The Company Siam Business Credit

The Company Siam Business Credit สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจ แลกเช็ค วงเงินODพร้อมใช้
วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท

02/07/2025

Strava เฟซบุ๊กวงการออกกำลังกาย ธุรกิจ 70,000 ล้าน ที่ต้องรอ 14 ปี ถึงได้เกิด /โดย ลงทุนแมน
กระแสตอนนี้ ถ้าเราไถฟีดโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็น่าจะเห็น คอนเทนต์แชร์ผลวิ่ง เส้นทางวิ่ง ผ่านแอปพลิเคชันออกกำลังกายที่ชื่อ Strava

รู้ไหมว่า Strava ปัจจุบัน เป็นสตาร์ตอัปสัญชาติอเมริกัน มีมูลค่ากว่า 71,500 ล้านบาท

ซึ่งมี Sequoia Capital เป็นหนึ่งในนักลงทุนด้วย โดยเจ้าพ่อ VC รายนี้ เคยให้เงินทุนสนับสนุนแก่บริษัทระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, YouTube, Instagram, ByteDance (TikTok), OpenAI ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของบริษัท

ทำไม Strava ถึงน่าสนใจ ?
มีโมเดลธุรกิจทำเงินอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

อธิบายง่าย ๆ Strava คืออะไร

มันก็คือเฟซบุ๊กสำหรับคนชอบออกกำลังกาย ตั้งแต่นักกีฬาทั่วไป จนถึงมืออาชีพ

ที่ผสานการออกกำลังกายเข้ากับเครือข่ายโซเชียล โดยมีฟีเชอร์หลักที่ให้ผู้ใช้ สามารถบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย ผ่านตัวแอปพลิเคชัน หรือการซิงก์สมาร์ตวอตช์ และสามารถแชร์ข้อมูลให้กับเพื่อนได้

Strava เกิดจาก 2 ผู้ก่อตั้งคือ คุณ Michael Horvath และคุณ Mark Gainey ที่ได้รู้จักกัน ผ่านทีมกีฬาเรือพายของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งทั้งคู่ได้สังกัดเป็นนักกีฬาอยู่

พอหลังจากเรียนจบในช่วงปี 1988-1990
แม้ทั้งคู่เลือกเดินไปตามเส้นทางอาชีพของตัวเอง
แต่ก็ยังพบปะกันอยู่เสมอ

โดยตลอดหลายปีที่อยู่ในทีมเรือพาย ทั้งคู่ได้รู้สึกว่า วิถีชีวิตที่มุ่งมั่นในช่วงนั้น ส่งผลดีกับชีวิตในด้านอื่น ๆ ด้วย ทั้งยังเรียนรู้ว่า การมีเพื่อนร่วมทีมสำคัญมาก

จึงกลายเป็นไอเดียตั้งต้น ที่คุณ Michael Horvath และคุณ Mark Gainey ได้พัฒนาแผนธุรกิจสตาร์ตอัปในปี 1995

โดยมีแนวคิดคือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่สามารถแชร์ผลการออกกำลังกาย การฝึกซ้อมกีฬา ผลการแข่งขัน หรือการจัดอันดับการแข่งขันกีฬาบนโลกออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน

รวมถึงหาเพื่อนในการออกกำลังกายและฝึกซ้อมกีฬาไปด้วยกัน

ต้องบอกว่า แนวคิดนี้แทบไม่ต่างอะไรกับ Strava ในปัจจุบันนัก

แต่ในตอนนั้นเมื่อ 30 ปีก่อน เทคโนโลยีทั้ง อินเทอร์เน็ต, GPS, อุปกรณ์สวมใส่ออกกำลังกาย, การซิงก์เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน ยังมีข้อจำกัด ที่รองรับแนวคิดนี้

ทำให้ไอเดียนี้ จะคงเป็นเพียงแค่ไอเดีย ที่ยังไม่ลืมตาดูโลก

ซึ่งทั้งคู่ต้องอดทนรอเป็นเวลา 14 ปี หรือกระทั่งปี 2009 เมื่อทุกอย่างพร้อม จึงก่อตั้ง Strava ขึ้นมาได้สำเร็จ
โดยคำว่า Strava มาจากภาษาสวีเดนที่แปลว่า “มุ่งมั่น” นั่นเอง

จุดเด่นของ Strava คือผู้ใช้งาน บันทึกกิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งรองรับกิจกรรมกีฬาเกือบ 50 ประเภท เช่น วิ่ง จักรยาน สกี ที่มีข้อมูลอย่างเช่น เส้นทางการออกกำลังกาย ระยะทาง ความเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจ การเผาผลาญแคลอรี เป็นต้น

ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์การออกกำลังกาย
และแชร์ผลกับผู้ติดตามได้ โดยผู้ติดตาม สามารถโต้ตอบได้ด้วยการกด Kudos (คล้ายไลก์) และแสดงความคิดเห็นได้เช่นกัน

รวมถึงยังสามารถแชร์ผล ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ได้อีกด้วย

คำถามที่น่าสนใจคือ แล้ว Strava ทำเงินได้อย่างไร ?

Strava ใช้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า Freemium
โมเดลที่ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ฟรี แต่ถ้าอยากได้บริการเต็มรูปแบบ ต้องมีการจ่ายเงินเพิ่ม คล้ายกับแอปพลิเคชันฟังเพลงอย่าง Spotify หรือ JOOX

สำหรับ Strava จะให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคุณสมบัติหลักได้ฟรี เช่น การบันทึกกิจกรรม และการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของแพลตฟอร์ม

แต่ส่วนคุณสมบัติขั้นสูง เช่น การวิเคราะห์กิจกรรมเชิงลึก หรือการแข่งขันกันบนสิ่งที่เรียกว่า Segment ซึ่งเป็นช่วงเส้นทางเฉพาะของกีฬาต่าง ๆ ที่ผู้ใช้สามารถแข่งขันทำความเร็วและจัดอันดับกันได้บน Strava จะต้องสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม

โดยมีการเก็บค่าสมาชิกต่อบัญชีอยู่ที่ 1,150 บาทต่อปี
และยังมีแพ็กเกจสำหรับ 4 บัญชี ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 700 บาทต่อบัญชีต่อปี

ช่วงที่ผ่านมา กระแสตอบรับใน Strava ค่อนข้างดี มีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

จำนวนผู้ใช้งาน
ปี 2022 : 95 ล้านบัญชี
ปี 2023 : 120 ล้านบัญชี
ปี 2024 : มากกว่า 135 ล้านบัญชี

ผลประกอบการที่ผ่านมา
ปี 2022 : รายได้ 3,600 ล้านบาท
ปี 2023 : รายได้ 4,300 ล้านบาท
ปี 2024 : รายได้ 5,300 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า จำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
แสดงให้เห็นว่า มีผู้ใช้ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อเป็นสมาชิกแบบพรีเมียมเพิ่มขึ้นนั่นเอง

จนล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามรายงานของ The Wall Street Journal เผยว่า Strava ได้รับการระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งไม่เปิดเผยมูลค่า โดยมีทั้งการระดมทุนแบบตราสารหนี้รวมอยู่ด้วย

ส่งผลให้มูลค่าบริษัทสูงถึง 71,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากการระดมทุนเมื่อปี 2020 ซึ่งมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 35,750 ล้านบาท

จุดที่น่าสนใจกว่านั้นคือ รอบการระดมทุนนี้นำโดย Sequoia Capital เจ้าพ่อ VC ที่สตาร์ตอัปทุกราย อยากเข้าหา ที่ลงทุนใน Strava ตั้งแต่ปี 2020

โดย Sequoia Capital ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้เงินทุนสนับสนุนแก่บริษัทระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, YouTube, Instagram, ByteDance (TikTok), Cisco, PayPal, Stripe, Airbnb และ OpenAI ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของบริษัท จนมีส่วนสำคัญให้บริษัทเหล่านี้ สามารถเติบโตจนยิ่งใหญ่ได้ในแบบทุกวันนี้

ซึ่งก็น่าจับตาว่า Strava จะได้รับการผลักดันจาก Sequoia Capital ให้กลายเป็นยักษ์ตัวใหญ่ ตามรอยความสำเร็จเหมือนบริษัทระดับโลกรายอื่น ๆ ได้หรือไม่

หรือสุดท้ายแล้ว ต้องเผชิญความล้มเหลวเหมือนกับสตาร์ตอัปส่วนใหญ่ที่ล้มหายตายจากไป

อย่างไรก็ตาม จากเรื่องราวของ Strava คือบทพิสูจน์เป็นอย่างดีของ ความอดทนและวิสัยทัศน์
แม้แนวคิดจะล้ำหน้าเกินกว่าเทคโนโลยีในยุคแรกเริ่ม

แต่ความมุ่งมั่นและอดทนรอคอยเป็นเวลา 14 ปี
ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เวลาที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของไอเดียที่ยิ่งใหญ่..

11/06/2025

#จีน สร้าง #โรงไฟฟ้าถ่านหิน เอื้อประโยชน์นายทุน ไม่ให้พลังงานหมุนเวียนแซงหน้า
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในปี 2024 จีนอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ 94.5 กิกะวัตต์ และกลับมาสร้างโครงการที่ถูกระงับ 3.3 กิกะวัตต์อีกครั้ง ขณะที่อินเดียอนุมัติอีก 15 กิกะวัตต์ ทำให้การอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลกเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2015
ขณะที่ รายงานร่วมฉบับใหม่ของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA) และ องค์กรติดตามพลังงานโลก (GEM) เตือนว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำให้
เกิดความกังวลว่าจีนจะเปลี่ยนผ่านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดได้หรือไม่
รายงานระบุว่ามากกว่า 75% โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เพิ่งได้รับการอนุมัติได้รับเงินทุนจากบริษัทหรือกลุ่มพลังงานที่ดำเนินการเหมืองถ่านหิน ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพของการใช้ถ่านหินในระดับมณฑล
การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างรวดเร็ว อาจเป็นความพยายามสกัดกั้นไม่ให้พลังงานหมุนเวียนขึ้นเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักภายในประเทศ เนื่องจากในปี 2024 จีนเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสามารถผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้ถึง 890 กิกะวัตต์ ส่วนพลังงานลมเพิ่มขึ้นเป็น 520 กิกะวัตต์ ขณะที่พลังงานถ่านหินอยู่ที่ 1,200 กิกะวัตต์
นอกจากนี้ โครงสร้างนโยบายหลายประการยังคงเอื้อต่อการใช้พลังงานถ่านหิน และปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมนี้อยู่ โดยโครงข่ายไฟฟ้าส่วนใหญ่เลือกใช้พลังงานถ่านหินผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น สัญญาซื้อไฟฟ้าระยะกลางถึงระยะยาวและข้อตกลงจัดหาถ่านหินระยะยาว ซึ่งผูกมัดให้มณฑลต่าง ๆ ต้องใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในปริมาณหนึ่ง แม้ว่าแหล่งพลังงานไฟฟ้าอื่น ๆ จะคุ้มทุนกว่าก็ตาม
แม้รัฐบาลของจังหวัดต่าง ๆ จะยกเลิกกำหนดให้ข้อตกลงการซื้อขายพลังงาน (PPA) แต่ก็ต้องรวมเอาส่วนแบ่งขั้นต่ำของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเข้าไว้ด้วย ส่งผลให้สนามแข่งขันไม่เท่าเทียมกัน โดยพลังงานถ่านหินยังคงได้รับการคุ้มครองจากความเสี่ยง ขณะที่ผู้พัฒนาพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาและความต้องการที่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ การพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่จะจำกัดพื้นที่โครงข่ายไฟฟ้าสำหรับพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมไม่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/environment/1184091?anm=
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate

11/06/2025
04/03/2024

ปี 67 ฟองสบู่ #ร้านหมาล่า แตก! คนในอยากออก! คนนอกอยากเข้า!
ต้องบอกว่ากระแสความนิยม "หมาล่า" กลายเป็นเทรนด์อาหารมาตั้งแต่ปี 2566 จนมีร้านอาหารจีนจากมณฑลเสฉวนเกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งแบรนด์ใหญ่ แบรนด์เล็ก จนมีมูลค่าตลาดกว่า 20,000 ล้านบาท
อารมณ์ดูเหมือน #ชานมไข่มุก ในช่วงแรก ๆ ไปไหนก็เจอแต่ร้านหมาล่า เชื่อว่าทุกร้านคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าในอนาคตอาจเป็นฟองสบู่เหมือน "ร้านชา 25 บาท"
ขอย้อนกลับไปช่วงปี 2566 ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่อย่าง LINE MAN ได้เผยสถิติที่สุดแห่งปี 2566 ด้านอาหารพบว่า..เมนูฮิตขวัญใจผู้ใช้บริการกว่า 10 ล้านคน จากร้านอาหารกว่า 1 ล้านร้านใน 77 จังหวัด คือ หมาล่าเสียบไม้และสุกี้ชาบูหมาล่า เมนูดาวรุ่งสุดร้อนแรง มีผู้ใช้บริการ LINE MAN สั่งมากกว่า 1 ล้านออเดอร์ เพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับปี 2565
ข้อมูลจากเพจ "การตลาดวันละตอน" ได้เก็บอินไซต์ตลาดหม่าล่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 - 4 เม.ย. 2566 พบว่า ประเภทหม่าล่าที่มีการพูดถึงในโซเชียลมากที่สุด คือ หม่าล่าย่าง ราว ๆ 29.8% ส่วนใหญ่เป็นร้านรถเข็น มีการนำผงหมาล่ามาคลุกเคล้าหลังจากปิ้งจนสุกแล้ว ส่วนคำว่า "หมาล่าชาบู" มีการพูดถึง 28.4% และ "หมาล่าหม้อไฟ" คนพูดถึง 11.4%
ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารหมาล่ายังพบว่า ตั้งแต่ 4 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2566 ประเภทหมาล่าที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ #หมาล่าสายพาน 42% , รองลงมาเป็น #หม้อไฟ และ #ชาบู
ส่วนร้านหมาล่าที่มีคนพูดถึงมากที่สุด คือ #สุกี้จินดา มีการพูดถึงกว่า 47.1% เป็นร้านอาหารสุกี้หมาล่าสายพานเจ้าแรก ๆ ในประเทศไทย ที่มีคนสนใจ #ซื้อแฟรนไชส์ จำนวนมาก ปัจจุบันขยายสาขาไปแล้วกว่า 40 สาขา แบ่งเป็นเจ้าของแบรนด์บริหารเอง 7 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 33 สาขา
สถิติหมาล่าเปิดใหม่วันละ 1 ร้าน
ร้านอาหารหมาล่าได้กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคนทำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยไปแล้ว จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. – 11 ก.ย. 2566 บน Facebook, YouTube, Instagram และ Twitter พบว่า มีการพูดถึงร้านอาหารหมาล่าเปิดใหม่ เฉพาะแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 11 ร้าน
ซึ่งเฉลี่ยตกเกือบวันละ 1 ร้าน จากการเกิดขึ้นของร้านหมาล่าจำนวนมากจนล้นตลาด ทำให้มีการแข่งขันกันสูง หลายๆ ร้านเริ่มปรับกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ สายพาน ราคาถูกไปจนถึงแพง ตั้งแต่ 159-599 บาท เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 289 บาท
จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า จำนวนร้านหมาล่าในประเทศไทยปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 16,000 ร้าน จาก 15,000 ร้านในปี 2565 เติบโต 7.3% โดยร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็นสัดส่วน 60% คาดว่าในปี 2567 จำนวนร้านหมาล่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น 17,000 ร้าน
ปี 67 คาดยอดขายแตะ 12,000 ล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ เผยยอดขายธุรกิจร้านหมาล่าในประเทศไทย ปี 2566 อยู่ที่ราวๆ 10,000 ล้านบาท เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปี 2565 แบ่งออกเป็นยอดขายร้านหมาล่าหม้อไฟกว่า 9,000 ล้านบาท และมีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ร้าน และยอดขายจากผลิตภัณฑ์หมาล่าหม้อไฟสำเร็จรูปกว่า 1,000 ล้านบาท
โดยในปี 2567 คาดว่า ธุรกิจร้านอาหารหมาล่าจะมียอดขายสูงถึง 12,000 ล้านบาท มาจาการที่คนไทยชื่นชอบอาหารรสจัด วัฒนธรรมการกินคนไทยได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน และร้านอาหารหมาล่าหม้อไฟปรับรูปแบบทานสะดวกรวดเร็ว
ร้านหมาล่าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย ได้แก่ Hai Di Lao Hotpot (ไหตีเลา) ร้านหมาล่าหม้อไฟจากจีน, ร้านสุกี้จินดา ร้านสุกี้สายพานเจ้าแรกในไทย, SHU DAXIA (สู่ต้าเสีย) ร้านหมาล่าชื่อดังจากจีน, หม่าล่าอาอี๋ ร้านหมาล่าสูตรต้นตำรับจากเสฉวน, Fufu Shabu ร้านชาบูบุฟเฟต์สไตล์ไต้หวัน และ Mongkok Sukiyaki ร้านชาบูบุฟเฟต์สไตล์ฮ่องกง
หมดยุค “หมาล่าสายพาน-หม้อไฟ” หรือยัง?
พอมาถึงปี 2567 หลายคนมีคำถามว่า ยุคสมัยแห่ง "หมาล่าสายพาน" ฟองสบู่แตกหรือยัง? เพราะคนไทยชอบคิดหรือทำอะไรตามกัน เปิดร้านซ้ำๆ กัน ขายอะไรตามๆ กัน สุดท้ายก็เจ๊ง อีกทั้งผู้บริโภคหลายๆ คนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับบุฟเฟ่ต์ แต่ละร้านมีการคิดค่าน้ำซุป น้ำจิ้ม เครื่องดื่มทุกอย่าง
ที่สำคัญร้านอาหารหมาล่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ร้านไหนทำยอดขายและกำไรได้ก็อยู่รอด ร้านมีชื่อเสียงดังๆ อยู่แล้วก็น่าจะขายได้เรื่อยๆ เรียกได้ว่าหมาล่าสายพาน คนกินเท่าเดิม คนขายมากขึ้น หลายคนมองว่าธุรกิจที่เป็นกระแสจะมีการแผ่วปลายในอนาคต
แล้วเพื่อน ๆ มีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง? มาคุยกันในเม้นเลยค่า 👇
#แฟรนไชส์ #ฟองสบู่ #ร้านหม่าล่า #ร้านหมาล่า #หม่าล่า #หม่าล่า #อาหารจีน #หมาล่าชาบู #หมาล่าหม้อไฟ #เทรนด์อาหาร #ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์

21/02/2024

อ่านกลยุทธ์เดินหมากของ “เสถียร เสถียรธรรมะ” หลังแต่งตัวเดินหน้า ส่ง “CJ Express Group” เข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้มาทีหลังแต่เร่งเครื่องโต “หมื่นล้าน” สำเร็จ ชี้ ธุรกิจจะไปต่อได้อย่าเอาแต่ประโยชน์ ต้องรู้จักให้ ไม่มองตัวเองถูกที่สุด เร่งถ่ายเลือดให้ทายาทรับลูกธุรกิจครอบครัวต่อ
ตลาดค้าปลีกดุเดือดแค่ไหน เห็นได้จากการปรับเปลี่ยนพอร์ตธุรกิจในปีที่ผ่านมาของบรรดา “ยักษ์รีเทล” ที่มีการเสริมเติมแต่ง สร้างความปราดเปรียวให้ตนเองวิ่งได้เร็ว อึด และไกลกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน แม้ว่ามูลค่าตลาดค้าปลีกจะสูงกว่า “3.7 ล้านล้านบาท” จนเป็นที่หมายตาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ต้นทุนในการลงแข่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกเซกเมนต์ล้วนมี “เจ้าสนาม” ครองส่วนแบ่งอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามกลับพบว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมามีธุรกิจค้าปลีก “น้องใหม่” ที่ค่อยๆ เติบโต จากการฝ่าวงล้อมด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” จนทำให้ชื่อของ “ซีเจ เอ็กซ์เพรส” (CJ Express) อยู่ในการรับรู้ของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย มีที่ตั้งสาขาโดดเด่นประชันกับ “ยักษ์รีเทล” ได้สบายๆ ทั้งยังมีแผนเตรียมยื่นไฟลิ่ง เข้าตลาดหลักทรัพย์เร็วๆ นี้ด้วย โดย “เสถียร เสถียรธรรมะ” ผู้ก่อตั้งอาณาจักร “ซีเจ” เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา “ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป” ทำกำไรเฉียด “2 พันล้านบาท” โดยไม่ต้องใช้วิธีการดึงตัวผู้บริหาระดับสูงจากที่อื่นมากุมบังเหียน แต่ทั้งหมดเกิดจากความเชื่อเรื่องฐานรากธุรกิจที่ต้องมีจุดเริ่มต้นจาก “เถ้าแก่” และการสร้างคนทำงานมืออาชีพด้วยตัวเอง
สิ่งที่ “เสถียร” ย้ำชัด ยึดเป็นหลักและ “วิถี” ในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด คือการหยิบยื่นโอกาสให้คนอื่นๆ ในฐานะที่ตนได้เปรียบ-มีโอกาสทางสังคมมากกว่า อะไรที่พอจะช่วยเหลือแบ่งปันกันได้ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เจ้าพ่อค้าปลีกคนนี้เล่าว่า ช่วงที่ร้าน “ซีเจ” มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น ก็เริ่มมีคนในชุมชนใกล้เคียงเข้ามาขอใช้พื้นที่ ทั้งใช้ในการค้าขาย รวมถึงบางครั้งก็มีสถานที่ราชการมาขอใช้เป็นพื้นที่จอดรถด้วย ช่วงแรกตนให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทดลองขายดูก่อนสัก 3 เดือน หากกิจการไปได้ดีก็จะเริ่มเก็บค่าเช่าด้วยราคาเท่าที่จ่ายไหว เอาให้พอครอบคลุมค่าน้ำค่าไฟก็เพียงพอแล้ว
“เสถียร” ระบุว่า พื้นที่ให้เช่าค้าขายหน้าร้านอาจไม่ได้ประโยชน์สูงสุดในแง่ตัวเลข เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายหลัก จะกลายเป็นเรามองเพียงว่า ใครให้เงินมากที่สุด แน่นอนว่า การทำธุรกิจต้องมีเรื่องกำไรขาดทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าของพื้นที่อย่าง “ซีเจ” ได้ค่าเช่าประมาณหนึ่ง แต่ที่มากไปกว่านั้น คือธุรกิจได้เชื่อมร้อยยึดโยงกับผู้คนในชุมชนด้วย
“สมมติ เขาขายส้มตำไก่ย่างหน้าร้านซีเจ เราก็จะได้ขายเครื่องดื่มไปด้วย ผมคิดว่า ถ้าเราอยู่ในองค์กรที่มีแนวคิดหรือนโยบายที่หยิบยื่นโอกาสให้คนเล็กคนน้อย คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เขาจะตอบแทนเรา อยากมาทำงานกับเรามากกว่า เพราะเขาเห็นแล้วว่า เราทำอะไร ผมทำซีเจก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาเช่าด้วยราคาสูงสุด ยิ่งให้คนในท้องถิ่นได้เช่ายิ่งดี รวมทั้งเมื่อมีสถานที่กว้างขวางมากขึ้นแล้วเขามาขอใช้สถานที่เพราะเรามีพื้นที่จอดรถสักไร่หนึ่ง ถ้าคิดเป็นเงินก็คงจะยุ่งยาก พอเราทำแบบนี้ก็ทำให้ธุรกิจกับชุมชนใกล้กันมากขึ้น”
ทั้งนี้ “เสถียร” ยังฝากถึงคนทำงานรุ่นใหม่ด้วยว่า ให้บอกกับตัวเองว่า ทุกสิ่งที่เราคิดไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมด เขาเผยว่า เมื่อครั้งยังวัยรุ่นแล้วเกิดความขัดแย้ง สิ่งที่คิดเสมอคือคนอื่นคิดผิด มาวันนี้สิ่งที่ตกตะกอนได้จากการทำงานมาหลายทศวรรษ คือเราเองก็ผิดเป็น ถ้าวันไหนที่คิดเช่นนี้ได้ทุกอย่างจะเบาลง เมื่อคิดว่าคนอื่นไม่ถูกทุกอย่างจะหนักเพราะเราแก้ไขอะไรไม่ได้ สิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
เขาบอกด้วยว่า เมื่อทำงานมาเรื่อยๆ มีหลายส่วนที่ต้องดูแล บางครั้งก็เกิดความทุกข์ว่า ทำไมงานเยอะและเหนื่อยมาก แต่ถึงที่สุดแล้วก็พบว่า งานเยอะ งานหนักเป็นเรื่องจริง แต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งปรุงแต่ง บางอย่างอาจจะไม่ได้คิดได้ทันทีภายในวันนี้ ต้องลองปรับวิธีคิด-ต่อสู้กับตัวเองไปเรื่อยๆ การทำงานมักมาพร้อมกับความเหนื่อย แต่จงถามตัวเองอยู่เสมอว่า ความเหนื่อยเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขหรือไม่
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1112897?anm=
#เสถียรเสถียรธรรมะ #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness

04/12/2023

ตลาดหุ้นเชื่อว่า TOYOTA จะไม่เป็น NOKIA
- พองานมอเตอร์โชว์ ในวันแรก ๆ ยอดขายรถจีน มากกว่า TOYOTA คนไทยเลยออกมาบอกว่า TOYOTA จะเป็น NOKIA

- ปกติแล้ว ราคาในตลาดหุ้นจะนำเรื่องจริงก่อนเสมอ เช่น ราคาหุ้น Tesla ขึ้นไปรอแล้ว ก่อนที่ Tesla จะมีรายได้แซงคนอื่น หรือ ในกรณีนี้ถ้า TOYOTA จะแย่จริง ตลาดจะลงโทษ จนทำให้ ราคาหุ้นของ TOYOTA ต่ำติดดิน

- แต่ปัจจุบัน ราคาหุ้น TOYOTA ถึงแม้จะซื้อขายกันที่ P/E 10 เท่า ซึ่งถือว่าไม่แพง แต่ราคาหุ้นก็ขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง

- ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ตลาดคิดว่า TOYOTA คงจะพอสู้ในตลาดรถยนต์ของโลกได้ และน่าจะไม่ได้เหมือน NOKIA

ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ตลาดหุ้นจะคิดถูก หรือคนไทยบางคน จะคิดถูก..

06/11/2023

ศึก แบรนด์จีน VS ญี่ปุ่น VS เกาหลีใต้

#แบรนด์จีน #แบรนด์ญี่ปุ่น #แบรนด์เกาหลีใต้

04/11/2023

จากกระแสเปิดตัว iPhone 15 ในจีน ที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงการเปิดขาย 17 วันแรก ที่พบว่ายอดขายลดลง 4.5% เมื...

ที่อยู่

88/78 ซอย แบริ่ง 20 ตำบล สำโรงเหนือ สมุทรปราการ
Pathum Rat
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Company Siam Business Creditผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Company Siam Business Credit:

แชร์