724.insure 724.insure ประกันภัยออนไลน์(7 วัน 24 ชั่วโมง)

 #ร้อนนี้มีเฮ "ทะเลคือคำตอบ"
13/03/2018

#ร้อนนี้มีเฮ "ทะเลคือคำตอบ"

" ประกันชั้น1 ราคาพิเศษ..สำหรับคุณหมอและคุณพยาบาล.."🚩โปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณหมอและคุณพยาบาล..🚗🚕..ประกันภัยชั้น1 เริ่มต้น...
07/03/2018

" ประกันชั้น1 ราคาพิเศษ..สำหรับคุณหมอและคุณพยาบาล.."

🚩โปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณหมอและคุณพยาบาล..

🚗🚕..ประกันภัยชั้น1 เริ่มต้นเพียง 10,500'บาท..
💥 โปรโมชั่น..พิเศษ สำหรับคนพิเศษ..
💦 สำหรับรถหลากหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ในราคาเหมาะสม..และพอใจ

.ติดต่อสอบถามขอคำแนะนำมาได้นะครับ ..ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง..
✅ เคลมค่าสินไหม.
✅ เปลี่ยนบริษัทประกัน..
ยินดีให้บริการคุณหมอและคุณพยาบาลที่น่ารักทุกท่าน..ฟรีครับ

ประกันชั้น 1 ออนไลน์ 24 ชั่วโมง ราคาเบี้ยเริ่มต้นแค่ 10,500 บาท และสามารถผ่อน 0% ได้สูงสุด 6 เดือน สนับสนุนโดย ไทยศรี....

ถ้าท่านที่กำลังมองหาประกันชั้น 1 ดีๆ ราคาไม่แพง และคุ้มครองทุกกรณี แบบไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก ประกันภัยรถยนต์ ชั้น ...
06/03/2018

ถ้าท่านที่กำลังมองหาประกันชั้น 1 ดีๆ ราคาไม่แพง และคุ้มครองทุกกรณี แบบไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 “Family Man”
ประกันภัยสุดพิเศษที่รู้ใจคนรักครอบครัวที่ต้องการประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาถูก
เบี้ยเริ่มต้นเพียง 9,900 บาท ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก*
ถ้าเรามั่นใจว่าเราชับรถดี มีครอบครัว #ไม่ควรพลาดจริงๆ

“Family man” ตอบโจทย์ต่อความต้องการจริง มีข้อสงสัย ? ลองเล่นดูก่อนง่ายๆ ผ่านออนไลน์
ไปดูกัน! https://goo.gl/uRj6SV 👈

สุดคุ้ม! ผ่อนชำระสบายๆ 0% สูงสุด 6 เดือน
กับธนาคารชั้นนำ (ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ)

สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ กับ 724 ได้แล้ววันนี้!
---------------------------------------------
ซื้อเลย "ประกันภัยออนไลน์ง่ายๆ 24 ชั่วโมง"
https://insure.724.co.th/u/AM00091116

 #ข่าวสารประกันภัย       " ประกันอัคคีภัย " ประกันภัยที่คนมองข้ามประกันอัคคีภัย อย่ามองข้าม สามารถป้องกันความเสี่ยงจากคว...
27/02/2018

#ข่าวสารประกันภัย

" ประกันอัคคีภัย " ประกันภัยที่คนมองข้าม

ประกันอัคคีภัย อย่ามองข้าม สามารถป้องกันความเสี่ยงจากความเสียหาย ค่าซ่อมแซมบ้าน จากภัยพิบัติ จ่ายค่าเบี้ย ประกันภัย แค่หลักพัน คุ้มครองหลักล้าน

สำหรับปีที่ผ่านมารวมถึงปีก่อนๆ จะเห็นได้ว่าปัญหาความเสี่ยงภัยเดิมๆ ที่พบมักจะพบเจอกันอยู่เสมอสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด นั่นก็คือปัญหา “น้ำท่วม” นั่นเอง

หลายครอบครัวที่พบเจอปัญหา น้ำท่วม บ้าน ทำให้เจ้าบ้าน ผู้อาศัย เกิดอาการ "หัวร้อน" กับสภาพความเป็นอยู่ การเดินทาง และการซ่อมแซมบ้านแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะทั้งค่าซ่อม หรือค่าความเสียหายของทรัพย์สินภายในบ้าน ที่ถูก น้ำท่วม จนใช้การไม่ได้ ซึ่งแม้เราอาจจะไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา น้ำท่วม นี้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถจัดการล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราได้ยาม น้ำท่วม นั่นก็คือการทำ “ประกันอัคคีภัย” นั่นเอง

เราสามารถทำ ประกันอัคคีภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยกรณี น้ำท่วม ได้ เนื่องจากเมื่อเราทำ ประกันอัคคีภัย นั้น โดยพื้นฐานจะได้ความคุ้มครองมาตรฐานอยู่ 6 ด้าน คือ
1. ไฟไหม้
2. ฟ้าผ่า และการลัดวงจรจากฟ้าผ่า
3. ระเบิด
4. ภัยจากยานพาหนะ หรือสัตว์ลากจูง (เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย)
5. ภัยจากอากาศยาน หรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน
6. ภัยเนื่องจากน้ำ ที่ไม่รวมน้ำท่วม (เช่น น้ำรั่ว ท่อประปาแตก)

ซึ่งเราสามารถเลือกทำความคุ้มครองเพิ่มเติมจากความคุ้มครองพื้นฐานเหล่านี้ได้อีก เช่น ภัยจากลมพายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว หมอกควัน หรือ น้ำท่วม อีกด้วย ซึ่งจะมีความคุ้มครองคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากทุน ประกันภัย ความคุ้มครองหลัก ที่เราซื้อไว้ (เช่น ซื้อที่ทุน 1 ล้านบาท ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม 30% ก็จะคุ้มครองสูงสุด 3 แสนบาท)

ซึ่งค่าเบี้ย ประกันภัย ของ ประกันอัคคีภัย ก็ไม่ถือว่าแพงมาก สำหรับทุนประกัน 1 ล้านบาท ความคุ้มครอง 1 ปี ค่าเบี้ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,###-2,### บาทเท่านั้น (ถ้ารวมความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่าเบี้ยก็อาจเพิ่มเป็นประมาณ 2,###-4,### บาท ขึ้นอยู่กับรายการ และมูลค่าความคุ้มครองที่ซื้อเพิ่ม)

สำหรับ ประกันอัคคีภัย นั้น จะคุ้มครองเฉพาะมูลค่า ความเสียหายของตัวบ้าน และทรัพย์สินภายในบ้านเท่านั้น ไม่คุ้มครองพื้นที่โดยรอบบ้าน ดังนั้นเราจำเป็นต้องประเมินมูลค่าของตัวบ้าน และทรัพย์สินโดยรวม ภายในบ้านเสียก่อน เพื่อให้สามารถเลือกความคุ้มครอง หรือทุน ประกันภัย ได้เหมาะสมกับมูลค่ารวมดังกล่าว (แต่ในทางปฏิบัติเราจะประเมินคร่าวๆ โดยอาจดูจากสัดส่วนของพื้นที่บ้าน เทียบกับพื้นที่ทั้งหมด ว่าเป็นสัดส่วนประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงนำไปคูณกับมูลค่าบ้าน และที่ดินทั้งหมด)

ส่วนใครที่ไม่ได้อาศัยเป็นบ้าน หรือมีอาคารประเภทอื่นๆ ที่ต้องการความคุ้มครองดังกล่าว ก็สามารถทำ ประกันอัคคีภัย สำหรับอาคารแต่ละประเภทได้เช่นกัน ทั้ง ประกันอัคคีภัย สำหรับคอนโด ห้องชุด อาคารสำนักงาน หรือโกดัง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การทำประกันอัคคีภัย มีประโยชน์อย่างมาก ในการป้องกันความเสี่ยงของมูลค่าความเสียหาย และค่าซ่อมแซมบ้าน จากภัยพิบัติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม หรือไฟไหม้ เนื่องจากความเสี่ยงดังกล่าวแม้จะโอกาสเกิดน้อย แต่หากเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว มักจะมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ดังที่มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “โจรปล้นบ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว” ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว เราจึงไม่ควรมองข้ามการทำ ประกันอัคคีภัย เอาไว้ โดยจ่ายค่าเบี้ย ประกันภัย แค่หลักพัน แต่มูลค่าคุ้มครองหลักล้าน เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงดังกล่าวเอาไว้ด้วย

 #ข่าวสารประกันภัย " เอกสารต่อภาษีรถยนต์ " ปี 2561 มีอะไรบ้าง ??ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างการต...
26/02/2018

#ข่าวสารประกันภัย

" เอกสารต่อภาษีรถยนต์ " ปี 2561 มีอะไรบ้าง ??

ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

การต่อภาษีรถยนต์

พูดถึงการต่อภาษีรถยนต์ หลายคนคงรีบวิ่งไปดูป้ายภาษีรถยนต์ว่าใกล้ถึงกำหนดต้องต่อภาษีรถยนต์กันแล้วหรือยัง ถ้าครบกำหนดแล้ว ก็คงจะเกิดความสงสัยว่า จะต้องใช้เอกสารอะไร และค่าธรรมเนียมในการ " ต่อภาษีรถยนต์ " เท่าไหร่ มีขั้นตอนยังไง เพราะปีหนึ่งต่อครั้งหนึ่งก็ต้องมีอาการลืมกันบ้าง เพื่อจะได้เตรียมเงิน เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนวันหมดภาษี จะได้ไม่ถูกจับ ปรับ

การต่อภาษีรถยนต์ หรือพูดแบบบ้านๆว่า การต่อทะเบียนรถยนต์ เป็นสิ่งที่กฎหมายระบุไว้ว่าต้องทำทุกปี ถ้าไม่ต่อภาษีรถยนต์ถือว่ามีความผิด แต่หลายคนก็คงเคยเจอปัญหา เช่น ลืมต่อบ้าง ลืมวันครบกำหนดบ้าง ทำให้ไปต่อล่าช้าจนต้องถูกปรับ ซึ่งจริงๆแล้วการต่อภาษีรถยนต์สามารถต่อล่วงหน้าก่อนหมดอายุไม่เกิน 3 เดือน สำหรับคนกลัวลืมก็ต่อล่วงหน้าได้

ไม่ได้ ต่อภาษีรถยนต์ แล้วนำมาใช้ผิดกฏหมายไหม

ข้อสำคัญของการต่อภาษีรถยนต์ คือ การต่อภาษีรถยนต์ จะต้องต่อทุกปี ห้ามขาดเด็ดขาด ส่วนในกรณีขาดการต่อภาษีติดต่อกัน 3 ปี ก็จะถูกระงับการใช้ทะเบียน ทำให้เกิดปัญหาและความยุ่งยากในการทำเรื่องขอทะเบียนใหม่ เพราะฉะนั้น ยอมเสียสละเวลาไปต่อภาษี แค่ปีละครั้งดีกว่านะครับ

ก็อย่างที่บอกข้างต้นครับว่า เราสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งมีข้อดีตรงที่หากเรางานยุ่งมาก เรายังสามารถจัดสรรเวลาสักวันใน 3 เดือนเพื่อไปต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ สำหรับคนที่กลัวลืมก็มีวีธีง่ายๆมาฝาก แค่เราทำบันทึกแจ้งเตือนไว้ในโทรศัพท์ เพื่อแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลา หรือเอาแบบบ้านๆเลยครับ เขียนไว้ในปฏิทิน วงกลมตัวหนาๆไว้เลย เพราะส่วนมากเราจะต้องดูปฏิทินกันบ่อยๆอยู่แล้ว คราวนี้ไม่ลืมแน่นอนครับ

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปต่อภาษีรถยนต์ สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมเลยคือ เอกสาร หลายคนกังวลว่าจะเอาไปไม่ครบ หรือไม่รู้แม้แต่ว่าจะต้องเอาอะไรไปบ้าง เรามีรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การเตรียมเอกสาร และขั้นตอนในการต่อภาษีรถยนต์ อัตราการต่อภาษีรถยนต์ มาฝาก

เอกสารที่จะต้องเตรียมในการต่อภาษีรถยนต์

1. หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์ (ถ้ามี) หรือใบแทน

2. หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยตาม พ.รบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

3. หลักฐานการผ่านการตรวจสภาพรถ

อัตราค่าต่อภาษีรถยนต์

จัดเก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซีซี) มีอัตราภาษีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ดังนี้

600 ซีซี แรก ซีซี ละ 0.50 บาท

601 -1,800 ซีซีๆละ 1.50 บาท

เกิน 1,800 ซีซี ๆละ 4.00 บาท

พูดง่ายๆว่า ยิ่งซีซีเยอะอัตราภาษีก็สูงตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นรถของนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อ ให้จัดเก็บอัตราสองเท่า

กรณีที่รถที่จดทะเบียนเกิน 5 ปี ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อไป ดังนี้

ปีที่ 6 ร้อยละ 10

ปีที่ 7 ร้อยละ 20

ปีที่ 8 ร้อยละ 30

ปีที่ 9 ร้อยละ 40

ปีที่ 10 ขึ้นไป ร้อยละ 50

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์

1. นำรถยนต์ไปตรวจสภาพ ณ งานตรวจสภาพสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขา เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถประกอบการต่อภาษีรถยนต์

2. ชำเงินค่าภาษี

3. บันทึกรายการค่าภาษีรถยนต์

4. รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

ส่วนกรณีการต่ออายุและชำระภาษี หากไม่สะดวกที่จะนำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์ไปในวันนั้น ก็สามารถนำสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์แทนก็ได้เช่นกันครับ

เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการ ไม่รวมการรอคิว ก็ไม่เกิน 10 นาที

ต่อภาษีรถยนต์ที่ไหนดี

และตอนนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ขยายช่องทางการรับชำระภาษีรถยนต์ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนไม่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยจัดให้สามารถชำระภาษีได้ทั่วประเทศ ผ่านช่องทาง ผ่านทางออนไลน์ ที่ www.dlte-serv.in.th (เฉพาะรถที่ไม่ต้องตรวจสอบสภาพ) ไปรษณีย์ , ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง , จุดบริการตามห้างสรรพสินค้า ,ผ่าน ตรอ. , ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส , เซเว่นอีเลฟเว่น ทั่วประเทศ

ต่อภาษีรถยนต์ ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และปีหนึ่งทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่ขอเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดเพราะกฎหมายกำหนดมาว่าต้องต่อทุกปี หากไม่ดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ ปัญหาในการใช้รถยนต์ต่างๆก็จะตามมาแน่นอน เช่น ถูกปรับ ทางที่ดีควรสละเวลาสักนิด เพื่อชีวิตปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมาย

โอนรถ..โอนลอย ใช้เอกสารอะไรบ้าง ??การโอนรถใช้เอกสารอะไรบ้าง พร้อมข้อดี-ข้อเสีย ของการโอนลอย การโอนรถ          พูดถึงเรื่...
25/02/2018

โอนรถ..โอนลอย ใช้เอกสารอะไรบ้าง ??

การโอนรถใช้เอกสารอะไรบ้าง พร้อมข้อดี-ข้อเสีย ของการโอนลอย

การโอนรถ

พูดถึงเรื่อง การโอนรถ หลายคนกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ หรืออยากจะหาข้อมูล แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เพื่อให้การโอนรถเป็นไปอย่างสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาไปสำนักงานขนส่งหลายรอบ วันนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับโอนรถมาฝากทุกท่าน ทั้งการโอนรถแบบทั่วไป และการโอนลอย

การโอนรถ คือ การโอนกรรมสิทธิ์จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ในรถซึ่งต้องเป็นรถที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่การโอนสิทธิครอบครองที่จดทะเบียนแล้ว เช่น การเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ ทางระบบทะเบียนถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรายการเท่านั้น

การโอนรถใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนรถสำคัญมาก เพราะหากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่สามารถโอนรถได้ และยังทำให้เสียเวลา เสียความอารมณ์ เสียความรู้สึก ดังนั้น ควรเตรียมเอกสารในการโอนรถให้พร้อมซะก่อนค่อยเข้าไปดำเนินการโอนรถ ซึ่งในการโอนรถต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้

1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ

กรณี เจ้าของรถเสียชีวิตต้องใช้สำเนาใบมรณบัตร

กรณี โอนมรดก ต้องนำคำสั่งศาลหรือพินัยกรรมพร้อมสำเนา

กรณี เป็นนิติบุคคล ต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

- ในกรณีผู้โอน และ/หรือ ผู้รับโอนไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง ให้นำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ

- สัญญาซื้อขาย พร้อมใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี

- แบบคำขอโอนและรับโอน ซึ่งลงรายละเอียดและลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน

ขั้นตอนการโอนรถ

เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนในการโอนรถ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

1. กรอกแบบฟอร์มคำขอและรับโอนที่ส่วนงานทะเบียนสำนักงานขนส่ง

2. เราต้องนำรถเพื่อรับการตรวจสภาพรถ ที่งานตรวจสภาพรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด

3. เมื่อตรวจสภาพรถเสร็จ ก็ยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ และชำระค่าธรรมเนียมที่งานทะเบียนรถ

4. รับคู่มือจดทะเบียนรถ ใบเสร็จ เครื่องหมายเสียภาษี แผ่นป้ายทะเบียนรถ

โอนลอย ต้องใช้เอกสารยังไง

การโอนลอย คือ การที่ผู้ขายส่งมอบรถให้กับผู้ซื้อ พร้อมมอบแบบคำขอโอนและรับโอนรถ โดยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้โอน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เล่มทะเบียนรถ และหนังสือมอบอำนาจที่ลงลายมือชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานขนส่ง ในกรณีนี้ผู้ซื้อจะต้องเป็นคนเข้าไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเอง

ซึ่งการโอนลอย ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ผู้ซื้อและผู้ขายต้องพิจารณาให้ดี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้

ข้อดีของการโอนลอย

1. สะดวก รวดเร็ว สามารถส่งรถและเอกสารให้กับผู้ซื้อได้เลย จึงทำให้ธุรกิจซื้อขายรถมือสองนิยมใช้วิธีโอนลอยให้กับลูกค้า

2. สามารถเปลี่ยนตัวผู้โอนได้เสมอ

ข้อเสียของการโอนลอย

1. กรณีที่ผู้ซื้อยังไมไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานขนส่ง แต่เกิดขับรถไปเกิดอุบัติก่อน หรือนำรถไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตรวจสอบไปทางสำนักงานขนส่งว่าใครเป็นเจ้าของรถ ซึ่งหากยังเป็นชื่อผู้ขายอยู่อาจจะต้องถูกเชิญไปให้ ปากคำ หรือโดนตั้งข้อหา ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาถึงแม้เราจะไม่ได้ทำผิดก็ตาม

2. กรณีบัตรผู้ขายหมดอายุ ก็จะมีปัญหาในการโอน โดยจะต้องเสียเวลาในการส่งเอกสารใหม่มาให้ หรือหากผู้ขายเสียชีวิต ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการขอเอกสารใหม่

3. กรณีผู้ซื้อไม่ไปโอน และไม่มีการต่อภาษี ซึ่งชื่อในการค้างต่อภาษีก็จะยังเป็นชื่อผู้ขายอยู่

การโอนมอเตอร์ไซค์ เหมือนกับ รถเก๋งไหม

การโอนรถมอเตอร์โซค์และรถเก๋ง มีการเตรียมเอกสารและขั้นตอนการโอนที่คล้ายกัน แต่ก็จะมีบางขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปแค่ลำดับก่อนหลัง คือ การโอนรถมอเตอร์ไซค์ จะต้องไปตรวจสอบสภาพรถก่อน ที่จะไปกรอกแบบคำขอและรับโอน ส่วนรถเก๋ง ต้องไปกรอกแบบคำขอและรับโอนก่อนค่อยไปตรวจสภาพรถยนต์ ส่วนขั้นตอนถัดไปก็ดำเนินการเหมือนกัน

การโอนรถ ใช้เงินเท่าไหร่

ในการโอนรถแน่นอนว่าต้องมีค่าธรรมในการโอนรถ เพื่อให้ผู้อ่านได้เตรียมเงินให้พร้อมก่อนการไปโอนรถ เป็นการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น จะได้ไม่เกิดปัญหาเมื่อไปถึงสำนักงานขนส่ง

1. ค่าคำขอ 5 บาท

2. ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท

3. ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท ต่อราคาประเมินรถทุก 100,000 บาท

4. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 (ถ้าเปลี่ยน)

5. ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนชำรุด หรือ เก่า)

ซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ #คลิกเลย>>> https://share.724.co.th/insure/l/motor/AM00091116

จากกรณี "ป้าทุบรถ" หลายๆคนคงสงสัยว่า ประกันชั้น 1 จ่ายไหม?วันนี้ 724.insure เรามีคำตอบให้คุณ----------------------------...
22/02/2018

จากกรณี "ป้าทุบรถ" หลายๆคนคงสงสัยว่า ประกันชั้น 1 จ่ายไหม?
วันนี้ 724.insure เรามีคำตอบให้คุณ
---------------------------------------------
ซื้อเลย "ประกันภัยออนไลน์ง่ายๆ 24 ชั่วโมง"
https://insure.724.co.th/u/AM00091116

สำหรับคนชอบ Chat...
Inbox : m.me/kathapat.insure
Line ID : http://line.me/ti/p/~kathapat246365

สำหรับคนชอบคุย...
โทรเลย 093 624 5693
ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมงเลย

ประกันภัย...ชั้น1.."สำหรับคนรักครอบครัว"..แพกเกจน่ารักๆ...                           >>"Family Man"
21/02/2018

ประกันภัย...ชั้น1.."สำหรับคนรักครอบครัว"..
แพกเกจน่ารักๆ...

>>"Family Man"

ต่อใบขับขี่รถยนต์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง ฉบับ 2561   เชื่อว่าหลายๆคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงเคยมีใบขับขี่กันทุกคนแล้ว หรือกำ...
21/02/2018

ต่อใบขับขี่รถยนต์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง ฉบับ 2561

เชื่อว่าหลายๆคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงเคยมีใบขับขี่กันทุกคนแล้ว หรือกำลังจะทำใบขับขี่ หรือต่ออายุใบขับขี่ แล้วรู้ไหมว่าใบขับขี่ที่เราพกติดกระเป๋าไปไหนต่อไหน มีความสำคัญยังไง และมีอายุกี่ปี หรือถ้าเราไม่พกติดตัวไปเราจะได้ข้อหาอะไรจากคุณตำรวจบ้าง
จริงๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้แล้วล่ะว่า ใบขับขี่สำคัญยังไง แต่วันนี้จะมาเน้นย้ำเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการต่อใบขับขี่รถยนต์ว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง ต้องเตรียมเอกสารอะไรไปบ้าง มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ และข้อควรรู้ต่างๆในการต่อใบขับขี่ เพื่อจะทำให้สามารถดำเนินการต่อใบขับขี่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน

ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับรถ เป็นบัตรที่ทางราชการออกให้ ซึ่งจะมีรูปถ่ายเจ้าของบัตร และจะระบุประเภทของรถ วันที่อนุญาต และ วันหมดอายุ ชื่อ สกุล วัน เดือน ปี เกิด และเลขประจำตัวประชาชน ส่วนด้านหลังบัตรก็จะมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งใบอนุญาตขับขี่สำคัญพอๆกับบัตรประจำตัวประชาชน เพราะไปไหนก็ต้องพกติดตัวไปด้วย และสามารถใช้แทนบัตรประชาชนได้หลายกรณีเลยทีเดียว

การต่อใบขับขี่รถยนต์ หรือใบอนุญาตขับรถ จะต้องต่อเมื่อไหร่

1. ใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว 1 ปี กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตก่อนวันที่ 23 มีนาคม 2558 สามารถยื่นเรื่องต่ออายุใบอนุญาตขับขี่เมื่อครบ 1 ปี หรือจะไปต่อก่อนใบอนุญาตหมดอายุ 60 วันก็ได้เช่นกัน

2. ใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว 2 ปี กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตก่อนวันที่ 23 มีนาคม 2558 สามารถยื่นขอเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตแบบ 5 ปี นับตั้งแต่วันใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราวหมดอายุ หรือจะต่อล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุ 3 เดือน

กรณีที่ใบอนุญาตขับขี่หมดอายุเกินกว่า 1 ปี แต่ยังไม่เกิน 3 ปี เมื่อไปยื่นเรื่องต่อใบอนุญาตผู้ขับขี่จะต้องสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็มีโอกาสที่จะไม่ผ่านได้เหมือนกัน ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ใบอนุญาตขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ถ้าให้ดี หมดปุ๊บ ต่อปั๊บ จะทำให้สบายใจมากกว่า

กรณีใบอนุญาตขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องทำยังไง ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ งานยากเกิดขึ้นแล้วครับ เพราะคุณจะต้องไปสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมด ผ่านคือผ่าน ไม่ผ่านคือไม่ผ่าน ถ้าผ่านด่านข้อเขียนมาแล้วต้องไปสอบภาคปฏิบัติตามท่าที่กำหนด สรุปคือ ต้องไปสอบเหมือนคนที่ขอใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งแรกนั่นเอง

เหตุผลที่ต้องพกใบอนุญาตขับขี่

1 เมื่อผู้ขับขี่รถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าไม่มีใบขับขี่ ต้องมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2 เมื่อผู้ขับขี่รถยนต์ ในขณะที่ใบขับขี่หมดอายุ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

เห็นความสำคัญของใบขับขี่แบบนี้แล้ว ไมใช่เรื่องเล่นๆเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้น ขับรถไปไหนมาไหน พกใบขับขี่ติดตัวไปด้วยเสมอ และหากใกล้วันหมดอายุก็ควรจะรีบเข้าไปต่อ เพื่อจะทำให้การเดินทางไม่สะดุด ไม่มีปัญหาต่างๆตามมา

แต่เมื่อใบอนุญาตขับขี่หมดอายุ หรือ ใกล้หมดอายุ เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

#ต่อใบขับขี่รถยนต์ใช้อะไรบ้าง

ขั้นตอนเตรียมเอกสารในการขอใบอนุญาตขับขี่

1 .ใบอนุญาตขับขี่เดิมที่หมดอายุ หรือใบแทน

2 บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง และอย่าลืมถ่ายสำเนาเอกสารบัตรไปด้วยนะครับ

3 ใบรับรองแพทย์ ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนะครับถึงจะใช้ได้

4 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)

เมี่อเตรียมเอกสารในการขอใบอนุญาตขับขี่พร้อมแล้ว ก็เข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย

#ต่อใบขับขี่ที่ไหนได้บ้าง

การต่ออายุใบขับขี่ สามารถไปทำได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพราะสมัยนี้ทันสมัยขึ้นเยอะ เพราะว่าเขาโอนข้อมูลผ่านระบบออนไลน์กัน ดังนั้น เราจะไปต่อที่ไหนก็ได้ แต่ขออย่างเดียว เอกสารอย่าขาดก็พอ

#ขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับขี่

1.ยื่นเอกกสาร /ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ

2.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

3.ทดสอบการมองเห็นสี

4.ทดสอบสายตาทางลึก

5.ทดสอบสายตาทางกว้าง

6.ทดสอบปฏิกิริยาเท้า

7.เข้ารับการอบรมความรู้เรื่องกฎจราจร

8.ชำระค่าธรรมเนียม

#ต่อใบขับขี่รถยนต์ใช้เงินเท่าไร

- ค่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ 605 บาท
- ค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตร 100 บาท
- ค่าคำร้อง 5 บาท

แค่นี้ก็เสร็จสิ้นการต่อใบขับขี่รถยนต์ แล้ว อาจะมีขั้นตอนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร หากเราเป็นผู้ขับขี่รถและรู้กฎจราจรเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพียงทำตามขั้นตอนของทางราชการ ก็จะทำให้คุณสามารถมีใบอนุญาตขับขี่พกติดตัว ใช้รถใช้ถนนได้อย่างสบายใจหายห่วง

สุดท้าย!!! อย่าลืมต่อ พรบ. และ ประกันภัยไว้ด้วยนะครับ
ประกันภัยออนไลน์ #คลิกเลย>> https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00091116

ถ้าเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากขับรถที่ฝุ่นเขรอะ สีรถหมองไม่ชวนมองหรอกจริงมั้ย? ซึ่งโดยปกติแล้วสีของรถที่ออกมาจากโรงงานสามารถ...
13/02/2018

ถ้าเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากขับรถที่ฝุ่นเขรอะ สีรถหมองไม่ชวนมองหรอกจริงมั้ย? ซึ่งโดยปกติแล้วสีของรถที่ออกมาจากโรงงานสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเจ้าของรถละเลยไม่ดูแล โอกาสที่สีจะเสื่อมสภาพเร็วก่อนเวลาอันควรก็มีสูง

1.ไม่ควรปล่อยทิ้งรถให้เลอะฝุ่นโคลนเป็นเวลานานๆ เพราะคราบโคลนจะทำให้สีผิวรถเสื่อม รวมทั้งอาจทำให้สารเคมีที่ติดอยู่ในโคลนซึมลึกเป็นอันตรายต่อสีรถ จนเกิดเป็นรอยด่างบนพื้นผิวรถได้

2.หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแจ้งโดนแดดแรงๆ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาผ้าคลุมรถสักหน่อย และไม่ควรล้างรถขณะที่ผิวรถยังร้อนจัด

3.ล้างรถให้ถูกวิธี โดยเริ่มจากการปัดฝุ่นที่อยู่บนรถก่อนสัก 1 รอบ หลังจากนั้นจึงเริ่มล้างรถไล่จากด้านบนลงมาด้านล่างของตัวรถ สิ่งสำคัญอยู่ที่การใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่มและน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างรถที่ต้องเลือกให้เหมาะสม สุดท้ายคือเช็ดรถให้แห้งทันที ไม่ปล่อยให้รถแห้งเองเพราะจะทำให้รถเป็นรอยด่างน้ำตลอดคัน

4.เคลือบสีรถยนต์กันฝุ่น หลังจากล้างรถจนสะอาดและเช็ดพอหมาดๆ ให้เทน้ำยาเคลือบสีรถใส่ผ้านุ่มๆ แล้วเริ่มเช็ดวนเป็นก้นหอยให้ทั่วรถ หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยเช็ดออก วิธีนี้จะช่วยให้สีรถจะไม่กรอบแตก ทนต่อภาวะต่างๆ ได้ดีขึ้น

Be Careful: สารเคมีที่อยู่ในน้ำมันเบรก น้ำมันเชื้อเพลิง และทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่อาจทำให้รถเป็นรอยด่าง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงให้สารเคมีเหล่านี้สัมผัสกับตัวรถจะดีกว่า

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ก่อนออกเดินทางทุกครั้งอย่าลืมเช็คด้วยว่า รถของคุณได้ทำประกันภัยรถยนต์และประกันยังไม่หมดอายุ เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังอุ่นใจว่าประกันภัยจะช่วยแก้ปัญหาและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแก่คุณได้ครับ.

"ซื้อประกันภัยออนไลน์ง่ายๆ 24 ชั่วโมง"
#คลิกเลย>> https://insure.724.co.th/u/Am00091116

 #ประกันอัคคีภัย..*ช่วงนี้มีข่าวเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นบ่อยมาก..จะดีกว่ามั๊ยถ้าเราเตรียมความพร้อมโดยการทำประกันภัยบ้านที...
11/02/2018

#ประกันอัคคีภัย..

*ช่วงนี้มีข่าวเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นบ่อยมาก..จะดีกว่ามั๊ยถ้าเราเตรียมความพร้อมโดยการทำประกันภัยบ้านที่อยู่อาศัย อาคาร สำนักงาน ..๋เวลาเกิดเหตุก็ไม่ต้องรับภาระค่าใช่จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหรือสร้างใหม่เอง.

เพราะการทำประกันภัยเป็นการโอนความเสี่ยงภัยให้บริษัทประกันภัยดูแลในส่วนนี้แทนเรา เบี้ยประกันถูกมาก ..ตัวอย่าง ทุนประกันภัย 500,000 บาท เบี้ยประกันภัยเพียง 646 บาทต่อปี...ซื้อหลายปีเบี้ยประกันยิ่งถูก

*อุ่นใจและหายห่วงด้วยการทำประกันอัคคีภัย

*สนใจขอข้อมูลประกันภัยทักมาได้ครับ เรามีแพคเกจดีๆมากมายหลากหลายบริษัทให้คุณเลือกในราคาที่คุณพอใจ...

093 624 5693
คุณขฐาปัจ
คลิกแอดไลน์ได้เลยครับ
http://line.me/ti/p/~kathapat246365

เครื่องยนต์มีความร้อนสูง หรือโอเวอร์ฮีท (Over Heat) ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะกับรถเก่าเท่านั้น รถใหม่ๆ เองก็เป็นได้เช่น...
08/02/2018

เครื่องยนต์มีความร้อนสูง หรือโอเวอร์ฮีท (Over Heat) ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะกับรถเก่าเท่านั้น รถใหม่ๆ เองก็เป็นได้เช่นกัน หากคุณไม่ได้ตรวจเช็ก หรือดูแลรักษารถยนต์ของคุณเลย ซึ่งหากเครื่องยนต์มีความร้อนสูงมากๆ มันจะเกิดผลกระทบ และอันตรายอย่างมากต่อเครื่องยนต์ รวมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่อาจเสียหายตามไปด้วย

แต่คุณสามารถสังเกตอุณหภูมิของเครื่องยนต์ได้ที่ มาตรวัดความร้อนเครื่องยนต์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน

1. แบบเข็ม เห็นได้ในรถรุ่นเก่า โดยปกติตัวเข็มจะอยู่กึ่งกลาง หรืออาจเลยกึ่งกลางขึ้นไปนิดหน่อย แต่ถ้าเมื่อใดที่มันขึ้นไปแตะขีดสีแดง หรือขึ้นไปสูงสุด ให้รีบหาที่จอดรถ และดับเครื่องทันที เพราะมันเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นแล้วนั่นเอง

2. ไฟแจ้งเตือนที่หน้าปัด มีอยู่ในรถรุ่นใหม่ หากเวลาปกติให้สังเกตที่สีไฟเตือน เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็น สีเขียว สีฟ้า ฯลฯ (ศึกษาเพิ่มเติมที่คู่มือรถรุ่นนั้นๆ) แต่ถ้ามันเปลี่ยนเป็นสีแดงโชว์ขึ้นมาเมื่อไหร่ แสดงว่าเครื่องยนต์มีปัญหาแล้ว

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์มีความร้อนสูง หรือโอเวอร์ฮีท (Over Heat) มีดังนี้

1. หม้อน้ำเกิดการรั่วซึมในระบบหล่อเย็น
2. พัดลมระบายความร้อนทำงานผิดปกติ หรือไม่ทำงาน
3. ปิดฝาหม้อน้ำไม่สนิท หรือฝาอาจเสื่อมสภาพ
4. ปั๊มน้ำชำรุด หรือพัง
5. รังผึ้งหม้อน้ำสกปรก อุดตัน
6. สายพานปั๊มน้ำขาด
7. วาล์วน้ำไม่ทำงาน ไม่เปิด หรือท่อทางเดินน้ำชำรุด บี้แบน อุดตัน

หากเกิดอาการตามที่กล่าวมานี้ ให้รีบนำรถเข้าอู่ หรือศูนย์บริการทันที เพื่อแก้ไข หรือซ่อมแซมโดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้มันอาจลุกลามไปส่วนอื่นๆ และสุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การตรวจเช็ก และการบำรุงรักษาตามระยะที่กำหนด ซึ่งหากคุณละเลยในส่วนนี้ นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีทแล้ว ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็อาจเสียหายตามไปด้วยเช่นกัน

ที่อยู่

25/1 หมู่ที่ 9 ต. พญาขัน
Phatthalung
93000

เบอร์โทรศัพท์

0936245693

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 724.insureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง 724.insure:

แชร์