือนนี้มาทำงาน 24 วัน
รายได้รวม 400 บาท x 24 วัน = 9,600 บาท
- คำนวณส่วนของลูกจ้าง (5%) = 9,600 x 5% = 480 บาท (หักจากเงินเดือนลูกจ้าง)
- คำนวณส่วนของนายจ้าง (5%) = 9,600 x 5% = 480 บาท (บริษัทจ่ายเพิ่ม)
สรุป: นำส่งประกันสังคมรวม 960 บาท (ลูกจ้าง 480 + นายจ้าง 480)
😥 ตัวอย่างที่ 2 กรณีรายได้สูง (เกินเพดาน 15,000 บาท)
ค่าจ้างวันละ 800 บาท
เดือนนี้มาทำงาน 26 วัน
รายได้รวม 800 บาท x 26 วัน = 20,800 บาท
เนื่องจากเกิน 15,000 บาท ให้ใช้ฐาน 15,000 บาท
- คำนวณส่วนของลูกจ้าง (5%) = 15,000 x 5% = 750 บาท (หักจากเงินเดือนลูกจ้าง)
- คำนวณส่วนของนายจ้าง (5%) = 15,000 x 5% = 750 บาท (บริษัทจ่ายเพิ่ม)
สรุป: นำส่งประกันสังคมรวม 1,500 บาท (ลูกจ้าง 750 + นายจ้าง 750)
.............
😥 ตัวอย่างที่ 3: กรณีรายได้น้อยมาก (ต่ำกว่าขั้นต่ำ 1,650 บาท)
ลูกจ้างชั่วคราวทำงานแค่บางวัน หรือพาร์ทไทม์
ค่าจ้างวันละ 350 บาท
เดือนนี้มาทำงานแค่ 3 วัน
รายได้รวม 350 บาท x 3 วัน = 1,050 บาท
รายได้จริงต่ำกว่า 1,650 บาท ต้องใช้ฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท
- คำนวณส่วนของลูกจ้าง (5%) = 1,650 x 5% = 83 บาท (หักจากเงินเดือนลูกจ้าง)
- คำนวณส่วนของนายจ้าง (5%) = 1,650 x 5% = 83 บาท (บริษัทจ่ายเพิ่ม)
สรุป: นำส่งประกันสังคมรวม 166 บาท (ลูกจ้าง 83 + นายจ้าง 83)
ข้อควรระวัง: กรณีนี้นายจ้างต้องหักเงินลูกจ้าง 83 บาท แม้เขาจะได้รับเงินจริงแค่ 1,050 บาทนะครับ
👨🏫 ครูต๊ะ
👨🏫 ครูภาษี...............
ถ้าชอบก็กดปุ่ม "ถูกใจ"
ถ้าใช่ก็กดปุ่ม "แชร์"
ถ้าก๊อปไปเผยแพร่ก็ขอ "เครดิต" ด้วยนะครับ