10/03/2026
1. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)
ลักษณะเด่น
• ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุน
• ความคุ้มครองชีวิตค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเบี้ยที่จ่าย
• สามารถปรับแผนได้ค่อนข้างยืดหยุ่น เช่น เพิ่มหรือลดเบี้ย ปรับกองทุน
• สามารถถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ได้
• หากช่วงใดต้องการพักการส่งเบี้ย ก็สามารถทำได้ในบางเงื่อนไข
เหมาะกับ
• คนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตสูง
• คนที่อยากให้เงินเติบโตผ่านการลงทุนระยะยาว
• คนที่รับความผันผวนของการลงทุนได้
ข้อควรพิจารณา
• ผลตอบแทนไม่ได้การันตี เพราะขึ้นอยู่กับตลาดและกองทุนที่เลือก
• มูลค่าการลงทุนอาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ
• ใช้ลดหย่อนภาษีได้ แต่โดยทั่วไปวงเงินอาจไม่สูงเท่าประกันชีวิตแบบดั้งเดิม
⸻
2. ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์
ลักษณะเด่น
• มีระยะเวลาการส่งเบี้ยที่ชัดเจน
• มีเงินคืนตามสัญญา และมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน
• มีเงินก้อนเมื่อครบสัญญา
• สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มตามสิทธิประกันชีวิต
เหมาะกับ
• คนที่ต้องการความมั่นคงของเงินออม
• คนที่ต้องการวางแผนเก็บเงินแบบมีวินัย
• คนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุน
ข้อควรพิจารณา
• ความคุ้มครองชีวิตมักจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเบี้ย
• ผลตอบแทนโดยรวมอาจไม่สูงเท่าการลงทุนรูปแบบอื่น
• มีระยะเวลาส่งเบี้ยและระยะเวลาถือกรมธรรม์ค่อนข้างยาว จุดคุ้มทุนอาจใช้เวลาหลายปี
⸻
สรุปแนวคิดในการเลือก
• หากต้องการ โอกาสสร้างผลตอบแทน และความคุ้มครองชีวิตสูง
→ ประกันชีวิตควบการลงทุนอาจตอบโจทย์
• หากต้องการ ความมั่นคงของเงินออม และผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้
→ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์อาจเหมาะกว่า
ทั้งสองแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกขึ้นอยู่กับ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการวางแผนของแต่ละคน