24/05/2026
🚨Note37:🚨 อาทิตย์ 24/05/2569
เลือกมาเฉพาะหุ้นที่มี EPS(การเติบโตของกำไรต่อหุ้น) 10%+ YoY ที่มีแรงซื้อเข้ามาในช่วงวันที่ 18-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
📥หุ้นที่เข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้📥
- COM7(Ba)
📤หุ้นที่คัดออกจากลิสต์ในสัปดาห์นี้📤
-
📊หุ้นที่มีการปรับเกรด📊
- KCG(Ba) > (Bb)⬇️
- PRM(Ba) > (Bb)⬇️
- PLANB(Ba) > (Bb)⬇️
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
📈หุ้น Aa
PTTGC(37.50) ธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท.
ยังคงมีการย่อลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ล่าสุดย่อลงมาจนปริ่มๆ จะหลุดแนวรับ EMA15 แล้ว คิดง่ายๆ ตราบใดที่ไม่หลุด EMA15 แบบทั้งแท่งก็ยังคงถือไปเรื่อยๆ ได้อยู่ ***ยังคงคำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** ตามที่เราใช้ fibonacci projection หาราคาเป้าหมาย ตอนนี้เป้าหมายคือ fiboPj. 161.80% ก็คือที่ราคาประมาณ 42.50 บาทครับ จากสถานการณ์ตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะไปตามทฤษฎี fibonacci projection ซึ่งเราได้ระบุไปแล้วตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน ตอนนี้หุ้นมีแนวโน้มอาจจะลงมาทดสอบลึกที่แนวรับ EMA35 ได้ จังหวะตอนนี้คือช่วงวัดใจเพื่อเข้าไม้สุดท้ายแบบ "buy on dip" ครั้งสุดท้าย แล้วเด้งต่อในเวฟสุดท้ายเพื่อชนเป้าหมาย จากนั้นให้ระวังการขายกดที่ยาว
📍คำเตือน📍เวลาหุ้นชนเป้าหมาย หุ้นมันจะไม่แช่ตัวนะครับ ให้ระวังการชนเป้าหมายเพียงแค่ 1-2 ครั้งแล้วก็เทเลย ดังนั้นถ้าใครต้องการขายที่ราคาเป้าหมาย แนะนำให้ตั้งขายทิ้งไว้เนิ่นๆ ตั้งแต่หัววัน(หรือตั้งขายข้ามคืนไว้เลยก็ได้)เลยนะครับ ไม่งั้นมีโอกาสขายไม่ทันสูงมาก แล้วราคาจะร่วงลงมาก่อน
CK(18.20) บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
หลังจากที่ย่อตัวในสัปดาห์ก่อนสัปดาห์นี้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว เพราะแนวรับ EMA15 รับอยู่ ตามที่ระบุไปในสัปดาห์ก่อนที่ว่า RSI ขึ้นแตะระดับ Overbought แต่ดูแล้วไม่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะ RSI ไม่ทำ divergence กับยอดเดิม แถมสูงขึ้นทั้งราคาและ RSI Indicator แปลง่ายๆ คือไปต่อได้ ***คำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** เอา fibonacci projection หาราคาเป้าหมาย ตอนนี้หุ้นทะลุ fiboPj. 100.00% หรือราคา 18.50 บาท ไปหมาดๆ ดังนั้นเป้าหมายต่อไปคือ fiboPj. 161.80% ก็คือที่ราคาประมาณ 23.00 บาทครับ ใครอยากลองลุ้น ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะจากราคาปัจจุบันถือว่ามี upside gain อยู่ราวๆ 22-25% แต่ถ้าให้แนะนำก็คือ อาจจะรอดูก่อนว่า EMA15 รับได้หรือไม่ อาจจะแหย่เข้าไม้แรกไปก่อน เผื่อ EMA15 รับอยู่ หรือถ้าไม่รีบก็ตามคำแนะนำเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อน รอย่อลงมาแถวๆ ราคา 17.00 บาท หรือประมาณแนวรับ EMA35 ครั้งต่อไปค่อยเข้าก็พอได้อยู่ครับ
GUNKUL(3.60) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
ยังไม่ทำอะไรครับ ไม่แนะนำให้เข้าด้วย เพราะ RSI ทำ Divergence รัวๆ มาประมาณ 3-4 ยอดแล้ว เอามาเข้าลิสต์จับตารอไปเล่นไม้ตายช่วงที่ราคาย่อลงมาที่ EMA89 ทีเดียวเลย ตอนนี้คือเอาเข้ามาดองไว้ติดตามเพื่อรอจังหวะเฉยๆ ครับ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
📌หุ้น Ab
BCP(34.50) บางจากปิโตรเลียม
***ยังคงคำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปตามที่คาดนั่นคือ วิ่งในกรอบระหว่าง EMA35 กับ EMA89 ที่บีบเข้าหากันเรื่อยๆ ยังไม่แนะนำให้เข้าครับ หรือแม้แต่จะลองเสี่ยงเข้าซื้อแบบ "buy on dip" ก็ยังคงไม่แนะนำเช่นกัน แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาจะพยายามเด้ง แต่ไปชน EMA35 ที่กลายสภาพมาเป็นแนวต้านขวางไว้แล้วก็ร่วงในวันสุดท้ายของสัปดาห์ทำการ ตลอดทั้งสัปดาห์ยังคงไม่เห็นแรงซื้อที่มากพอจะดันให้กราฟทะลุแนวต้านได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นยังไม่เลือกทาง ดังนั้นสัปดาห์นี้เลือกแน่นอน 100% ให้ระวัง เพราะตอนนี้หุ้นลงมาเทสแนวรับสุดท้าย EMA89 ถ้าหุ้นเลือกขาลง การหลุดรอบนี้อาจจะเทยาวได้ แต่ถ้าไม่หลุด ก็จะกลายเป็น Wave รีบาวน์ที่น่าเข้าซื้อ ดังนั้นกรณีหุ้นไม่หลุดแนวรับ ไม่ต้องรีบ รอให้หุ้นแสดงตนว่าเลือกทางที่จะเป็นขาขึ้นชัดเจนก่อนก่อนค่อยตัดสินใจก็ได้ ยังไงก็ทัน
CPN(66.50) เครือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพัฒนา
***ยังคงคำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** เป็นไปตามคาดนะครับ ว่าให้ดูแนวรับสุดท้าย EMA89 เลยครับ เพราะนับตั้งแต่ CPN พลิกกลับมาเป็นขาขึ้นรอบปัจจุบัน(ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2568) ราคาแทบจะวิ่งอยู่บนเส้น EMA89 มาตลอด มีเพียงช่วงเดือนตุลาคมต่อพฤศจิกายน 2568 ที่ตัวกราฟหลุด EMA89 แต่ EMA35 ไม่ลงมาทำ DeadX แค่เกือบแตะแล้วก็เด้ง ทำให้ EMA89 จึงเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งมากๆ ของ CPN ในรอบนี้ ตราบใดที่ราคาไม่ทิ้งตัวหลุดเส้นนี้ก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องทิ้งหุ้นครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นเริ่มเข้าโหมด bullish อีกครั้ง เพราะแท่งเทียนขึ้นไปอยู่เหนือเส้น EMA5 แล้ว 🛒ราคาปัจจุบันเข้าเกาะไปได้เลยครับ🛒 ตราบใดที่หุ้นลอยอยู่เหนือ EMA5 ยังไงก็วิ่งไปเรื่อยๆ แน่ๆ มองเป้าระยะกลางยังคงเป็น High เดิมที่ 70.50 บาทเป็น Target แรก
TOP(47.50) โรงกลั่นไทยออยล์
***ยังคงคำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** กราฟมีสัญญาณเด้งกลับ แต่ Downtrend Line ใหญ่ยังกดหัวไว้อยู่ทำให้สัญญาณตอนนี้ยังไม่ชัดเจน ไม่ต้องรีบเข้าก็ได้ครับ ยอมเสียโอกาสเพื่อความชัวร์ดีกว่า เหตุผลหลักๆ เลยคือ มี 2 สัญญาณที่ขัดกันอยู่ คือ กราฟแท่งเทียนของวันที่ 23 เมษายนทำ new low แต่กราฟของวันพุธที่ผ่านมาทำ new high แท่งแรก แต่เริ่มได้กลิ่นสัญญาณบวกเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน เพราะ EMA15 กำลังจะตัด EMA35 กลับขึ้นมาเรียงตัวในรูปแบบขาขึ้นสมบูรณ์อีกรอบ ซึ่งถ้าไม่รีบ @ แนะนำให้รอเข้าตอนทะลุ 49.25 บาท (ปรับลดจุดเข้าซื้อจากเดิมตั้งไว้ที่ 51.00 บาท เพราะแท่งวันศุกร์ของสองสัปดาห์ก่อน กลายเป็น High ใหม่ที่ใกล้ที่สุด) ซึ่งเป็นการเบรก high จะได้ยืนยันว่ากราฟเปลี่ยนเทรนด์ แต่สำหรับคนรีบ บอกว่าพร้อมเสี่ยงเข้าแล้ว ก็แนะนำว่าให้แบ่งไม้เข้าไปก่อน แล้วตั้ง stoploss เอาไว้ที่ low ก่อน low ตัวสุดท้ายใหม่ที่ 46.00 บาท หลุดก็ทิ้ง ไม่ต้องต่อรอง
AOT(52.75) ธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย
***คำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** มีแนวโน้มกลับมาแล้วครับ หลังจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หุ้นทำรูปแบบ "W Shape" ย่ำบนแนวรับ EMA89 ซึ่งแปลว่า หลังจากนี้มีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นต่อ ถ้าคนไม่รีบรอราคาทะลุ 53.50 บาท เข้าตามได้เลย เพราะเป็นการทำ Higher High จากยอดเดิมที่ใกล้ที่สุด แล้วนอกจากนี้สัญญาณ RSI ยังทำ Divergence ที่ส่งเสริมรูปแบบขาขึ้นเป็นอีกสัญญาณที่ยืนยันว่า AOT กำลังจะขึ้นต่อ โดยวางเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้ที่ 56.00 บาท เป็นเบื้องต้น 💰💰ราคานี้ยังทะยอยซื้อเก็บได้ครับ💰💰 ขีดแนว stoploss ลวกๆ ไว้ที่ราคา 50.00 บาทก็ได้ครับ หลุดก็ทิ้งไปก่อนไม่ต้องคิดอะไรมาก
KTC(29.00) บัตรกรุงไทยการ์ด
สัปดาห์นี้ให้ระวัง เพราะตัวราคาหลุดลงมาอยู่ใต้ EMA89 แต่ยังคงเกาะเกี่ยวไปกับแนวรับใหญ่ EMA89 ซึ่งภาพไม่ค่อยดีนัก ถ้าหลุดราคา 29.00 บาทลงไปภาพจะแย่มากๆ ตอนนี้คือปริ่มๆ จะหลุดมากๆ แนะนำว่าให้อยู่ห่างๆ ไว้ก่อนครับ รอภาพดีกว่านี้ค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเฉพาะตัวงบการเงินยังถือว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจอยู่เหมือนเดิม ⚠️แจ้งไว้ก่อนว่าถ้าหุ้นปิดสัปดาห์หน้าด้วยการหลุด 29.00 บาท @ จะเอาหุ้นตัวนี้ออกจากลิสต์จับตานะครับ⚠️
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
📈หุ้น Ba
COM7(25.75) จำหน่ายสินค้าไอที รวมทั้งให้บริการศูนย์ซ่อมสินค้า Apple ครบวงจร
กลับมาเข้าลิสต์จับตาอีกรอบ หลังจากเบรกเทรนด์ขาลงได้เป็นสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าขึ้นแรงเลยทีเดียว ตัวนี้คล้ายๆ CK คือ RSI ขึ้นใกล้แตะระดับ Overbought แต่ดูแล้วไม่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะ RSI ไม่ทำ divergence กับยอดเดิม แถมสูงขึ้นทั้งราคาและ RSI Indicator แปลง่ายๆ คือไปต่อได้ โดยเป้าหมายเบื้องต้นคือ High เดิม 28.00 บาท เราลองเอา fibonacci projection หาราคาเป้าหมาย ตอนนี้หุ้นทะลุ fiboPj. 100.00% หรือราคา 28.40 บาท(ก็ใกล้เคียงกับเป้าหมายเบื้องต้น) ขณะที่ fiboPj. 161.80% (best case scenario) ก็คือที่ราคาประมาณ 33.20 บาทครับ ยังไม่ต้องไปโฟกัสที่ fiboPj. 161.80% ในตอนนี้ก็ได้ เอาให้มันถึง fiboPj. 100.00% ก่อน แต่ราคาปัจจุบัน จริงๆ ก็เข้าได้นะ เพราะมันเล่นเทรนด์ขาขึ้น ยังไงก็ได้ลุ้น แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะก็เข้าใกล้โซน Overbought แล้ว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
📌หุ้น Bb
KCG(9.65) ผลิตและนำเข้าเนย ขนม บิสกิต
ย้ายลงมาไว้กลุ่ม sideway เพราะราคานิ่งไม่ไปไหน หุ้นมีขีดด่านแนวต้านที่ให้เรารอเกาะก็คือที่ราคา 9.80 บาทครับ ภายใน 1-2 เดือนนี้ให้จับตาดูทุกสัปดาห์ เมื่อไหร่ราคาทะลุ 9.80 บาท เข้าซื้อเก็บเข้าพอร์ทไปเลยแบบยังไม่ต้องรู้ข่าว เดี๋ยวน่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้เห็นครับ
PRM(8.75) บริการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ/น้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมีเหลวทางเรือ
ย้ายลงมาไว้กลุ่ม sideway เพราะราคานิ่งไม่ไปไหน หลังจากผ่านเส้นตายที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทซื้อหุ้นคืนที่ราคา 9.00 บาท(วันที่ 8 พ.ค. 69) ซึ่งก่อนหน้านั้นคือวันที่ 7 พ.ค.69 หุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้วนะครับ ความน่าสนใจของหุ้นหลังจากนี้จะลดลงแบบมีนัยยะสำคัญ ให้ระวังการซึมลงมาปิด Gap ตอนนี้มีแนวโน้มสูงที่อาจจะลงมาลึกถึง 8.00 บาทได้ ตอนนี้หุ้นไม่มีอะไรให้เราจับตาแล้วครับ เหลือแค่รอดูผลประกอบการณ์ของ Q2 ว่าจากสถานการณ์สงครามที่ผ่านมา ส่งผลต่อผลประกอบการณ์ของบริษัทมากน้อยแค่ไหน ซึ่งภาพรวมเชื่อว่ายังคงออกมาดี อาจจะดีกว่าที่คาด เพราะที่ผ่านมาเวลาเกิดวิกฤติการณ์ที่มีผลต่อการขนส่งพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ PRM มักจะผลประกอบการณ์เซอร์ไพรส์ตลาดเสมอ อย่างก่อนหน้านี้ก็ช่วงวิกฤติการณ์ Covid-19 ซึ่งทำให้ PRM กลายเป็นขาขึ้นรอบใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ราคาน่าจะเล่นอยู่แถวๆ 8.70-8.90 บาท ไปอีกพักใหญ่ๆ
PLANB(4.14) ให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน สื่อโฆษณาภาพนิ่งกลางแจ้ง สื่อโฆษณาดิจิทัลกลางแจ้ง สื่อโฆษณาภายในสนามบิน สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า สื่อโฆษณาออนไลน์
เริ่มอันตราย หลังจากราคาร่วงหนักติดกันตลอดทั้งสัปดาห์ จนตอนนี้ราคามาแขวนอยู่ที่แนวรับสุดท้าย EMA89 แถมปิดหลุด EMA89 ด้วย หลังจากมีข่าวว่านักลงทุนรายใหญ่หลายคนทะยอยเข้าเก็บหุ้น ส่งผลที่ผ่านมาราคาเหวี่ยงค่อนข้างแรง ทั้งกรอบราคาที่ถูกถีบร่วงหรือถูกลากไหลถึง 4.80 บาท แปลว่านักเก็งกำไรกำลังเข้ามารุมตอม PLANB มากพอสมควร เรื่องผลประกอบการณ์ฟื้นตัวก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่เพิ่มความน่าสนใจก็คือ อัตราการจ่ายปันผลล่าสุดที่มากถึง 4.79% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงกับหุ้นที่ 4 ปีที่ผ่านมาโตขึ้นถึง 65% 💰💰ราคานี้ยังทะยอยซื้อเก็บไปเลยครับ💰💰เป็นอีกตัวที่เหมาะกับการถือยาวๆ 1-3 ปีได้ แต่ช่วงนี้น่าจะเป็นการเขย่าให้คนที่กระโดดตามเซียนให้ถอยก่อน แต่ถ้าไม่รีบก็นั่งดูไปก่อนก็ได้ครับ ปล่อยเข้าเขย่าให้พอใจก่อน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
💸 หุ้น D
WHAIR(7.50) ลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงงานและอาคารคลังสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่ม WHA Group
💰 ปันผล 4 ครั้งต่อปี
💰 อัตราเงินปันผลปีล่าสุด 8.20%
💰 รอบการปันผลครั้งถัดไป 📍วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม(รอบที่ 2)📍
💰 ตัวเลขการปันผล Q1 0.1755 บาท/หุ้น (09 มีนาคม 2569)
💰 ตัวเลขการปันผล Q2 0.1434 บาท/หุ้น (26 พฤษภาคม 2569)
ต้องระวังวันอังคารนี้ครับ หุ้นมีแนวโน้มอาจจะถูกเท เพราะประกาศมาแล้วว่าหุ้นขึ้น XD วันอังคารนี้ โดยรอบนี้ประกาศปันผลออกมาที่ 0.1434 บาท(รอบแรก 0.1755 บาท) ถือว่าลดลงกว่ารอบแรกเล็กน้อย อาจจะมีความผิดหวังต่อตลาดพอสมควร เห็นได้จากการที่ราคาร่วงในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากประกาศกำหนดวันจ่ายปันผล ที่ออกมาต่ำกว่า Q1 ซึ่งตอน Q1 เราเห็นตอน XD ครั้งแรกของปีนี้ซึ่งก็คือช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งร่วงมากกว่า 4% ดังนั้นตอนนี้ไม่ค่อยแนะนำให้เข้าแล้ว ส่วนคนที่รอเก็บของแนะนำให้รอสัปดาห์ XD เลยทีเดียวครับ แต่คิดว่าลงก็น่าจะพอๆ กับครั้งก่อนคือราวๆ 3.5-4% ก็ลงมาประมาณ -0.30 บาท จากราคาปัจจุบัน
IMPACT(11.20) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท
💰 ปันผล 4 ครั้งต่อปี
💰 อัตราเงินปันผลปีล่าสุด 6.44%
💰 รอบการปันผลครั้งถัดไป วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน(รอบที่ 2)
💰 ตัวเลขการปันผล Q1 0.24 บาท/หุ้น (26 กุมภาพันธ์ 2569)
💰 ตัวเลขการปันผล Q2 0.10 บาท/หุ้น (05 มิถุนายน 2569)
ต้องระวังวันศุกร์แรกของเดือนมิถุนายนครับ หุ้นมีแนวโน้มอาจจะถูกเท เพราะประกาศมาแล้วว่าหุ้นขึ้น XD วันอังคารนี้ โดยรอบนี้ประกาศปันผลออกมาที่ 0.10 บาท(รอบแรก 0.24 บาท) ถือว่าลดลงกว่ารอบแรกมากกว่าที่คาด ตัวเลขที่ประกาศออกมาสร้างความผิดหวังต่อตลาด เห็นได้จากราคาที่ร่วงหนักตลอดทั้งสัปดาห์ ***คำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** กลับมาอยู่ในลิสต์จับตาของ @ อีกครั้ง ตัวนี้เป็นหนึ่งในตัวอดีตขวัญใจของ @ เมื่อช่วง 2-5 ปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในตัวปันผลที่ไว้ใจได้ จนกระทั่งสถานการณ์ Covid-19 เข้ามาทำให้ราคาค่อยๆ ไหลลงเรื่อยๆ ไปตามอัตราการให้เช่าพื้นที่จัดงานของอิมแพ็คเมืองทองธานีที่ลดลง+การลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อสถานีกับตัว Hall ของอิมแพ็คเมืองทองธานี แต่ดูเหมือนมีสัญญาณฟื้นตัวแล้ว เพราะราคาดีดขึ้นมาจาก lowest ที่ 9.15 บาท เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมเมื่อสองปีที่ผ่านมา และการลงไปอีกรอบในช่วงกลางปีที่ผ่านมาก็ลงไปลึกสุดแค่ 9.35 บาท แปลว่าราคาหุ้นทำการยก low เรียบร้อย เป็นสัญญาณเตรียมกลับมาไต่ระดับใหม่ ซึ่งก็ค่อยๆ ไต่ช้าๆ จนมาถึงราคาปัจจุบัน สอดคล้องกับการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู ไปยังสถานีอิมแพค ซึ่งบริษัทได้ร่วมลงทุน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาซักพักกว่าจะคืนทุน แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นผลดีต่ออิมแพคในเรื่องความสะดวกสบายของการเดินทาง และทำให้เป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าเลือกใช้บริการอิมแพคเมืองทองธานี ในการเป็นศูนย์การแสดงงานหรือสินค้า ตัวหุ้นยังคงนโยบายเดิมคือปันผลทุกไตรมาสต์ ราคาปัจจุบันเหมาะกับการเก็บเข้าพอร์ทเป็นหุ้นปันผลติดพอร์ท อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน อยู่ที่เฉลี่ย 5-6%/ปี ถือว่ากลางๆ ไม่แย่ แต่ก็ยังไม่โดดเด่นจนว้าว แต่ราคาปัจจุบันของ IMPACT ถือว่าสูงกว่า มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น ซึ่งเป็นตัวเดียวจากลิสต์หุ้น D ทั้ง 3 ตัวที่ราคาปัจจุบันสูงกว่า มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น
AIMIRT(11.40) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท ลงทุนในกรรมสิทธิ์ สิทธิการเช่า และสิทธิการเช่าช่วงในที่ดิน อาคารคลังสินค้า อาคารคลังห้องเย็น และถังเก็บสารเคมีเหลว
💰 ปันผล 4 ครั้งต่อปี
💰 อัตราเงินปันผลปีล่าสุด 7.24%
💰 รอบการปันผลครั้งถัดไป วันที่ 10 มิถุนายน(รอบที่ 2)
💰 ตัวเลขการปันผล Q1 0.205 บาท/หุ้น (05 มีนาคม 2569)
💰 ตัวเลขการปันผล Q2 0.205 บาท/หุ้น (10 มิถุนายน 2569)
ประกาศวัน XD มาเรียบร้อยแล้ว เป็นตัวเดียวในหุ้นกลุ่ม D ของเรา ที่จ่ายปันผล Q2 ไม่ลดลงจาก Q1 ถือว่าน่าประทับใจ ***คำแนะนำเดิมจากสัปดาห์ก่อน*** นี่เป็นอีกตัวที่ @ มองมาหลายปีละ แต่ยังไม่เคยจอยด้วยซักที สถานการณ์ไม่ต่างจาก IMPACT คือที่ผ่านมาเป็นขาลงมาหลายปีตั้งแต่สถานการณ์ Covid-19 เข้ามาทำให้ราคาค่อยๆ ไหลลงเรื่อยๆ จนกระทั่งในช่วงสงกรานต์ของปีที่ผ่านมาที่ดูเหมือนมีสัญญาณฟื้นตัวแล้ว หลังจากทำ Low ไว้ลึกสุดที่ 9.20 บาท ก่อนจะเริ่มเบรกเทรนด์ขาลงได้ในช่วงไตรมาสต์ 3 ของปีเดียวกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ไต่ช้าๆ จนมาถึงราคาปัจจุบัน ตัวหุ้นยังคงนโยบายเดิมคือปันผลทุกไตรมาสต์ ราคาปัจจุบันเหมาะกับการเก็บเข้าพอร์ทเป็นหุ้นปันผลติดพอร์ท อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน อยู่ที่เฉลี่ย 6-8%/ปี ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายๆ ตัวในตลาดบ้านเรา แต่ตัวนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องหุ้นร่วงในวันขึ้นเครื่องหมาย XD เหมือนตัวอื่นๆ ซักเท่าไหร่
*****สำหรับคนที่จะซื้อหุ้นกลุ่มปันผล ซึ่งจากลิสต์ของเราตอนนี้ก็จะมี WHAIR, IMPACT, AIMIRT @ แนะนำว่าเลือกเอาซักตัวก็พอครับ ไม่ต้องเวทเงินใส่แยกกันไป 3 ตัวหรอกไม่จำเป็น
หมายเหตุ
A - หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง งบดุลส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่าหนี้สิน ผลประกอบการณ์มีกำไร เป็นบริษัทที่มีสินค้า/บริการเป็นที่รู้จักทั่วไปในสังคม
B - หุ้นพื้นฐานดีทั่วๆ ไป งบดุลส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่าหนี้สินหรือหนี้สินมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นแบบไม่เยอะจนน่าเกลียด ผลประกอบการณ์มีกำไร เป็นบริษัทที่มีสินค้า/บริการเป็นที่รู้จักเฉพาะบางกลุ่ม
D - หุ้นกลุ่มจ่ายปันผลสม่ำเสมอทุกปี อัตราการจ่ายปันผลอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ผลประกอบการณ์มีกำไร ทำธุรกิจที่คนทั่วไปรับรู้ เหมาะกับติดพอร์ทไว้เพื่อรับปันผล หรือใช้เป็นจุดพักเงินรอเวลา
a > หุ้นมีแนวโน้มเป็น upside
b > หุ้นมีแนวโน้มเป็น sideway
หมายเหตุ 🔎🔎จับตาหุ้น Turnaround จากหุบเหวลึก >> AU🔎🔎