God Plan Invest GOD PLAN.

20 หลักการพื้นฐานของ MOΝΕΥ ΜΑΝAGEMENT และแนวทางการเทรด(ไม่ทราบที่มาของหนังสือ โหลดจากทวิตเตอร์ครับ)รายการต่อไปนี้เป็นการ...
16/04/2024

20 หลักการพื้นฐานของ MOΝΕΥ ΜΑΝAGEMENT และแนวทางการเทรด
(ไม่ทราบที่มาของหนังสือ โหลดจากทวิตเตอร์ครับ)
รายการต่อไปนี้เป็นการรวบรวมองค์ประกอบที่สำคัญส่วนใหญ่ของการจัดการเงินและการเทรดไว้ด้วยกัน
1. เทรดตามทิศทางของแนวโน้มระดับกลาง
2. ในแนวโน้มขาขึ้น-ให้ซื้อตอนย่อ
ส่วนในแนวโน้มขาลง-ให้ขายชอร์ตเมื่อราคาเด้ง
3. จงทนรวยให้ให้ผลกำไรเติบโต
ตัดการขาดทุนให้เสียน้อย
4. ใช้การตัดขาดทุนที่วิ่งตามราคาเพื่อจำกัดขนาดการสูญเสีย
5. อย่าซื้อขายอย่างหุนหันพลันแล่น
6. วางแผนการซื้อและขายและทำตามแผนของคุณ
7. ใช้หลักการบริหารเงิน
8. กระจายความเสี่ยง แต่อย่ากระจายมากเกินไป
9. ใช้อัตราส่วนรางวัลต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 3 ต่อ 1
10. เมื่อพีระมิด (ซื้อเพิ่ม) ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
ก. ไม้ต่อไปควรมีขนาดเงินที่เล็กกว่าเดิม
ข. เพิ่มเฉพาะตำแหน่งที่ชนะเท่านั้น
ค. อย่าเพิ่มตำแหน่งที่ขาดทุน
ง. ยกระดับตัดขาดทุนไปวางที่จุดคุ้มทุน
11. อย่าเทรดประมาทจนถึงขั้น Marfin call;
อย่าเสียเงินเพิ่มหลังจากเคยเสียหนักมาแล้วครั้งหนึ่ง(อย่ารีบเทรดเอาคืนหลังจากที่แพ้ยับเยินสด ๆ ร้อน ๆ)
12. ขายหุ้นที่คุณคิดผิด(ขาดทุน) ก่อนหุ้นที่คุณคิดถูก(ได้กำไร)
13. ถ้าคุณไม่ได้เทรดสั้น ก็อย่าได้เฝ้าดูการเคลื่อนไหวราคาตลอดทั้งวัน ดูแค่ราคาปิดของวันก็พอ
14. ทำงานจากระยะยาวไประยะสั้น
15. ใช้แผนภูมิระหว่างวันเพื่อปรับแต่งจุดเข้าและออก
16. ฝึกฝนการซื้อขายระหว่างวันเชี่ยวชาญก่อนที่จะซื้อขายระหว่างวันด้วยเงินจริง
17. อย่าฟังและเชื่อเคล็ดลับรวยง่ายจากใคร อย่าใส่ใจความเห็นจากสื่อทางการเงินการลงทุนให้มากเกิน
18. เรียนรู้ที่จะสบายใจกับการเป็นคนส่วนน้อย หากคุณทำเงินได้สม่ำเสมอ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่เห็นด้วยกับคุณ
19. การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นทักษะที่พัฒนาขึ้นด้วยประสบการณ์และการ
ศึกษา เป็นนักเรียนและเรียนรู้อยู่เสมอ
20. ทำให้มันเรียบง่าย ความซับซ้อนไม่ได้ดีกว่าเสมอไป

16/03/2024

เป็นหนังสือที่ดีจริงๆครับ
อ่านทีไรก็ไม่เบื่อ ได้อะไรตลอด

ใครบอก MM + Mindset ไม่สำคัญ
ก็ลองเข้าแม่นทุกไม้ แต่ถือไม่ไหว
แต่ตอนโดน โดนเต็มทุกดอก
หรือตอนแพ้ เสีย100$
แต่ตอนชนะได้ 10$ ดูครับ😂

ศึกษา Technical แล้ว
แวะมาเติมความรู้ตรงฐานพีระมิดด้วยนะครับ
อย่าเสียเวลากับการตีกราฟมากเกินไป
สุดท้ายกราฟคือการวิ่งแบบ Random walk

ให้ความสำคัญกับ Position Sizing 🙂
หัวใจสำคัญของ RPT คือสิ่งนี้

03/03/2024

The Trader’s Roundtable : Key Principles

สรุปมาอยากให้ทุกคนในเพจได้อ่านครับ ฝากกด like , share หรือ comment เป็นกำลังให้เพจผลิตผลงานต่อไปด้วยครับ

**********

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสนั่งคุยกลุ่มเพื่อนๆ 10 กว่าคน ในหัวข้อ “5 หลักการที่คิดว่าสำคัญที่สุดในการอยู่รอดในตลาด” ให้ไปคิดมาแล้วมานั่งคุยกัน เกินครึ่งจะอยู่ในตลาดมาเกิน 10 ปี มีมือใหม่ประสบการณ์ 2-5 ปีด้วย และมาจากหลายๆ อาชีพในอุตสาหกรรมการเงิน เช่น full-time trader/investor, part-time trader, equity analyst, major shareholder และ investment consultant ทำให้ได้ความเห็นที่ค่อนข้างหลากหลาย โดยที่ผมสรุปบางส่วนที่คุยกันออกมาเป็นข้อๆ ได้หลายข้ออยู่ เอามาแชร์ให้กับลูกเพจครับ อ่านกันครับ

ผมสรุปมาสั้นๆ ได้ 10 ข้อดังนี้ครับ

- การบริหารความเสี่ยง ⭐

เกินครึ่งของคนที่มาคุยจะพูดถึงเรื่องการบริหารความเสี่ยงครับ เนื่องจากหลายคนที่มาคุยมีประสบการณ์เกิน 10 ปีขึ้นใหม่ ผ่านช่วงวิกฤตและผ่านช่วงที่ตัวเองเจ็บหนักมากันหลายคน (รวมถึงตัวผมเองที่เคยขาดทุน 80% พอร์ตในช่วงแรกๆ) ซึ่งการขาดทุนหนักมันไม่ได้หายแค่ตัวเงิน แต่มันทำร้ายเรื่องของสภาพจิตใจทำให้เราดำเนินอาชีพต่อไปได้ยากขึ้น ดังนั้นการป้องกันตัวเองตลอดเวลาไม่ให้เราขาดทุนหนักจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราอยู่รอดในระยะยาว การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดขาดทุนเท่านั้น มันเป็นเรื่องตั้งแต่การออกแบบพอร์ตโฟลิโอ การ diversification การคิด portfolio heat โดยรวมในแต่ละสภาพตลาด การหาจุดที่กลยุทธ์ของเรา drawdown มากที่สุดและหาวิธีการป้องกัน การกำหนดประเภทของหุ้นที่เข้าไปเล่นรวมถึงข้อจำกัดในเรื่องสภาพคล่อง การกำหนดจุดตัดขาดทุนในแต่ละการเทรดเป็นเพียงเรื่องปลายน้ำเท่านั้น

การตัดขาดทุนเหมือนการกินยา แต่การจัดพอร์ตโฟลิโอให้ถูกหลักเหมือนการดูแลสุขภาพร่างกาย เราควรดูแลสุขภาพก่อนที่จะคิดแต่จะกินยาครับ

- Strategy Deep dive ⭐

พอมาพูดถึงกลยุทธ์ที่ใช้ ในการพูดคุยครั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้มีการยกประเด็นเรื่องที่ว่าจะต้องเป็นกลยุทธ์ที่ดีหรือเป็นกลยุทธ์ที่ได้เปรียบเท่าไหร่นักเพราะมันก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ แต่เป็นเรื่องรายละเอียดของกลยุทธ์ซะมากกว่า เราต้องหาให้ได้ว่าการชนะส่วนใหญ่ในกลยุทธ์จุดร่วมของมันคืออะไร ส่วนใหญ่ที่แพ้เกิดจากอะไร ตัวที่เป็น big gain 10% ของที่เคยเทรดมา ได้มาจากอะไร อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรู้คือเรื่องของการใช้งาน เราต้องรู้ข้อดีและข้อเสียของกลยุทธ์ที่ใช้คืออะไร การหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเองอาจจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะหลายครั้งมันจะเหมาะกับเราแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น มีพี่ท่านนึงเล่นกลยุทธ์ systematic trend following ทำการทดสอบมาอย่างดีทุกอย่างคิดว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเองมากๆ พอนำไปเทรดก็สามารถทำเงินได้จากเงิน 6 หลักเป็นเป็น 8 หลักในช่วงตลาดขาขึ้นรอบใหญ่ของประเทศไทย แต่พอเงินมีจำนวนเยอะขึ้น เริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถทนรับ drawdown 25-35% ได้ซึ่งตอนแรกที่ทดสอบและมีเงินไม่เยอะรับได้สบายๆ ทำตามแผนได้ แต่พอหลังๆ จำนวนเริ่มเยอะขึ้นก็เริ่มเครียดทำตามระบบยากขึ้นตอนช่วงที่เกิดการแพ้ติดๆ กัน พี่อีกคนที่ตอนแรกเทรดระยะสั้นแต่พอผ่านมาเป็นสิบปี อายุเริ่มมากขึ้น ร่างกายเริ่มช้าลง ภาระก็มากขึ้น ทำให้การเทรดสั้นไม่ค่อยตอบโจทย์ชีวิตจึงต้องเปลี่ยนวิธีการให้เทรดในระยะยาวมากขึ้น ดังนั้นการกล้าเปลี่ยนเมื่อคิดว่าสิ่งนี้ใช้มันไม่ได้เหมาะกับเราอีกแล้วจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันในอาชีพนี้ ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่กล้าหาญมากๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเคยประสบความสำเร็จกับมันมา ผมคิดว่าหนทางเดียวที่จะเข้าใจกลยุทธ์ที่เราใช้อย่างแท้จริงและใช้มันได้ประสิทธิภาพที่สุดนั้นมาจาก การลงมือทำด้วยความมีวินัยอย่างต่อเนื่องผ่านสภาพตลาดหลายๆ แบบและจดบันทึกโดยละเอียดซึ่งไม่ได้มีมากนักที่ทำตรงนี้กันอย่างจริงจังแม้กระทั่งเทรดเดอร์หรือนักลงทุนมือเก๋าก็ตาม

- การสะสมประสบการณ์ ⭐

ความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญในการประสบความสำเร็จในตลาด แต่การมีประสบการณ์เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า สิ่งที่มือใหม่จะเสียเปรียบคนที่เทรดมานานคือเรื่องของประสบการณ์ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถสอนกันได้ คุณไม่สามารถสอนเรื่องประสบการณ์ช่วงที่ตลาดวิกฤตให้กับคนที่ไม่เคยเจอได้ คุณไม่สามารถสอนให้คนอื่นเข้าใจความเจ็บปวดของการเสียเงินก้อนใหญ่ในตลาด จริงๆ สอนไปก็ไม่เข้าใจ คนที่คุยกันใน meeting บอกว่า ถ้าไม่เจ็บเองไม่มีทางเข้าใจ (no pain no gain) แล้วถ้าเจ็บจนตายก็ไม่ได้ดังนั้นการคุมความเสี่ยงจึงสำคัญ รวมถึงเมื่อเราเทรดหรือลงทุนมานานๆ เราจะลืมหลายๆ เรื่อง เช่น บรรยากาศของตลาด case study รวมถึงความผิดพลาดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

ดังนั้นการมีอะไรที่ช่วยเราเก็บสะสมประสบการณ์และสะท้อนมันออกมาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในตลาดหุ้นมันคือ trading journal และการทำ post-analysis คนที่อยู่มานานๆ แต่ไม่ทำ 2 สิ่งนี้จะไม่สามารถเก็บประสบการณ์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย สำหรับตัวผมเอง ผมคิดว่าเด็กใหม่ๆ ที่มุ่งมั่นในการจดบันทึกและวิเคราะห์ผลการเทรดอย่างถูกวิธีเป็นเวลา 5 ปี จะแซงพวกมือเก๋าที่เทรดมา 10-15 ปีแต่ไม่จดบันทึกอย่างไม่เห็นฝุ่นครับ

- การจัดการเรื่องนอกตลาด ⭐

การจัดการเรื่องนอกตลาดมีความสำคัญไม่แพ้กับเรื่องในตลาด คนที่ไม่สามารถจัดการกับชีวิตประจำวันของตัวเองให้ดีได้ไม่สามารถที่จะทำผลงานที่สม่ำเสมอระยะยาวในตลาดหุ้นได้ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพร่างกาย ครอบครัว และการเงินจะเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ที่เราต้องทำให้ได้ดี เรื่องนอกตลาดเป็นเหตุผลใหญ่ๆ ที่เราไม่ควรเปรียบเทียบการเทรด/ลงทุนกับคนอื่น บางคนสามารถเสี่ยงได้เยอะเพราะเขามีเงินเยอะ และเอามาลงทุน/เทรด ในสัดส่วนที่ไม่ได้เยอะมาก บางคนสามารถถือหุ้นติดดอยได้นานเพราะเงินเดือนเขาได้ปีละหลายล้าน ดอยนานๆ เงินขังอยู่หลายปีก็ไม่ตาย ต่างจากบางคนที่รายได้หลักอยู่กับการทำเงินในตลาดจึงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองติดอยู่ในสถานะที่ขาดทุนนานๆ

หลายๆ คนมีทักษะการเทรดและการลงทุนที่ดี แต่พอเกิดปัญหาครอบครัวหรือปัญหาสุขภาพทำให้ผลงานการลงทุนนั้นเป๋ไปเลย หลายๆ คนตัดสินใจหน้างานได้ไม่ดีอาจจะไม่ใช่เรื่องของความสามารถ แต่เป็นเรื่องของการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ นอนน้อย หรือเป็น office syndrome

ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ที่จะทำให้คุณมีความสม่ำเสมอในตลาด คือการจัดการเรื่องนอกตลาดให้ได้ดี ซึ่งได้แก่ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต สุขภาพการเงิน และครอบครัว

- Resilience ⭐

ด้วยความที่การเทรด/ลงทุนมีความเป็น performance game สูงมากๆ การเทรดที่จบไปแล้วอาจจะส่งผลต่อเนื่องไปสู่การเทรดครั้งถัดๆ ไปในรูปแบบของการรบกวนทางสภาพจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น เราขาดทุนมาในเดือนที่แล้ว ทำให้การเทรดในปัจจุบันเราลังเล เราไม่กล้าจะเทรด เราไม่ทำตามแผนทั้งที่การเทรดแต่ละครั้งมันไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องอะไร ทำให้คนที่มีความยืดหยุ่นหรือมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งจะมีความได้เปรียบมากกว่าในเกมระยะยาวนี้ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะสอนกันได้ยากมาก ผมคิดว่าถ้าใครยังรู้สึกว่าตัวเองท้อง่าย ที่เราได้คุยกันอาจจะต้องอ่านหนังสือ how to หรือการดูกีฬา บทสัมภาษณ์ของนักกีฬาน่าจะช่วยได้ครับ

- Meta-game ⭐

Meta หรือ Meta-game มาจากภาษาทางการเล่นเกม มันคือรูปแบบการเล่นยอดนิยมหรือเป็นแนวการเล่นที่มีความได้เปรียบกว่าแนวอื่นในช่วงปัจจุบันหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึง จริงๆ แล้วในโลกของการเทรด/ลงทุนก็มีอะไรแบบนั้นเช่นกัน เช่นในช่วงปีที่แล้วกับปีนี้คนที่เล่นในหุ้นที่เกี่ยวกับ AI, semiconductor ในตลาดต่างประเทศจะได้ผลตอบแทนที่บ้าคลั่ง หรือในประเทศไทยช่วงปี 2009-2013 ใครที่เล่นแบบ value play หรือ trend following ก็จะได้ผลตอบแทนที่ดี ถ้าใครตาม Minervini บ่อยๆ จะพูดถึง theme ในการเล่นกับตลาดช่วงที่ผ่านมาว่าเป็น pop, pop & drop, rally หรือการเล่นที่นิยมในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาของเทรดเดอร์ฝรั่งจะเป็นการเล่นกับ earning gap ซึ่งถ้าใครจับ Meta ช่วงนั้นได้ก็จะได้เปรียบและมักจะทำผลตอบแทนได้ดีรวมถึงถ้าเรารู้ว่าการเล่นในแบบของเราไม่ใช่ Meta ในช่วงนี้แล้วเราสามารถลดการเทรดได้ เราก็จะเสียเงินน้อยกว่าคนที่เล่นไปเรื่อยโดยไม่รู้อะไร โดยส่วนตัวผมคิดว่าการที่จะเข้าใจ Meta-game ได้ อาจจะประกอบด้วย 2 หลักใหญ่ๆ คือ

1. การเข้าใจว่าสไตล์การเล่นทั้งหมดมันมีอะไรบ้าง เช่น วิธีการเทรด วิธีการลงทุน อุตสาหกรรมทั้งหมด เรื่องของ market cycle ซึ่งถ้าเราเป็นผู้เล่นประเภทที่ปิดประตูให้กับแนวทางการลงทุนที่แตกต่างเราจะทำข้อนี้ไม่ได้เลย เช่น เทรดไม่ชอบลงทุน ลงทุนคิดว่าเทรดแม่งกาก ผมว่าสิ่งนี้เป็นข้อเสียมากๆ และอาจจะล้าสมัยมากๆ ในยุคปัจจุบันที่เรา prove ได้ด้วยสถิติว่ามีหลายแนวทางที่เวิร์คในตลาด มีพี่ท่านนึงที่ประสบการณ์สูงเขียนสไลด์มาในการคุยครั้งนี้ว่า “Market provide opportunities for those who willing to learn” คือตลาดมันมอบโอกาสให้คนที่เต็มใจจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึงมีมากมายในตลาด สำหรับผม ผมว่าเราไม่ต้องรู้ลึกหมดในทุกแนวทางซึ่งผมว่าแทบเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นอยู่นานและจริงจังสุดๆ แต่ผมว่าเราต้องพอรู้จนจับกระแสได้ว่าแบบนี้มันเข้าทางฝั่งไหน มันจะทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจจุดเด่น จุดด้อยของแต่ละแนวทางไม่มากก็น้อย

2. พอเรารู้แนวทางคร่าวๆ ทั้งหมดในส่วนต่อไปเราต้องรู้กระแสของเกม ซึ่งสิ่งที่จะทำได้คือการสังเกตและอยู่กับตลาดในปัจจุบัน ทุกวันนี้มันมีตัวช่วยค่อนข้างเยอะ เช่น พอร์ตจำลองในแต่ละแนวทาง ข้อมูลตัวเลขที่สำคัญ market breadth ซึ่งถ้าเราจับมันมาเชื่อมโยงกับข้อแรกได้เราจะเห็นแนวโน้มของมันว่าการเล่นแบบไหนช่วงนี้ได้เปรียบ ข้อสังเกตอย่างนึงที่ผมมักจะเห็นนักลงทุนไม่สามารถจับจังหวะได้คือ ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลที่มากพอ และพอตัวเองทำผลงานได้ไม่ค่อยดีชอบทิ้งตลาดไม่ค่อยดู แล้วรอตลาดกลับมาเข้าทางค่อยเข้าไป ซึ่งหลายๆ ครั้งมันทำให้กว่าเราจะจับทางได้ต้องใช้เวลาซักระยะเลย

ดังนั้นผมว่า ถ้าเราทำ 2 อย่างข้างบนนี้ได้จะทำให้เราเล่นเกมการเทรด/ลงทุนได้ง่ายขึ้นมากครับ

- Sizing ⭐

หัวข้อเรื่องของการวางเงินค่อนข้างมักจะเป็นหัวข้อที่ถูกลืมในการสอนเทรดและลงทุนในประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เราจะว่ากันด้วยเรื่องวิธีการลงทุน วิธีการเทรดและการหาหุ้นซะมากกว่า หรือถ้าพูดเรื่อง size มันจะพาเข้าการอัดหนักๆ แล้ว claim ตอนถูกต้อง ซึ่งชีวิตการเทรดและลงทุนจริงๆ หลายๆ ปีมันทำแบบนั้นไม่ได้ตลอด ดังนั้นการมีวิธีการ sizing ที่มีประสิทธิภาพที่ไม่ใช่แค่อัดหนักๆ ตัวที่มั่นใจอาจจะเป็นกุญแจที่สำคัญกว่าวิธีการที่มีความได้เปรียบครับ อย่างตัวผมเองจะพูดถึงการทำ post analysis แล้วหา factor ที่เราได้เงินบ่อยๆ ในระยะยาว รวมถึงการดู conviction bet ว่าเวลาเรามั่นใจหนักในรอบหลายปีนี้ accuracy หรือ win rate มันไปในทิศทางเดียวกันมั้ย หรือพี่อีกคนจะยกเรื่องของ progressive exposure ขึ้นมาและบอกว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าการหาหุ้นมากนัก การทำ progressive exposure ทำให้เรามั่นใจและไม่กลัว กล้าอัดมากขึ้นเพราะเราเสี่ยงบนกำไร ไม่เสี่ยงเวลาที่พอร์ตเราเสียเปรียบ โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะทำด้วยวิธีอะไรที่แล้วแต่ การกำหนดการวางเงินของคุณมันจะต้องมีเป้าหมายหลักๆ คือ การกำไรอย่างมีนัยยะสำคัญในเวลาที่คุณถูก และในสถานการณ์ที่ดีเราต้องมีเงินในหุ้นเยอะที่สุดและเวลาที่ตลาดแย่สำหรับเราที่สุดเราต้องมีหุ้นน้อยที่สุดครับ

อีกอย่างที่สำคัญเลยซึ่งพ่วงมากับเรื่องของ sizing คือเรื่องของการเลือกหุ้น เราต้องรู้จักหาหุ้นที่เป็น high liquidity premium hand จริงๆ แล้วการหาไพ่ตายก็สำคัญมากแล้ว แต่พี่หลายๆ คนที่พอร์ตใหญ่ขึ้นจนขนาดลากหุ้นไปได้หลายช่องและเวลาออกหุ้นออกยาก สิ่งที่เขาต้องทำมากกว่ารายเล็กคือ พอหุ้นที่เป็นตัว top และ liquidity เหลือล้นมาต้องห้ามพลาดแล้วต้องกล้าใส่อย่างมีนัยยะครับ

- Conviction ⭐

ความเชื่อมั่นและความมั่นใจ มีพี่ท่านนึงยกประเด็นนี้ขึ้นมาว่า สิ่งจำเป็นหนึ่งอย่างเลยคือ เราต้องตัดสินใจให้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่สนความคิดคนอื่นเลย ถึงแม้หลายๆ คนเราจะคิดว่าเขาเก่งกว่าเรา เขาประสบการณ์มากกว่าเรา เขามีเงินมากกว่าเรา เพราะส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของการเติบโตในฐานะนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ คุณจะไม่มีทางก้าวหน้าเลยถ้าคุณมัวแต่เชื่อคนอื่นหรือพึ่งคนอื่น คุณอาจจะได้ตัวเงินแค่ในระยะสั้นแล้วก็ต้องไปพึ่งพาคนอื่นเรื่อยๆ อีกความคิดหนึ่งของตัวผมเอง ผมคิดว่าถ้าเรามีกลยุทธ์ที่เราคิดว่าดีในระยะยาวและเราทำงานหนักกับมันมามากพอแล้ว มันไม่มีใครที่จะรู้กลยุทธ์นี้ดีไปกว่าเราที่เป็นคนพัฒนามันขึ้นมาครับ ดังนั้นความเชื่อมั่นในตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการประสบความสำเร็จในแบบของเราครับ

- Be kind ⭐

เนื่องด้วยตลาดหุ้นมันเป็นตลาดที่มีความไม่แน่อนสูงมากซึ่งหลายๆ ครั้งมันอาจจะทำให้คนที่ทำงานหนักและมีความสามารถไม่ได้เงินก็ได้ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้อะไรเลยก็สามารถได้เงินได้ชั่วคราวในตลาดนี้ ดังนั้นเวลาที่เราทำงานหนักมากๆ แล้วผลลัพธ์เราไม่ได้ดีตาม เกิด drawdown หรือพลาดหุ้นที่เล็งเอาไว้ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ เราต้องรู้จักที่จะ “ใจดี” กับตัวเองบ้าง การโทษตัวเองอย่างเดียวอาจจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ต้องรู้จัก balance ในส่วนนี้ไม่งั้นเราอาจจะจมและไม่สามารถเล่นเกมนี้ในระยะยาวได้ครับ

- Be humble to everyone ⭐

เนื่องด้วยแต่ละวิธีการมันมีช่วงเวลาในการแสดงพลังต่างกัน รูปแบบการได้ผลตอบแทนในแต่ละช่วงที่ต่างกัน ดังนั้นเวลาที่เราทำเงินได้ต้องอย่าไปกร่างมากนักเพราะถ้าเทรดในระยะยาว มันจะมีช่วงที่เราทำผลงานที่แย่กว่าคนอื่นแน่นอนซึ่งเกิดมาจากรากฐานของ strategy และ market ที่ไม่ align ซึ่งกันและกัน การกร่างอย่างโจ่งแจ้งพอถึงเวลาที่ตัวเองทำได้ไม่ดีมันไม่มีคนมาเห็นใจหรอกครับมีแต่จะโดนตีนกระทืบซ้ำ ดังนั้นเราต้องรู้จักถ่อมตัวและยินดีกับคนอื่นบ้างในเวลาที่เขาได้ตังแล้วชีวิตการลงทุนจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะครับ

ในหัวข้อหลักการที่คิดว่าสำคัญที่สุดในการอยู่รอดในตลาด จากที่ผมสรุปมาคร่าวๆ จากการคุยกับเพื่อนในกลุ่มก็มีประมาณนี้ครับ สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ตามการปกป้องตัวเองและป้องกันความเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณรอดในระยะยาวนะครับ หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับผู้อ่านทุกท่านนะครับ

โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

Humble Trader Diary

24/02/2024

บทความ ความอดทนคือสิ่งที่สำคัญในการเทรด โดย Fred Saffore

ผมเคยคิดว่า ผมเป็นคนที่อดทนจนกระทั่งผมเริ่มอาชีพการเทรด

ความอดทนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการประสบความสำเร็จในการเทรด คุณต้องใช้ความอดทนเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะผ่านช่วงเวลาในการเรียนรู้

คุณจำเป็นจะต้องมีความอดทนในการ “รอ” การเทรดที่ปัจจัยทั้งหมดในระบบของคุณนั้นเกิดขึ้น

และคุณจำเป็นจะต้องมีความอดทนในการถือสถานะ เพื่อทำให้เกิดกำไรสูงสุด

“Although the cheetah is the fastest animal in the world and can catch any animal on the plains, it will wait until it is absolutely sure it can catch its prey. It may hide in the bush for a week, waiting for just the right moment. It will wait for a baby antelope, and not just any baby antelope, but preferably one that is also sick or lame; only then, when there is no chance it can lose its prey, does it attack. That, to me, is the epitome of professional trading” – โดย MarkWeinstein, Original market wizard

โลกของเราในยุคปัจจุบันเป็นโลกที่เร่งรีบ กล่าวคือ ทุกคนอยากได้ทุกอย่างในทันที

พวกเราต้องการให้คนที่เราคุยด้วย ตอบเราในทันที

พวกเราต้องการสั่งอาหารแล้วได้กินทันที
พวกเราต้องการที่จะดูรายการ TV show ทั้งซีซันในทันที

พวกเราต้องการนาฬิกา/รถยนต์/กระเป๋าในทันที

และพวกเราก็ต้องการได้เงินในทันทีเช่นกัน

ในการเทรด ความพึงพอใจที่เราอยากได้อะไรในทันทีนั้นเป็นศัตรูที่ขัดขวางให้คุณประสบความสำเร็จ บางทีความพึงพอใจนี้มันอาจขัดขวางคุณจากสิ่งที่คุณอยากจะเชี่ยวชาญ

คุณต้องมีความอดทนและความเพียรในการจะเชี่ยวชาญอะไรซักอย่างหนึ่ง

ในความเป็นจริง ถ้าหากคุณพยายามอย่างไม่ลดละ ไม่ช้าก็เร็วคุณจะประสบความสำเร็จ

แต่ถ้าหากคุณไม่มีความอดทน คุณคงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลยไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม

“You can’t produce a baby in one month by getting nine women pregnant” – โดย WarrenBuffett , The Oracle of Omaha

การเทรดของผมนั้นดีขึ้นอย่างมากในวันที่ผมเข้าใจถึงความสำคัญของการอดทน

การวิเคราะห์ผลการเทรดที่ผมได้เทรดไปช่วยให้ผมค้นพบว่า มีหลายครั้งที่เป็นการเทรดที่แย่ซึ่งเกิดจากขาดความอดทน การขาดความอดทน(และต้องการที่จะเทรด) ทำให้ผมเข้าไปเทรดทั้งที่การเทรดนั้นๆ ไม่ได้เหมาะสมตาม criteria ทั้งหมดที่ผมได้วางไว้ คุณสามารถสร้างโอกาสที่ได้เปรียบในการเดิมพันได้ ถ้าหากคุณมีความอดทนในการเลือกหุ้น และมันเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในระยะยาวให้กับคุณได้

“After spending many years in Wall Street and after making and losing millions of dollars I want to tell you this: It never was my thinking that made the big money for me. It was always my sitting. Got that? My sitting tight! It is no trick at all to be right on the market. You always find lots of early bulls in bull markets and early bears in bear markets. I’ve known many men who were exactly at the right time, and began buying or selling stocks when prices were at the very level which should show the greatest profit. And their experience invariably matched mine, that is, they made no real money out of it. Men who can both be right and sit tight are uncommon. I found it one of the hardest things to learn. But it is only after a stock operator has firmly grasped this that he can make big money.” – โดย Jesse Livermore, One of the Greatest Traders of all Time

⭐ ปลูกฝังศิลปะแห่งความอดทนในการเทรด

แล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้เราอดในการเทรด?

ก่อนที่ผมจะสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในตลาดหุ้น ผมได้พัฒนาความอดทนของผมอย่างมาก ในการพัฒนาความอดทน ผมมีเทคนิคหลายอย่างที่ใช้ได้ผล และผมหวังว่าวิธีเหล่านี้จะได้ผลกับพวกคุณเช่นกัน

🔑1. เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเทรด

คุณต้องเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ทำไมคุณถึงเทรด

ถ้าหากเหตุผลของคุณนั้นดีและแข็งแกร่งพอ มันจะง่ายกว่ามากที่คุณขัดขืนต่อความไม่อดทนของคุณ

ถ้าหากคุณเทรดเพราะว่าอยากที่จะตื่นเต้นไปกับการแพ้/ชนะรายวัน หรืออยากจะโชว์การเทรดให้โลกรู้ว่าคุณเทรดได้กำไร ผมแนะนำให้คุณไปคาสิโน

ถ้าหากคุณเทรดเพราะคุณอยากที่จะดำรงชีพหรือเป็นอิสรภาพทางการเงิน การเชื่อมโยงเป้าหมายนี้เข้ากับความอดทนจะทำให้คุณนึกถึงว่าทำไมความอดทนถึงสำคัญกับคุณ และป้องกันคุณจากการตัดสินใจที่แย่ในการเทรด

🔑 2. อย่าโฟกัสที่เงิน

การโฟกัสที่เงินทำให้คุณตัดสินใจหรือเทรดอย่างไร้เหตุผล

คุณควรพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่จะไม่เชื่อมโยงการเทรดของคุณเข้ากับเรื่องของเงิน เช่น

การโฟกัสไปที่กราฟราคาเพียงอย่างเดียว ปิดเรื่องของผลกำไร/ขาดทุนในแต่ละการเทรด หยุดดูเงินในบัญชีซื้อขายทุกๆ วัน และโฟกัสไปที่การทำตามแผนที่เตรียมไว้อย่างเคร่งครัดแทนที่จะไปสนเรื่องของการทำเงินและการเสียเงิน

🔑 3. มี Checklist ก่อนที่คุณจะทำการซื้อขายทุกครั้ง

เหมือนอย่างนักบินก่อนที่เขาจะทำการบิน คุณต้องมี Checklist ก่อนที่คุณจะเข้าไปเทรดทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่คุณพบกับโอกาสในการเทรด ลองหันมาดู Checklist ของคุณ ว่ามันตรงตาม Criteria ที่คุณวางไว้ทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามันไม่ตรงตามแผนที่วางไว้ คุณก็ไม่ควรเทรด

🔑 4. ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้

การที่คุณทำตัวไม่ให้ว่างในช่วงเวลาการเทรดแทนที่จะดู ticker ทุกการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นมันช่วยคุณได้มาก

คุณควรหาอะไรมาช่วยคุณ เช่น alarm ในการแจ้งเตือนสัญญาณที่คุณเฝ้ารอในการซื้อขาย หรือการตั้ง auto trade ตามแผนที่คุณได้วางไว้

ด้วยการทำแบบนั้น มันจะทำให้คุณสามารถไปทำอย่างได้ เช่น การวิเคราะห์ผลการเทรด การอ่านหนังสือ การออกกำลังกาย หรือออกไปใช้ชีวิตกับครอบครัว

จากประสบการณของผม ยิ่งคุณดูตลาดและสถานะของคุณระหว่างวันน้อยเท่าไหร่ ผลกำไรของคุณก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

🔑 5. การนอน

การนอนเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ แต่จริงๆ แล้วการอดหลับอดนอนนั้นจะทำให้คุณขาดความอดทน

🔑 6. การทำสมาธิ

การฝึกสมาธิรายวันจะส่งผลอย่างมากมายต่อความสามารถในการอดทนของคุณ อย่างแรกคือการทำสมาธิจะทำให้คุณอยู่กับปัจจุบัน ด้วยการที่คุณโฟกัสที่จะอยู่กับปัจจุบัน คุณจะไม่คิดว่าคุณจะเสียเงินมากแค่ไหนถ้าคุณขาดทุน และคุณจะพร้อมออกจากสถานะเมื่อสัญญาณการออกมันปรากฏขึ้นมา และการทำสมาธิจะทำให้ความเครียดของคุณนั้นลดลงและเพิ่มความสามารถในการโฟกัสของคุณ

==========

ในบางส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ว่าผมขี้เกียจแปลนะครับ แต่รู้สึกว่าอยากให้ผู้อ่านได้รับสารจากผู้พูดโดยตรงซะมากกว่า ตลาดตอนนี้ค่อนข้างผันผวนเอามากๆ สิ่งที่สำคัญกว่าการมีวิธีการที่ดี คือการมีสติ และมีความอดทนนะครับ ขอให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัยในตลาดขาลงครับ

ความอดทนคือสิ่งที่สำคัญในการเทรด โดย Fred Saffore แปลและเรียบเรียงโดย Humble Trader Diary

ยังไงก็ฝากกดไลค์ comment หรือแชร์บทความของทางเพจกันด้วยนะครับ

12/02/2024

กฎการเทรดที่คุณควรพิมพ์เตือนตนข้างจอคอม
(ขอปรับบางเนื้อหาให้เหมาะสมกับการบริหารความเสี่ยงที่ดีนะ)
• อดทนรอโอกาสชั้นยอด - เงินง่าย เท่านั้น
• เทรดตามไอเดียและสไตล์ของคุณเอง
• อย่าซื้อและขายอย่างหุนหันพลันแล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำตามคำแนะนำของผู้อื่น
• อย่าทุ่มเงินเสี่ยงมากเกินไปกับอีเวนต์หรือหุ้นตัวเดียว
• โฟกัสที่การเทรดเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดมีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ
• คาดการณ์ไว้ อย่ารีบโต้ตอบ (วางแผนไว้ก่อน แล้วทำตามแผนเท่านั้น)
• เทรดตามการเคลื่อนไหวตลาด ไม่ใช่ความคิดเห็นของคนอื่น
• ให้ระบุจุดออก-ทั้งตัดขาดทุนและเก็บกำไร-ไว้ก่อนลงเงินเข้าเทรด
• หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับตำแหน่งที่คุณถือ ให้ขายออกไปก่อน
• อย่าได้เทรดตามบทวิเคราะห์
• เทรดตามพฤติกรรมราคาที่คุณคุ้นเคยและเห็นซ้ำเท่านั้น
• มองเกมยาว ไม่ใช่แค่วันต่อวัน แต่มองเป็นสัปดาห์ เป็นปี
• ราคาเคลื่อนไหวก่อนปัจจัยพื้นฐาน
• หากตลาดไม่ตอบสนองต่อข้อมูลอย่างถูกต้อง แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติ
• จงมีความยืดหยุ่น สามารถยอมรับได้ทันทีเมื่อคุณผิด
• คุณจะคิดผิด(ขาดทุน)บ่อยๆ; รับรู้ผู้ชนะและผู้แพ้อย่างรวดเร็ว
• เริ่มต้นแต่ละวันจากราคาปิดของเมื่อคืน ไม่ใช่จากต้นทุนของคุณ
• การซื้อหุ้นผู้แพ้เพิ่ม-ทำง่าย-แต่มักจะผิดเสมอ
• บังคับตัวเองให้เข้าเทรดสวนทางกับ Mass
• กำจัดสิ่งรบกวนสมาธิทั้งหมด
• รักษาความมั่นใจ - โอกาสหน้าจะมีมาเรื่อย ๆ
ปล. ไม่ทราบชื่อหนังสือ เอามาจากทวิตเตอร์

28/01/2024

Asymmetric risk เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์...ของนักเทรดผู้ชนะทุกคน
เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้นักเทรดผู้ชนะ ยิ่งเทรดยิ่งรวย
Asymmetric risk คือ หน้าเทรดที่ให้ ขนาดความเสี่ยง-น้อยกว่า-ขนาดของโอกาส...อย่างผิดปกติ
ยอดนักเทรดแต่ละคน ก็มีหน้าเทรดที่ให้ Asymmetric risk ต่างกันไป
ที่ชัดเจนและเห็นภาพง่ายที่สุด คือ ลุงจิม โรเจอร์ส ที่บอกว่า
"ผมจะ(อยู่เฉย ๆ) รอจนกว่าเงินไปกองที่มุม
และสิ่งเดียวที่ผมจะทำก็คือ เดินไปเก็บมัน"
มันก็จะทำให้เราเข้าใจคำที่พี่มาร์คบอกว่า
“เป้าหมายของผมคือเข้าร่วมในตลาด Easy dollar
จากนั้นจะนั่งเฉย ๆ ถือเงินสดอย่างปลอดภัย ปล่อยให้พวกเสพติดการเทรดต่อสู้เพื่อเงินเพนนีในระหว่างตลาดพักฐาน
การรู้ว่าเมื่อใดควรบุกหนักหรือเมื่อใดควรเหยียบเบรกเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลในตลาดหุ้น”
Easy dollar ของพี่มาร์ค ก็คือ Asymmetric risk หรือ "เงินไปกองที่มุม" ในอุปมาของลุงจิม โรเจอร์ส นั่นเอง
พอล ทิวดอร์ โจนส์ ก็บอกว่า
"ปรัชญาการลงทุนของผม คือ ผมจะไม่เสี่ยงแบบโง่ ๆ
ผมจะมองหาโอกาสที่ - มีโอกาสในการให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่
บิดเบือนอย่างมาก(มันก็คือ Asymmetric risk นั่นเอง)"
และ...
"[ผมจะมองหา] (รางวัล:ความเสี่ยง ที่ 5:1)
5:1 หมายความว่าผมเสี่ยง $1 แล้วมีโอกาสได้กำไร $5
5:1 ทำให้คุณมีความแม่นยำ 20% ซึ่งผมสามารถคิดผิดได้ถึง 80% (ของการเทรดทั้งหมด) แต่ผมก็ยังคงอยู่รอดได้"
คุณสามารถค้นหา Asymmetric risk ผ่านวิธีการต่างๆ มากมาย (เช่น เทคนิคอล พื้นฐาน มาโคร ความรู้สึก ฯลฯ) จากนั้นจึงสร้าง Asymmetric risk ให้มากขึ้นผ่าน Position Size และการจัดการ Risk/Reward
การค้นหาและการสร้าง Asymmetric risk จึงเป็นหน้าที่สำคัญของนักเทรดผู้ต้องการ "เป็นผู้ชนะ" ทุกคน

ที่อยู่

Phitsanulok
65000

เบอร์โทรศัพท์

+66989033975

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ God Plan Investผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง God Plan Invest:

แชร์