บริษัท NTS Credit Group

บริษัท NTS Credit Group เอ็นทีเอส เครดิต จำกัด

08/02/2024

3 ขั้นตอน หาบ่อเงินใหม่
เสริมรายได้หลัก ของตัวเอง
แบบไม่ต้องกังวล ว่าจะไม่มีเวลาทำ
มีคำกล่าวหนึ่งบอกเอาไว้ว่า “คนบางคนหาเงินได้ 6 หลักจากสนามหลังบ้าน และบางคนก็หามันได้ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว” แต่สิ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นได้มาซึ่งเป้าหมายทางการเงินที่วางเอาไว้คือ “การลงมือทำ” และมองเห็นบ่อเงินของตัวเองว่าอยู่ที่ไหน
Kathy Kristof และ Cody Berman ผู้ร่วมสร้างคอร์สออนไลน์ Gold City Ventures ที่สอนวิธีสร้างธุรกิจออนไลน์ แนะนำว่าใคร ๆ ก็สามารถหารายได้เพิ่มให้กับตัวเองได้ เพราะตอนนี้เพียงแค่งานประจำอาจทำให้เราเดินช้าเกินไปกว่าจะถึงเส้นชัย
ดังนั้นลองทำวิธีง่าย ๆ 3 ขั้นตอนนี้เพื่อมองหาบ่อเงินบ่อทางที่จะคอยเสริมรายได้หลักของตัวเอง
1. อย่าแค่ก้มหน้าว่าตัวเองไม่มีดี
แต่มองรอบตัวว่า "อะไรทำเงินให้ตัวเองได้บ้าง"
Kristof กล่าวว่า ทุกกิจกรรมเสริมรายได้ เริ่มต้นด้วยคำถามเพียงข้อเดียว นั่นคือ คุณจะสร้างรายได้จาก "งานอดิเรก ทักษะ และทรัพยากร" ที่คุณมีอยู่แล้วได้อย่างไร? เธอตั้งข้อสังเกตว่า กิจกรรมเสริมรายได้ส่วนใหญ่ต้องการอย่างน้อยหนึ่งในสามกล่องเหล่านั้นเพื่อประสบความสำเร็จ
ตัวอย่างเช่น
O หากคุณสนใจหมูแคระ คุณอาจออกแบบและขายกรงสัตว์เลี้ยงแบบใหม่
O หากคุณเรียนเก่ง คุณสามารถรับงานกวดวิชาเพื่อหารายได้เสริม
O บางคนหารายได้จากบ้าน สระว่ายน้ำ และสนามหลังบ้าน โดยปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Sniffspot, Swimply หรือ Neighbor
เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างรายได้จากอะไร ให้คำนวณเวลาที่คุณจะต้องทุ่มเท หากคุณต้องการเป็นพนักงานขับรถ Uber หรือพนักงานส่งของ รายได้ของคุณจะขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงที่คุณทำงานโดยตรง กิจกรรมเสริมรายได้แบบ Airbnb นั้นใช้ความพยายามน้อยกว่า แต่ต้องมีทรัพยากร ตัวอย่างเช่น เป็นเจ้าของบ้านที่คุณไม่ได้อาศัยอยู่ และต้องใช้ทั้งเวลาและเงินในการดูแลรักษา
"รายได้แบบพาสซีฟ" เต็มรูปแบบ มักใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่สามารถสร้างรายได้ให้คุณแม้จะไม่อยู่ออนไลน์ โดยมักมาจากรายได้โฆษณา หรือผู้คนซื้อเนื้อหาประเภทต่าง ๆ ที่คุณสร้าง นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ไม่ต้องแลกเวลากับเงิน เพราะคุณสามารถขายบทความ วิดีโอ พอดแคสต์แบบออนไลน์ได้อีกด้วย
2. ธุรกิจที่ดี "ทำเองทั้งหมด" ช้าไป
ต้องหาคนเก่งมาช่วยเร่งให้เร็วขึ้น หรือหาระบบ เครื่องมือมาช่วย
Kristof ให้ความเห็นว่า "เราอยากทำเองทุกอย่าง หรือจ้างคนอื่นช่วยบ้าง?" เพราะจริง ๆ แล้วการทำธุรกิจคนเดียวก็ทำได้ แต่มันจะเหนื่อยจนกลายเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ หลายคนเลยเลือกจ้างคนอื่นช่วย บางคนจ้างทำเว็บ บางคนฝากของขายในแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น แอปเดินสุนัข Rover ฟรีค่าสมัคร โยงเราไปกับลูกค้าที่ตามหาคนเดินน้องหมาอยู่แล้ว แต่เขาหักค่าบริการไป 20% ต่อครั้ง Airbnb กับ Etsy ก็เก็บค่าธรรมเนียม 3% และ 6.5% ต่อการขายด้วย ข้อเสียคืออัลกอริทึมของแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนบ่อย แต่มันก็ช่วยผ่อนภาระบางอย่างให้กับบ่าของเราไปได้นิดหนึ่ง
3. อย่าแค่นั่งคิด แต่ต้องลงมือทำทันที
มีคนคิดได้มากมาย แต่คนลงมือทำเพียงแค่ 1%
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการหารายได้เสริมคือ “การลงมือทำ” Kristof บอกว่า คุณเริ่มโดยให้เพื่อนและครอบครัวทดลองใช้บริการของคุณ พวกเขาจะให้ฟีดแบ็คดี ๆ และรีวิวออนไลน์เจ๋ง ๆ ช่วยปูพื้นฐานให้แอคเคาท์ของคุณดูน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้ก็เป็นการทดสอบตัวเองด้วย: คุณมีนิสัยและความมุ่งมั่นที่จะพากิจกรรมเสริมรายได้ของคุณไปจนถึงฝั่งหรือเปล่า?
การเน้นบริการลูกค้า อยากทำให้ลูกค้าประทับใจ สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก ลูกค้าประทับใจแล้วเขาจะกลับมาใช้บริการคุณอีกเรื่อย ๆ
ในชีวิตจริงสิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือเวลาไหลไปเรื่อย ๆ หากคุณมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อใช้เวลาแลกกับเงิน วันหนึ่งเมื่อเวลาคุณหมดลง แม้จะมีเงินมากแค่ไหนก็ไม่ได้ใช้มันอยู่ดี ดังนั้นให้ลองมองหาสิ่งที่จะช่วยเร่งให้เป้าหมายเข้ามาใกล้และเร็วขึ้น ทุกอย่างต้องมีความคุ้มค่าทั้งชีวิต เงิน และเวลา
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
--
Inspire to Scale Up
“สู่ความสำเร็จแบบยุคใหม่”
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

07/11/2023

ลูกค้าบอก “ขอคิดดูก่อน”
คือคิดจริง ๆ หรือคิดว่าจะไม่เอา
เจอแบบนี้ จะปิดการขายได้ยังไง
ประโยคที่นักขายมักได้ยินเสมอจากลูกค้าคือ “เดี๋ยวขอคิดดูก่อน” “เดี๋ยวเดินกลับมาอีกที” แต่สุดท้ายก็หายวับไปกับตา แม้จะยืนรออยู่ที่เดิม ก็ไม่มีใครหวนคืนกลับมาเลย แม้นาซ่าก็ไม่อาจนำพาลูกค้าคนนั้นกลับคืนมาได้
ในมุมของลูกค้า การปฏิเสธด้วยประโยคเหล่านั้นอาจเป็นการถนอมน้ำใจ แต่คนฟังมักเจ็บเสมอเพราะผลลัพธ์คือ “พวกเขาไม่สามารถปิดการขายนั้นได้"
Marc Wayshak นักเขียนและผู้ก่อตั้ง Sales Insights Lab ได้แนะนำว่า แม้คำพูดเหล่านั้นจะทำให้หงุดหงิดมากแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีหลีกเลี่ยงเลย โดยสิ่งแรกที่ทุกร้านควรมีคือ “ความเข้าใจลูกค้า” รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ซื้อ มันอาจเกิดจากวิธีการขายหรือสินค้าไม่น่าสนใจพอก็ได้
กลยุทธ์ที่ Marc Wayshak ใช้ในการปิดการขายของเขาและมันได้ผลคือ
1. เมื่อลูกค้าบอก “ขอคิดก่อน” อาจเป็นเพราะ
ไม่รู้จะซื้อไปทำไม มองไม่เห็นคุณค่า หรือไม่จำเป็น
สิ่งที่นักขายหลายคนเข้าใจผิดคือ การขายที่ดีต้องขายไปที่สรรพคุณครบเครื่องและราคาถูก แต่แท้จริงแล้ว ลูกค้าบางคนและอาจเป็นส่วนใหญ่ต้องการรู้แค่ว่า สินค้าชิ้นนั้นจะสามารถช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้ยังไง สินค้านั้นมันจะเป็นประโยชน์กับเขาได้ยังไง ซื้อไปแล้วมันจะคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไปมากน้อยแค่ไหน
พวกเขาไม่ต้องการข้อมูลรายละเอียดมากมายว่าทำมาจากอะไร ผลิตที่ไหน ได้รางวัลอะไร เพียงแค่บอกไปเลยว่าคุณค่าของสินค้านั้นคืออะไร ทำให้พวกเขารู้สึกว่าหากไม่ซื้อไป อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หรือเมื่อซื้อไปแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น
2. อย่าถามซ้ำ หรือถามจี้ เพราะจะทำให้บรรยากาศเสีย
อย่าตอบสนอง หยุดทุกอย่างชั่วคราว และทำให้ช้าลง
หลายครั้งที่ลูกค้าเริ่มพูดว่า “ขอคิดดูก่อน” นักขายหลายคนชอบสวนทันทีว่า “ไม่ต้องคิดแล้ว นี่ถูกที่สุด” หรือพยายามจี้ให้ลูกค้ายอมรับกับข้อเสนอขายนั้นให้ได้ ซึ่งนั่นจะเป็นการปิดประตูในใจลูกค้าทันที ในทางกลับกันเมื่อได้ยินคำนั้น ให้ลองหยุดตอบโต้ 4 วินาทีเพื่อคิดหาวิธีหรือหาคำพูดที่เหมาะสมในการโต้กลับ
เพราะการรักษาความสัมพันธ์กับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า เป็นเกมการขายที่ต้องใช้ในระยะยาว อย่าทำให้มันจบอย่างรวดเร็ว แม้คุณไม่ชนะวันนี้ วันหน้าคุณอาจเป็นคนชนะเกมทั้งกระดานก็ได้
3. ใช้ความนุ่มนวลด้วยน้ำเสียงต่อรองกับลูกค้า
ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นคนพิเศษ ได้รับการใส่ใจ
หลังจากหยุดการโต้ตอบไปแล้ว 4 วินาที การตอบโต้ครั้งต่อไปคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยการชื่นชมลูกค้า หรือการทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและไม่รู้สึกผิดที่จะปฏิเสธไป เช่น คุณอาจขอบคุณที่ลูกค้าแวะเวียนเข้ามา และเข้าใจว่าทำไมถึงเลือกที่จะเดินจากไป
ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายระหว่างการพูดคุย ด้วยการบริการที่ดีและนุ่มนวล คุณจะเป็นหนึ่งในร้านที่ติดอยู่ในความทรงจำของเขา และหากขากลับเขาเดินผ่าน เขาก็จะแวะเข้ามาอีกรอบเพราะความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจ และนั่นจะเป็นโอกาสให้คุณปิดการขายได้
4. ขอเหตุผลที่ลูกค้ายังไม่พอใจในสินค้า
อย่าคาดคั้นเอาคำตอบ แต่ทำให้ตัวเองเป็นเหมือนพวกของเขา
บางครั้งนักขายหลายคนคิดว่า การที่ลูกค้าขอเวลาคิดเพิ่มเติม อาจเป็นเพราะต้องการเล่นเกมไหวพริกที่จะได้ส่วนลด จึงยื่นข้อเสนอใหม่ไปให้ แต่นั่นอาจเป็นการทำให้ลูกค้าไม่พอใจ เพราะมันคือการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้ข้อเสนอในการลดราคา
และแน่นอนว่ามันอาจส่งผลต่อยอดขายในอนาคตได้ ดังนั้น ลองทำความเข้าใจในมุมของลูกค้าแทนว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ หรืออาจถามไปได้เลยว่าลูกค้ายังติดใจเรื่องอะไรอยู่ที่คุณพอจะสามารถช่วยเหลือได้ และหาทางออกให้เขาด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด
สิ่งสำคัญของการขายคือการมองวิธีการที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจต่อวิธีการและสินค้า โดยเรื่องเงินและคุณภาพอาจเป็นเรื่องรองสำหรับลูกค้าบางคน นักขายที่ดีจำเป็นต้องคอยสังเกตและมองหาให้เจอว่า ความต้องการของเขาคืออะไร และนำสิ่งนั้นมานำเสนอให้ทันที
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

06/11/2023

ยิ่งรับมือกับคนได้เยอะ ก็มีโอกาส "สร้างเงินได้เยอะ"
กฎง่าย ๆ 10 ข้อ ที่ใช้ "รับมือกับผู้คน" จาก CEO
หลายธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นมักจะติดอยู่กับกับดักที่ “พยายามให้เป็นที่น่าพอใจของทุกคน” แต่แท้จริงแล้ว คุณไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจในสิ่งที่ตัวเองทำได้ เว้นแต่ว่า คุณอยากทำให้ธุรกิจต้องเดินไปจบอยู่ที่ “ความล้มเหลว”
Paul Hudson CEO ของ Sanofi มองว่าบางคนอาจจะไม่พอใจเพราะพวกเขาไม่ชอบคุณหรือไม่ชอบงานของคุณหรืออาจไม่มีเหตุผล ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือธรรมชาติของมนุษย์ แม้แต่ดารานักร้องที่มีคนชื่นชมทั่วโลก ก็ยังมีคนที่ไม่พอใจพวกเขาได้เลย
ธุรกิจตอนนี้เกิดขึ้นใหม่แทบทุกวัน หากคุณพยายามทำให้ทุกคนมีความสุข หรือเป็นแบรนด์ที่ “สมบูรณ์แบบ” นั่นอาจทำให้คุณไขว้เขวได้ ดังนั้นคุณต้องเรียนรู้จากพวกเขาและเปลี่ยนแปลง คุณไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ เพียงแค่ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่คุณทำ
ในฐานะผู้นำองค์กร คุณต้องรับรู้ว่าโดยธรรมชาติแล้วผู้คนเกลียดการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครรักการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะดีก็ต้องมีคนมาต่อต้าน สิ่งที่คุณต้องทำคืออธิบายให้พวกเขาฟังว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็น
ไม่ใช่กับการพยายามทำให้ลูกค้าเข้าใจเท่านั้น แต่คนในองค์กรก็เช่นกัน
มีกฎง่าย ๆ 10 ข้อที่คุณสามารถยอมรับได้เมื่อต้องรับมือกับผู้คน ทั้งคนที่รักคุณและคนที่เกลียดคุณ
O อย่าพูดมากกว่าฟัง - หลายคนพูดมากเกินไปและฟังน้อยเกินไป บางครั้งถ้าเราเงียบและฟังเสียงแห่งความเงียบ เราก็จะได้เรียนรู้อะไรมากมาย
O เป็นตัวเองในแบบของตัวเอง - คุณไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้ พยายามเป็นคุณและอย่าเสียใจที่ได้เป็นคุณ แม้ว่ามันอาจจะเจ็บปวดบ้างก็ตาม
O อย่าคาดหวังในตัวคนอื่นมากเกินไป - - บางครั้งเราคาดหวังมากมายจากผู้คนจนเราไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ คาดหวังเพียงเล็กน้อยจากพวกเขา และเมื่อพวกเขาส่งมอบเกินกว่าที่คุณคาดหวัง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี
O อย่ายินดีกับคำเชิญชมมากเกินไป - เมื่อมนุษย์ได้รับคำชมมากมาย พวกเขามักจะคิดว่าพวกเขาอยู่เหนือกว่าคนอื่น วิธีที่ดีที่สุดในการให้เครดิตคือการให้เครดิตกับทีมและเพียงชี้ให้เห็นการมีส่วนร่วมของแต่ละคนที่ไม่เหมือนใคร
O พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล - คำตอบที่นุ่มนวลจะละลายความโกรธเคืองออกไปได้เสมอ หลายคนอยู่ห่างจากข้อเท็จจริงนี้
O การขมวดคิ้วต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่าการยิ้ม - เพราะรอยยิ้มเป็นอาวุธเดียวที่ช่วยให้ศัตรูคาดเดาถึงการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของคุณ ยิ้มให้กับคนที่คุณพอใจ และยิ้มให้กับคนที่คุณไม่ได้ทำให้พอใจ
O เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ – เมื่อคุณรู้สึกว่าคุณควรจะปฏิเสธจริงๆ ก็อย่าพูดว่าใช่
O อย่าเป็นคนสมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีใครสามารถทำได้
O อย่าคาดหวังให้ทุกคนเห็นด้วยกับคุณ ทุกคนมีความคิดเห็นและความคิดเห็นไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริง
O อย่าคาดหวังให้ทุกคนมาชอบคุณ
การทำธุรกิจสิ่งสำคัญที่คุณต้องโฟกัสคือ “ลูกค้าตัวเอง” เพราะคุณไม่สามารถทำให้ทุกคนกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้ เหมือนกับการทำให้ทุกคนบนโลกพอใจ ดังนั้นมุ่งไปหาคนที่คอยสนับสนุนคุณเท่านั้นก็พอ อย่าปล่อยให้เสียงของคนนอกมาทำให้ทางเดินของคุณไขว้เขวเลย
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

04/11/2023

“อีลอน มัสก์” คิดว่า ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะกลายเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจทำให้มนุษย์ไร้งานในอนาคต
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีเผยว่า อภิมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” เจ้าของบริษัทเทสลา สเปซเอ็กซ์ และเอ็กซ์ รวมถึงบริษัทสตาร์ตอัปเอไอ xAI คิดว่า ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะกลายเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์
มัสก์กล่าวผ่านงานในเฮาส์ออฟแลงคัสเตอร์ ทำเนียบรัฐบาลอังกฤษเมื่อวันพฤหัสบดี (2 พ.ย.) ว่า
“เราจะมีสิ่งที่ฉลาดกว่ามนุษย์ที่อัจฉริยะที่สุดเป็นครั้งแรก ยากมากที่จะบอกว่าสถานการณ์แบบนั้นมันเป็นยังไง แต่อาจมีจุดที่ตลาดไร้งาน คุณหางานได้แหละ ถ้าคุณอยากทำงานเพื่อความพึงพอใจส่วนบุคคล แต่เอไออาจสามารถทำอะไรทุกอย่างได้อยู่แล้ว
มัสก์ยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีหลายคนที่ออกมาเรียกร้องให้หยุดพัฒนาเอไอให้ล้ำสมัยกว่าซอฟต์แวร์ ChatGPT-4 ผ่านจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ผู้นำเทคฯคนอื่น ๆ ไม่เห็นด้วยกับมุมมองดังกล่าว รวมทั้งอเล็กซ์ คาร์ป ซีอีโอบริษัทซอฟต์แวร์ Palantir ซึ่งเขาเคยแสดงความเห็นผ่านบีบีซีเรดิโอเมื่อเดือน มิ.ย. ว่า
“คนที่บอกให้หยุดพัฒนาเอไอ เพราะยังไม่มีผลิตภัณฑ์เอไอต่างหาก”
ความคิดเห็นของมัสก์เมื่อวันพฤหัสบดี เป็นไปตามบทสรุปของการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญที่เบล็ตช์ลีย์ พาร์ค ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผู้นำโลกหลายคนเห็นด้วยเกี่ยวกับความเสี่ยงเอไอต่อมนุษยชาติ
"ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนั้นทำให้ผู้คนสะดวกสบายหรือไม่สะดวกสบาย” มัสก์กล่าวติดตลกจนทำให้ผู้ฟังขำไปตามกัน
“ถ้าคุณขอพรกับจีนี่ให้คุณได้อะไรตามปราถนาโดยไม่มีขีดจำกัด คุณก็ไม่ต้องมีข้อจำกัดขอพรได้ 3 ข้อ มันก็มีทั้งดีและแย่ แต่หนึ่งในความท้าทายในอนาคตคือ เราจะค้นพบความหมายในชีวิตได้อย่างไร” มัสก์ กล่าว
ทั้งนี้ มัสก์ มีโอกาสหลายครั้งที่ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามเอไอที่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยบอกว่า เอไออาจอันตรายกว่าอาวุธนิวเคลียร์
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจTech

02/11/2023

ตอนที่ฉันเริ่มธุรกิจเมื่อ 6 ปีที่แล้ว
ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มา
Ivan Popov CEO ของ Vipe Studio เป็นธุรกิจที่สร้างและดูแลเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress สำหรับองค์กรและ SME มองว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจของเขา เขาจำได้ว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าสับสนและมีแต่คำถามเต็มไปหมด เพราะด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไง ถึงแม้ว่าจะมีทักษะและความรู้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และ WordPress อยู่แล้ว แต่การทำธุรกิจไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยศึกษามาเลย
ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี จากวันแรกจนถึงปัจจุบันเขาได้ลองผิดลองถูกมามากมาย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เขาจะแชร์เรื่องราวของตัวเอง ประสบการณ์สำหรับมือใหม่จริง ๆ รวมถึงเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในการเริ่มต้นองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
บทเรียนเหล่านี้ที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ มันอาจกลายเป็นเข็มทิศหรือแผนที่ที่คอยไกด์ทางให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นได้
1. สิ่งแรกที่ควรทำคือการ “สร้างภาพ” ให้เป็นที่จดจำ
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน คนมองมาต้องรู้เลยว่าทำอะไร
“เอกลักษณ์” เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนแยกคุณกับคู่แข่งออก แต่การจะสร้างความโดดเด่นตรงนั้นได้จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยคุณต้องมีความชัดเจนว่าบริษัทของคุณเป็นตัวแทนของอะไร สร้างวิสัยทัศน์โดยละเอียดเกี่ยวกับบริษัทในอนาคตของคุณ ชื่อของแบรนด์บ่งบอกถึงตัวตน
ถ้าใครยังจับจุดไม่ถูก อาจเริ่มจากการตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
O ธุรกิจที่คุณทำ จะทำเกี่ยวอะไร?
O มันสั้น กระชับ เข้าใจง่ายไหม?
O สิ่งที่อยากสื่อสารไปหาลูกค้าคืออะไร?
O โลโก้ควรเป็นแบบไหน?
O จะสื่อสารสิ่งที่แบรนด์ทำไปหาลูกค้าได้ยังไง และวิธีไหน?
คำถามเหล่านี้คือ “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” ที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีก่อนเริ่มต้นทำอะไร
2. ลูกค้าอยู่ที่ไหน ก็เอาตัวเองไปอยู่ในวงนั้น
พยายามเดินเข้าไปหาลูกค้า ตอบสนองพวกเขาให้มากที่สุด
เกือบทุกธุรกิจที่สร้างโอกาสในการเก็บเกี่ยวทั้งจากออนไลน์และออฟไลน์ Ivan Popov แนะนำว่าอย่าพลาดโอกาสที่จะได้รับไลก์ แชร์ และการกล่าวถึงทั้งหมด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ในทุกวันนี้มองหาธุรกิจออนไลน์เป็นอันดับแรก วางแผนในการสร้างหน้าร้าน ช่องทาง และการตลาดออนไลน์ของตัวเอง
3. เตรียมเงินลงทุนให้พร้อม ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เงิน
อย่าลืมว่าธุรกิจต้องมีการลงทุนเสมอ ทั้งเงิน ความพยายาม และพลังงาน เมื่อเรากล่าวถึงแง่มุมทางการเงินของสิ่งนี้ สิ่งสำคัญสำหรับคุณคือต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ลองมองหาและคำนวณต้นทุน กำไรของธุรกิจให้ดี ๆ เพราะไม่อย่างนั้นมันอาจกลายเป็นขาดทุน
4. จ้างคนเก่งมาทำงาน ไม่ใช่ว่าจ้างใครก็ได้
อย่ามองแค่ค่าแรงน้อยเลยจ้าง ยอมจ่ายแพงเพื่อคุณภาพดีกว่า
ช่วงเริ่มต้นเป็นช่วงที่ธุรกิจควรจ้างคนเก่งมาอยู่ไว้เยอะ ๆ ไม่ใช่ว่าเอาใครก็ได้มาทำ หรือทำทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ทั้งที่ก็มีบางสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด เพราะทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร คือทรัพยากรมนุษย์ ลงทุนในคนคุ้มค่าที่สุด เพราะพวกเขาจะสร้างผลตอบแทนคืนกลับมาให้เรามากกว่าเดิม
5. ทำความรู้จักคู่แข่ง รู้ว่าพวกเขาทำยังไง
มองแผนของพวกเขาให้ออก แล้ววางแผนที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า
เพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ ธุรกิจจำเป็นต้องนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า วิธีการคือการตรวจสอบและวิจัยคู่แข่งของตัวเอง ค้นหาสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นและทำให้กลายเป็นอาวุธหรือจุดแข่งของตัวเอง พยายามอย่าเปลี่ยนแปลงอะไรบ่อย ๆ คงความเป็นตัวเองไว้ให้ได้ตลอด
การวางแผนที่เหมาะสมและกรอบความคิดในการเป็นผู้ประกอบการ เป็นเหมือนไกด์ที่คอยชี้เส้นทางที่ถูกต้องให้กับคนที่เริ่มต้น เพราะแม้ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำธุรกิจของตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ทำ จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

01/11/2023

เจ้าของธุรกิจ เป็น “นักลงมือทำ" เพียง "ชั่วคราว" พอ
หลังจากนั้น ต้องกระจายงานไป ไม่งั้นจะหมดไฟ และทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ยาก
(อธิบายด้วยแนวคิด Working on/in your business)
รู้ไหมว่าความแตกต่างระหว่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ กับ ผู้นำที่พาองค์กรย่ำอยู่ที่เดิม มีความแตกต่างกันตรงไหน?
ในโลกของการทำธุรกิจ มีประโยคหนึ่งที่ใช่เปรียบเทียบได้เห็นภาพอย่างชัดเจน นั่นคือคำว่า “Working on your business” และ “ Working in your business” ถ้าแปลแบบตรงตัวมันคือการทำงาน “บนธุรกิจ” และ “ในธุรกิจ”
แล้วความแตกต่างของมันคืออะไร?
O Working in your business - ทำงานในธุรกิจ
หมายถึงกลุ่มเจ้าของธุรกิจที่ทำงานทั้งหมดทุกอย่างในองค์กรของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหนก็ลงมือทำเองทั้งหมดทุกขั้นตอน แม้ช่วงแรกผลลัพธ์จะออกมาดี เพราะการทำงานจะรวดเร็วขึ้น แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ไฟในการทำงานของผู้ประกอบการก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาจะเหนื่อยกับการทำทุกอย่างจนไม่มีเวลาได้พัก
ผลที่ตามมาจากการทำทุกอย่างคือ พวกเขาไม่ให้เวลาตัวเองทำงานเพื่อการเติบโตของธุรกิจ สร้างกลยุทธ์การวางแผน หรือมุ่งเน้นไปที่โอกาสในอนาคต พวกเขาจะติดอยู่ในวงจรของการทำงานที่ไม่มีวันจบสิ้น และสุดท้าย ธุรกิจนี้ก็ต้องรันไปโดยที่ไม่สามารถขาดเขาได้
เจ้าของธุรกิจมักได้ชื่อว่าเป็น “นักลงมือทำ” แต่มันก็เป็นเพราะพวกเขาไม่ไว้วางใจให้คนอื่นทำต่างหาก
บางคนอาจคิดว่า “มันก็ดีอยู่แล้วที่เจ้าของธุรกิจลงมือทำด้วยตัวเอง” แต่แท้จริงแล้วมันคือกับดักที่หลายคนไม่รู้ตัว
Robert Kiyosaki ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเจ้าของหนังสือพ่อรวยสอนลูกเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณไม่ทำงานเพื่อให้ธุรกิจหรือการลงทุนดำเนินไปโดยไม่มีคุณ แสดงว่าคุณคิดน้อยเกินไป”
O Working on your business - ทำงานบนธุรกิจ
กลุ่มคนที่ทำงานบนธุรกิจ ก็เหมือนกับเป็นผู้ควบคุมที่คอยทำหน้าที่บริการ แทนที่คุณจะเป็นคนที่ลงมือทำ ก็ถอยออกมาเพื่อมองดูภาพรวมขององค์กรแทน ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันควรจะเป็นหน้าที่หรือกุญแจหลักของการเป็น “ผู้นำ”
เพราะแทนที่ตัวเองจะลงมือทำเองทั้งหมด พวกเขาก็จ้างคนเก่งมาทำงานแทน ส่วนตัวเองก็ทำเฉพาะสิ่งที่ถนัดจริง ๆ โดยเฉพาะการวางแผนเพื่อทำให้องค์กรเติบโต และเมื่อผู้นำมีเวลาว่างมากขึ้น พวกเขาจะใช้เวลาส่วนนี้ในการ
๐ การวางแผนเชิงกลยุทธ์
๐ วิจัยและพัฒนา
๐ มองหาพันธมิตรทางธุรกิจ
๐ วางแผนด้านเงินทุนและงบประมาณขององค์กร
๐ สร้างระบบและโครงสร้างการทำงานเพื่อการเติบโต
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ แล้ว มันต้องสามารถดำเนินการผ่านไปได้ แม้ว่าตัวคุณในฐานะเจ้าของธุรกิจไม่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นก็ตาม เพราะคุณคงไม่ได้หวังให้มันดำเนินการไปเพียงแค่ 2 - 3 ปี แต่เกมธุรกิจคือเกมระยะยาว เมื่อถึงจุดหนึ่งของความสำเร็จ คุณก็ต้องขยับไปสร้างสิ่งใหม่เพื่อต่อยอดความสำเร็จนั้นต่อไป
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

31/10/2023

วิธีเพิ่มกำไรทางธุรกิจ
พร้อมการตั้งราคา แบบเข้าใจง่าย
1.การเพิ่มจำนวนการขาย
วิธีนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้าที่มีอยู่ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การตลาดและการขาย การขยายช่องทางการขาย และการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า
2. การเพิ่มราคาขาย
วิธีนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มราคาขายสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการ การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับลูกค้า
3. เพิ่มสินค้าหรือบริการ
วิธีนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสินค้าหรือบริการใหม่ให้กับธุรกิจ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การวิจัยและพัฒนา การขยายไลน์สินค้าหรือบริการ และการร่วมมือกับพันธมิตร
4. เพิ่มช่องทางการขาย
วิธีนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มช่องทางการขายให้กับสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การขายผ่านช่องทางออนไลน์ การขายผ่านช่องทางออฟไลน์ และการขายผ่านช่องทางตัวแทน
5. ลดต้นทุน
วิธีนี้เป็นการมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนการผลิตหรือการจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้เทคโนโลยี การใช้กลยุทธ์การจัดซื้อและจัดจ้าง และการปรับกระบวนการทำงาน
ฮาวทูตั้ง “ราคาสินค้า” 4 แบบ ได้แก่
1.การกำหนดราคาตามต้นทุน
เป็นการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการโดยพิจารณาจากต้นทุนการผลิตหรือการจัดจำหน่ายเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของตลาดหรือมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
2. การกำหนดราคาตามตลาด
เป็นการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการโดยพิจารณาจากราคาของสินค้าหรือบริการที่คล้ายคลึงกันในตลาดเป็นหลัก
3. การกำหนดราคาตามมูลค่า
เป็นการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการโดยพิจารณาจากมูลค่าที่ลูกค้าได้รับจากสินค้าหรือบริการเป็นหลัก
4. การกำหนดราคาตามจิตวิทยา
เป็นการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการโดยอาศัยหลักการทางจิตวิทยา เช่น การใช้ตัวเลขที่สวยงามหรือการใช้ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง
"หนังสือ Revenue Model รวมโมเดลสร้างรายได้ ขายดีทุกราคา" พร้อมส่งแล้ววันนี้ !! มีจำนวนจำกัด ลิงก์สั่งซื้อในคอมเมนต์
#เพิ่มรายได้ทางธุรกิจ

13/10/2023

Branding Vs. Marketing
ทำธุรกิจให้ได้กำไร
ต้องทำให้ลูกค้ารู้จักและจำแบรนด์ได้
ผลสำรวจของ HubSpot พบว่า 95% ของธุรกิจเชื่อว่าการสร้างแบรนด์มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ เพราะการสร้างแบรนด์ให้มีภาพจำและเอกลักษณ์ จะทำให้ธุรกิจนั้นโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างมาก และทำให้ลูกค้าจดจำและรู้สึกถึงคุณค่าของแบรนด์ได้
ดังนั้นการสร้างธุรกิจให้ไปสู่ก้าวความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงการมีอยู่ของแบรนด์ แต่ต้องทำให้คนรู้แล้วสามารถจดจำได้ด้วย นั่นจึงเป็นผลลัพธ์ที่แตกต่างของการทำ “Branding” และ “Marketing” ที่คนทำธุรกิจหลายคนยังสับสนอยู่
แล้วความแตกต่างของทั้ง 2 สิ่งนี้ ยังส่งผลต่อการทำธุรกิจยังไงอีก?
Digital Growth Agency ได้ทำการแบ่งแยกความแตกต่างของ “Branding” และ “Marketing” เพื่อให้คนทำธุรกิจได้เห็นถึงผลลัพธ์และกระบวนการทำงานที่ชัดขึ้น เพื่อเตรียมสู่การกระโดดเข้าไปแข่งขันในตลาดที่มีคู่แข่งเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ดังนี้...
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

12/10/2023

อายุไม่เยอะ แต่หาเงินเยอะได้
ด้วยการติดตั้ง "ทัศนคติเหล่านี้"
เคล็ดลับที่ได้มาจาก การตกผลึกหนังสือการเงินหลายเล่ม
1. ไม่ว่าวัยไหน ให้ตั้งเลยว่า เราจะ "หาเงินให้เก่ง"
มองหาหลักฐานที่ส่งเสริม ทัศนคติในการ “หาเงินเก่ง”
เงินนั้นอยู่ไม่เป็นที่ ชอบเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ๆ อยากได้ก็ต้องออกไปค้นหา ไม่ใช่คาดหวังให้เงินมาหาเรา เพราะถ้าหากช้าแค่ช่วงเวลาหนึ่ง เงินก็ย้ายที่อยู่แล้ว
หลายคนคงเคยได้ยินว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ เงินไม่ได้หายไปไหน เงินก็แค่เปลี่ยนที่อยู่จากที่หนึ่ง ไปอีกที่หนึ่งเสมอ คนที่หาเงินได้เยอะ ๆ รู้กฎข้อนี้ดี จึงสามารถสร้างโอกาสได้ตลอดเวลา ด้วยการมองหาหนทางสร้างเงินใหม่ ๆ โดยหมั่นสังเกตในแต่ละช่วงเวลาว่า อะไรเป็นโอกาสที่จะทำเงินได้ง่ายขึ้นและเร็วที่สุด
เช่น เมื่อก่อนหากพูดถึงการค้าขาย ต้องมีหน้าร้าน ลูกค้าต้องได้จับหรือลองสินค้าของจริง ถึงจะเกิดการซื้อได้ แต่มาในยุคนี้ การค้าขายกลับพลิกโฉมใหม่ สามารถทำได้ในออนไลน์ทันที สินค้าจริงอาจจะมีหรือไม่มีในสต๊อกก็ได้ เพียงแค่ถ่ายรูปลงเว็บไซต์ ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ หรือช่องทางติดต่อไว้ ก็สามารถทำธุรกิจเปิดร้านขายของได้ทันที
นี่คือการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ตามช่วงเวลาที่ดี พร้อมลงมือทำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สามารถโกยเงินเข้ากระเป๋า โดยไม่รอให้เงินวิ่งมาหา เพราะนั่นไม่ใช่ธรรมชาติของเงิน ในเมื่อเงินชอบย้ายที่อยู่ จงมองหาที่อยู่ใหม่ของเงิน แล้วเก็บไว้ให้อยู่กับเราให้ได้
2. เมื่อทำงานแล้ว ให้ตั้งว่า เราจะ "รวยในแบบของเราเอง"
สร้างทัศนคติในการ “รวยตั้งแต่อายุยังน้อย”
อายุน้อย มีเงินน้อย ยังไงก็ไม่รวย คือความเชื่อในอดีต แต่ในตอนนี้ อายุเท่าไร มีเงินเท่าไหร่ ก็สามารถรวยได้
“ต้นทุน” คือสิ่งที่กำหนดชีวิตของใครหลายคน ในอดีตผู้ที่มีฐานะร่ำรวยอาจต้องมีต้นทุนมาก จึงจะสามารถใช้ต่อยอดทำเงินเพิ่มมากขึ้นได้ แต่ในตอนนี้หากคุณเริ่มต้นด้วยต้นทุนที่น้อย
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการเข้าถึง “ความรู้” และ “เงินทุน” ที่ง่ายมากขึ้น ในช่องทางที่หลากหลาย จากแหล่งข้อมูลนานาประเทศ และนั่นย่อมทำให้ต้นทุนของคุณถูกยกระดับให้สูงขึ้นไปโดยปริยาย
เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย หรือบางคนติดลบด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
3. เริ่มมีเงินก้อนบ้างแล้ว ให้ตั้งว่า เราจะ "สร้างเงินให้งอกเงยด้วยการลงทุนทั้งเงิน เวลา และธุรกิจ"
นักธุรกิจรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ไม่มีเวลาบริหารเงินของตนเอง เพราะทุ่มเทเวลาให้กับการทำธุรกิจ แต่หนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้ธุรกิจไปได้สวย และทำให้เงินงอกเงยได้พร้อม ๆ กับการเติบโตของธุรกิจก็คือการลงทุนใน “กองทุนรวม”
สิ่งที่คนอายุน้อยมักพลาดคือ ไม่ยอมเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่เงินก้อนแรกที่หาได้ หลายคนมักรอให้มีเงินจำนวนมากก่อน ถึงจะเริ่มคิดลงทุนอย่างจริงจัง อาจเพราะคิดว่าเรื่องการเงิน เรื่องการลงทุน เป็นเรื่องของคนที่ผ่านการทำงานมาซักระยะ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถขั้นสูง หรือจำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ แต่ความเป็นจริงแล้วเราทุกคนสามารถลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” ที่มีมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้ได้
4. เมื่ออยู่ตัวบ้างแล้ว ให้ตั้งว่า เราจะ "ลงทุนด้วยความสม่ำเสมอ"
ไม่ว่าเงิน 1 ล้านบาท 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท หากต้องการให้ได้ตามเป้าหมาย สิ่งสำคัญคือต้อง “รู้จักตัวเอง” และ “พร้อมลงทุนในทุกสถานการณ์”
คนที่อยู่ในแต่ละช่วงวัยจะมีมุมมองต่อ “เงิน” แตกต่างกัน ในวัยรุ่นจะมองเงินเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อความสนุกสนาน ใช้ซื้อของที่อยากได้ ใช้ดื่มกินเที่ยว
พอโตขึ้นมาในวัยทำงานเงินจะถูกจะมองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนของที่มีคุณค่า ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นและต้องเริ่มที่จะวางแผนสำหรับอนาคต เมื่อเข้าสู่วัยชราเงินจะถูกมองในรูปแบบของความอิสระ ความมีอิสระจากทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร สามารถใช้เป็นทรัพยากรส่งตัวเองไปถึงบั้นปลายชีวิตที่สงบสุข
ดังนั้นเมื่อเรารู้จักตัวเองว่าเราอยู่ในวัยไหน มุมมองต่อเงินเป็นอย่างไร ก็ย่อมสามารถตั้งเป้าหมาย และประเมินความเสี่ยงในการลงทุนของตนเองได้
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

11/10/2023

ยกระดับ "เจ้าของธุรกิจ" ที่เริ่มต้นคนเดียว ก็ทำบริษัทให้ยิ่งใหญ่ได้
ใครบ้างที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง? แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ลงมือทำ? แล้วในจำนวนนั้นมีใครบ้างที่ประสบความสำเร็จ? ในทุก ๆ ความฝัน ทุกคนล้วนอยากไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเองเสมอ แต่ในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นการทำสิ่งได้ก็ตาม ก่อนที่จะประสบความสำเร็จได้ย่อมต้องผ่านอุปสรรคมาก่อน
Atul Grag, Director และ CEO ของ Oddy Uniwraps Innovation Pvt. limited บริษัทผู้ผลิตเครื่องเขียนและกระดาษที่มีชื่อเสียงมากว่า 20 ปี ผู้บุกเบิกรายการเครื่องเขียนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกว่า 88 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จำนวนกว่า 1,200 รายการ รวมไปถึงกระดาษสำหรับรองอบที่เอาไว้ใช้ทำขนมนั่นเอง
แต่ในวันนี้เราจะไม่ได้มาเล่าเรื่องความสำเร็จของ Oddy Uniwraps แต่วันนี้เราจะมาแชร์ 7 เทคนิคการเป็น ‘เจ้าของธุรกิจ’ ที่ควรรู้ จาก Atul Garg ที่จะเป็นเคล็ดที่ไม่ลับอีกต่อไป
1) วางแผนให้ชัดเจน
การที่เราจะทำธุรกิจให้มาได้อย่าง ‘ตอบโจทย์’ และ ‘ตรงจุด’ เราควรต้องกำหนดทิศทางกลยุทธ์ของตนเองให้ชัดเจนเสียก่อน คล้ายกับการสร้างบ้าน ถ้าหากคุณคิดจะวางห้องครัวไว้ตรงนั้น วางห้องนั่งเล่นไว้ตรงนี้แบบที่ไม่มีการวางแผน แล้วบ้านคุณจะเป็นอย่างไร?
การทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน เราควรวางเป้าหมายและวางแผนธุรกิจไว้อย่างชัดเจน กำหนดทิศทางไว้เฉพาะเจาะจงเพื่อไม่ให้ตัวเองหลงทาง ซึ่งจะช่วยทำให้ ‘บ้าน’ ของคุณมีรากฐานที่แข็งแกร่ง และจะสามารถลงมือสร้างบ้านของคุณต่อไปได้อย่างมีแนวทางอย่างชัดเจน จงหาสิ่งที่คุณเชี่ยวชาญ ไม่ใช่พยายามทำไปเสียทุกสิ่ง แบบนี้จะดีกว่า
2) สร้างทีมที่ยอดเยี่ยม
การสร้างธุรกิจที่สำเร็จด้วยตัวคนเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะต่อให้คุณเก่งกาจแค่ไหนแต่ทุกองค์กรล้วนต้องการ ‘ทีม’ ที่ดี ที่จะมีทั้ง Passion และความหลงใหลไปด้วยกัน โดยคนที่คุณมองหาจะมีอยู่ 2 กลุ่มด้วยกัน คือ 1. คนที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้ และ 2. คนที่มีทักษะที่คุณไม่มี
นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ด้วยการหาพันธมิตรหรือผู้ร่วมก่อตั้งที่มีความสามารถ ก็จะเป็นส่วนช่วยให้ธุรกิจคุณไปได้ไกลขึ้น
3) บริหารเวลาให้เป็น
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จให้ความสำคัญกับ ‘เวลา’ ต้องจัดเรียงลำดับความสำคัญในการทำสิ่งต่างให้ดี อย่าเสียเวลาทำในสิ่งที่คนอื่นทำแทนได้โดยการเลือกคนที่ใช่มารับผิดชอบงานเพื่อแบ่งเบาภาระและเพิ่มเวลาให้คุณสามารถทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าได้ และใช้เวลากับการเล่น Social Media ให้น้อยลง
จงอย่าให้หน้าจอมือถือสว่างกว่าเส้นทางธุรกิจ!
4) วางแผนการเงิน
นอกจากการวางแผนธุรกิจแล้วก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับ ‘การเงิน’ เพราะในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำธุรกิจย่อมมี ‘เงิน’ เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ดังนั้น ความสำเร็จของธุรกิจก็ขึ้นอยู่กับว่าการจัดการเงินทุนเป็นอย่างไร จะใช้เงินของคุณยังไง และจะตัดสินในการดูแลธุรกิจอย่างไร
ในการทำธุรกิจสามารถหาเงินทุนได้หลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นเงินเราเองซึ่งเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยม, ขอเงินจากนักลงทุน แต่ก็ต้อง Pitching ให้เฉียบคม เพื่อที่นักลงทุนจะได้สนใจ, Crowdfunding การระดมทุนจากผู้ลงทุนหลาย ๆ คน เพื่อสนับสนุนโครงการ แต่อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาการระดมทุนระยะยาว, รับสินเชื่อ SME ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่าคุณสะดวกแบบไหน
5) Marketing Mantras
สร้างประสบการณ์และการจดจำบ่อย ๆ เหมือนถูกมนต์สะกด โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือการค้นหา และกำหนดเป้าหมายลูกค้าให้ชัดเจน โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อธุรกิจเริ่มอยู่ตัวก็สามารถพัฒนากลยุทธ์เพื่อมองหาเป้าหมายที่แข็งแกร่งขึ้นได้ และพยายามมองในมุมมองของลูกค้าว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร
แต่ในทุก ๆ ธุรกิจก็ย่อมต้องมีคนที่ไม่ Happy กับเรา สิ่งที่สำคัญคือควรให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้ตามที่ Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft ได้กล่าวไว้ เพราะพวกเขาคือ ‘แหล่งเรียนรู้’ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ มองหาช่องว่างและพยายามอุดรอยรั่วเพื่อให้เกิดสินค้าหรือบริการที่ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้าง Bran Identity ให้ชัดเจนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้มากขึ้น
6) คอนเนกชั่นเป็นสิ่งสำคัญ
ทำให้ ‘เครือข่าย’ ทำงานแทนคุณ โดยการใช้เวลาไปกับการพบปะผู้คนที่มีคอนเนกชั่นดี ๆ เพื่อเสริมคุณค่าและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ แต่ก็คงไม่มีใครให้อะไรกับใครฟรี ๆ จงทำให้เห็นว่าคุณพร้อมที่จะ ‘ให้’ มากกว่ารอรับผลตอบแทนจากเขา นี่แหละจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่ดี
7) ลงมือทำและเติบโต
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่ผัดวันประกันพรุ่ง หลังจากวางแผนและวางเป้าหมายเสร็จพวกเขาก็จะรีบลงมือทำ เพราะหากไม่เร่งมือนั่นหมายความว่าคุณอาจได้รับ ‘ค่าเสียโอกาส’ ไปแล้วก็ได้ ไม่มีอะไรที่เสร็จข้ามคืนเช่นเดียวกับกรุงโรมที่ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เมื่อคุณได้ลงแรงกายแรงใจมาอย่างเต็มที่ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ให้เร่งลงมือสร้างธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นไปจะดีกว่า
ความสำเร็จไม่ได้มาง่าย ๆ แต่ก็มีหลายวิธีที่คุณสามารถเรียนรู้และนำไปใช้เพื่อให้เดินไปสู่เส้นทางความสำเร็จ ลองเรียนรู้จากความสำเร็จและความล้มเหลวของนักธุรกิจในตำนาน และลองนำเทคนิคทั้ง 7 นี้ไปปรับใช้.. ความสำเร็จก็อาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

10/10/2023

ข้อดีเจ้าของธุรกิจ "ที่เริ่มมาจากตัวเอง"
แบบไม่มีนักลงทุน จากเจ้าของกว่า 3 บริษัท

Melissa Kwan CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง eWebinar บอกว่าในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา เธอสร้างบริษัทสตาร์ทอัปขึ้นมา 3 แห่ง และเธอเลือกที่จะไม่ระดมทุนหรือมองหานักลงทุนเพิ่มเข้ามาเลย เพราะการเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวทำให้ชีวิตในการเป็นผู้ประกอบการของเธอมีความสุขมากกว่า
เพราะธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่การวิ่งตามผลกำไร แต่มันคือการวิ่งตาม Passion ที่ได้เงิน
ความสำเร็จของการทำธุรกิจไม่ได้มองที่ตัวเงินเสมอไป แต่มันต้องสามารถสร้างความสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานที่ทำให้การธุรกิจมีความยั่งยืนด้วย ซึ่งข้อดีของการทำธุรกิจเพียงตัวคนเดียวจากที่ Melissa Kwan ได้ค้นพบมาจากประสบการณ์ 13 ปี ในวงการนี้คือ...
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

09/10/2023

ที่อยู่

ถ. คุณพระขจรเนติยุทธ (ซ. รังสิตนครนายก 46) ต. ประชาธิปัตย์ อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี
Rangsit
12120

เบอร์โทรศัพท์

+66917593735

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัท NTS Credit Groupผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริษัท NTS Credit Group:

แชร์