Why and How ประกันชีวิต - by จุ้ย AIA

Why and How ประกันชีวิต - by จุ้ย AIA แนะนำให้ความรู้และผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน และ ประกันชีวิต

แผนการรอด จากมะเร็ง แบบเชิงรุกคือการจำลองสถานะการณ์ว่ายังไงเราก็เป็นแน่ๆ แล้วว่างแผนดักล่วงหน้าดังนี้ 1. การตรวจคัดกรองท...
28/05/2026

แผนการรอด จากมะเร็ง แบบเชิงรุก
คือการจำลองสถานะการณ์ว่ายังไงเราก็เป็นแน่ๆ แล้วว่างแผนดักล่วงหน้าดังนี้
1. การตรวจคัดกรองที่ดี (ส่องกล้อง CT Scan MRI ) ก่อนถึงช่วงอายุเสี่ยง
2. เตรียมแผนรองรับ เมื่อตรวจพบ เตรียมเงินสำหรับรักษาและใช้ชีวิต ด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ในช่วงวันที่แข็งแรง
3. ทำแผนรอบการตรวจสุขภาพ 30 35 40 45 ปี ทุกๆ 5ปี
4. เพื่อสุดท้ายเราจะเจอะระยะ 0-2 เพื่อจัดการก่อนลุกลาม และใช้ประกันจัดการการรักษา และใช้จ่ายระหว่างรักษา
5. กลับมาใช้ชีวิตปกติ รอดจากเรื่องการเป็นโรคร้ายแรง

#ประกันAIAระยอง #ประกันโรคร้ายแรง

🤔ค่าใช้จ่าย ระว่างรักษาโรคร้าย 3ปี รายได้30,000 ควรมี เงินสำหรับโรคร้าย =30,000x3x12 = 1,080,000บาท ✅CIplus 1ล้านบาท เจอ...
26/05/2026

🤔ค่าใช้จ่าย ระว่างรักษาโรคร้าย 3ปี
รายได้30,000 ควรมี เงินสำหรับโรคร้าย =30,000x3x12 = 1,080,000บาท ✅

CIplus 1ล้านบาท เจอะจ่ายจบ❤️
รวมประกันชีวิต100,000
💶ชายอายุ30ปี เบี้ย 5,310บาท
💶หญิงอายุ30ปี เบี้ย 4,361บาท

#ตัวแทนaiaระยอง #ประกันโรคร้ายแรง

เพราะโรคร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป 😞
ทำประกันโรคร้ายแรงก่อนป่วย ช่วยได้เยอะ!😉
ประกันโรคร้ายแรง AIA CI Plus มีไว้ไม่ผิดหวัง อุ่นใจทั้งตัวเองและคนข้างหลัง❤️
✅เบี้ยฯ ถูกกว่าที่คิด เริ่มต้นแค่วันละ 10 บาท*
✅รับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อเจอโรคร้ายแรงหรือเสียชีวิตจากโรคร้ายแรง
✅คุ้มครอง 44 โรคร้ายแรงระดับรุนแรง
📍เพิ่มเติม คลิก! https://aiathailand.info/q2cippd
พิเศษ🌟สมัครประกันเอไอเอวันนี้มีโปร!
รับ ⛽ E-Coupon บัตรเติมน้ำมันบางจาก มูลค่า 1,000 บาท**
วันนี้ - 30 มิ.ย. 69 เท่านั้น
📍สมัครเลย คลิก! https://aiathailand.info/q2cip
*คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปี แผน 1,000,000 บาท ผู้เอาประกันภัยเพศชาย อายุ 30 ปี
**เมื่อซื้อแบบประกันที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และมีเบี้ยฯ รวมขั้นต่ำที่กำหนด

หมายเหตุ:
• เงื่อนไขโปรโมชันเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท
• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์

สุขภาพ คือฐานรากของ การวางแผนการเงินประกันสุขภาพตัวนี้ จะรักษา ค่าเทอมลูก เงินเกษียญ บ้าน รถ และความฝัน ของคุณไว้ได้
21/05/2026

สุขภาพ คือฐานรากของ การวางแผนการเงิน
ประกันสุขภาพตัวนี้ จะรักษา ค่าเทอมลูก เงินเกษียญ บ้าน รถ และความฝัน ของคุณไว้ได้

ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลที่ ‘หายไปจริง’ ถ้าตัดสินใจช้า…
1. ผลประโยชน์และเบี้ยฯ อาจต่างจากเดิม เพราะเบี้ยฯ และความคุ้มครองมีการปรับ ตามต้นทุนค่ารักษาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
2. มีความเสี่ยงที่บริษัทประกันอาจไม่รับประกัน หรือรับประกันแต่เพิ่มเงื่อนไข/ข้อยกเว้น หากตรวจพบโรคหรือปัญหาสุขภาพก่อนทำประกัน
3. ระยะเวลาไม่คุ้มครอง (Waiting Period) อาจถูกเลื่อนออกไปอีก ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่สามารถเคลมประกันได้ หากเจ็บป่วยในช่วงนี้ ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
ตัดสินใจตอนนี้! ก่อนที่ ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก* AIA Health Happy จะปิดการขาย
✅ รับความคุ้มครองถึง 25 ล้านบาท ต่อปีกรมธรรม์
👨ผู้ชายอายุ 30 เบี้ยฯ 2,817 บาท/ เดือน**
👩ผู้หญิงอายุ 30 เบี้ยฯ 3,167 บาท/ เดือน**
✅ ตรวจเจอโรคร้ายแรง 6 โรคยอดฮิต รับค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม 2 เท่า สูงสุด 50 ล้านบาท (รวม 4 ปีกรมธรรม์)***
สนใจสมัครติดต่อตัวแทนเอไอเอ หรือ คลิกลิงก์ >> https://www.aia.co.th/th/our-products/health/aia-health-happy
💥ช้อปตอนนี้มีโปร🛒เพียงซื้อแบบประกันภัยหลัก พร้อมแนบแบบประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรง รับเลย!!
⛽ E-Coupon บัตรเติมน้ำมันบางจาก มูลค่า 1,000 บาท****
📍อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://aiathailand.info/q226corp
ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 2569 เท่านั้น
#เอไอเอ #เลือกประกันเลือกเอไอเอ #ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย #ค่ารักษาพยาบาล #โปรโมชัน
หมายเหตุ
* ผลประโยชน์เหมาจ่ายในบางรายการ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์ เมื่อรวมผลประโยชน์หมวด 1-13 และค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (ถ้ามี) ต้องไม่เกินผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์
** ตัวอย่างคำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปีเพศหญิง 38,000 บาท และเพศชาย 33,800 บาท อายุ 26-30 ปี แผนความคุ้มครอง 25,000,000 บาท
*** ผลประโยชน์สูงสุดเพิ่มเป็น 2 เท่าของจำนวนเงินเอาประกันภัย ในปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคร้ายแรง และต่อเนื่องติดต่อไปอีก 3 ปีกรมธรรม์ ตามคำนิยามที่กำหนดในบันทึกสลักหลัง โรคร้ายแรง หมายถึง โรคร้ายแรงตามคำนิยามของโรคร้ายแรงที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้บันทึกสลักหลัง ผลประโยชน์ความคุ้มครองกรณีโรคร้ายแรง มีดังนี้ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด (Acute Heart Attack), โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน (Major Stroke), การผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Coronary Artery By-Pass Surgery), โรคมะเร็งระยะลุกลาม (Invasive Cancer), การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือปลูกถ่ายไขกระดูก (Major Organs Transplantation or Bone Marrow Transplantation), และการผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ เอออร์ต้า (Surgery to Aorta)
**** เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และซื้อแบบประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรงที่ร่วมโครงการ โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบรายปี ภายในวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น
คำเตือน
- ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

ฟังแล้วสนุกมาก 1. สร้างสันดาน การออม2. เงินเดือนขึ้น เงินที่ขึ้น หัก 50%ออม 50%ใช้3. รวยเร็ว=เสี่ยง(หลอกลวง) กราฟที่รวยค...
21/05/2026

ฟังแล้วสนุกมาก
1. สร้างสันดาน การออม
2. เงินเดือนขึ้น เงินที่ขึ้น หัก 50%ออม 50%ใช้
3. รวยเร็ว=เสี่ยง(หลอกลวง) กราฟที่รวยคือ ค่อยๆขึ้น ไม่ได้เป็นภูเขาไฟ รถไฟเหา
4. หนี้นอกระบบคือ เงินที่คนที่ฉลาดที่สุดยังเอาตัวรอดออกมาแทบไม่ได้ ดอกเบี้ยโหด ระบบ
5. จิตใจมนุษย์ มันบาง ต้องใช้ระบบถึงจะทำได้ มันเป็นวิทยาศาตร์

นิสัยการเงินพังๆ ที่ต้องเลิกวันนี้! เปิดวิธีคิดใหม่เรื่องเงินWood...

20/05/2026
20/05/2026

“พี่ชายผมเป็นมะเร็งหลอดอาหาร น้องชายผมเป็นมะเร็งตับ พ่อผมก็เป็นมะเร็ง ทั้งสามคนเสียชีวิตในปีเดียวกัน”
ปี 2567 เพียงปีเดียว กับการสูญเสีย 3 สมาชิกในครอบครัว ของ ประเสริฐ แสงเมฆ ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นอกจากความเสียใจ ยังทิ้งความวิตกกังวลที่ว่า เขาจะกลายเป็นรายต่อไปหรือไม่
เขาเล่ารายละเอียดให้ฟังว่า พี่ชายเป็นชาวประมง และช่างต่อเรือเช่นเดียวกันกับเขา ป่วยเป็นมะเร็งตอนอายุ 55 ปี โดยก่อนหน้านั้นมีพฤติกรรมชีวิตดื่มสุราบ้างตามโอกาส
จนกระทั่งมีอาการเจ็บคอ เสียงแหบโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่ผลตรวจชิ้นเนื้อออกมาว่าเป็นมะเร็งหลอดอาหาร
ในขณะที่ น้องชายในวัย 44 ปี เริ่มจากมีอาการเสียดท้อง จึงหาซื้อยามากินเอง แต่เมื่ออาการไม่บรรเทาจึงไปตรวจที่โรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันถึงวันที่ได้ตรวจ เขามีอาการเจ็บท้องด้านขวาอย่างรุนแรง จนถูกส่งตัวฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลระยอง ก่อนจะรู้ผลว่าเป็นมะเร็งตับ และเสียชีวิตตามพี่ชายไปในเวลาไม่นาน
ต่อด้วยพ่อของประเสริฐ ในวัย 80 ปี ป่วยติดเตียงด้วยความชรา มีอาการใกล้เคียงกับน้องชาย คือปวดท้องด้านขวาอย่างรุนแรง จนต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ราว 2 เดือน ก่อนจะเสียชีวิต
ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเหรอ สำหรับประเสริฐดูจะไม่ได้คิดเช่นนั้น
“ทุกวันนี้ระยองเต็มไปด้วยสารพิษ น้ำเสีย และปัจจัยแวดล้อมเสี่ยงหลายอย่างที่เร่งให้ร่างกายเป็นมะเร็ง”
ประเสริฐ กล่าวพร้อมระบุว่า ไม่ใช่แค่ครอบครัวของเขาเท่านั้น แต่ชุมชนชาวประมงในตัวเมืองระยอง ต่างต้องเผชิญกับการเป็นมะเร็ง
ประเสริฐให้ความเห็นว่า ตั้งแต่เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนป่วยเป็นมะเร็ง พร้อมๆ กันมากถึงขนาดนี้
“สมาชิกในชุมชนชาวประมงแห่งนี้มีอีกสามคนที่เป็นมะเร็ง” ประเสริฐ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านชาวประมงคลองกะเฌอ
“กลุ่มในหาดแม่รำพึง ก็มีคนเป็นมะเร็งตับเสียชีวิตไปสองคนในหมู่บ้านเดียวกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับชาวประมงแถวนี้ จากเมื่อก่อนคนไม่ได้เป็นมะเร็งกันง่ายแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้เป็นโดยที่ไม่รู้ตัว”
ขณะที่ทั่วประเทศกำลังเผชิญกับภาวะมลพิษ ทั้งจากแม่น้ำปนเปื้อนสารเคมีในภาคเหนือ ฝุ่นควันข้ามพรมแดน หรือปัญหามลพิษเหมืองแร่ในภาคอีสาน ที่ยังต้องใช้เวลากว่าความเสียหายจะเป็นที่ประจักษ์
ทว่า คนไทยอีกจำนวนหนึ่ง กำลังระส่ำระสายจากปัญหามลพิษปนเปื้อน ที่ส่งผลกระทบแล้ว ณ ปัจจุบัน จากการขยายตัวขึ้นของอุตสาหกรรม อย่างที่คนภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อยู่กับสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมมาหลายทศวรรษ
และนี่คือผลลัพธ์ที่คนใน จ.ระยอง หนึ่งในจังหวัดที่อยู่ภายใต้นโยบายการพัฒนาตั้งแต่อีสเทิร์นซีบอร์ดจนถึงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ต้องเผชิญ
[ข้อมูลชี้ ‘ระยอง’ เสี่ยงมะเร็งจากสารเคมีในอุตสาหกรรม]
“ทุกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่า จ.ระยองเสี่ยงต่อมะเร็ง จุดสำคัญคืออุตสาหกรรมใน จ.ระยอง คืออุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหนัก ที่ใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดสารพิษในกระบวนการเป็นร้อยๆ ตัว”
ศุภกิจ นันทวรการ อดีตสมาชิกมูลนิธินโยบายสุขภาพ ที่ทำงานวิจัยขับเคลื่อนนโยบาย
ปัญหาใน จ.ระยอง กล่าวว่าในพื้นที่ อ.เมือง มีสารเคมีหลายชนิดในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่มีสารก่อมะเร็งออกมาเกินค่ามาตรฐานระดับโลกอย่างชัดเจน
“ทำไมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเหล่านี้ถึงย้ายจากอเมริกา ญี่ปุ่น มาตั้งอยู่ในมาบตาพุด” ศุภกิจตั้งคำถาม
“เพราะประเทศต้นทางเขารู้แล้วว่ามันเป็นอุตสาหกรรมอันตราย และมันควบคุมได้ยาก เขาพยายามแก้ปัญหานี้กัน และทางออกของพวกเขาคือ ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในประเทศที่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า เช่น
ประเทศไทย”
รายงานผลการสำรวจความผิดปกติในสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต จ.ระยอง
ของ รศ.ดร. เรณู เวชรัชต์พิมล จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่า ประชากรใน จ.ระยอง โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง มีสถิติผู้ป่วยมะเร็งสูงที่สุดในประเทศไทย (ข้อมูลจากปี พ.ศ.2542)
สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในบรรยากาศที่สูงเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 เช่น เบนซีน และ 1,3-บิวทาไดอีน
เช่นเดียวกับงานวิจัย DNA adduct formation among workers in a Thai industrial estate and nearby residents ที่ผลการศึกษาพบว่า ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง และพนักงานในโรงงานเหล็กหรือโรงกลั่นน้ำมัน มีปริมาณความเสียหายของดีเอ็นเอ สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับมลพิษอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะในกลุ่มที่สัมผัสสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) จากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า การปล่อยมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนในพื้นที่เสี่ยงต่อความผิดปกติทางดีเอ็นเอ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับ ‘ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในอนาคต’
การศึกษายืนยันว่า คนงานและประชาชนที่อาศัยอยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ ที่ส่งผลเสียต่อพันธุกรรม แม้ว่าการก่อตัวของ DNA adducts จะเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของการเกิดมะเร็ง และอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาเป็นโรค แต่ผลการวิจัยนี้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเวลาได้ผ่านมาถึง 20 ปี
“ก่อนจะมีโรงงาน น้ำฝนเรายังรองกินได้ แต่ทุกวันนี้ฝนตกมารองน้ำใส่กะละมัง มันมีแต่ตะกอน”
ประเสริฐในวัย 55 ปี เล่าถึงชีวิตในทุกวันนี้ที่อยู่กับความวิตกกังวล เพราะเริ่มมีอาการแสบคอและคอแห้ง แต่เขาไม่กล้าไปหาหมอ เพราะกลัวว่าจะถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเหมือนคนในครอบครัว
“คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ผมไม่ได้เป็นมะเร็งเสียชีวิตกันถี่ขนาดนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำมันรั่ว พ.ศ.2565 ผมคิดว่าเห็นคนรอบข้างเป็นมะเร็งกันมากขึ้น”
ด้าน เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ให้ข้อมูลว่า เธอเคยเก็บตรวจตัวอย่างอากาศพื้นที่มาบตาพุด ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2547-2550 ต่อเนื่อง 5 เดือน และส่งผลตัวอย่างอากาศไปวิเคราะห์ที่สหรัฐอเมริกา
ผลการตรวจตอนนั้น เจอสารเคมีต่างๆ รอบๆ พื้นที่มาบตาพุด เป็นครั้งแรกที่ภาคประชาชนตรวจพบสาร VOCs ระเหยในอากาศรวมทั้งหมด 55 ชนิด
และใน 55 ชนิดนี้ มีสารที่จัดอยู่ในสารก่อมะเร็งรวมอยู่ด้วย
“มันอยู่ในบรรยากาศที่ชาวระยองหายใจ” เพ็ญโฉม ยกตัวอย่าง สารเบนซิลคลอไรด์ ที่จัดอยู่ในสารก่อมะเร็ง
“สถานการณ์มะเร็งใน จ.ระยอง ไม่ได้ดีขึ้น แต่คนที่พยายามศึกษาเรื่องนี้ถูกขัดขวางจากรัฐบาล ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องการให้คนตื่นตระหนก และไม่เสียบรรยากาศการลงทุน”
เพ็ญโฉม ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันแทบไม่มีข้อมูล หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสารก่อมะเร็งใน จ.ระยอง ถูกเผยแพร่ออกมา รวมทั้งงบประมาณการวิจัยเรื่องนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะพวกเขาต้องการที่จะส่งเสริมบรรยากาศการขยายตัวของอุตสาหกรรม และต้องการใช้พื้นที่ระยอง เป็นต้นแบบของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้กับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย
การทำงานของมูลนิธิบูรณะนิเวศ ณ ตอนนี้ จึงเน้นไปที่การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (กฎหมาย PRTR)
เพ็ญโฉม เชื่อมั่นว่า กฎหมายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของชาว จ.ระยอง รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม แหล่งกำเนิดมลพิษ และทำหน้าที่กำกับ ดูแล ให้แหล่งกำเนิดมลพิษต้องส่งรายงานว่า ปล่อยมลพิษอะไรออกมาบ้างทั้งในอากาศ น้ำ ดิน และกากของเสีย
“ภายใต้กฎหมายนี้สารเคมีแต่ละชนิดจะต้องรายงานปริมาณการปล่อยต่อปี ทำให้เรามีข้อมูลว่าโรงงานปล่อยสารเคมีออกมากี่ชนิด และแต่ละชนิดมีปริมาณเท่าไหร่ มีตัวไหนบ้างที่เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เรามีข้อมูลนำไปวิเคราะห์และเชื่อมโยงต่อได้ ว่าพื้นที่นี้ประชาชนมีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร” เพ็ญโฉม กล่าวทิ้งท้าย
[มลพิษทางสิ่งแวดล้อมกับสถิติมะเร็งในระยอง]
“มะเร็งก็คงเกิดจากตัวเอง ไม่ใช่เพราะโรงงานหรอก ฉันก็ไม่รู้มันเกิดจากอะไร”
วงจันทร์ เป็นอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม บ้านของเธอมีฉากหลังเป็นปล่องควันจากโรงงานปิโตรเคมี ตั้งสูงตระหง่าน ท่ามกลางความร่มรื่นสีเขียวของสวนผลไม้ที่เป็นของคนท้องถิ่น
“ฉันเกิดที่นี่ ตั้งแต่มีแต่ป่า ทุ่งนา โรงงานพวกนี้ก็ตั้งมานานแล้วสามสิบกว่าปี จนฉันใช้ชีวิตชินไปกับมัน”
วงจันทร์ เล่าย้อนไปตอนปี พ.ศ.2539 โดยประมาณ ที่เธอรู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม
ถึงจะผ่านไปหลายปี แต่น้ำเสียงหวาดกลัวยังคงชัดเจน เมื่อเธอเล่าย้อนกลับไปถึงกระบวนการรักษาว่า ต้องทำการผ่าตัดเต้านมถึง 3 ครั้ง สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้กับเธอเป็นอย่างมาก
เธอเล่าอีกว่า ครอบครัวไม่เคยมีใครป่วยเป็นมะเร็งมาก่อน ก่อนจะกล่าวย้ำหนักแน่นว่า ไม่คิดจะกลับไปตรวจหรือรักษามะเร็งอีกแล้ว
“ยิ่งรู้ยิ่งเครียด ไม่มีความสุข สู้ไม่รู้ดีกว่าเป็นก็ให้มันเป็นไปเลย ฉันอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต ไม่เคยคิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้ว” วงจันทร์กล่าว
สำหรับ ข้อมูลจากโรงพยาบาลระยอง พบว่า การให้บริการผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งการให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน มีแนวโน้มสูงขึ้น
โดยในปีงบประมาณ 2568 มีผู้ป่วยนอกมาเข้ารับบริการทั้งหมด 5,372 คน และเป็นผู้ป่วยในอีก 2,181 คน เทียบกับในปีงบประมาณ​ 2567 ที่ 4,536 และ 2,025 ตามลำดับ
นอกจากนี้ข้อมูลปี 2561 พบว่า อำเภอที่พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากที่สุด คือ อ.เมือง (1,018 ราย) รองลงมาคือ อ.แกลง (357 ราย) และ อ.บ้านค่าย (240 ราย)
และการเป็นเนื้องอกที่รวมถึงมะเร็ง เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประชาชนใน จ.ระยอง โดยในช่วงปี 2558 ถึงกันยายน 2560 มีผู้เสียชีวิตจากเนื้องอกรวม 1,758 คน
“มลพิษทางสิ่งแวดล้อมหรือระดับสารเคมีที่เกินค่ามาตรฐานในเขตอุตสาหกรรมสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทสารเคมี ระดับการรับสัมผัส และความไวในแต่ละบุคคล”
นพ.วิชชาธร ธีรธัญยธรณ์กุล หัวหน้ากลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลระยอง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการเฝ้าระวังสุขภาพด้านสิ่งแวดล้อมใน จ.ระยองนั้น สามารถแบ่งปัจจัยที่น่ากังวลออกเป็น 2 กรณีสำคัญ คือ
- กรณีที่1 การเกิดเหตุฉุกเฉินเช่น การระเบิดและการรั่วไหลของสารเคมี จากกระบวนการเผาไหม้ ฝุ่นควัน
จากข้อมูลพบว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบระยะสั้น มีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใน เยื่อบุผิวและดวงตา ไอ แน่นหน้าอก เหนื่อย และกลุ่มอาการไม่จำเพาะเจาะจง ได้แก่ ปวดมึนศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาการทางจิตใจได้แก่ วิตกกังวล นอนไม่หลับ โรคหรืออาการผิดปกติทางจิตใจ หลังจากประสบสถานการณ์รุนแรง(PTSD)
อย่างหตุการณ์ฉุกเฉินครั้งใหญ่ ที่เคยเกิดขึ้นใน จ.ระยอง มีทั้งเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณหาดแม่รำพึงเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2565 ถือเป็นภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของระยองในรอบทศวรรษ
และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็ง หรือเหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้ "มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล" เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2567 ที่เกิดขึ้นภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เมื่อถังเก็บสารเคมีขนาดใหญ่ระเบิด และเกิดเพลิงไหม้รุนแรง โดยพบสารกลุ่มแก๊สโซลีน ที่ทำให้เกิดกลุ่มสารวีโอซี เบนซีน โทลูอีน ซึ่งเป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง
- กรณีที่ 2 คือ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าสาร VOCs
หมายถึงกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้ง่าย ในกรณีที่ได้รับสาร VOCs เป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื้อรัง เช่น มะเร็ง เป็นต้น
VOCs มีแหล่งกำเนิดทั้งที่กระจายออกมาจากจุดเดียว (point source) และมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non- point source) ทำให้ควบคุมได้ยาก
โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้กำหนดรายการสารเคมีที่เฝ้าระวัง จากการติดตามสารเคมีในปี 2563 – 2568 จ.ระยอง พบว่า
Benzene สูงเกินค่ามาตรฐานการรับสัมผัส 1 ปี ในปี 2563-2568
Butadiene สูงเกินค่ามาตรฐานการรับสัมผัส 1 ปี ในปี 2564-2567
Dichloroethane สูงเกินค่ามาตรฐานการรับสัมผัส 1 ปี ในปี 2564 2566
นพ.วิชชาธร กล่าวว่า เนื่องจากระดับสารเคมีเกินค่ามาตรฐานการรับสัมผัส 1 ปี แต่ยังอยู่ในระดับที่มักไม่ก่อให้เกิดอาการเฉียบพลันในกลุ่มประชาชนทั่วไป ดังนั้นการเฝ้าระวังอาการ อาการแสดง การวินิจฉัยกลุ่มโรคเฝ้าระวังยังไม่สัมพันธ์กับระดับสารเคมีในบรรยากาศ แต่การเฝ้าระวังผลกระทบเรื้อรัง และมะเร็งเกี่ยวเนื่องกับสารเคมี ยังจำเป็นต้องติดตามต่อเนื่อง
โดยข้อมูลของทะเบียนมะเร็ง รพ.ระยอง พบว่า มะเร็งชนิดที่พบมากในผู้ป่วยของ จ.ระยอง ปี 2562-2564 ในเพศชาย คือ อันดับ 1 มะเร็งตับและระบบน้ำดี 2 มะเร็งปอดและหลอดลม 3 มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
และในเพศหญิง คือ อันดับ 1 มะเร็งเต้านม 2 มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 3 มะเร็งปากมดลูก
ทางฝั่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ. ระยอง ว่าผู้ประกอบการฯ ที่เข้าข่าย ต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 ที่จะต้องรายงานค่าการตรวจวัดจากปล่องระบาย และค่าตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ และส่งค่าการตรวจวัดมายังศูนย์ EMCC เพื่อเป็นการเฝ้าระวังฯ
หากทางศูนย์ EMCC ตรวจพบว่า ทางโรงงานมีการระบายน้ำที่มีค่าสูงกว่าค่าเฝ้าระวัง (ทางศูนย์ EMCC จะตั้งค่าเฝ้าระวังไว้ที่ 90 % ของค่ามาตรฐาน) หรือค่าตรวจวัดของทางโรงงานถึงค่าเฝ้าระวังที่กำหนด ทางศูนย์ EMCC จะแจ้งกลับทางโรงงาน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไข ป้องกันมิให้ระบายค่ามลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ ทางสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (สนพ.) มีการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 6 สถานี และสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณคลองชากหมาก จำนวน 2 สถานี พร้อมทั้งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 2 คัน เพื่อเป็นการตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและคุณภาพน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ดี นพ.วิชชาธร กล่าวว่า การพิสูจน์โรคมะเร็ง ว่ามาจากสาเหตุทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษมีความยาก เนื่องจากการลักลอบใช้และเคลื่อนย้ายสารก่อมะเร็ง ไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่ครอบคลุม
อีกทั้งการศึกษาและวิจัยส่วนใหญ่ ศึกษาสารเคมีประเภทเดียว แต่สารก่อมะเร็งที่ผู้ป่วยรับสัมผัส มักมีความหลากหลายหรือผสมผสาน การระบุสารก่อมะเร็งที่แท้จริงจึงยาก และขาดข้อมูลการศึกษากรณีรับสัมผัสสารเคมีแบบผสมผสาน
นอกจากนี้กลไกการเกิดมะเร็ง ใช้ระยะเวลาก่อโรคนาน และผลกระทบแบบสุ่ม ส่งผลต่อเรื่องความทรงจำของผู้ป่วย และการสอบสวนโรคของแพทย์
“เสียงกับกลิ่นบางทีมันก็มีบ้าง กลิ่นเหม็นเขียวๆ บอกไม่ถูก เสียงบางทีมันดังวี๊ดๆ อยู่จนหูมันชินกับเสียงไปแล้ว”
วงจันทร์ในวัย 70 ปี ยังคงใช้ชีวิตอยู่กับหลานในบ้านเกิดของเธอ ท่ามกลางความเงียบสงบของหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียง ขณะที่ คนท้องถิ่นหลายคนเลือกขายที่ดิน ย้ายถิ่นฐานไปอยู่อาศัยที่อื่น
[ความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของผู้ป่วยมะเร็ง]
“ฉันเคยน้ำหนัก 60 กก. ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 30 กว่า กก. เริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปากมดลูก และลามมายังลำไส้ตอนปี 2565 ฉันถูกตัดลำไส้บางส่วนทิ้ง มันคือสิ่งที่ทรมานที่สุดในชีวิต”
ณ หมู่บ้านชาวประมง บริเวณชายหาดแม่รำพึง อ้อม ในวัย 57 ปี อาศัยอยู่กับแฟนในหมู่บ้านชาวประมง ยังคงทนทุกข์ทรมาน จากผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง ที่ทำให้เธอต้องตัดลำไส้ทิ้ง

อ้อม เล่าว่า จากอาการปวดเฉพาะจุดเรื้อรัง ทำให้เธอทนไม่ไหว จนต้องไปหาหมอ และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ลามไปที่ลำไส้ระยะสุดท้าย เธอกัดฟันเดินหน้ารักษาตัวด้วยการฉายแสง
“มันเจ็บแทบใจจะขาด เหมือนเอาไฟเข้าไปจี้ให้แผลมันแห้ง อวัยวะข้างในเรามันเจ็บไปหมด ยังบอกกับแฟนว่า ถ้ามันเป็นอะไรมากๆ อีก ไม่ต้องไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว ปล่อยเราไปเถอะ”
อ้อมมองว่าสาเหตุของโรคมะเร็งที่เธอเป็น มาจากวิถีชีวิตการทำงานเป็นแม่ครัวร้านอาหารของเธอ ที่ทำให้ต้องกินนอนไม่เป็นเวลา ขณะเดียวกัน อ้อมมองว่าอุตสาหกรรมก็มีส่วน เพราะเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์สารเคมีระเบิด และน้ำมันรั่วในปี พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับที่เธอเริ่มมีอาการปวดตามร่างกาย
“ชาวบ้านจะเอาหลักฐานอะไรไปพิสูจน์ คนแถวนี้ก็เป็นมะเร็งกันเรื่อยๆ พอเป็นแล้วตาย ไม่นานคนก็ลืม”
ในฐานะประชาชนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ อ้อม มองว่า สำหรับชาวบ้านขอแค่ให้มีอาชีพ มีข้าวกินก็เพียงพอแล้ว ถึงเวลาป่วยก็พาตัวเองไปรักษา หรือไม่เสียชีวิตไม่นานคนก็ลืม
เธอยังจำได้อีกว่าเวลาที่ไปหาหมอที่ รพ.ระยอง เธอมักพบผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ และที่น่าตกใจคือ อายุเฉลี่ยของคนเป็นโรคมะเร็งที่อ้อมพบนั้น กลับมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ
“ตอนนี้คนที่ไปรักษาพร้อมๆ กันเหลือเราคนเดียว ไม่รู้คนอื่นเขาหายไปไหนกันหมดแล้ว
บางคนยังเด็กอยู่เลย แต่ก็เอาเถอะทุกวันนี้มันก็เหลือแต่ความทรมาน แค่จะตดลมที่มันผ่านออกมา ความเจ็บปวดแทบต้องกัดฟัน”
ด้วยร่างกายที่ผอมแห้งและยังคงอ่อนแอ อ้อมค่อยๆ เดินไปหยิบยาถุงใบโต ออกมาแสดงให้เห็นถึงปริมาณยาจำนวนหลายชนิด ที่เธอต้องกินในแต่ละวัน
ปัจจุบันอ้อมไม่สามารถกลับไปทำงานได้ เนื่องด้วยผลข้างเคียงจากการรักษา โดยมีคนรักของเธอคอยดูแล และแมวที่เธอรักเป็นกำลังใจในการมีชีวิตต่อไป
บทความชิ้นนี้จัดทำภายใต้โครงการ Human Made in Rayong ร่วมกับ EPIGRAM, Thai News Pix, ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และ Dot to Dot
สำนักข่าว TODAY
สำนักข่าวออนไลน์ เปิดความรู้ ดูทูเดย์
#สำนักข่าวทูเดย์

วางแผน ดำเนินการ ติดตาม รับผลประโยชน์45 ปี คือโค้งสุดท้าย และ เหมาสม ที่มีกำลังสะสมเพื่อเกษียญแบบมีคุณภาพ ได้
19/05/2026

วางแผน ดำเนินการ ติดตาม รับผลประโยชน์
45 ปี คือโค้งสุดท้าย และ เหมาสม ที่มีกำลังสะสมเพื่อเกษียญแบบมีคุณภาพ ได้

จุดเด่นหลัก ประกันโรคร้ายแรง multipay ci plus* เคลมรวมสูงสุด 11 ครั้ง* รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 800% ของทุนประกัน* ถ้ารวม ...
19/05/2026

จุดเด่นหลัก ประกันโรคร้ายแรง multipay ci plus

* เคลมรวมสูงสุด 11 ครั้ง
* รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 800% ของทุนประกัน
* ถ้ารวม AIA Total Care จะได้สูงสุดประมาณ 1,000% ของทุนประกัน



1) โรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น–ปานกลาง

จ่าย 40% ของทุนประกัน

* เคลมได้สูงสุด 5 ครั้ง
* รวมสูงสุด 200%

เช่น ทุน 1 ล้านบาท
→ เคลมได้ครั้งละ 400,000 บาท

แต่ต้องเป็น “คนละกลุ่มโรค” ตามเงื่อนไขกรมธรรม์



2) โรคร้ายแรงระยะรุนแรง

จ่าย 100% ของทุนประกัน

* สูงสุด 6 ครั้ง
* รวมสูงสุด 600%

เช่น ทุน 1 ล้านบาท
→ เคลมได้ครั้งละ 1 ล้านบาท

ถ้าเป็นคนละกลุ่มโรค ยังเคลมต่อได้



3) Relapsed CI (กลับมาเป็นซ้ำ)

สำหรับ 3 โรคหลัก:

* มะเร็งระยะลุกลาม
* หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
* Stroke

ถ้ากลับมาเป็นซ้ำตามเงื่อนไข
→ จ่ายเพิ่มอีก 100% ของทุนประกัน



4) ผลประโยชน์ดูแลต่อเนื่อง (CCB)

หลังเป็นโรคร้ายแรงรุนแรงบางโรค

จะได้รับ:

* เงินก้อน 10%
* เงินรายเดือน 1.5% นาน 60 เดือน

รวมทั้งหมด = 100% ของทุนประกัน

ตัวอย่างทุน 1 ล้าน:

* รับก้อนแรก 100,000
* รับเดือนละ 15,000 x 60 เดือน



5) ภาวะวิกฤตที่กระทบการดำรงชีวิต (MIB)

เช่น สูญเสียการใช้ชีวิตบางด้านจากโรคร้ายแรง

→ จ่ายเพิ่มอีก 100% ของทุนประกัน (ตามเงื่อนไข)

———

6) เสียชีวิต ทุนประกัน หักด้วย ผลประโยชน์ที่เคลมไปก่อนหน้า

#ประกันโรคร้ายแรง

“คนส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มละลายจากการใช้ชีวิต…แต่ล้มจาก ‘ค่ารักษาพยาบาล’ ที่ไม่ทันตั้งตัว”วันนี้ค่าห้อง ค่ายา ค่าผ่าตัด ขึ้นเร...
18/05/2026

“คนส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มละลายจากการใช้ชีวิต…
แต่ล้มจาก ‘ค่ารักษาพยาบาล’ ที่ไม่ทันตั้งตัว”

วันนี้ค่าห้อง ค่ายา ค่าผ่าตัด ขึ้นเร็วกว่าเงินเดือนหลายเท่า
บางโรคใช้เงินหลักแสนถึงหลักล้านภายในไม่กี่วัน

ประกันสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องของ “ความคุ้ม”
แต่คือการรักษา “คุณภาพชีวิต” ของทั้งครอบครัว

เพราะวันที่ป่วย…
เราไม่ควรต้องมานั่งเลือกว่า
“จะรักษาดีที่สุด” หรือ “จะเก็บเงินไว้”

วางแผนก่อนป่วย ดีกว่าแก้ปัญหาตอนสาย 😊

#ประกันสุขภาพ
#วางแผนการเงิน

#สุขภาพคือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด

18/05/2026

ทำบุญสุนัข และ แมว จร 1500ตัว 🐕🐈
🩺ใกล้ตาย ป่วยหนัก โดนทิ้ง
✅อนุโมทนาบุญ ให้ลูกค้าทุกท่านแข็งแรง มีความสุขทางใจ ทางกาย

ที่อยู่

Rayong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Why and How ประกันชีวิต - by จุ้ย AIAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์