Reserve fund - Capital ทุนสำรองพร้อมใช้

Reserve fund - Capital ทุนสำรองพร้อมใช้ ธุรกิจจะเติบโต ต้องอาศัยกำลังทรัพย์ติดต่อเรา บริษัท Reserve fund - Capital

 #เงินช๊อต บริษัท Reserve fund ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องเงินทุนเพียงคุณลูกค้ามีการดำเนินธุรกิจหรืออาชีพที่ชัดเจนบริษัท Rese...
20/05/2025

#เงินช๊อต บริษัท Reserve fund ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องเงินทุน
เพียงคุณลูกค้ามีการดำเนินธุรกิจหรืออาชีพที่ชัดเจน
บริษัท Reserve fund ให้คุณมากกว่าแค่เรื่องการเงิน
#ให้คำปรึกษาฟรีโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
#ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนก่อนไม่ว่าจะกรณีใดๆ
#มีพนักงานลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

Tel : 065-638-3179
Line ID : rsc666

23/05/2024

🇹🇭🔥FIVB เปิดอันดับโลก "วอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย" หากพ่าย ทีมชาติเกาหลีใต้

23/10/2023

"อย่าฝากความหวังกับเงินในอนาคต" ถอด 5 บทเรียนทางการเงิน จากประสบการณ์ชีวิตวัยกลางคน
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 30 ปลายๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะมีบทเรียนต่างๆ มากมายในชีวิต หนึ่งในนั้นคงหนี้ไม่พ้นบทเรียนด้านการเงินจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา และนี่คือ 5 บทเรียนทางการเงิน ของผู้เขียนจากประสบการณ์ตรงในวัยเข้าใกล้หลัก 4
➡️อย่าซื้ออะไรเพราะคิดว่า “ของมันต้องมี” ให้นึกถึง “ของที่ต้องใช้”
ประสบการณ์ช่วงเวลาหนึ่งเมื่อครั้งหาเงินได้ใหม่ๆ คิดว่าทุกคนก็คงเป็นที่รู้สึกว่า “ของมันต้องมี” ผมเคยซื้อทุกอย่างที่อยากได้เต็มไปหมด เพื่อพบว่าผมแทบจะไม่ได้ใช้มันเลย ที่แย่คือของเหล่านั้นเมื่อนำไปขายก็แทบไม่มีราคา และเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องซื้อบางอย่างกลับไม่มีเงินเหลือเพียงพอแล้ว เช่น ตอนคอมพิวเตอร์ใช้งานพังผมกลับต้องยืมเงินมาซื้อ
➡️ออมก่อนใช้ ดีกว่าใช้ก่อนออม
การออมเงินมีหลายสูตรมาก แต่สูตรที่ผมเลือกใช้คือหักดิบเมื่อเงินเดือนออกปุ๊บ ผมจะตัดเข้าบัญชีที่ไม่สามารถกดมาใช้ได้เพราะไม่ได้ทำบัตร ATM ทันที แล้วบริหารจัดการเงินที่เหลือให้อยู่ได้ในแต่ละเดือน เคยลองวิธีเหลือแล้วค่อยออม พบว่าบริหารจัดการยากกว่า ยอดคงเหลือแต่ละเดือนไม่มีความคงที่
➡️อย่าดูถูกเงินฝากประจำ
แม้จะดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่เมื่อคุณเริ่มที่จะ “ฝึกวินัยการออม” เงินฝากประจำคือครูคนแรกของผม มันทำให้เราบริหารจัดการตัวเองได้ ลองฝากระยะสั้นแบบ12-24 เดือน เพื่อฝึกวินัย กับเงินฝากประจำปลอดภาษี จะช่วยทำให้เราเสริมวินัยไปโดยไม่รู้ตัวได้ เมื่อครบกำหนดเงินสะสมอาจเป็นเงินออมก้อนแรกให้คุณเอาไปลงทุนต่อได้เช่นกัน
➡️วางดาวน์ให้สูง ซื้อของใหญ่เมื่อพร้อม
บ้าน รถ ที่ดิน เหลืออะไรก็ตามที่คุณไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินสด ต้องมีการวางเงินดาวน์ซื้อเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของสินค้าให้แก่คุณ เข้าใจว่าความพร้อมของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ถ้าคุณรอได้ไม่รีบร้อนคุณสามารถออมเพื่อสะสมเงินดาวน์ให้ได้มากที่สุด นั่นแปลว่าคุณก็แบกภาระดอกเบี้ยน้อยลง ผมเลือกซื้อบ้านตอนที่พร้อมที่สุดและก็พบว่าตัวเองคิดถูกที่ดาวน์สูง 25%
➡️อย่าฝากความหวังไว้กับเงินในอนาคต
บางคนที่มีรายได้ไม่แน่นอนเช่น เป็นฟรีแลนซ์หรือค้าขายเวลาประเมินสถานการณ์ชอบประเมินเวลาที่ยอดขายมันดีที่สุด ซึ่งอาจจะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ผิด เราควรมองไปที่ยอดขายเฉลี่ยหรือน้อยกว่ายอดขายเฉลี่ยเล็กเล็กน้อย ผมเคยคาดหวังเงินค่าจ๊อบจากงานฟรีแลนซ์วาดฝันสวยหรูว่า 10 เดือนที่เขาจ้างเราจะเอาเงินไปทำอะไรดี ปรากฏเขาเลิกจ้างตอนเดือนที่3 ทุกอย่างดูผิดแผนไปหมดเลย ดังนั้นอย่าประเมินทุกอย่างดีเกินจริง
ไม่แน่ใจว่าข้อไหนไปตรงกับชีวิตจริงของท่านใดบ้าง แต่อยากจะให้คิดว่าในวัย 36 ปีคุณอยากจะมีอะไร อยากจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วพึงพอใจกับตัวเองหรือไม่
คอลัมน์ #มีสลึงพึงบรรจบ โดย Mr.Priceless
#มีสลึงพึงบรรจบ #บทเรียน #บทเรียนทางการเงิน #วัยกลางคน

20/10/2023

[Work & Life] ยุคนี้แค่ IQ กับ EQ ไม่พออีกต่อไป! รู้จัก ‘AQ’ ทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมี
หากเอ่ยถึงทักษะความฉลาดที่สำคัญต่อการทำงาน ภาพแรกๆ ที่หลายคนมักนึกถึงคงหนีไม่พ้นทักษะตระกูล Q อย่างความฉลาดทางสติปัญญา (Intelligence Quotient หรือ IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient หรือ EQ)
แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากสองทักษะนี้ จริงๆ แล้วยังมีอีก Q ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือ ‘ความฉลาดในการรับมือกับปัญหา (Adversity Quotient หรือ AQ)’ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่มนุษย์ออฟฟิศยุคนี้ ทั้งระดับพนักงาน และผู้บริหารควรมีติดตัว
แล้ว AQ คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท และเราจะพัฒนาทักษะนี้ได้อย่างไร? บทความนี้ Future Trends จะมาอธิบายให้ฟังกัน
[ AQ คืออะไร? ]
AQ หรือ Adversity Quotient คือความฉลาดในการรับมือกับปัญหา ทั้งสภาพกาย และจิตใจ ถูกบัญญัติขึ้นโดยพอล สโตลทซ์ (Paul Stoltz) เมื่อปี 1997 ว่า เป็นวิธีการประเมินความสามารถของแต่ละคนในการรับมือ และตอบสนองต่อความทุกข์ยาก
โดยสถาบันชั้นนำอย่างฮาร์วาร์ด (Harvard), สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) และคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon) ต่างก็ใช้ AQ เป็น ‘Golden Standard’ เพื่อประเมินว่า คนนั้นๆ จัดการกับความท้าทายอย่างไรด้วยกันทั้งสิ้น และยังค้นพบอีกด้วยว่า AQ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ ‘การเป็นผู้นำที่ดี’
[ AQ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท? ]
พอลและเอลิซาเบธ เลอ ที (Elizabeth Le Thi) ได้ให้คำจำกัดความว่า ถ้านำไปเปรียบเทียบกับคน และภูเขา AQ ก็ไม่ต่างอะไรจากคน 3 ประเภทนี้
1. Quitters มนุษย์ล้มเลิก - คนประเภทนี้จะมี AQ ที่ต่ำ ตามปกติแล้ว พวกเขามักจะถอดใจกับอะไรง่ายๆ เวลาเห็นปัญหาที่ยากหรือยอดเขา พวกเขาก็มักจะยอมแพ้ ไม่พยายามแก้ปัญหา และเลือกจะจมอยู่กับชีวิตที่สิ้นหวังต่อไป โดยคนประเภท Quitters ไม่นับเป็นสินทรัพย์ที่องค์กรควรเก็บรักษาไว้
2. Campers มนุษย์ท่าดีทีเหลว - คนประเภทนี้จะมี AQ ปานกลาง เมื่อเจอกับปัญหา พวกเขาก็ยังคงมีแรงฮึดสู้ต่อ อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดเหนื่อยขึ้นมา พวกเขาก็จะหยุดพักหรือแวะตั้งแคมป์ก่อน ซึ่งส่งผลให้พวกเขาล้มเลิกความตั้งใจไปในที่สุด ในทางกลับกัน แม้ Campers จะดีกว่า Quitters แต่ถึงที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไม่อาจทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ เนื่องจาก ติดอยู่กับโซนอุ่นสบายเดิมๆ
3. Climbers มนุษย์นักปีนเขา - คนประเภทนี้จะมี AQ ที่สูง ไม่ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาหรือใหญ่โตสักเท่าไร พวกเขาก็พร้อมจะสู้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และปัญหาต่างๆ ยังคงมองโลกในแง่บวก และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้น Climbers จึงเปรียบเสมือน ‘พนักงานในอุดมคติหรือสินทรัพย์ที่มีค่าขององค์กร’
[ เราจะพัฒนา AQ ได้อย่างไร? ]
เว็บไซต์​ Psychologs ได้เสนอแนวทางการพัฒนา AQ ผ่าน L.E.A.D. หรือเทคนิค 4 ขั้นตอน เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า
L : Listen to your response to adversity เวลาเจอปัญหา อย่าเพิ่งเป็นกระต่ายตื่นตูมไปไกล ให้ ‘ดึงสติ’ ของตัวเองกลับมาก่อน
E : Establish accountability เวลาเจอปัญหา นอกจากจะต้องดึงสติกลับมาแล้ว ก็ควรแสดงความรับผิดชอบกับมันด้วย ไม่โทษปัจจัยต่างๆ หรือโชคชะตาฟ้าดินเพียงอย่างเดียว ลอง Step back กลับมาดูว่า เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อปัญหานั้นหรือไม่? เพราะบางครั้งเราก็อาจจะทำลงไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
A : Analyze the evidence ก่อนจะถอดใจกับปัญหายากๆ ให้ลองวิเคราะห์หลักฐานดูก่อนว่า มันจนมุมแล้ว ไม่มีทางแก้จริงๆ รึเปล่า อะไรที่ควบคุมได้ และอะไรที่ควบคุมไม่ได้?
D : Do something หลักจากดึงสติ แสดงความรับผิดชอบ และวิเคราะห์หลักฐานแล้ว อย่างสุดท้ายที่ควรทำก็คือ ‘การลงมือทำอะไรสักอย่าง’ ไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังอยู่แบบนี้ตลอดไป
ถึง IQ และ EQ จะสำคัญในแง่ขององค์ความรู้ และการทำงานร่วมกัน แต่ในความเป็นจริง ทักษะสำคัญที่สุดที่จะพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ก็คือ AQ ต่างหาก เนื่องจาก มันช่วยให้พนักงานทุกคนยอมก้าวออกจาก Comfort Zone เดิมๆ เปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘โอกาส’ และเติบโตอย่างสวยงามต่อไป
เขียนโดย Chompoonut Suwannochin

17/10/2023

สัมภาษณ์พิเศษ..
อุตสาหกรรม IT Outsourcing 27,000 ล้านบาท กำลังเติบโตในไทย

โลกมีประชากร 7,880 ล้านคน มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 5,300 ล้านคน
หรือ 67% จากจำนวนประชากรทั้งหมด

ประเทศไทยมีประชากร 71.6 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 53.6 ล้านคน
หรือ 74% จากจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ

ตัวเลขนี้กำลังบอกกับเราว่า มนุษย์บนโลกกำลังค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่โลกดิจิทัลเต็มใบ

ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศ เปรียบเสมือนหัวใจของการทำธุรกิจ
เมื่อองค์กรส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วง Digital Transformation
ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ล้วนต้องมีดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการทั่วไปที่ไม่ได้มีธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรง
มักไม่ได้มีทีมงานด้านนี้มากพอที่จะทำ

หรือจะเลือกลงทุนตั้งทีม IT ขึ้นมาใหม่เลย ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ในไทย เมื่อเทียบกับความต้องการ
รวมถึงการที่ฝั่งผู้ประกอบการหลายแห่ง ก็คงไม่ได้อยากเพิ่มต้นทุนจากการจ้างพนักงานประจำมากเกินไป และอาจทำให้ยากต่อการบริหารจัดการ

ช่องว่างตรงนี้ จึงกำลังทำให้ตลาด IT Outsourcing เติบโตอย่างก้าวกระโดด

รู้หรือไม่ว่า ? ปี 2565 อุตสาหกรรมการจัดหา และบริหารบุคลากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ในประเทศไทย สร้างรายได้ราว 27,000 ล้านบาท

ซึ่งตัวเลขนี้ คิดเป็นการเติบโต 11.91% จากปีก่อนหน้า
และจะเติบโตแบบทบต้นระหว่างปี 2566 ถึงปี 2571 ราว ๆ 12.04% ต่อปี
แตะระดับ 53,000 ล้านบาท ภายในปี 2571

ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า Digital Transformation ไม่ใช่เพียงคำสวยหรู อีกต่อไป
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจตอนนี้

มาวันนี้ ลงทุนแมนมีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณขวัญตา สุดแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ พรอดดิจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ The Prodigy
ที่ให้บริการคำปรึกษา คำแนะนำ ไปจนถึงบริการด้านการพัฒนาระบบงานทางด้านสารสนเทศให้กับลูกค้า

ความน่าสนใจของธุรกิจ IT Outsourcing เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..

ธุรกิจ IT Outsourcing คือการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อมาทำงานด้าน IT โดยเฉพาะ
ทำให้บริษัทไม่ต้องปวดหัวเรื่องการรับสมัครงานเอง ไม่ต้องเตรียมสวัสดิการรองรับเหมือนพนักงานประจำ

ที่สำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เหล่านี้ มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมทำงานได้ทันที

ปัจจุบัน ตัวอย่างบริการของธุรกิจ IT Outsourcing ที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ จะครอบคลุมตั้งแต่ การพัฒนาซอฟต์แวร์, การดูแลแอปพลิเคชัน, การสนับสนุนด้านไอที ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น

- คลาวด์เซอร์วิส
- เทคโนโลยีบล็อกเชน
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- การวิเคราะห์ Big Data
- ระบบ Automation
- Cybersecurity
- Internet Of Things (IoT)

ซึ่งข้อดีของการใช้บริการ IT Outsourcing ในภาคธุรกิจก็เช่น

1. การประหยัดต้นทุน

โดยข้อมูลจาก JobsDB พบว่า ในปี 2566 เงินเดือนเริ่มต้นของบุคลากรด้านไอทีในไทย เฉลี่ยอยู่ที่ 37,500 บาทต่อเดือน และจะเพิ่มสูงขึ้นตามทักษะของแต่ละสายงาน เช่น

- Application Developer เงินเดือนตั้งแต่ 30,000-120,000 บาทต่อเดือน
- Mobile Developer / UX, UI Developer เงินเดือนตั้งแต่ 20,000-70,000 บาทต่อเดือน
- System Analyst เงินเดือนตั้งแต่ 55,000-75,000 บาทต่อเดือน
- Data Architect / Scientist เงินเดือนตั้งแต่ 50,000-200,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ถ้าองค์กรกำลังมองหาผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไอที เพื่อมาดูแลโปรเจกต์ใหม่ ๆ หรือทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่โลกแห่งดิจิทัล จำเป็นต้องเตรียมเงินเริ่มต้นสูงถึง 105,000 บาทต่อเดือน เลยทีเดียว

2. มีความยืดหยุ่น และคล่องตัวในการทำงาน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าองค์กรอยากพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง ก็สามารถจ้าง IT Outsourcing สำหรับงานพัฒนา โดยเฉพาะ
ไม่จำเป็นต้องจ้างงานในระยะยาว ไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น

3. มีเวลาโฟกัสกับธุรกิจหลัก

เพราะองค์กรไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องการเทรนพนักงานใหม่ ให้เข้าใจลักษณะของงาน
ไม่ต้องเตรียมสวัสดิการรองรับ และไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาหรือข้อผูกมัดระยะยาว

4. เข้าถึงดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และแผนการเติบโตในยุคแห่งดิจิทัล

ต้องเข้าใจก่อนว่า การทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่โลกแห่งยุคดิจิทัล ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ
แต่เกิดจากการวางแผน คิดค้นกลยุทธ์ และปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพในทุก ๆ ส่วน

คุณขวัญตา ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคกว่า 20 ปี จึงมองว่า การมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ และสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ จะสามารถช่วยให้องค์กรเติบโตต่อไปได้อย่างมาก

และหากต้องการจะเป็นผู้นำด้านการให้บริการ Outsourcing จัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรได้นั้น
การให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจแบบ Business Partner มากกว่าการเป็นแค่ผู้รับจ้าง การมีบริการที่ครบวงจร และการมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญที่ตรงจุด จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด นั่นเอง

แล้วในอนาคต ธุรกิจ IT Outsourcing ในไทย มีโอกาสเติบโตมากน้อยแค่ไหน ?

ในช่วง 2 ปีนี้ มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง
ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว อีคอมเมิร์ซ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

นอกจากนี้ จากรายงานของ JobsDB พบว่าไตรมาส 1 ปี 2565 สายงานที่ต้องการมากที่สุดคือ บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ คิดเป็น 19.1% ของจำนวนทั้งหมด

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มสถาบันทางการเงิน และประกันภัย (BSFI) เริ่มมีการจ้างบุคลากรภายนอก ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ที่ 30% ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ เดอะ พรอดดิจี (ประเทศไทย) อีกด้วย

ก็ถือว่าเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง
หากดูที่การเติบโตช่วง 2 ปีก่อนของ บริษัท เดอะ พรอดดิจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เอง

ปี 2564 รายได้ 57,969,884 บาท กำไร 5,349,207 บาท
ปี 2565 รายได้ 64,004,209 บาท กำไร 5,140,990 บาท

บริษัทก็มีรายได้เติบโต 10% โดยมาจากการขยายธุรกิจ และการเพิ่มยอดขายในกลุ่มลูกค้าเดิม รวมไปถึง การขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่

และสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คือ บริษัท เดอะ พรอดดิจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นับว่าเป็นบริษัทแรกในปี 2566
ที่ได้ระดมทุนผ่านไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVE Exchange : LiVEx) โดยใช้ชื่อย่อว่า “PDIGY23”

อธิบาย ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ง่าย ๆ ก็คือ กระดานซื้อขายใหม่ ที่ถูกพัฒนาโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ SMEs และ Startups สามารถเข้าถึงการระดมทุนผ่านกลไกตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

ซึ่งคุณขวัญตา ก็ยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2569 หรืออีก 3 ปีข้างหน้านี้ด้วย

เพราะตราบใดที่การปรับตัวเข้าสู่โลกแห่งดิจิทัล จะไม่ใช่แค่เป็นทางเลือกอีกต่อไป
แต่จะเป็นทางรอดของหลาย ๆ ธุรกิจ และผู้ประกอบการที่อยากจะประสบความสำเร็จในยุคนี้

การมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศที่ให้คำปรึกษา ก็น่าจะทำให้ธุรกิจยุคนี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในวันที่เทคโนโลยี คือกุญแจแห่งความสำเร็จ..

References
-https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/65ujBJOUxTl9azSMjS6lf_Gw5EQm_1sXEpzZ6LivS1GJjJqDizsmEIhHRDsg7zHK
-https://www.linkedin.com/pulse/outsourcing-trends-2023-impact-business-processes-dung-luong-duncan--1c
-https://www.statista.com/outlook/tmo/it-services/it-outsourcing/worldwide
-https://www.mjvinnovation.com/blog/it-outsourcing-what-is-and-benefits/
-https://www.worldometers.info/world-population/
-https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/งานด้านไอที-เงินเดือน
-https://www.statista.com/outlook/tmo/it-services/it-outsourcing/thailand

16/10/2023

7 จิตวิทยาที่ได้ใช้บ่อย ๆ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
Samantha Lee และ Shana Lebowitz นักเขียนจาก businessinsider ให้ความเห็นว่าเคล็ดลับของการทำให้คุณทำตามในสิ่งที่คุณขอ ไม่ใช่เพียงแค่การพูดโน้มน้าว แต่เป็นการใช้หลักจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในอารมณ์ส่วนลึกของจิตใจทุกคน
ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่น่าเคารพนับถือ แต่มันยังส่งผลต่อการขายสำหรับคนทำธุรกิจที่ช่วยใก้ปิดดีลใหญ่ได้แบบไม่ต้องออกแรงหรือพูดจาหว่านล้อมให้เหนื่อยเลย เพียงแค่รู้เคล็ดลับทางจิตวิทยาเหล่านี้ คุณก็เป็นเหมือนผู้มีพลังวิเศษ ที่สามารถอ่านใจคนและสะกดจิตให้พวกเขาทำในสิ่งที่คุณต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
วิธีการของ Samantha Lee และ Shana Lebowitz ที่พวกเขาแนะนำคือ...
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

15/10/2023

ค่าใช้จ่ายที่พื้นฐานที่เลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือ ‘ค่าไฟ’ และเป็นที่ไขข้อสงสัยสำหรับใครหลาย ๆ คนว่าในแต่ละประเทศมีหน่วยค่าไฟที่สูงแตกต่างจากไทยเราไปหรือไม่
และในวันนี้ TODAY Bizview รวบรวม เปิด 10 ประเทศที่มีค่าไฟแพงสุดในโลกปี 2023 ไว้แล้วผ่านอินโฟกราฟิกนี้
อย่างไรก็ตาม อิตาลี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ 3 ประเทศที่มีมีราคาไฟฟ้าในโลก มีเรื่องของจำนวนประชากรที่ไม่สมดุลกับค่าไฟฟ้าที่สูงเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อนำไปเปรียบเทียบแล้ว ในฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา มีจำนวนประชากรมากกว่าถึง 3 เท่าแต่ยังคงได้รับค่าไฟฟ้าที่สมดุลกับค่าครองชีพ
โดย อิตาลีและเยอรมนีเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติอันดับต้นๆ ในยุโรปทำให้จำเป็นจะต้องเพิ่มต้นทุนในการนำเข้าพลังงานขึ้น เลยมีค่าไฟที่ค่อนข้างสูง
แต่ในทางกลับกันประเทศที่ผลผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเช่น อิหร่าน กาตาร์ รัสเซีย และซาอุดีอาระเบียจึงมีราคาไฟฟ้าที่ถูกที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 3.62 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงเท่านั้น
ซึ่งสาเหตุที่ทุกประเทศทั่วโลกมีค่าไฟแตกต่างกันไป ก็เพราะว่ามีขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ และภาษีและการจัดเก็บด้วย เช่น ในสหราชอาณาจักรและออสเตรีย การจัดเก็บภาษีที่ค่อนข้างสูงก็เพื่อเอื้อต่อราคาค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศในไทยเราก็มีมีค่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในช่วงนั้น ๆ ทำให้ค่าไฟในประเทศไทยมีการปรับขึ้นลงทุก ๆ 4 เดือน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนผลิตไฟฟ้า อีกทั้ง ค่าไฟขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยที่ใช้งาน ยิ่ง ‘ใช้มาก’ หน่วยค่าไฟยิ่ง ‘เพิ่มขึ้น’นั่นเอง

13/10/2023

เคยขาดทุนไป 300 ล้านจนต้องปิดสาขา เพราะ “ลดราคาแข่งกับเจ้าอื่น”
(เคล็ดลับความสำเร็จ ปั้นธุรกิจจากศูนย์ถึงหมื่นล้าน)
คุณจิ๊บ สมยศ เชาวลิต ผู้ก่อตั้ง J.I.B. บริษัทไอทีที่สามารถทำยอดขายไปได้กว่า 1 หมื่นล้านบาทในปี 2564 และขยายสาขาไปได้กว่า 166 สาขาในปัจจุบัน แต่กว่าที่คุณจิ๊บจะก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้จนกลายเป็นตำนานได้ ครั้งหนึ่งเคยขาดทุนไป 300 ล้านจนต้องปิดสาขา เพราะ “ลดราคาแข่งกับเจ้าอื่น”
คุณจิ๊บเล่าในงาน DSME 2023 ไว้ว่า การก้าวพลาดในครั้งนั้นทำให้ตัวเองต้องรีบรีแบรนด์ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยน Logo แต่คือการเปลี่ยนทุกอย่าง ซึ่ง J.I.B. ในนิยามปัจจุบันของคุณจิ๊บคือ “สวย” “รวย” “เก่ง” และ “ดี” มาจากการทำร้านให้ต้องสวย รวยด้วยสินค้า (ของต้องครบให้บริการลูกค้าได้) เก่งที่จะรอบรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และ คุณภาพสินค้าต้องดี
“อย่าจับลูกค้าเป็นตัวประกัน” เพราะต้องมอบสินค้าใหม่ให้กับลูกค้าเสมอ และบริการลูกค้าด้วยความจริงใจ ซึ่งความจริงใจนี้ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ แต่มันคือ DNA ของเจ้าของแบรนด์ที่ส่งไปหาลูกค้าผ่านสินค้าและบริการที่ได้รับ
เคล็ดลับในการบริหารที่คุณจิ๊บใช้เพื่อดูแลองค์กรให้ก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ คือ
O ให้ความสำคัญกับระบบหลังบ้าน ซึ่งคุณจิ๊บเองก็มีการใช้ Serial Number เช็กว่า Notebook แต่ละเครื่องมียอดขายอยู่ที่เท่าไหร่ ขายออกไปแล้วกี่เครื่อง และตามจำนวนในระบบกับหน้าร้านตรงกันไหม เพื่อป้องกันการสูญหายหรือพนักงานเอาไปใช้เอง
O ใช้ dashboard ในการบริหารสาขาเพื่อจะได้ดูแลแบบ Realtime โดยต้องมี Report เอาไว้ดู เพื่อตรวจสอบยอดขายและค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
O โลกออนไลน์มาไวและไปเร็ว ทุกอย่างมีชีวิตทั้งหมด ต้อง Confirm Order ภายใน 5 นาที เพื่อป้องกันลูกค้าแกล้งไม่เอา หรือกด order เล่น
O ทำ Clip packing เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าของมาส่งจริง และป้องกันลูกค้าโกหกว่าได้ของที่เสียหาย หลังจากนั้นมีการเก็บ Data เพื่อดูว่าลูกค้ากดเข้าชม Clip packing นั้นกี่ครั้ง
จากธุรกิจที่เคยขาดทุนไป 300 ล้านบาท กลับสามารถสร้างยอดขายไปได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท จากการเดินทางที่เริ่มต้นงานแรกด้วยรับจ้างปอกมะพร้าว ได้ค่าแรงเพียงแค่ 100 บาท ต่อ 1,000 ลูก สู่เจ้าของธุรกิจที่สร้างแรงบันดาลให้กับคนได้อีกมากมาย
ต้นทุนของความสำเร็จ บางครั้งอาจไม่ได้มาจากเงิน แต่อาจมาจากความพยายามที่มากกว่าคนอื่น แม้ว่าใครหลายคนอาจนั่งรอให้โอกาสเข้าหาตัวเอง แต่สำหรับบางคนแล้ว พวกเขาอาจเดินเข้าโอกาสนั้นด้วยตัวเอง และสร้างความสำเร็จด้วยมือของตัวเอง
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

11/10/2023

สรุปเส้นทาง BYD รถยนต์ไฟฟ้าจีน ตอนนี้ใหญ่เป็น อันดับ 3 ของโลก

06/10/2023

ทำไม เจ้าของธุรกิจ ถึงชอบตั้งบริษัท มาถือหุ้นแทนตัวเอง | MONEY LAB
ถ้าใครเคยดูรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จะเห็นว่าโดยปกติแล้ว บริษัทจะมีชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นชื่อ และนามสกุล ของเจ้าของจริง ๆ

แต่หลายครั้ง เราก็จะพบว่า หลายบริษัทจะมีบริษัทอีกแห่งหนึ่งที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1 อีกที

เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1 คือ บริษัท เซ็นทรัลโฮลดิ้ง จำกัด

บริษัทเหล่านี้มักจะถูกตั้งขึ้นมาเพื่อถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ โดยเฉพาะ เราเรียกบริษัทแบบนี้ว่า “บริษัทโฮลดิง”

แล้วข้อดีของการทำแบบนี้คืออะไร ?
MONEY LAB จะเล่าเรื่องการเงิน ที่โรงเรียนไม่เคยสอนให้เข้าใจ

เคยมีคำกล่าวว่า 2 สิ่งที่มนุษย์เราไม่สามารถหนีพ้นได้ คือ ความตายและภาษี

นักธุรกิจที่ชาญฉลาดจึงต้องมีการวางแผนรับมือกับ 2 สิ่งนี้ให้ดี ทั้งเรื่องการส่งต่อมรดก และการบริหารภาษี

ดังนั้น การจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจครอบครัว

วิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมก็คือ การจัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นมา เพื่อถือหุ้นแทนสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว

ข้อดีของวิธีนี้ในแง่ของการวางแผนส่งต่อมรดกก็คือ เป็นการป้องกันให้อำนาจควบคุมภายในบริษัทยังอยู่กับครอบครัวเจ้าของธุรกิจ

เพราะถ้าให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวถือหุ้นในนามส่วนตัว แล้วเกิดมีปัญหาขัดแย้งกันภายในครอบครัวขึ้นมา มีความเป็นไปได้ว่า สมาชิกบางคนอาจขายหุ้นของตัวเองให้กับบุคคลภายนอกบริษัท

โดยเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับบริษัท SM เจ้าของค่ายเพลงชื่อดังในเกาหลีใต้มาแล้ว ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัว นำไปสู่การขายหุ้นให้บุคคลภายนอก จนเข้ามามีอำนาจควบคุมบริษัท

สำหรับตัวอย่างของธุรกิจครอบครัว ที่มีการวางแผนเพื่อสืบทอดธุรกิจให้ทายาทในครอบครัวแบบนี้คือ บริษัท LVMH เจ้าของสินค้าแบรนด์หรูระดับโลก

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เจ้าของ LVMH จัดตั้งบริษัทโฮลดิง ชื่อ Agache Commandite SAS ขึ้นมาถือหุ้น LVMH เพื่อรักษาอำนาจการควบคุมบริษัท LVMH ไว้

โดยเขาแบ่งสัดส่วนหุ้นของบริษัท Agache Commandite SAS ให้ทายาทของเขาอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามมีการขายหุ้นบริษัทโฮลดิงให้แก่บุคคลภายนอก

สำหรับในประเทศไทยเอง ก็มีการจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลักษณะนี้ เช่น เครือเซ็นทรัล, เครือซีพี, เครือไทยเบฟ หรือกัลฟ์ เป็นต้น

นอกจากเรื่องการวางแผนส่งต่อมรดกแล้ว การจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบนี้ ยังมีประโยชน์ในแง่ของการวางแผนภาษีอีกด้วย

เพราะตามกฎหมายประเทศไทยแล้ว ถ้าบุคคลธรรมดาขายหุ้นของบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้น จะไม่ต้องเสียภาษี
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราขายหุ้นของบริษัทที่อยู่นอกตลาดหุ้น จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีอัตราสูงสุด 35%

ดังนั้น หากเราต้องขายหุ้นของบริษัทที่อยู่นอกตลาดหุ้น การตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อถือหุ้นแทนเรา จะช่วยประหยัดภาษีให้เราได้อย่างมาก

เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลของไทยในปัจจุบัน อยู่ที่เพียง 20%

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราจัดตั้งบริษัทในเขตปลอดภาษี เช่น ฮ่องกง แล้วโอนเงินกลับมาในปีถัดไป ก็แทบจะไม่ต้องเสียภาษีเลย

แต่ในอนาคตการเลี่ยงภาษีแบบนี้ก็อาจจะลำบากมากขึ้น เพราะล่าสุดกรมสรรพากรมีการปรับกฎเกณฑ์ในการเก็บภาษีจากรายได้ที่โอนมาจากต่างประเทศใหม่

จากเดิม ถ้าเราโอนเงินกลับมาในปีภาษีถัดไป หลังจากมีรายได้เกิดขึ้น เราจะไม่ต้องเสียภาษี
ด้วยกฎเกณฑ์ใหม่ กลายเป็นว่าเราต้องเสียภาษี ไม่ว่าเราจะโอนเงินกลับมาปีไหนก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้น การตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อถือหุ้นแทนเรา ก็ยังช่วยประหยัดภาษีได้มากอยู่ดี
เพราะเงินปันผลที่จ่ายเข้าบริษัทโฮลดิง จะได้รับการยกเว้นภาษี ในกรณีที่มีองค์ประกอบครบ 3 ส่วน คือ

- เป็นบริษัทที่ บริษัทโฮลดิงถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง
- บริษัทโฮลดิงและบริษัทย่อย ไม่ถือหุ้นไขว้ระหว่างกัน
- บริษัทโฮลดิงถือหุ้นก่อนและหลังจ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 3 เดือน

ในขณะที่ บุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% หากได้รับเงินปันผล

ทั้งหมดนี้ก็คือ เทคนิคการส่งต่อความมั่งคั่ง และการวางแผนภาษีของเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เราสามารถพบเห็นได้ในตลาดหุ้น

จะเห็นได้ว่าเทคนิคเหล่านี้ เป็นการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย เมื่อใดก็ตามที่กฎเกณฑ์เปลี่ยน เราทุกคนก็ย่อมต้องปรับตัวตามกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป..

ติดตาม MONEY LAB ช่องทางอื่นได้ที่
Website : www.moneylabstory.com/
Blockdit : blockdit.com/moneylab
Facebook : facebook.com/moneylabstory
Twitter : twitter.com/moneylabstory
Instagram : instagram.com/moneylabstory
Youtube : youtube.com/

References
-https://www.dlo.co.th/tax-articles/6755
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/DUSIT/major-shareholders
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/MOSHI/major-shareholders
-https://thunhoon.com/article/259012
-https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/CPN/major-shareholders
-http://www.taxtanktv.com/casestudy-page001.htm
-https://www.longtunman.com/45747
-https://www.longtunman.com/44094

ที่อยู่

32/468 หมู่ 9 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี
Rangsit
12120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Reserve fund - Capital ทุนสำรองพร้อมใช้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์