Business Loan สินเชื่อธุรกิจ

Business Loan สินเชื่อธุรกิจ เพื่อยืนยันว่าได้รับเงินจริง
*ใครที่ได้รับสินเชื่อแล้ว รบกวนช่วยกดติดตามเพจด้วยนะคะ*

*วิเคราะห์การลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐานกับหุ้นปันผล*นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เริ่มเข้ามาศึกษาการลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐาน (...
19/09/2023

*วิเคราะห์การลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐานกับหุ้นปันผล*

นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เริ่มเข้ามาศึกษาการลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) หรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investment) ในช่วงปีแรกๆ อาจจะคิดว่าเป็นการลงทุนที่เน้นปัจจัยพื้นฐานของกิจการเป็นหลักมีแนวคิดในการถือหุ้นระยะยาวตราบเท่าที่กิจการยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และราคาหุ้นยังไม่แพงเกินมูลค่าที่แท้จริง โดยระหว่างทางที่ถือครองหุ้นดีเหล่านั้น ก็มักจะมี “เงินปันผล” จ่ายให้ตลอดทุกปี ด้วยอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ดีกว่าดอกเบี้ยฝากธนาคาร บางตัวจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง แถมราคาหุ้นยังไม่ค่อยลงอีก ทำให้หลายๆ ท่านสรุปเองว่าการลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐานหรือแบบเน้นคุณค่านั้น แท้จริงแล้วก็คือการลงทุนใน “หุ้นปันผลดี” ซึ่งข้อสรุปนี้ในหลายๆกรณีก็มีส่วนถูก แต่ถ้าจะสรุปเลยว่า “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า = การลงทุนหุ้นปันผลดี” แบบทุกกรณีอันนี้คงต้องตอบว่า “ไม่ถูกต้อง”

ใจความสำคัญของการลงทุนสายปัจจัยพื้นฐานแบบเน้นคุณค่า คือ Good Stock and Good Price ซื้อหุ้นดี ที่ราคาถูก ด้วย ในส่วนของหุ้นดี (Good Stock) ดูจากปัจจัยเชิงคุณภาพของหุ้น เช่น อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโต มีแนวโน้มความต้องการสินค้าและบริการของบริษัทที่เพิ่มขึ้น และมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่ยั่งยืน อันนี้การดูหุ้นปันผลก็ไม่ต่างกัน เพราะที่มาของเงินปันผลคือกำไร ที่มาของกำไรคือความสามารถในการสร้างรายได้และบริหารต้นทุนของกิจการ และที่มาของความสามารถที่ดีของกิจการคือปัจจัยเชิงคุณภาพที่กล่าวข้างต้นนั่นเอง และในส่วนของราคาดี (Good Price) หลักการคือ ต้องลงทุนกับหุ้นที่ “Undervalue” หรือ หุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง คำถามคือ แล้วจะหามูลค่าที่แท้จริงยังไง เกี่ยวข้องกับเงินปันผลยังไง

ต้องบอกว่าวิธีการหามูลค่าที่แท้จริงนี่เป็นเรื่องใหญ่ ใช้เวลาศึกษาค่อนข้างนาน ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการประเมิน มีหลายวิธี ทั้งถูกต้องตามทฤษฎีแต่ยากในทางปฏิบัติ และแบบง่ายแต่อาจไม่ตรงตามทฤษฎีการเงิน ที่สำคัญคือไม่มีวิธีวัดมูลค่าหุ้นวิธีใดให้ผลที่ถูกต้องแบบ 100% แต่ละวิธีต้องใช้สมมติฐาน และให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ซึ่งวิธีการวัดมูลค่าหุ้นที่ใช้คือ
1. Reproduction Cost of Asset
2. Market Comparison เช่น P/E, P/BV, P/S, EV/EBITDA ฯลฯ
3. Discounted Cashflow

โดยวิธีที่ถูกต้องตามทฤษฎีทางการเงินคือวิธีที่ 3 ด้วยการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cashflow) ซึ่งสามารถใช้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cashflow) มาคิดลด หรือสามารถใช้เงินปันผลมาคิดลดก็ได้เช่นกัน ซึ่งเรียกว่า Dividend discount model นั่นหมายความว่าเงินปันผลก็สามารถกำหนดมูลค่าหุ้นได้เช่นเดียวกัน และเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้วัดมูลค่าหุ้นปันผล รวมทั้งกองรีทที่จ่ายปันผลในหลายกรณีด้วย นี่คือหนึ่งในทางเลือกของสายการลงทุนแบบเน้นคุณค่า โดยมุ่งเน้นที่การลงทุนหุ้นปันผลดีนั่นเอง

แต่ยังมีสายการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่มุ่งเน้นด้านอื่นๆ เช่น เน้นลงทุนในหุ้น Growth ก็ต้องใช้วิธีเลือกหุ้นที่จะมีการเติบโตของกำไร (กระแสเงินสดอิสระ) ในอนาคต หรือเน้นลงทุนในหุ้น Value ก็ต้องเน้นหุ้นที่ราคา undervalue ชัดเจน มูลค่ากิจการคุ้มค่าต่อราคาบนกระดานวันนี้เลย

นักลงทุนที่จับจ้องเงินปันผล โดยเน้นปันผลที่ดีดูจากข้อมูล Dividend Yield ในเว็บตลาดหลักทรัพย์อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะนั่นเป็นเงินปันผลในอดีตย้อนหลัง 1 ปี เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน อนาคตเงินปันผลอาจจะดีแบบเดิมหรือไม่ก็ได้ หรือปีที่ผ่านมาหุ้นตัวนี้อาจจะมีกำไรพิเศษแบบครั้งเดียว เช่น ขายสินทรัพย์ออกไป หรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือกำไรจาก Inventory Gain ก็เป็นได้

สิ่งสุดท้ายที่นักลงทุนต้องระวัง คือหุ้นปันผลที่ลงทุนอยู่ หากกิจการเข้าสู่ขาลงชัดเจน ห้ามถือหุ้นดังกล่าวไว้ เพราะกิจการที่เป็นขาลง กำไรจะลดลง ราคาหุ้นก็จะลง แถมเงินปันผลก็จะลดลงได้รุนแรงเช่นกัน ยิ่งถ้ากิจการขาดทุนเมื่อไหร่ ก็อาจจะงดจ่ายเงินปันผลไปเลยก็ได้ ดังนั้นคุณภาพกิจการและความสามารถในการทำกำไรในอนาคต คือสิ่งสำคัญที่สุดในการจ่ายเงินปันผลที่แท้จริงนั่นเอง

18/09/2023
จากสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่อยู่ในภาวะถดถอย อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอยู่ในระดับสูงส่งผลให้อำนาจซื้อในมือผู้คนลดลง โดยดอกเบ...
18/09/2023

จากสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่อยู่ในภาวะถดถอย อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอยู่ในระดับสูงส่งผลให้อำนาจซื้อในมือผู้คนลดลง โดยดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนสูงสุดของแบงก์พาณิชย์ในประเทศไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ คือ อยู่ในช่วง 0.20 - 1.90% จากการพิจารณาผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2561–2565 ของบริษัทจดทะเบียนไทย พบว่าทุกปีที่ทำการศึกษา ผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน โดยสูงกว่าประมาณ 1.3 เท่าของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนที่สูงที่สุดของแบงก์พาณิชย์ในประเทศไทย และสิ้นปี 2565 บริษัทจดทะเบียนไทยในบางอุตสาหกรรมให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่า 5 เท่าของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยในช่วงเดือนมีนาคม– พฤษภาคมของทุกปี จะเป็นเทศกาลจ่ายเงินปันผลที่บริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทจะมีการพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น (อ้างอิงผลประกอบการของปีก่อนหน้าหรืองวดของผลประกอบการตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล) จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อหุ้นปันผล

จากการศึกษากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555–2564) พบว่ากำไรสุทธิรวมทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียนไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และถึงแม้ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะได้รับผลกระทบบ้าง แต่บริษัทจดทะเบียนไทยก็สามารถปรับตัวตอบรับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 1,051,644 ล้านบาท ทำสถิติใหม่สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดและกลับมาสูงกว่ากำไรสุทธิรวมก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยกำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 2565 อยู่ที่ระดับ 811,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เช่นเดียวกันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556 – 2565) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเติบโตของกำไรสุทธิรวม โดยมีมูลค่าเงินปันผลที่จ่ายประมาณ 5.12 ล้านล้านบาท และในปี 2565 มีการจ่ายเงินปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าเงินปันผลจ่ายสูงถึง 645,622 ล้านบาท

ในปี 2565 มีการจ่ายเงินปันผลรวมให้นักลงทุนทั้งหมด 846 ครั้ง จากบริษัทจดทะเบียน 564 บริษัท (บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จ่ายเงินปันผลปีละครั้ง บางบริษัทจ่ายปีละ 2 ครั้งหรือ 4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของแต่ละบริษัท) โดยในเดือนมีนาคม–พฤษภาคมปี 2565 มีการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งหมด 530 ครั้ง (คิดเป็น 62.6% ของจำนวนการจ่ายเงินปันผลทั้งหมดในปีที่ผ่านมา) ซึ่งเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาจ่ายเงินปันผลมากที่สุด 441 ครั้ง และในแต่ละปีก็จะมีเทศกาลจ่ายเงินปันผลอีกหนึ่งรอบในช่วงเดือนกันยายน โดยเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาจ่ายเงินปันผลรวมทั้งหมด 180 ครั้ง

โดยปี 2565 พบว่า 3 หมวดธุรกิจที่มีการจ่ายเงินปันผลมูลค่าสูงสุด คือ พลังงานและสาธารณูปโภค ธนาคาร และไอซีที และหากมองไปข้างหน้าอาจสรุปได้ว่าบริษัทจดทะเบียนไทยจะมีการจ่ายเงินปันผลตามกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่าในปี 2566 จะมีการจ่ายเงินปันผลในช่วงเวลาเดิมของทุกปี (เดือนมีนาคม– พฤษภาคม) ดังนั้นในช่วงเวลาก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล จึงเป็นเวลาสำคัญที่นักลงทุนจะคัดเลือกหุ้นปันผลและเลือกจังหวะเวลาในเวลาในการซื้อหุ้นปันผลเข้าพอร์ตลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลตามเป้าหมายที่วางไว้

สินเชื่อบ้าน Home Loanสินเชื่อบ้าน หรือ สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หมายถึง เงินกู้ที่สถาบันการเงินปล่อยกู้เพื่อการซื้...
18/09/2023

สินเชื่อบ้าน Home Loan
สินเชื่อบ้าน หรือ สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หมายถึง เงินกู้ที่สถาบันการเงินปล่อยกู้เพื่อการซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะกำหนดวงเงินกู้โดยประเมินวงเงินจากราคาทรัพย์สิน และรายได้ของผู้กู้ ธนาคารกำหนดระยะเวลาให้กู้ระยะยาว ตั้งแต่ 10-40 ปี โดยให้ผู้กู้ผ่อนชำระเป็นงวดๆ ในแต่ละเดือน เป็นเงินต้นรวมกับดอกเบี้ย ซึ่งการกู้ซื้อบ้านนั้น จะมีการทำนิติกรรม “จำนอง” ที่สำนักงานที่ดิน

วิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารมี 2 วิธี ได้แก่
อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดตัวเลขแน่นอน ส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรกของการผ่อนชำระ เช่น อัตราดอกเบี้ย 2.85% 3 ปีแรก เป็นต้น
อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลง ปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ของตลาดการเงิน ไม่สามารถกำหนดได้ โดยทั่วไปดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยจะใช้อัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR เป็นหลัก
MRR (Minimum Retail Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี สำหรับเงินกู้ทุกประเภทที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน
MLR (Minimum Loan Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี สำหรับประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา
* อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ อ้างอิงจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

18/09/2023

ยินดีให้คำปรึกษา
ด้านการเงินและสินเชื่อ

ที่อยู่

อาคาร TDPK 101 ชั้น 7, 8 ถ. สุขุมวิท บางนาใต้
Phra Khanong
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Business Loan สินเชื่อธุรกิจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์