วางแผนการเงินวันนี้ กับ Cheetah: Effective way of financial management.

วางแผนการเงินวันนี้ กับ Cheetah: Effective way of financial management. บริการให้คำปรึกษาการวางแผนการเงิน? ทำไม เราต้อง วางแผนการเงิน?

Cheetah เป็นคนหนึ่งค่ะที่ ไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องการวางแผนการเงินเลย เอาจริงๆ ก็คิดแต่ว่า มันคือการออมเงิน มันคือประหยัดเงิน การบันทึกรายรับรายจ่ายอะไรประมาณนี้ ทั้งๆที่ระดับการศึกษาก็ไม่ได้น้อย ตอนเรียนปริญญาโท มันมีชั่วโมงเรียน เกี่ยวกับเรื่องการจัดการทางการเงิน( Financial Management) เรียนได้เกรดA ด้วยน่ะ�แต่ไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ครึ่งชีวิตก็เป็นมนุษย์เงินเดือนมาตลอด เสีย

ภาษีรายได้ส่วนบุคคล 6 หลักต่อปี ทำธุรกิจของตนเองบ้างเล็กๆน้อยๆ จนกระทั่งเจอสถานการณ์โควิด ที่ทำให้เราต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น จึงได้เริ่มใช้เวลาศึกษาวิธีการเพิ่มพูนรายได้ และวิธีลดค่าใช้จ่ายต่างๆอย่างจริงจัง โดยเจาะเน้นลงไปที่ กลุ่มธุรกิจประกัน ถึงได้มา สำนึกว่า ตลอดเวลาที่ทำงาน งกๆ จนแทบจะเป็น office syndrome นั้น เราละเลยเรื่อง การบริหารความเสี่ยงในชีวิต เช่นการทำประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ ไม่สนใจที่จะบริหารเรื่องภาษี ไม่ได้วางแผนการเงินสำหรับยามเกษียณ โชคดีที่ยังพอมีเวลาให้เราตั้งตัว ดึงสติ และลงมือทำ ถึงขั้นเอาตัวเองไป อบรมและสอบใบขออนุญาตเพื่อเป็นตัวแทน โชคดีไปกว่านั้น ที่เราได้เลือกเป็นส่วนหนึ่งของ Allianz Ayudhya บริษัทประกันที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลก

วันนี้ เราได้มีโอกาสเป็นผู้ให้คำแนะนำคนรอบตัว เพื่อนฝูง ครอบครัว และลูกค้าอื่นๆ ทั้งส่วนบุุคคลและองค์กร ในการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีความภูมใจเป็นอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ Cheetah ยังมีทีมงานนักวางแผนการเงิน ที่มีความสามารถและประสบการณ์เข้ามาร่วมทีมใน ชื่อว่า The A-List team ปัจจุบันเรากำลังเปิดรับสมัครตัวแทน นักวางแผนการเงินอีกด้วย

ดังนั้น Cheetahจะเข้าใจหลายๆท่านได้ดี หากต้องการพูดคุยสอบถาม รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแบบ ประกัน ผลประโยชน์ ความคุ้มครอง หรือ ต้องการให้เราจัดแผนโดยภาพรวมให้เลย ยิ่งยินดีมาก หรือหากสนใจเข้ามาร่วมทีม กับเรา สามารถส่งข้อความมาพูดคุย สอบถามได้เลยค่ะ

💯เป็นคุณคนใหม่ บริหารเงินก่อนใช้ทุกครั้ง !เพราะเรื่องเงินเรื่องทองรอไม่ได้ เริ่มก่อนเท่ากับได้เปรียบ การบริหารจัดการเงิน...
02/05/2022

💯เป็นคุณคนใหม่ บริหารเงินก่อนใช้ทุกครั้ง !
เพราะเรื่องเงินเรื่องทองรอไม่ได้ เริ่มก่อนเท่ากับได้เปรียบ การบริหารจัดการเงินไม่ได้แค่ช่วยบริหารพื้นฐานทางการเงินของคุณให้แข็งแรง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายทางการเงินในลำดับต่อไปได้เร็วขึ้นด้วย

ในการต่อยอดความมั่งคั่งจากการบริหารการเงินให้มั่งคง เพียงแค่จำกฎเลข “50 20 20 10” ก็จะช่วยให้เรื่องบริหารเงินกลายเป็นเรื่องง่ายๆ โดยกฎดังกล่าว คือ สัดส่วนของการแบ่งเงินนั่นเอง!

“50% ของเงินเดือน” ไว้สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมด เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งเงินส่วนนี้ถ้าเราจัดสรรแล้วพบว่าใช้ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ก็สามารถนำไปเพิ่มเป็นสัดส่วนของการออมและการลงทุน หรือเก็บไว้เป็นเงินสำรองได้

“20% ของเงินเดือน” แบ่งไว้สำหรับใช้จ่ายในสิ่งที่เราอยากได้ เป็นการให้รางวัลตัวเอง เพื่อกำลังใจในการทำงานหาเงินกันต่อไป อิอิ

“20% ของเงินเดือน” แบ่งไว้สำหรับอนาคตที่สดใสของเรา นั่นคือการเก็บออมเพื่อการลงทุน ให้เงินได้งอกเงย ชนะเงินเฟ้อ และเป็นเงินที่เราเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งสามารถนำมาจัดสรรลงทุนตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ กองทุนรวมประเภทต่าง ๆ หุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ

“10% ของเงินเดือน” แบ่งไว้สำหรับ ปกป้องความเสี่ยงในชีวิตที่ไม่แน่นอน เช่นการเจ็บป่วย รักษาตัว อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน วางแผนล่วงหน้าสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าชดเชยในขณะที่เราไม่สามารถทำงานได้ รวมไปถึงเป็นเงินก้อนยามเกษียณ และใช่ในการบริหารวางแผนภาษี

💟ทั้งนี้อย่าลืมว่า หัวใจการจัดสรรบริหารเงินเดือนของเราให้ดี ต้องเริ่มที่ “วินัย” อย่างสม่ำเสมอ และควรเริ่มแบ่งเงินบริหารตั้งแต่วินาทีแรกที่เรามีรายรับเข้ามาด้วยกฎง่าย ๆ 50 20 20 10!

#วางแผนการเงินวันนี้กับCheetah

“ทำไมเราทุกคนถึงควรมีประกัน?”หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หลายคนคงสงสัย แต่ไม่แน่ใจในคำตอบ บางคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจำเป็นสักหน่อย...
01/05/2022

“ทำไมเราทุกคนถึงควรมีประกัน?”

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หลายคนคงสงสัย แต่ไม่แน่ใจในคำตอบ บางคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจำเป็นสักหน่อย ทำไมต้องมาจ่ายเบี้ยทิ้งทุกปี ในเมื่อตอนนี้สุขภาพก็ยังแข็งแรงดี ไม่เคยป่วย ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย หรือบางคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ก็ในเมื่อเราไม่ได้ใช้ชีวิตผาดโผนอะไรก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันนี่นา หรือบางคนสนใจอยากทำประกันแต่ข้อมูลก็มากมายเหลือเกินจนสับสน ไม่รู้จะเลือกซื้อประกันแบบไหนดี ที่จะตรงกับความต้องการของตัวเอง
วันนี้เลยอยากจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจในเรื่องของประกันหน่อย ว่าทำไมเราทุกคนถึงควรมีประกันติดตัวไว้และแบบไหนน่าจะเหมาะกับเรา

1. เพราะชีวิตมันไม่แน่นอนเลยจริง ๆ

ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ความแน่นอนในวันนี้ ที่คิดว่าตัวเรายังแข็งแรง มีสุขภาพดี หลายคนออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ตลอด ก็คงไม่เคยคิดว่าจะเจ็บป่วยหนัก หรือความคิดที่ว่าเราใช้ชีวิตเดิม ๆ ปกติทุกวัน ไม่โลดโผน ไม่มีความเสี่ยงอะไร อาจทำให้มองข้ามการเกิดอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลื่นหกล้ม ตกบันไดขาหัก รถเฉี่ยว หรือแม้กระทั่งอาการเจ็บป่วยที่คิดว่าเป็นเพียงเล็กน้อยที่เราไม่ได้สนใจ อาจนำไปสู่การล้มป่วยด้วยโรคร้ายอย่างโรคมะเร็ง ที่หลายคนอาจจะคิดว่าไกลตัว อายุยังน้อย ครอบครัวไม่มีประวัติแล้วเราจะเป็นมะเร็งได้ยังไง แต่รู้กันไหมว่าสถิติการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคมะเร็งเฉลี่ยวันละ 221 คน หรือ 80,655 คน/ปี (อ้างอิงจากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2561) โดยโรคมะเร็งที่พบมากที่สุด คือ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ซึ่งพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง โดยอัตราการเกิดโรคมะเร็งนั้นเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และพบในผู้ป่วยที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ เห็นไหมล่ะว่าชีวิตมันไม่แน่นอนจริง ๆ และหากเราเกิดโชคร้ายขึ้นมา ไม่ว่าจากอุบัติเหตุ หรือล้มป่วย เราก็คงไม่สามารถใช้ชีวิตหรือทำงานได้ปกติ อย่างน้อยก็ระยะหนึ่งจนกว่าจะหายดี เพราะต้องรักษาตัวและพักฟื้นร่างกาย ซึ่งนอกจากเรื่องสุขภาพแล้วสิ่งที่น่ากังวลตามมาก็คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ถ้าขาดรายได้เพียงระยะสั้นๆ คงไม่น่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องรักษาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ใช้เงินเก็บไปกับค่ารักษานานๆ เงินเก็บจะพอไหมแล้วต่อไปจะใช้เงินจากไหนคงจะดีกว่าแน่ ๆ หากเราได้มีการวางแผนทำประกัน ตั้งแต่วันที่สุขภาพเรายังแข็งแรงดี บริษัทประกันยังรับประกันให้ เพื่อเราจะมีความคุ้มครองในการรักษาพยาบาลในวันที่โชคร้าย ให้ชีวิตไปต่อได้อย่างไม่สะดุด ซึ่งประกันจะช่วยแบ่งเบาภาระของเราได้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล และรักษาตัวที่บ้าน หรือแม้แต่ค่าชดเชยรายได้ในวันที่เราทำงานไม่ได้

#เหตุผลที่เราทุกคนควรมีประกันไว้ดูแลตัวเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

2. การทำประกัน เท่ากับการบริหารและวางแผนการเงินที่ดี
“ค่าเบี้ยประกัน คือรายจ่าย แถมจ่ายทิ้งทุกปี ไม่เห็นจะคุ้มตรงไหนเลย” หลาย ๆ คนอาจคิดแบบเดียวกันนี้ แต่อยากจะให้ลองคิดใหม่ว่าการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันนั้น จริง ๆ แล้วคือการวางแผนอนาคตอย่างดีให้กับตัวเราเอง หรือเรียกได้ว่าเป็นแผนรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก็ได้ เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ เราก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บใจทีหลังว่า รู้อย่างนี้ทำประกันไว้ตั้งแต่แรกก็ดี เพราะรู้ไหมว่าหากเราตรวจพบว่าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอะไรขึ้นมาแล้วละก็ บริษัทประกันมักจะไม่รับทำประกันสำหรับโรคนั้น ๆ หรือถ้ารับทำก็ต้องจ่ายเบี้ยในราคาสูงขึ้นกว่าปกติ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงต้องวางแผนอนาคตของตัวเราตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะสิ่งที่เราคิดว่าไม่คุ้มเลย อย่างค่าเบี้ยประกัน สุดท้ายจะช่วยให้เราไม่ต้องพบกับค่าใช้จ่ายมหาศาลในการรักษาตัวยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ที่เก็บมาทั้งชีวิต ไม่ต้องไปยืมเงินใครมารักษาตัว ช่วยเราให้ผ่านสถานการณ์ร้าย ๆ ไปได้แบบเบาใจกว่า

3. เพราะเราสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับเราได้

ก่อนจะเลือกประกันสักฉบับนึง เราต้องกลับมาเช็กความเหมาะสมกับตัวเรา ต้องสำรวจการใช้ชีวิต ไลฟสไตล์ ว่าเราต้องการความคุ้มครองเรื่องไหนเป็นพิเศษ เพราะประกันนั้นมีหลากหลายแบบให้เราเลือก เช่น
บางคนมีความเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวัน จากการเดินทาง หรือการทำงาน ก็ควรซื้อประกันที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุ

หากเรากังวลเรื่องความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และต้องรักษาต่อเนื่อง ก็ควรจะมองหาแผนประกันที่ตอบโจทย์ ( รายละเอียดแผนสามารถ สอบถามทางCheetah ได้เลยค่ะ Line : liloui16)

#เหตุผลที่เราทุกคนควรมีประกันไว้ดูแลตัวเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

มาถึงตอนนี้ทุกคนน่าจะรู้ถึงเหตุผลที่ทำไมเราทุกคนควรมีประกันแล้ว ซึ่งไม่ได้สำคัญสำหรับแค่ตัวเราเองแต่ยังรวมไปถึงครอบครัวและคนที่เรารัก เราก็สามารถมอบสิ่งดี ๆ อย่างการซื้อประกันให้เป็นของขวัญได้ด้วย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจ ไม่ต้องกังวลกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา : เพลิน เพลิน

เคลียร์ให้ชัด ซัดทุกความงงของ *เงื่อนไขประกัน* ที่มักจะโดนมองข้าม มาดูคำถามเคลียร์ใจก่อนซื้อประกันได้ที่ http://bit.ly/F...
26/04/2022

เคลียร์ให้ชัด ซัดทุกความงงของ *เงื่อนไขประกัน* ที่มักจะโดนมองข้าม มาดูคำถามเคลียร์ใจก่อนซื้อประกันได้ที่ http://bit.ly/FB0422-Insurenotrick จะเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

#อลิอันซ์อยุธยา

เพราะเป้าหมายทุกอย่าง “ต้องใช้เงิน” เราจึงต้อง “ #วางแผนการเงิน“คนเราทุกคน สามารถมีชีวิตที่ “มั่นคงทางการเงิน” ได้ทุกคน ...
22/04/2022

เพราะเป้าหมายทุกอย่าง “ต้องใช้เงิน” เราจึงต้อง “ #วางแผนการเงิน“
คนเราทุกคน สามารถมีชีวิตที่ “มั่นคงทางการเงิน” ได้ทุกคน แต่เพียงแค่คิดมันคงไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ ถ้าคุณคิด อยากจะรวย อยากจะมีความมั่นคง มันก็ต้อง มีแผนกันหน่อย
เรามาเริ่มต้น “วางแผนจัดการเงิน” ของตนเอง เพื่อความมั่งคั่ง และความสุขในวันข้างหน้ากันดีกว่า
วางแผนการเงินง่ายๆ แบบ “Step by Step” 5 ขั้นตอนดังนี้

1.”สำรวจ” ตัวเองก่อน ตอนนี้สุขภาพการเงินเราเป็นยังไง?

2.”กำหนด” เป้าหมายการเงินตัวเอง
เป้าหมายการเงินของตัวเองกำหนดเป้าหมายในแต่ละช่วงชีวิตให้ชัด อยากได้ อยากมี หรืออยากทำอะไร? เรียงลำดับความสำคัญ “Needs มาก่อน Wants มาทีหลัง”

3. “สร้าง” แผนการเงินของตัวเอง แผนการเงินที่คุณควรสร้างมีอะไรบ้าง?
3.1 แผนสร้างความมั่งคั่ง = แผนออม, แผนใช้จ่าย, แผนจ่ายหนี้
3.2 แผนปกป้องความมั่งคั่ง = แผนประกัน, แผนเกษียณ
3.3 แผนเพิ่มพูนความมั่งคั่ง = แผนลงทุน, แผนภาษี
3.4 แผนส่งมอบความมั่งคั่ง = แผนส่งมรดกให้ลูกหลาน

4. “ลงมือทำ” ตามแผนที่วางไว้อย่างแน่วแน่
แผนการเงิน “ไม่มีประโยชน์” ถ้าไม่ได้ลงมือปฎิบัติตามแผน
5. “ทบทวน” และคอยปรับปรุงแผน
เคยทบทวนแผน 6 เดือน หรือ 1 ปี

ที่มา: Salary Investor

คนวัย 31 - 40 ปี วางแผนเกษียณอย่างไรให้สำเร็จการเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อเกษียณในวัย 30 ต้นๆ ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสม...
20/04/2022

คนวัย 31 - 40 ปี วางแผนเกษียณอย่างไรให้สำเร็จ

การเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อเกษียณในวัย 30 ต้นๆ ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสม เพราะมีข้อได้เปรียบจากการมีเวลาในการลงทุนระยะยาว มีเวลาสั่งสมประสบการณ์ และมีโอกาสเริ่มต้นใหม่หากการลงทุนพลาดพลั้งไป อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ควรเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วัย 20 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่ได้เปรียบในการลงทุน เป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ยังไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากนัก มีเวลาและกำลังในการหารายได้อีกนาน จึงสามารถจัดสรรเงินไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนในระดับสูงตามไปด้วย

ช่วงเวลานี้นับว่าเป็นช่วงที่ดีในการลงทุนเพื่อเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณเพราะมีความสามารถทำงานหาเงินได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ถ้าหากเริ่มวางแผนการเงินเพื่อเกษียณได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้บรรลุเป้าหมายทางด้านการเงินได้เร็วเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คนวัย 31 – 40 ปี เป็นช่วงที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนและเริ่มสร้างความมั่นคงเพิ่มพูนความมั่งคั่งเพื่ออนาคต เป็นวัยเริ่มต้นสร้างครอบครัวแถมในช่วงวัยนี้ก็มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ หรือหากใครแต่งงานก็ต้องมีค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ค่าเลี้ยงดูลูก เป็นต้น

เมื่อเป็นเช่นนี้จะพบว่าคนวัย 31 – 40 ปี มีโอกาสที่จะลดความสำคัญของการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณ หรือเหลือเงินที่จะแบ่งมาลงทุนในระดับต่ำ จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้น ควรแบ่งเงินประมาณ 15 – 20% ของรายได้ สำหรับการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณ

ตัวอย่างเช่น ถ้าตั้งใจที่จะออมเงินให้ครบ 1 ล้านบาท สำหรับไว้ใช้หลังเกษียณ โดยสมมติว่าลงทุนแล้วได้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยเท่ากับ 5% ต่อปี

ถ้าเริ่มลงทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 31 ปี จะลงทุนเพียงเดือนละ 1,250 บาท (ปีละ 15,000 บาท) เมื่ออายุ 60 ปี จะมีเงินทั้งสิ้น 1,046,412 บาท โดยเป็นเงินลงทุน (เงินต้น) 450,000 บาท ส่วนอีก 596,412 บาท เป็นผลตอบแทนจากการลงทุน

แต่ถ้าเริ่มออมตอนอายุ 51 ปี จะต้องลงทุนเดือนละ 6,300 บาท (ปีละ 75,000 บาท) ถึงอายุ 60 ปี จะมีเงินออม 1,003,716 บาท เป็นเงินลงทุน (เงินต้น) สูงถึง 760,000 บาท ส่วนผลตอบแทนจากดอกเบี้ยแค่ 243,716 บาท เท่านั้น

จัดพอร์ตลงทุน

การจัดพอร์ตลงทุนสำหรับการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณของคนช่วงอายุ 31 – 40 ปี ควรเป็นพอร์ตแบบผสม (Balance Portfolio) และให้พิจารณาว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน หรือในช่วงแรกๆ เช่น อายุ 30 ปีต้นๆ ให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมาก เพื่อทำให้พอร์ตมีการเติบโตได้เร็ว เพราะยังมีเวลาลงทุนอีกนาน และเมื่ออายุมากขึ้นก็ปรับพอร์ตให้มีความเสี่ยงลดต่ำลง รวมถึงใช้สถานะของตัวเองในการจัดพอร์ตลงทุน เช่น โสด แต่งงานและมีลูก แต่งงานแต่ยังไม่มีลูก เป็นต้น

หลักการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ ที่สำคัญอย่าไปกังวลกับอนาคตมากจนเกินไป เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ต้องแบ่งเงินเพื่อลงทุนสำหรับวัยเกษียณให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ที่สำคัญควรเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่อายุน้อยๆ โอกาสมีชีวิตวัยเกษียณที่มีความสุขมีเงินใช้ไปจนหมดอายุขัยไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ที่มา : SCB

มาเริ่มวางแผนเกษียณกันตาม“6 ขั้นตอน ช่วยเกษียณแบบมีเงินใช้ทั้งชาติ” ดังนี้1กำหนดอายุเกษียณและอายุขัยโดยปกติแล้วมนุษย์เงิ...
19/04/2022

มาเริ่มวางแผนเกษียณกันตาม
“6 ขั้นตอน ช่วยเกษียณแบบมีเงินใช้ทั้งชาติ” ดังนี้

1กำหนดอายุเกษียณและอายุขัย
โดยปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนมักจะถูก กำหนดให้ทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี แต่ยังต้องดำรงชีวิตอยู่จนอายุ ถึง 70-80 ปี บางคนอายุยืน ถึง 90 ปีก็มี ซึ่งเราสามารถ ประมาณการอายุขัยได้จาก คนในครอบครัว

2คำนวนค่าใช้จ่ายในยามเกษียณ

เช่น หากตอนนี้เราอายุ 35 ปี จะเกษียณตอน อายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 80 ปี โดยคิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ 20,000 บาท ต่อเดือน แต่ต้องอย่าลืมว่า ในแต่ละปีค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายต่างๆ จะแพงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้อง คำนวณอัตราเงินเฟ้อเข้าไปด้วย (สมมติว่า 3% ต่อปี) ทำให้ เงิน 20,000 บาท ในวันนี้ มีมูลค่าเพิ่มเป็น 41,875 บาท ในอีก 25 ปีข้างหน้า

ดังนั้น เมื่อคำนวณแล้วเราจะต้องเตรียมเงินไว้ เพื่อใช้หลังเกษียณไปอีก 20 ปี เป็นจำนวน รวม 8,323,028 ล้านบาท โดยเราต้องนำเงินก้อนนี้ ไปลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยอย่างน้อย 5% ต่อปี ด้วย จึงจะทำให้เราสามารถใช้จ่ายเงินได้ ตามแผนที่ตั้งใจไว้

3ตรวจสอบเงินออมเพื่อเกษียณ จากแหล่งต่างๆ
ว่าในปัจจุบันเรามีเงินออมอยู่เท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ เช่น เงินฝาก ธนาคาร เงินกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินประกันชีวิต กองทุนรวม RMF และการลงทุนในหุ้น

4คำนวณเงินออมที่ยังขาดอยู่

โดยเปรียบเทียบเงินออมที่มีอยู่ และเงินที่ต้องใช้ในยามเกษียณ หากเราพบว่าเงินที่เราออมไว้ ยังห่างจากเป้าหมาย ที่ต้องการอยู่มาก ก็ต้องเร่ง วางแผนเพื่อให้มีเงินออมมากขึ้น

5วางแผนออมเงินเพิ่ม

เมื่อทราบแล้วว่ายังมีขาดเงินอีกเท่าไหร่ ก็ให้เรานำ เป้าหมายนั้นมาวางแผนออมเงิน โดยเริ่มจาก การทำบัญชีรายรับรายจ่าย อย่างรัดกุมเพื่อให้เกิด เงินออมในแต่ละเดือน ลงมือออมเงินอย่างต่อเนื่องและมีวินัย เลือกช่องทางการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ที่ยอมรับได้ของตัวเอง ทั้งนี้ ควรมีการเขียนแผน การออมการลงทุน และลงมือปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด

6ทบทวนเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อตรวจสอบว่าเราสามารถทำตามแผนที่ วางไว้ได้หรือไม่ ต้องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย อย่างไรบ้าง ต้องบริหาร เงินออมเงินลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนอย่างไรบ้าง รวมทั้ง พิจารณาว่าระดับการยอมรับความเสี่ยง ของเราเปลี่ยนไป หรือไม่เพื่อประเมินและ ปรับเปลี่ยนแผนการออมให้เหมาะสม กับตัวเองมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง แผนการออมและลงทุนเพิ่มเพื่อเกษียณสุข
เป้าหมาย ออมเงินเพิ่ม 2 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณ
ระยะเวลาออม / ลงทุน 30 ปี
ทางเลือกการออม / ลงทุน ถ้าออมได้เดือนละ 2,500 บาท อีก 30 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นกี่บาท
1 ฝากธนาคาร (ผลตอบแทน 1.82% ต่อปี) 1,183,318 บาท
2 ลงทุน (ผลตอบแทน 5.25% ต่อปี) 2,080,886 บาท
3 ลงทุน (ผลตอบแทน 10% ต่อปี) 4,934,821 บาท

*คำนวณผลตอบแทนแบบอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 2549 - 2559 ของเงินฝากประจำ 1 ปี (เฉลี่ย 5 ธนาคารใหญ่) ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล และดัชนีผลตอบแทนรวมหุ้น SET TRI เท่ากับ 1.82%, 5.36% และ 12.88%
จะเห็นว่า แม้เราสามารถออมเงินเพิ่มต่อเดือนได้ไม่มาก ก็สามารถออมเงินจนบรรลุเป้าหมายเกษียณสุขได้ไม่ยาก เพียงแค่ลงมือออมตามแผนให้ได้อย่างมีวินัย และเลือกนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ให้ได้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเพียงแค่ 5.25% ต่อปี ก็สามารถบรรลุเป้าหมายออมเงินเพิ่มอีก 2 ล้านบาทได้สบายๆ

วัยเกษียณเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เตรียมพร้อมด้านการเงินสำหรับเวลา ที่จะมาถึงได้ เมื่อเราประเมินตัวเองในเรื่องอายุเกษียณ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น และวางแผนเก็บออมให้มีเงินใช้ในยามเกษียณได้อย่างมีวินัยแล้ว เราก็จะมีชีวิตเกษียณอย่างเกษมได้อย่างแน่นอน

 #วางแผนจัดการมรดกอย่างแบบไหน ให้ได้ประโยชน์สูงสุด  มาดู4 วิธี วางแผนมรดกเพื่อคนที่เรารัก1. การทำบัญชี ก่อนการวางแผนมรดก...
17/04/2022

#วางแผนจัดการมรดกอย่างแบบไหน ให้ได้ประโยชน์สูงสุด มาดู4 วิธี วางแผนมรดกเพื่อคนที่เรารัก

1. การทำบัญชี
ก่อนการวางแผนมรดก ควรมีการทำบัญชีเพื่อรวบรวมสินทรัพย์ที่ถือครองทั้งหมดว่า มีจำนวนเท่าใด และ มูลค่าเท่าไหร่ อีกทั้งเพื่อให้สามารถจำแนกสินทรัพย์ที่มีออกมาได้ว่าส่วนไหนที่จะต้องมีการเสียภาษี โดยสินทรัพย์ที่จะต้องเสียภาษีมรดก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ หลักทรัพย์ตามกฎหมาย เงินฝาก และ ทรัพย์สินทางการเงิน เป็นต้น

2. ศึกษากฎหมายภาษีมรดกและภาษีจาก​การให้
การรับมรดก - กรณีไม่มีการโอนให้ก่อนเสียชีวิต ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ทายาท เสียภาษี อัตรา 5% , บุคคลธรรมดา เสียภาษี อัตรา 10%
การรับให้ – กรณีโอนทรัพย์สินขณะมีชีวิต ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ทายาท เสียภาษี อัตรา 5% , ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท บุคคลธรรมดา เสียภาษี อัตรา 10%

3. ทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละ​ปี
ทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสม และ ไม่ทำให้เสียภาษีมากจนเกินไป เช่น มีมรดก 40 ล้านบาท และ ทายาท 1 คน ก็สามารถทยอยมอบให้ปีละ 20 ล้านบาทจำนวน 2 ปี ก็จะไม่เสียภาษี


4. เลือกส่งต่อมรดกเ​ป็นทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
หากมีมรดกเป็นจำนวนมาก และ ไม่สามารถทยอยมอบได้ในเร็ววัน ควรเปลี่ยนมรดกส่วนที่จะต้องเสียภาษีให้เป็นทรัพย์สินที่สามารถได้รับประโยชน์ทางภาษีได้ เช่น การทำประกันชีวิตเพื่อรับสินไหมมรณกรรม โดยระบุผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ดังกล่าวไว้เป็นทายาทที่ต้องการมอบทรัพย์สิน เท่านี้ก็จะสามารถวางแผนจัดสรรแบ่งเงินเพื่อซื้อประกันชีวิตเท่าจำนวนทายาทก็สามารถแบ่งให้ได้ครบทุกคน อีกทั้งการทำประกันนั้นยังมีประโยชน์ในการดูแลตนเองอีกด้วย อย่าลืมว่า “ความแน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน”

​แหล่งที่มา :Kasikorn Wisdom.

สำหรับลูกรัก...แก้วตาดวงใจของคุณพ่อแม่❤️แบบประกันของ อลิอันซ์อยุธยา รับตั้งแต่อายุ 1เดือน 1 วันขึ้นไปน่ะค่ะ ❤️ #รายละเอี...
16/04/2022

สำหรับลูกรัก...แก้วตาดวงใจของคุณพ่อแม่❤️
แบบประกันของ อลิอันซ์อยุธยา รับตั้งแต่อายุ 1เดือน 1 วันขึ้นไปน่ะค่ะ ❤️

#รายละเอียดแผนอยู่ในcomment น่ะค่ะ☺️☺️

 #มีประกันกลุ่มวันนี้เพื่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงานทุกคน  Cheetah ขอแนะนำ แบบประกันกลุ่ม ที่รองรับทั้งแผนประกั...
15/04/2022

#มีประกันกลุ่มวันนี้เพื่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงานทุกคน

Cheetah ขอแนะนำ แบบประกันกลุ่ม ที่รองรับทั้งแผนประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ให้ให้กลุ่มพนักงาน องค์กร บริษัท ที่จัดทำได้ง่ายๆ ในราคาเบี้ยตั้งแต่หลักร้อย แต่ความคุ้มครองเกิน 1000เท่า!!!

สามารถขอรายละเอียด รับให้คำปรึกษา และางแผนการประกันกลุ่ม ได้ทุกขนาดองค์กร เริ่มตั้งแต่ 11 คนขึ้นไป ค่ะ ปรึกษาและขอแบบประกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเลยน่ะ ยินดีมากๆค่ะ

โทร 0923650066
Line ID liloui16

ทุกคนรู้ โลกรู้ ว่าการออมสำคัญแค่ไหน แต่บางทีก็ทำได้ยาก ไม่ว่าจะด้วยความยุ่งยาก หรืออุปสรรครอบด้านที่คอยขัดขาก็ตาม ทำให้...
14/04/2022

ทุกคนรู้ โลกรู้ ว่าการออมสำคัญแค่ไหน แต่บางทีก็ทำได้ยาก ไม่ว่าจะด้วยความยุ่งยาก หรืออุปสรรครอบด้านที่คอยขัดขาก็ตาม ทำให้หลายคนอาจออมเงินไม่ได้ตามที่คาดหวัง หรือรู้สึกว่าเก็บเงินไมได้สักที วันนี้เรามีเทคนิคหลอกให้ออมเงินได้มากขึ้นมาฝาก เผื่อเป็นประโยชน์นำไปลองปรับใช้กันดู

แยกและตั้งชื่อให้บัญชี
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการบริหารการเงิน ไม่ว่าเราจะเลือกวิธีไหนก็ตาม ควรเริ่มจากการสำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมดและการตั้งเป้าหมายในการออมเสียก่อน เพราะจะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าเราจะต้องเก็บเงินเพื่อจุดประสงค์อะไร และกำหนดค่าใช้จ่าย หรือแผนระหว่างทางได้ชัดเจนขึ้น
แต่ละคนอาจมีเป้าหมายมากกว่า 1 อย่าง ดังนั้นการแยกบัญชีจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าจะไม่นำเงินในส่วนนั้นไปใช้กับเรื่องอื่น สเต็ปต่อมาหลังจากที่เราแยกบัญชีออกไปตามเป้าหมายแล้ว แนะนำให้เอาปากกาเขียนไว้ที่หน้าสมุดบัญชี หรือถ้าเป็นใน app ต่างๆ ก็ควรใส่โน้ตบอกไว้ว่าบัญชีนี้สำหรับอะไร โดยอาจตั้งชื่อตามเป้าหมายเช่น บัญชีสำหรับท่องเที่ยว บัญชีผ่อนบ้าน เงินสะสมยามเกษียณ เป็นต้น

ลดแพ็ค เอาเท่าที่ใช้จริง
คุณซื้อแพ็คเกจเครือข่ายโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต รายการโทรทัศน์ หรือเมมเบอร์บริการต่างๆ บ้างหรือไม่ ถ้ามีลองสำรวจย้อนหลัง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ใช้อะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น รายการทีวีซื้อไว้เป็นแพ็คเกจที่สามารถดูได้ 200 ช่อง แต่ในความเป็นจริงเราอาจดูแค่ 150 ช่อง แล้วเครือข่ายมีแพ็คที่ย่อมเยาและเหมาะกับการใช้งานจริงของเรา ก็สามารถปรับเปลี่ยนค่าใช้จ่ายเป็นเงินออมได้

หยิบเงินทอน เก็บโบนัส
เงินทอน เงินโบนัส เงินรางวัล หรือเงินส่วนต่างจากค่าใช้จ่ายใดๆ ให้โอนเก็บเข้าบัญชีไปเลย โดยจะโอนเข้าบัญชีเดียว หรือจะแบ่งไปทุกบัญชีเท่าๆ กันก็ได้

เลือกตัดแต้ม แลกเงินคืน
สำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต มักจะมีโปรโมชัน การตัดแต้ม ใช้แทนเงินสด หรือเป็นส่วนลดในการซื้อของที่ร่วมรายการ
หรืออีกหนึ่งโปรโมชันยอดนิยมจากบัตรเครดิตที่จะช่วยเพิ่มเงินออมได้ก็คือ cash-back หรือเครดิตเงินคืน เพิ่มเติมอีกนิด เมื่อได้ cash-back จากการช้อปปิ้งมาแล้ว ให้โอนเงินที่ได้เข้าบัญชีเงินออมทันที เพื่อให้เราได้เก็บเงิน ไม่นำไปรวมกับเงินสำหรับใช้จ่าย

เกมเก็บเงิน
สร้างกติกาการออมให้เหมือนเกม เพื่อกระตุ้นความอยากออม และทำให้เป็นเรื่องสนุก จูงใจอยากทำมากขึ้น อย่างเช่น เก็บธนบัตรใบละ 50 บาท อาจกำหนดเพิ่มเติมอีกนิดว่า เมื่อเก็บครบ 1,000 บาท ค่อยเอาเข้าบัญชีเงินฝาก

หักเพื่อเก็บแบบอัตโนมัติ
หลายคนอาจไม่ทราบว่าหลายธนาคารบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ โดยวิธีการคือให้เรานำเงินไปฝากในบัญชีดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน (อาจมีขั้นต่ำในการฝากแต่ละครั้ง) ส่วนใหญ่จะมีกติการ่วมคือ จำกัดจำนวนครั้งในการถอนเงิน ซึ่งบัญชีเงินฝากแบบนี้ ช่วยสร้างนิสัยการออมเป็นประจำให้กับเราแบบไม่รู้ตัว เพราะเป็นการตัดแบบอัตโนมัติ
หรือใครที่มีเป้าอยากเก็บเงินยามเกษียณ อาจนำเงินไปซื้อประกันสำหรับวัยเกษียณ หรือประกันอื่นๆ เพื่อผลประโยชน์ตามที่เราต้องการ ทั้งนี้บริษัทประกันส่วนใหญ่มักจะมีการหักเงินส่งเบี้ยแบบอัตโนมัต ซึ่งจะมีกติกาที่แตกต่างกันออกไป จึงควรศึกษาหรือสอบถามตัวแทนก่อนที่จะซื้อประกันแต่ละตัว


#วางแผนการเงินวันนี้กับcheetah


ที่มา:
- moneyhub.in.th

6 พฤติกรรมการเงิน เคล็ดลับความสำเร็จของนักลงทุนระดับโลก บทความโดย กชจุฑา เพียรวนิช ที่ปรึกษาการเงิน AFPT(TM) #พฤติกรรมกา...
13/04/2022

6 พฤติกรรมการเงิน เคล็ดลับความสำเร็จของนักลงทุนระดับโลก บทความโดย กชจุฑา เพียรวนิช ที่ปรึกษาการเงิน AFPT(TM)

#พฤติกรรมการเงินคืออะไร? และส่งผลต่อการลงทุนของเราอย่างไร?

พฤติกรรมการเงิน (Behavioral Finance) ถ้าอธิบายง่ายๆ คือความลำเอียงหรืออารมณ์ของเรา ที่ส่งผลให้เราตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผล พฤติกรรมการเงินที่ทำให้เราพยายามจับจังหวะตลาด ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม เป็นต้น สุดท้ายก็จะทำให้เราซื้อหุ้นติดดอยหรือซื้อแพงขายถูก

ผู้เขียนขอนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจบางส่วนจากหนังสือ Unshakable เขียนโดย Tony Robbin

จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008-2009 หลังจากนั้นเป็นเวลาถึง 7 ปี Tony ใช้เวลาเข้าสัมภาษณ์นักลงทุนระดับโลกมากกว่า 50 คน ไม่ว่าจะเป็น Ray Dalio, Jack Bogle, Carl Ichan, Warrant Buffett เพื่อรวบรวมข้อมูลมาเขียนหนังสือเล่มนี้

สิ่งที่นักลงทุนระดับโลกแนะนำให้เห็นถึงพฤติกรรมการเงินของนักลงทุนส่วนใหญ่ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุน และเราจะแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนระยะยาว เรามาสรุป 6 พฤติกรรมที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดในการลงทุนและวิธีแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้

พฤติกรรมที่ 1 มองหาสิ่งยืนยันความเชื่อของตัวเอง

นักลงทุนส่วนใหญ่ ชอบมองหาข้อมูล ที่มาสนับสนุนความเชื่อหรือมุมมองของตนเอง พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Confirmation Bias เมื่อนักลงทุนเกิด Confirmation Bias พวกเขาจะพยายามหาข้อมูลวงใน ข่าวลือ บทวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนหุ้นที่พวกเขาซื้อ และทำให้ตัวเองเชื่อว่าหุ้นตัวนี้ดีและซื้อเพิ่ม ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงหุ้นตัวนั้นกำลังราคาลดลงหรือพื้นฐานเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม เราสามารถปกป้องตัวเองจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการมองหาผู้เชี่ยวชาญการลงทุน หรือ ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่เราไว้ใจ มีทักษะ และประสบการณ์การลงทุนโดย ขอคำแนะนำหรือศึกษาการลงทุนจากพวกเขา

พฤติกรรมที่ 2 เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ข้อผิดพลาดที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำคือ เมื่อตลาดขึ้น Bull Market) นักลงทุนจะคิดว่ามันจะขึ้นต่อและซื้อหุ้นต่อไป ในขณะเดียวกันเมื่อตลาดลง (Bear Market) นักลงทุนจะขายหุ้น เพราะเชื่อว่าตลาดจะลงอีก พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Recency Bias พฤติกรรมนี้ทำให้ประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่าประสบการณ์ในอดีต สมมติเมื่อตลาดขึ้น (Bull Market) สมองของเราจะรับรู้ประสบการณ์ที่เป็นบวก เราจะคิดไปเองว่าราคาหุ้นจะสูงขึ้นอีก และเริ่มซื้อหุ้นเพิ่ม

เราสามารถปกป้องตัวเองจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการทำ Rebalance เช่น ถ้าหุ้นขึ้นให้ขายหุ้นออกบางส่วนเพื่อทำกำไรและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน การทำ Rebalance จะทำให้คุณได้ซื้อของถูกเวลาที่ตลาดหุ้นลง และขายของแพงเมื่อตลาดหุ้นขึ้น

พฤติกรรมที่ 3 มั่นใจมากเกินไปพฤติกรรม Overconfidence คือนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะประเมินความสามารถ ความรู้ และการคาดการณ์อนาคตของตนเองสูงเกินไป พวกเขามักคิดว่าตัวเองสามารถทำนายตลาดหุ้นในอนาคตได้หรือเลือกหุ้นที่ดีที่สุดได้

เราสามารถปกป้องตัวเอง จากความมั่นใจมากเกินไปด้วยวิธีง่ายๆ คือซื่อสัตย์กับตัวเองและยอมรับความจริงว่าไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้

พฤติกรรมที่ 4 ความโลภ การพนัน และการเก็งกำไรจากหุ้นเด็ด

ร่างกายมนุษย์จะหลั่งสารแห่งความสุข (endorphins) เมื่อเราได้กำไรหรือชนะ ดังนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มชอบลงทุนในหุ้นเด็ด ซื้อขายเก็งกำไร เพื่อหวังกำไรก้อนงามๆในระยะสั้น ตลาดหุ้นจึงเปรียบเสมือน CASINO สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่

วิธีรับมือกับความโลภ คือ อดทนและลงทุนโดยมุ่งหวังผลตอบแทนระยะยาว มีความสุขกับผลตอบแทนทบต้น และติดตามพอร์ตการลงทุนของเราปีละครั้ง

พฤติกรรมที่ 5 ลงทุนในประเทศตัวเอง (Staying Home)

ธรรมชาติของมนุษย์ชอบอยู่ใน COMFORT ZONE เราอยู่ในประเทศไทย เราก็จะลงทุนแต่ในตลาดหุ้นไทย ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดหุ้นทั่วโลก นักลงทุนส่วนใหญ่จะติดกับอะไรก็ตามที่พวกเขารู้ดีและคุ้นเคย พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Home Bias

วิธีจัดการกับพฤติกรรมนี้ คือ การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่แตกต่าง(Diversification) เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น อสังหาฯ เป็นต้น และกระจายลงทุนหลากหลายประเทศ

พฤติกรรมที่ 6 การมองโลกในแง่ลบและกลัวการสูญเสีย

ธรรมชาติของมนุษย์มีแนวโน้ม จดจำประสบการณ์เชิงลบมากกว่าประสบการเชิงบวก พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Negativity Bias พฤติกรรมนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเราอย่างไร? เช่น ตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง (ปี 2540) หรือ เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2008-2009 นักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในช่วงเวลานั้น จะรู้สึกเจ็บปวดและหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ทำให้พวกเขากลัวการลงทุนในตลาดหุ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าตลาดจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

ดังนั้นเราสามารถหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากความสูญเสีย หรือ จำกัดความรุนแรงให้อยู่ในระดับที่คุณสามารถรับได้ ด้วยการเตรียมตัว ศึกษาหาความรู้ เรียนรู้วัฏจักรตลาดหุ้นในอดีต และทำ asset allocation

ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเราได้เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถควบคุมตัวเราและไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการลงทุน

อลิอันซ์ อยุธยา ยืนยันความคุ้มครองโควิด-19 พร้อมเคียงข้างลูกค้าทุกเงื่อนไขชีวิต • คุ้มครองการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ทั้งในโร...
11/04/2022

อลิอันซ์ อยุธยา ยืนยันความคุ้มครองโควิด-19 พร้อมเคียงข้างลูกค้าทุกเงื่อนไขชีวิต

• คุ้มครองการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel)
• คุ้มครองอาการแพ้จากการฉีดวัคซีน สำหรับลูกค้าที่มีสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ ภายหลังจากฉีดวัคซีนแล้ว ไม่เกิน 60 วัน โดยมีอาการแพ้หรือได้รับผลกระทบข้างเคียง และมีความจำเป็นทางการแพทย์ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือคลินิก ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.–30 มิ.ย. 2565 และเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยเท่านั้น
• ลดระยะเวลารอคอยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองโรคโควิด-19 เร็วขึ้น กรณีที่ลูกค้ามีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพฉบับใหม่ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำถามถามบ่อยเกี่ยวกับความคุ้มครองช่วงสถานการณ์โควิด-19 คลิกที่นี่ http://bit.ly/FB0521-faq

#อลิอันซ์อยุธยา #โควิดแคร์

ที่อยู่

408/96-100 อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 22 ถ. พหลโยธิน, แขวงสามเสนใน, พญาไท , กรุงเทพฯ
Phaya Thai
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66923650066

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วางแผนการเงินวันนี้ กับ Cheetah: Effective way of financial management.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์