กรุงศรี.ไอฟิน สินเชื่อเพื่อข้าราชการ

กรุงศรี.ไอฟิน สินเชื่อเพื่อข้าราชการ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก กรุงศรี.ไอฟิน สินเชื่อเพื่อข้าราชการ, บริการทางการเงิน, Khlong San, Bangkok, Thailand, Phra Nakhon.

02/07/2023

ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๖

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทในเครือฯ

02/07/2023

ราคาทองคำโลกทำสถิติสูงสุดตลอดกาล แตะที่ 2,080 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลวิกฤติแบงก์ในสหรัฐฯ ขณะที่ราคาทองในประเทศ ปรับขึ้น 200 บาท

อ่านข่าว : https://ch3plus.com/news/social/morning/346499

#เรื่องเล่าเช้านี้ #ข่าวช่อง3 #ข่าวเศรษฐกิจ

02/07/2023

คะแนนการเลือกตั้ง 2566 ส.ส. แบบแบ่งเขต
(อย่างไม่เป็นทางการ)
จาก อาสาสมัครสมาคมสื่อ
อัพเดต ณ​ เวลา 17.45 น.

—————————————-

เกาะติดความเคลื่อนไหว
การเลือกตั้ง 2566 ตลอดทั้งวัน
ในรูปแบบ Data Visualization ที่นี่
https://election66.nationtv.tv?ntn=
#ผลเลือกตั้ง66 #เลือกตั้ง66 #เลือกตั้ง2566 #ไทยนิวส์

02/07/2023

หั่นงบฯประกันรายได้ข้าวปี 4 เหลือ 6.6 หมื่นล้าน ‘พาณิชย์’ ชี้ไม่กระทบชาวนา
คลัง-พาณิชย์ จับมือ หั่นใช้เงินประกันรายได้ข้าวจาก 1.5 แสนล้าน เหลือ 6.6 หมื่นล้าน เพื่อให้พอต่อม.28 โดยไม่ต้องขยายกรอบใช้เงิน หลังราคาข้าวพุ่งย้ำชาวนาไม่กระทบได้เหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นัดหารือรอบนอกหลัง ครม.กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับปัญหาโครงการประกันรายได้ข้าวปี 4 ที่ยังค้างคาเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ
พร้อมกับให้เร่งเสนอเข้าที่ประชุม ครม.โดยเร็ว ล่าสุด กระทรวงการคลัง ได้หารือปัญหาด้านงบประมาณกับกระทรวงพาณิชย์เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีความเห็นตรงกันที่จะปรับลดกรอบงบประมาณสำหรับใช้ในโครงการอุดหนุนสินค้าข้าวทั้งแพ็คเกจลง จากเดิมที่ใช้มากกว่า 1.5 แสนล้านบาท ลดลงไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้พอเพียงกับกรอบวงเงินการใช้จ่ายตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังแห่งรัฐ
“การปรับลดงบประมาณอุดหนุนข้าวครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อเงินที่ชาวนาจะได้รับ โดยทุกโครงการจะยังได้รับเท่าเดิม เพียงแต่จะลดความซ้ำซ้อนของโครงการที่มีความคล้ายคลึงกัน รวมถึงอัพเดทวงเงินที่จะใช้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น เพราะขณะนี้ราคาข้าวเปลือกทุกชนิดปรับขึ้นไปมาก เมื่อเทียบกับช่วงกลางปีที่มีการตั้งโครงการ ทำให้ความจำเป็นใช้งบประมาณมีน้อยลงกว่าเดิม”
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1037550?anm=
#ปรับลดงบประมาณอุดหนุนข้าว #ประกันรายได้ข้าวปี4 #เงินประกันรายได้ข้าว
#กรุงเทพธุรกิจEconomic #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

02/07/2023

รู้จัก Soft Loan สินเชื่อธุรกิจ เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal
ออมสิน x ลงทุนแมน

การเติบโตของยอดขาย คือเป้าหมายแรก ๆ ของผู้ประกอบการ
แต่เส้นทางการสร้างยอดขายในยุคนี้ อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ทำให้ผู้ประกอบการยุคนี้ จึงต้องหันมาปรับตัวครั้งใหญ่เข้าสู่ยุค New Normal
นอกจากการปรับมุมมองทางธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญก็คือ เงินทุน สำหรับการลงทุน, ปรับปรุง หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ให้สอดรับกับยุคสมัยนี้

หนึ่งในแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจของธนาคารออมสิน คือ โครงการสินเชื่อ Soft Loan ธปท. เพื่อการปรับตัว

แล้วเรื่องนี้ มีความน่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..

ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดสรรวงเงิน Soft Loan อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี
วงเงินรวม 250,000 ลบ. เป็นเวลา 5 ปี ให้กับสถาบันการเงิน เพื่อเป็นการสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ สำหรับเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ
(นับรวมวงเงินโครงการดังกล่าว กับโครงการสินเชื่อ Soft Loan ธปท. เพื่อฟื้นฟูกิจการ)

โดยหนึ่งธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อครั้งนี้คือ ธนาคารออมสิน

หลายคนอาจสงสัยว่า สินเชื่อ Soft Loan ครั้งนี้ ต่างจากสินเชื่อธุรกิจทั่วไปอย่างไร
สิ่งสำคัญที่สุด คงเป็นเรื่องของวัตถุประสงค์ในการกู้ของผู้ประกอบการ

เพราะนอกจากจะเป็นเงินทุนเพื่อการลงทุน หรือการปรับปรุงพัฒนา
ทั้งในด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ รวมทั้งระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจแล้ว

วัตถุประสงค์ในการกู้ครั้งนี้ ยังต้องสอดรับกับบริบทโลกใหม่ ที่เรียกว่า New Normal

โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

- ดิจิทัลเทคโนโลยี
เช่น การติดตั้งระบบซื้อขายผ่าน Online Marketing, การติดตั้งระบบเส้นทางและ QR Code ในการคัดแยกพัสดุหรือขนส่ง (Smart Logistic) เป็นต้น

- รักษ์โลก
เช่น การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell), การติดตั้งระบบการจัดการขยะ เป็นต้น

- นวัตกรรม
เช่น การทำ Smart Farming หรือการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชแทนเนื้อสัตว์ (Plant-based Food) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องไม่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เว้นแต่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

รวมทั้ง ต้องไม่เป็นธุรกิจทางการเงิน, ธุรกิจที่ได้รับความช่วยเหลือและฟื้นฟูจากโรคระบาด และไม่ใช่ลูกหนี้ที่โอนหนี้ (Refinance)

โดยสินเชื่อ Soft Loan ครั้งนี้ จะเป็นลักษณะสินเชื่อระยะยาว วงเงินสูงสุดไม่เกิน 150 ลบ.
สามารถผ่อนนานสูงสุด 10 ปี โดยให้ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 2 ปี

ที่น่าสนใจคือ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.00% ในช่วง 2 ปีแรก

อธิบายง่าย ๆ คือ สินเชื่อ Soft Loan ครั้งนี้ คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.00% ต่อปี
โดยรัฐบาลจะชำระดอกเบี้ย 6 เดือนแรก นับตั้งแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับสินเชื่องวดแรกของการยื่นขอกู้ยืมเงินจาก ธปท.

โอกาสดี ๆ แบบนี้ หากผู้ประกอบการมีความสนใจ และเข้าเกณฑ์ของคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 เมษายน 2566 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ดูต่อได้ที่ http://bit.ly/3vXWZFJ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center 1115
ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ ได้ที่ www.gsb.or.th หรือ Facebook: GSB Society

#สินเชื่อsoftloanธปท

Reference
-https://www.gsb.or.th/gsb_smes/adapt-softloan/ #1666062083517-25fe586d-d672

02/07/2023

ธนาคารเอาเงิน มาจากไหน และเอาไปใช้ ทำอะไรบ้าง ?

02/07/2023

MG กับการสร้าง EV Ecosystem ที่ต้องการจะสร้างถนนเมืองไทยเป็นถนนที่หายใจได้เต็มปอด
MG X ลงทุนแมน

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน คนไทยเริ่มรู้จักรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Car
พร้อมกับรับรู้ว่ามันคือเทรนด์ของโลกยานยนต์อนาคต
แต่กลับมีเพียงไม่กี่คนในประเทศที่ครอบครอง EV Car

เพราะในช่วงเวลานั้น EV Car ถือเป็นรถที่อยู่ในกลุ่มพรีเมียมแบรนด์ มีราคาขายที่สูง
เลยทำให้ EV Car ถูกจำกัดกลุ่มผู้ซื้อไปโดยปริยาย

จนมาถึง “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญในตลาดรถไฟฟ้าเมืองไทย..

เมื่อ MG ทำลาย Pain Point ด้านราคาของ EV Car ด้วยการเปิดตัว MG ZS EV รุ่นแรก ในเมืองไทยในราคา 1,190,000 บาท

จากนั้นในปีต่อ ๆ มาทาง MG ก็มีการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
อย่างไลน์อัปรุ่นใหม่ล่าสุดก็มี NEW MG ZS EV, MG EP PLUS, MG 4 และ MG ES
ที่จะเปิดตัวในงาน มอเตอร์โชว์ ปีนี้

จะเห็นว่า MG มีรถพลังงานไฟฟ้าครอบคลุมมากที่สุดในตลาด
เพราะเวลานี้ คนไทยนอกจากจะมีความรู้เรื่องรถพลังงานไฟฟ้าว่ามีข้อดีกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปอย่างไร

การที่ภาครัฐออกนโยบายกระตุ้นตลาด ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือ 2%
และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ ทำให้ราคาขายทุกรุ่นจะถูกลงเฉลี่ยกว่า 2 แสนบาท
เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้คนไทยตัดสินใจซื้อ EV Car ได้ง่ายขึ้น

พอเป็นแบบนี้ ก็เลยทำให้ MG เลือกใช้โมเดลธุรกิจ EV ECOSYSTEM
เพื่อตอกย้ำถึงความพร้อมรอบด้านในตลาดรถ EV Car เมืองไทย

MG EV ECOSYSTEM จะสร้างโครงสร้าง EV Car เมืองไทย ให้สมบูรณ์แบบด้วยวิธีไหน ?
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง

รู้หรือไม่ MG ไม่ใช่แค่มี EV Car ที่มีจำนวนรุ่นมากที่สุดในตลาดอย่างเดียว
แต่ยังครอบคลุมหลาย Segment รถที่นั่งและหลายระดับราคา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแนวกว้าง
เพราะไม่ว่าเราจะอยากได้รถที่นั่งสไตล์ไหน MG ก็มีให้เลือกหมด

NEW MG ZS EV ซึ่งเป็นรถ SUV ที่มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ประสบความสำเร็จ สร้างยอดขายได้อย่างเกินคาด

โดย NEW MG ZS EV มาในคอนเซปต์ Truly Easy หรือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
ทำให้การออกแบบรถนอกจากจะมีดิไซน์โฉบเฉี่ยวแล้ว ก็ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ

อย่างเช่น V2L (Vehicle to Load) ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ นอกตัวรถได้
และสามารถวิ่งได้ 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 949,000 บาท (ราคารวมส่วนลดของภาครัฐ)

หรือจะเป็นรถสไตล์ Hatchback ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ก็จะมี NEW MG4 ELECTRIC ที่ว่ากันว่า นี่คือมาตรฐานใหม่ของ EV Car ด้วยจุดขาย “ขับสนุก”
ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง ทำให้ทุกสัมผัสทั้งในตัวรถ และบนท้องถนนสร้างความรู้สึก
รถมีความพุ่งทะยานแต่ก็ควบคุมรถได้ดี และการขับบนช่วงถนนโค้งก็ขับได้อย่างมั่นใจ

ขณะเดียวกันก็มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมากมาย เช่น ระบบ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ให้อุ่นใจในทุกการขับขี่

และสามารถวิ่งได้ 425 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 869,000 บาท (ราคารวมส่วนลดของภาครัฐ)

MG EP PLUS เป็นรถ Station Wagon 5 ที่นั่งรุ่นใหม่ที่มีการอัปเกรดจากรุ่นเดิม
เพิ่มฟังก์ชันใช้งานมากขึ้น เช่น ราวหลังคา แผ่นปิดห้องเครื่องยนต์ด้านหน้า ระบบกรองอากาศ PM2.5 เป็นต้น โดยวิ่งได้สูงสุด 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
ราคาเริ่มต้นที่ 771,000 บาท (ราคารวมส่วนลดของภาครัฐ)

ส่วนรุ่นใหม่ที่หลาย ๆ คนเฝ้าจับตามองก็คือ NEW MG ES เพราะเป็นรถ Station Wagon
ที่มีดีไซน์เรียบหรูทันสมัย พร้อมกับมีห้องโดยสารกว้างขวาง

โดยจากข้อมูลเบื้องต้น รถคันนี้จะมีเทคโนโลยีแบบจัดเต็มทั้งการขับขี่, ความปลอดภัย และความสะดวก
โดยวิ่งได้สูงสุด 412 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง พร้อมมีระบบความปลอดภัยครบถ้วน รองรับระบบ V2L (Vehicle to Load) เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากรถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยกำลังไฟ 2,200 วัตต์

ราคาเริ่มต้นที่ 959,000 บาท (ราคารวมส่วนลดของภาครัฐ)

โดยรถไฟฟ้า MG ทุกรุ่น สามารถติดตั้งเชื่อมต่อแอป i-SMART ที่ทำให้รถอัจฉริยะเกินคาด
เช่น สามารถตรวจสอบสถานะของรถก่อนใช้งาน และแจ้งเตือนความผิดปกติของรถ,
ระบบค้นหาตำแหน่งรถ, เป็นกุญแจดิจิทัล, และอีกหลาย ๆ ฟังก์ชัน

จะเห็นว่ารถไฟฟ้า MG ทุกรุ่นมีราคาเข้าถึงง่าย พร้อมกับมีการใส่เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าสู่ตัวรถทุกรุ่น และมีดีไซน์ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า
เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า และอยากครอบครอง หากนำราคาขายไปเทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาปในท้องตลาดในรุ่นที่มีสเป็กใกล้เคียงกัน รถไฟฟ้าของ MG ให้ ฟีเจอร์และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่น่าสนใจกว่าหลายๆรุ่นรถน้ำมันในตลาด

เป็นกลยุทธ์ Game Changer ที่ใช้ดึงดูดลูกค้าให้เปลี่ยนจากการซื้อรถเครื่องยนต์สันดาป
มาเป็นรถไฟฟ้าของ MG ที่มีหลายรุ่นตอบสนองทุกความต้องการ
ขณะเดียวกัน MG ก็ทำลาย Pain Point ต่าง ๆ ในใจลูกค้าที่กำลังรู้สึกลังเล ที่จะเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า

หลายคนอาจไม่รู้ว่าทาง MG ประเทศไทยมีการจัดคอร์สเทรนนิงพนักงานซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่ประจำอยู่ในโชว์รูม 160 สาขาทั่วประเทศ อย่างเข้มข้น

เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถแก้ไขได้ทุกปัญหา
พร้อมกับมีราคาซ่อมบำรุงสบายกระเป๋าลูกค้าที่เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 กิโลเมตร ราคาไม่เกิน 8,000 บาท

จนถึงการทำลายความกังวลใจของลูกค้า เวลาต้องเดินทางข้ามจังหวัดไกล ๆ
ด้วยการลงทุนมหาศาลสร้าง MG SUPER CHARGE STATION ที่ปัจจุบันมีถึง 129 แห่งที่เปิดบริการแล้วทั่วไทย

และปีนี้เอง เอ็มจี ตั้งเป้าให้มีสถานีชาร์จในโชว์รูมทั่วประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้ทุก ๆ 150 กม.ในการเดินทางทั่วประเทศ จะสามารถเข้าถึงจุดชาร์จของเอ็มจีได้

คงพอจะเห็นภาพโมเดล MG EV Ecosystem ที่นอกจากมีรถไฟฟ้าหลายรุ่นมาพร้อมราคาเข้าถึงง่าย
พร้อมกับการสร้างบริการหลังการขายมารองรับทั้ง การซ่อมบำรุง และ สถานีชาร์จ

แน่นอนว่าการลงทุนไปมหาศาล และเอาจริงเอาจังขนาดนี้
ก็เพื่อให้ MG เป็นแบรนด์แรกในใจของคนไทยที่คิดจะซื้อรถไฟฟ้า
แต่ที่มากกว่ายอดขายก็คือ การยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย ให้เทียบเท่าระดับโลก
ที่ตอนนี้ในหลาย ๆ ประเทศกำลังจะเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่โหมดรถพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
ที่จะทำให้ทุก ๆ ถนนการเดินทางทั่วโลกในอนาคตจะเป็นถนนที่ ไม่เห็นแม้แต่ควันดำ ไม่เหม็นควันพิษ, ไม่หนวกหูจากเสียงเครื่องยนต์

พอมองเห็นอนาคตแบบนี้ ทำให้ MG ทุ่มทุกสรรพสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ในมือ
เพื่อสร้าง EV Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเมืองไทย…

02/07/2023

ตัวอย่าง ผลประกอบการปี 2565 โรงพยาบาลเอกชน ในตลาดหุ้นไทย

02/07/2023

ธนาคารยักษ์ใหญ่ ที่ปล่อยล้มไม่ได้ วัดจากอะไร ? /โดย ลงทุนแมน
เมื่อไม่กี่วันก่อน มีดีลประวัติศาสตร์ระหว่างสองธนาคารของสวิตเซอร์แลนด์ คือการที่ธนาคาร UBS เข้าซื้อ เครดิตสวิส

ดีลนี้เกิดขึ้นเพราะ รัฐบาลและธนาคารกลางสวิสมองว่า เครดิตสวิส เป็นสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของประเทศและของโลก ที่จะปล่อยให้ล้มไม่ได้

รัฐบาลจึงต้องเข้าแทรกแซงแกมบังคับ ให้ UBS มาซื้อกิจการของเครดิตสวิส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น ในระบบการเงิน

นอกจาก เครดิตสวิส แล้ว ก็ยังมีธนาคารชื่อดังระดับโลก รวมทั้งหมด 30 ธนาคาร เช่น JPMorgan, ICBC, Deutsche Bank ที่อยู่ในกลุ่ม ปล่อยให้ล้มไม่ได้

สิ่งที่ทำให้ธนาคารยักษ์ใหญ่เหล่านี้ล้มไม่ได้
นอกจาก “ขนาด” ของธนาคารแล้ว
ยังต้องมีคุณสมบัติอะไรอีกบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
กลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลก ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบการเงินของโลก
จะมีชื่อเรียกว่า “Global Systemically Important Banks” หรือ “G-SIBs”

ซึ่งจะมีเกณฑ์การพิจารณาอยู่ 5 ด้าน

1. Size หรือ ขนาดสินทรัพย์
ตรงไปตรงมา เพราะถ้าธนาคารยักษ์ใหญ่ล้มขึ้นมา อุตสาหกรรมการเงินก็จะต้องหยุดชะงักแน่นอน

ยิ่งถ้าธนาคารขนาดใหญ่ล้มละลาย ก็จะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน และลูกค้าธนาคารหลักสิบล้านคน
รวมถึงพนักงานของธนาคารอีกหลายหมื่นคน ก็ต้องถูกผลกระทบไปด้วย

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจธนาคาร เป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนความเชื่อใจเป็นสำคัญ

ซึ่งถ้าดูธนาคารทั่วโลกแล้ว จะพบว่า ธนาคารที่ใหญ่สุดในโลก เรียงตามสินทรัพย์ 4 อันดับแรก มาจากจีน

โดยแต่ละรายมีสินทรัพย์ดังนี้
- ICBC 191 ล้านล้านบาท
- China Construction Bank 167 ล้านล้านบาท
- Agricultural Bank 160 ล้านล้านบาท
- Bank of China 146 ล้านล้านบาท

ส่วนอันดับที่ 5 มาจากสหรัฐฯ คือ JPMorgan ที่มีสินทรัพย์ 129 ล้านล้านบาท

2. Interconnectedness หรือ ความเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินอื่น

หัวข้อนี้เป็นการดูว่า ถ้าธนาคารเหล่านี้ล้มละลายไป
จะมีผลกระทบเป็นโดมิโน ไปถึงสถาบันการเงินอื่น ๆ แค่ไหน

โดยดูจากการที่ว่า ธนาคารนั้นมีเงินฝาก, เงินกู้, ถือหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารอื่น หรือถือหุ้นในธนาคารอื่นมากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่างเช่น
BNP Paribas ของฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในธนาคารอันดับต้น ๆ ของโลก ที่มีความเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินอื่นสูงมาก รองจาก JPMorgan, ICBC และ Bank of China

ซึ่ง BNP Paribas มีสถานะเป็นเจ้าหนี้สถาบันการเงินอื่นอยู่ 14 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกัน ก็มีสถานะเป็นลูกหนี้อยู่ 11 ล้านล้านบาท

3. Substitutability หรือ การเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

ข้อนี้เป็นการดูว่า ธนาคารนั้น ๆ มีความสำคัญต่อระบบการเงินของโลกมากแค่ไหน

เพราะยิ่งถ้าธนาคารนั้นมีความสำคัญมาก และเกิดล้มไป ก็จะทำให้ระบบการเงินโดยรวมหยุดชะงักไป
และอาจมีต้นทุนมหาศาลในการให้สถาบันการเงินเจ้าอื่นเข้ามาดำเนินการแทน

ในหัวข้อนี้จะดูจาก ปริมาณการชำระเงิน, ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ทำผ่านธนาคารเหล่านี้ และทรัพย์สินของลูกค้าที่อยู่ในความดูแลของธนาคาร

รวมถึงดูว่า ธนาคารเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินการออกหลักทรัพย์ เช่น ออกตราสารหนี้, ออกหุ้นเพิ่มทุน หรือออกหุ้น IPO มากแค่ไหน

แน่นอนว่า ธนาคารจากสหรัฐฯ อย่างเช่น JPMorgan, Bank of New York Mellon, Citigroup, Bank of America และ State Street จะติดมาในอันดับต้น ๆ

นั่นก็เป็นเพราะว่า สหรัฐฯ คือศูนย์กลางทางการเงินและการซื้อขายหลักทรัพย์

ยกตัวอย่างเช่น ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือ FOREX ทั่วโลก มีปริมาณการซื้อขายราว 35,000 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งก็อยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐ เกือบ 90%

หรืออย่างตลาดหุ้นที่ใหญ่สุดในโลกคือ NYSE ก็อยู่ในสหรัฐฯ เช่นกัน โดยมีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 200 ล้านล้านบาทต่อปี

4. Complexity หรือ ปริมาณของการทำธุรกรรมที่ซับซ้อน

ด้วยความที่โลกการเงินสมัยใหม่ เป็นมากกว่าแค่การรับฝากเงิน และปล่อยสินเชื่อ

แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น MBS, CDO, CDS ที่เป็นตัวการในวิกฤติซับไพรม์

ยิ่งธนาคารมีความซับซ้อนมากเท่าไร การประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ก็ยิ่งทำได้ยากขึ้นเท่านั้น

รวมถึงถ้าเกิดปัญหาหรือวิกฤติ ก็ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลในการแก้ปัญหา

โดยหลักเกณฑ์เรื่องความซับซ้อน จะดูว่าธนาคารเหล่านั้นมีปริมาณตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) และมีการถือหลักทรัพย์เผื่อขายมากน้อยแค่ไหน

เพราะในเวลาที่เกิดวิกฤติ หรือตลาดมีข่าวร้ายเข้ามา จนทำให้ทุกคน Panic ราคาของหลักทรัพย์เหล่านี้จะตกลงอย่างรุนแรง จนอาจทำให้ธนาคารล้มได้

ซึ่งกรณีนี้ เราก็เพิ่งได้เห็นจาก Silicon Valley Bank ที่ต้องขายพันธบัตรในราคาขาดทุนมากถึง 63,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นสภาพคล่อง

ธนาคารที่มีความซับซ้อนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ก็คือ
JPMorgan, Goldman Sachs และ Bank of America จากสหรัฐฯ รวมถึง Barclays จากสหราชอาณาจักร และ Deutsche Bank จากเยอรมนี

5. Cross-Jurisdictional หรือ ปริมาณการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

การที่ธนาคารให้บริการอยู่ในหลายภูมิภาค ทำให้การติดตามกำกับดูแล และประสานงานเมื่อเกิดปัญหา ทำได้ยากขึ้น

และผลกระทบเมื่อเกิดปัญหา จะยิ่งกระจายเป็นวงกว้างไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ และกระจายไปในหลายประเทศ

ตัวอย่างธนาคาร ที่มีสาขาให้บริการอยู่ทั่วโลก
- Citigroup ให้บริการมากกว่า 160 ประเทศ รองรับลูกค้าราว 200 ล้านคน

- HSBC มีเครือข่ายใน 62 ประเทศ เพื่อบริการลูกค้าราว 39 ล้านคน

- BNP Paribas มีสาขาใน 65 ประเทศ และมีพนักงานกว่า 190,000 คน

- ING Bank ดำเนินงานใน 40 ประเทศ ซึ่งมีลูกค้าราว 37 ล้านคน และมีพนักงานราว 60,000 คน

- Santander ที่มีมากกว่า 9,000 สาขาทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปและอเมริกาใต้

จะเห็นได้ว่า ธนาคารที่อยู่ในกลุ่มของ G-SIBs ล้วนเป็นธนาคารชื่อดัง ที่ถ้าหากปล่อยให้ล้มละลายไป จะต้องสร้างความเสียหายอย่างมากต่อระบบการเงิน

ทำให้มีข้อกำหนดว่า ธนาคารเหล่านี้จะต้องสำรองเงินกองทุนขั้นต่ำต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูง มากกว่าธนาคารทั่วไป 1.0-3.5%

แล้วในประเทศไทย มีธนาคารไหนบ้าง ที่ถือว่ามีความสำคัญต่อระบบการเงิน จนปล่อยให้ล้มไม่ได้ ?

แม้ว่าในรายชื่อ G-SIBs ทั้ง 30 ธนาคาร จะไม่มีชื่อของธนาคารจากประเทศไทย

แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้ออกแนวทางการกำกับดูแล ธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญเชิงระบบการเงินและเศรษฐกิจในประเทศ ด้วยเช่นกัน

ธนาคารในกลุ่มดังกล่าวจะมีชื่อว่า “Domestic Systemically Important Banks” หรือ “D-SIBs”
ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาที่ค่อนข้างเหมือนกับ G-SIBs

โดยปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ ที่อยู่ในกลุ่ม D-SIBs ทั้งหมด 6 ธนาคาร คือ
- ธนาคารกรุงเทพ
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ธนาคารกสิกรไทย
- ธนาคารไทยพาณิชย์

และอีกธนาคารคือ ธนาคารทหารไทยธนชาต ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในปี 2564 หลังจากมีการควบรวมกิจการกัน ระหว่างธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต

โดยสถานะของ 6 ธนาคารเหล่านี้ ณ สิ้นปี 2565 คือ

- สินทรัพย์รวม 20.2 ล้านล้านบาท
- เงินให้สินเชื่อรวม 13.5 ล้านล้านบาท
- เงินรับฝากรวม 14.3 ล้านล้านบาท
- เงินกองทุนรวม 2.6 ล้านล้านบาท

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าสถาบันการเงิน 6 ธนาคารนี้เป็นอะไรไป เศรษฐกิจไทยก็คงอยู่ไม่ได้

สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องระดับของเงินกองทุนขั้นต่ำต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่นเดียวกัน

โดยตัวเลขที่ว่านี้ จะเรียกว่า Capital Adequacy Ratio หรือ CAR
คำนวณได้จากการนำ เงินกองทุนทั้งหมดของธนาคารมาหารด้วยสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 12%

ถ้ายิ่งมี CAR สูง ก็ยิ่งแสดงถึงความมั่นคงของธนาคารดังกล่าว ในการรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ปัจจุบัน CAR ของ 6 ธนาคารพาณิชย์อยู่ในช่วงระหว่าง 15-20% ซึ่งสูงกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้

ดังนั้น ก็ต้องบอกว่า วันนี้ธนาคารพาณิชย์ในกลุ่ม D-SIBs มีความแข็งแกร่งด้านการเงินในการรองรับความเสี่ยงดีพอสมควร

จะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือก และแนวทางการป้องกัน ของธนาคารที่อยู่ในกลุ่ม G-SIBs และกลุ่ม D-SIBs นั้น มีความสอดคล้องกัน

ส่วนข้อกำหนดที่ต้องสำรองเงินทุน มากกว่าธนาคารทั่วไป ก็ทำเพื่อลดโอกาสในการล้มละลายของธนาคารยักษ์ใหญ่

และป้องกันไม่ให้การล้มละลายนั้น สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ไปยังสถาบันการเงินอื่น เป็นโดมิโน..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
https://www.bis.org/publ/bcbs201.pdf
https://www.bis.org/bcbs/gsib/instr_end21_gsib.pdf
https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/Highlights/Basel3Article/Basel_II_III_PM.pdf
https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/Highlights/Basel3_VDO/printA2.pdf
-https://www.bis.org/bcbs/gsib/
-https://www.financialresearch.gov/bank-systemic-risk-monitor/
-https://www.bis.org/bcbs/gsib/gsib_assessment_samples.htm
https://www.fsb.org/wp-content/uploads/P211122.pdf
https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/News2564/Q_A_D-SIBs.pdf
https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2564/ThaiPDF/25640149.pdf
-แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี 2565, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/News2560/n4760t.pdf
-https://www.kasikornbank.com/en/ir/finaninforeports/pages/financial-summary.aspx
-https://www.bangkokbank.com/-/media/files/investor-relations/agm/2023/agm2023_summary_en.pdf?la=en&hash=3903ECE2D34A1DE75C88D5DA303AE941CF81BD18
https://weblink.set.or.th/dat/news/202302/23018821.pdf
https://weblink.set.or.th/dat/news/202302/23019655.pdf
https://weblink.set.or.th/dat/news/202302/23018434.pdf
https://weblink.set.or.th/dat/news/202302/23020199.pdf

02/07/2023

สหรัฐฯ กับ จีน ครองธนาคารใหญ่สุดในโลก
- แพลตฟอร์ม Blockdit ปลดล็อกทุกประสบการณ์จริง เปิดรับทุกการเล่าเรื่อง รอบตัวคุณ ร่วมกับผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้ได้ที่ Blockdit.com/download

ที่อยู่

Khlong San, Bangkok, Thailand
Phra Nakhon
10600

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรุงศรี.ไอฟิน สินเชื่อเพื่อข้าราชการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กรุงศรี.ไอฟิน สินเชื่อเพื่อข้าราชการ:

แชร์