เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัว

เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัว เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัว By Mungmeefc - Make Your Wishes

10/10/2024

เสียหนึ่ง..อย่า..เสียสอง
เสียอะไร..ก็เสียได้นะ..แต่สิ่งนี้หากเสียแล้ว คือเสียเลยนะ หาซื้อใหม่ไม่ได้ .. นั่นคือ “เวลา”
Cr. เพื่อนรัก

📣📣📣ข่าวฝาก! คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัย 0-10 ปี⚠️ ประกันเด็กแบบเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก จะปิดการขายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ แบบใหม่จ...
02/10/2024

📣📣📣ข่าวฝาก! คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัย 0-10 ปี

⚠️ ประกันเด็กแบบเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก จะปิดการขายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ แบบใหม่จะมีแต่แบบ Deductible คือการรับผิดชอบส่วนแรก และค่ารักษาจำกัด ด่วน‼️ทุกค่ายทะยอยปิดกันเกือบหมดแล้ว

🙏 ใครที่เห็นโพสต์นี้ ฝากกระจายข่าวกันด้วยนะคะ ปรึกษาตัวแทนประกันที่ไว้ใจ หรือสอบถามมาที่ต้อยได้เลยค่ะ

#ประกันเด็กเหมาจ่าย
#ประกันเอไอเอ

26/09/2019

👍 คุณวรวรรณ ธาราภูมิ -ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง ได้แบ่ง3 ช่วงของผู้สูงวัย พร้อมกับตั้งชื่อให้กับแต่ละช่วงวัยไว้ว่า "-วัยห้าว -วัยหด และ -วัยเหี่ยว"

🧔"วัยห้าว"
สำหรัยคนในวัยเกษียณช่วงต้น อายุ 60-69 ปี ส่วนใหญ่แข็งแรง พลังงานเต็มเปี่ยม ทำอะไรๆ ได้เหมือนกับช่วงก่อนเกษียณ และหลายคนในวัยนี้ยังไม่รู้จักคำว่าเกษียณ สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ทำให้ยังมีรายได้และรู้สึกว่าตนเองยังมีค่าต่อสังคม

**นอกจากนี้ ยังเป็นวัยที่ "ฮึกเหิม" อยากทำสิ่งใหม่ๆ ที่ใฝ่ฝันไว้ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่หลายคน "อยากเริ่มต้นอาชีพใหม่ นำเงินที่เก็บออมไว้ออกไปลงทุนทำธุรกิจ ทำไร่ ทำสวนและเพราะความห้าว ผสมกับความฮึกเหิมนี้เอง ที่ทำให้หลายคนต้องสูญเงินที่เก็บออมจำนวนมาก เพราะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ โดยไม่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ได้ประเมินความสามารถ ความเหมาะสมกับกำลังวังชาของตน**

🧔🏿"วัยหด"
วัยนี้ถือเป็น "วัยเกษียณจริง" อายุ 70-79 ปี เพราะ "ความสามารถในการใช้ชีวิตจะลดลง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ลูกจ้างเกษียณ อาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการ จะไม่มีความแตกต่างด้านการใช้ชีวิตในวัยหดสักเท่าไร"...ในขณะที่ความสามารถในการหารายได้ลดลงจนเกือบหมด แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะมีมากขึ้น เพราะโรคภัยจะแสดงอาการออกมาชัดเจนขึ้น จึงควรลดกิจกรรมต่างๆ ลง และให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาพจิตใจมากขึ้น

**อย่ามั่นใจในศักยภาพของตัวเองจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาก่อนวัยอันควร**

👴"วัยเหี่ยว"
ในวัย 80 ปีขึ้นไป เข้าสู่วัยชรา และวัยพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยในช่วงที่ชราภาพมากๆ จำเป็น ต้องมีคนคอยดูแล เพราะปัญหาสุขภาพจะมีมากขึ้น ความจำแย่ลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของสุขภาพ จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทางการเงินไว้สำหรับการใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นหลัก
.เพราะฉะนั้น...ไม่ใช่แค่เห็นว่าอายุ 60 แล้วจะเหมารวมว่าเป็นผู้สูงอายุเหมือนๆ กันหมด คนไทยก็มีอายุยืนขึ้น โดยผู้ชายอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 75 ปี ขณะที่ผู้หญิงอายุเฉลี่ย 80 ปี และ...จากสถิติประชากรของประเทศไทย พบว่า..**ถ้ามีชีวิตรอดมาจนถึงอายุ 60 ปีได้แล้วล่ะก็ จะมีโอกาสมีชีวิตต่อไปจนถึงอายุ 81-83 ปี**

เพราะฉะนั้น ..ถ้าวันนี้ท่านที่ประคับประคองชีวิตมาได้จนถึงวัยหลังเกษียณ ก็มองตัวเลขอายุ 80 ปีไว้เป็นเป้าหมายได้เลย จะได้..*เตรียมพร้อมรับมือกับชีวิตในวัย 70-80 ปีไว้ ไม่ประเมินอายุตัวเองต่ำเกินไป*

เพราะ..ปัญหาหนึ่งของผู้สูงอายุ คือ มักคิดว่าจะตายเร็วกว่าความเป็นจริง
เพราะ..หากไม่เตรียมพร้อม ใน "วัยห้าว" ที่ยังมีเรี่ยวแรงหารายได้ อาจจะยังไม่มีความทุกข์

แต่..ถ้าเข้าสู่..วัยหด หรือ..วัยเหี่ยว เราอาจจะเป็นคนหนึ่งที่มีทุกข์แบบเดียวกับผู้สูงอายุทั่วๆ ไป ที่เป็นกันในปัจจุบัน และในอดีตที่ผ่านมา
..การสำรวจความคิดเห็นผู้สูงอายุ เมื่อปี 2559 โดย นิด้าโพล และศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์(นิด้า) พบว่า...*มีอยู่ 7 เรื่องใหญ่ๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุไทยเป็นทุกข์* นั่นคือ....
1...การไม่มีเงินใช้/..ไม่มีเงินออม/..มีเงิน แต่...ไม่พอใช้
2...อยากทำงาน แต่ไม่มีงานทำ ทำให้ขาดรายได้มาเลี้ยงตนเอง
3...มีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าหนี้
4....ไม่มีเพื่อนฝูง
5...สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง/มีโรคประจำตัว/ต้องไปหาหมอ
6...ไม่มีลูกหลาน ..อยู่คนเดียว หรือ..มีลูกหลานแต่เขาไม่สนใจดูแล
7...จิตใจไม่เบิกบาน ไม่สดชื่นแจ่มใส หม่นหมอง ไม่มีคุณค่า
.จะเห็นได้เลยว่า 3 เรื่องที่ใหญ่ที่สุด คือ..*เรื่องเงิน* ไม่ว่าจะเป็น..ไม่มีเงิน ..ไม่มีงาน และ..มีหนี้สิน
(ขอบคุณ นสพ. "โพสต์ทูเดย์" )*ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ตรงวัยไหน..."ห้าว".."หด" หรือ .."เหี่ยว" การเตรียมพร้อม และการทำ ความเข้าใจกับ"สภาพที่เราเป็น" หรือ"กำลังจะเป็น" ไว้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเสมอ

เกษียณยังไงก็เจอ
21/09/2019

เกษียณยังไงก็เจอ

เลือกการรักษาด้วยตัวคุณเอง ประกันสังคม Vs. บัตรทอง
09/07/2019

เลือกการรักษาด้วยตัวคุณเอง

ประกันสังคม Vs. บัตรทอง

บัตรทอง vs ประกันสังคมมาตรา 39

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ และเป็นค่าใช้จ่ายที่นับวันจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งในวัยทำงาน เรามักไม่ค่อยห่วงหรือกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เนื่องจากบริษัทที่ทำงานมักมีสวัสดิการด้านรักษาพยาบาล นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามการส่งเงินเข้าประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ในยามเกษียณ สุขภาพก็เริ่มเสื่อมถอยไปตามวัย ทำให้มีแนวโน้มว่าค่ารักษาพยาบาลจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับจากบริษัทที่ทำงานหมดไป แต่สำหรับสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมนั้น เรายังมีทางเลือกที่จะยกเลิกหรือเก็บสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. หากลาออก/สิ้นสุดสมาชิกภาพตามประกันสังคมมาตรา 33 ก็จะหมดสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ซึ่งรวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาล แต่ผู้ประกันตนจะได้รับบำนาญชราภาพ หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาเกิน 15 ปี (180 เดือน) และในส่วนของการรักษาพยาบาล ก็สามารถไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ได้
2. หากคงสถานภาพสมาชิกประกันสังคม ก็ต้องเลือกที่จะส่งต่อประกันสังคมมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกจากงาน โดยในกรณีนี้ ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบจำนวน 432 บาทต่อเดือน (9% บนฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบที่ 4,800 บาท) ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ประกันตนจะยังคงสิทธิรักษาพยาบาล รวมถึงสิทธิประโยชน์ตามประกันสังคมอื่น ๆ (ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต)

ทั้งนี้ ผู้ที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ มักจะมีคำถามว่า ควรจะลาออกจากสมาชิกภาพประกันสังคมตามมาตรา 33 เพื่อรับเงินบำนาญชราภาพ ส่วนการรักษาพยาบาลก็ไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามบัตรทอง หรือควรจะรักษาสิทธิประโยชน์ตามประกันสังคมต่อเนื่องในมาตรา 39 และต่อด้วยข้อสงสัยที่ว่า สิทธิรักษาพยาบาลตามประกันสังคม และสิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ขอเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่าง 2 ทางเลือก ดังนี้

1. สิทธิประโยชน์ในเรื่องการรับเงินบำนาญชราภาพ ในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกที่ส่งเงินประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก จะได้รับเงินบำนาญ 20% ของฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย สูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งคิดเงินบำนาญส่วนแรกอยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน และส่วนที่สองจะได้รับเมื่อส่งเงินประกันสังคมเกิน 15 ปี โดยจะได้รับเงินบำนาญเพิ่มอีกปีละ 1.5% ของฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย
ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการส่งเงินเข้าประกันสังคมตามมาตรา 33 มาแล้ว 17 ปี และลาออกจากประกันสังคม โดยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายเฉลี่ย 15,000 บาท
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก คิดเป็นเงิน 3,000 บาทต่อเดือน (20% x 15,000)
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วงเกินจาก 15 ปีแรก ซึ่งกรณีนี้อยู่ที่ 2 ปี คิดเป็นเงิน 450 บาทต่อเดือน (1.5% x 2 x 15,000)
ดังนั้น กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญรวมเดือนละ 3,450 บาทต่อเดือน (3,000 +450)

แต่หากตัดสินใจต่อประกันสังคม โดยสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญชราภาพก็ต่อเมื่อลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จากตัวอย่างข้างต้นที่ส่งเงินประกันสังคมมาตรา 33 มาแล้ว 17 ปี เมื่อออกจากงานและตัดสินใจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต่ออีก 5 ปี (ฐานเงินเดือน 4,800 บาท) เงินบำนาญที่จะได้รับเป็นดังนี้
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก คิดเป็นเงิน 960 บาทต่อเดือน (20% x 4,800)
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วงเกินจาก 15 ปีแรก ซึ่งคิดเป็น 7 ปี คิดเป็นเงิน 504 บาทต่อเดือน (1.5% x 7 x 4,800)
ดังนั้น กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญรวมเดือนละ 1,464 บาทต่อเดือน (960 +504)

จากการคำนวณ จะเห็นได้ว่า เงินบำนาญจากการลาออกจากประกันสังคมในกรณีแรก จะสูงกว่าเงินบำนาญที่เกิดจากการส่งเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 39 ต่อหลังจากเลิกทำงาน นอกจากนี้ในยามเกษียณ โอกาสที่จะใช้สิทธิประโยชน์อื่นๆ ของการประกันสังคม เช่น คลอดบุตรหรือสงเคราะห์บุตรคงจะน้อยมาก คงจะมีเพียงสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพที่จะมีโอกาสได้ใช้มากขึ้น ซึ่งผู้ที่เกษียณและเลือกลาออกจากประกันสังคม พร้อมรับเงินบำนาญชราภาพ ก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวผ่านบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

2. สิทธิการรักษาพยาบาล ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาลตามประกันสังคม และสิทธิการรักษาพยาบาลตามบัตรทอง มีข้อแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิการรักษาพยาบาล ขอทำการเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างสิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ดังนี้

2.1 ด้านการใช้บริการ: ผู้ประกันตนภายใต้สิทธิประกันสังคม สามารถใช้บริการโรงพยาบาลคู่สัญญาที่ตนเลือกไว้ ส่วนบัตรทองจะเป็นการใช้บริการโรงพยาบาลในชุมชน หรือศูนย์สาธารณสุขที่ร่วมโครงการและอยู่ในพื้นที่ที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ในกรณีหากโรงพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นโรคซับซ้อน ก็สามารถส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงได้

2.2 การเจ็บป่วยเฉพาะโรค: ประกันสังคมไม่ครอบคลุมถึงการปลูกถ่ายไขกระดูก กรณีเป็นมะเร็งชนิดที่ประกันสังคมกำหนดไว้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มาก่อน และไม่ครอบคลุมการปลูกถ่ายไต หากผู้ประกันตนป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมาก่อน ส่วนบัตรทองให้ความคุ้มครอง

2.3 บริการด้านทันตกรรม: ประกันสังคมให้สิทธิถอนฟัน อุดฟัน ขุดหินปูนได้ไม่เกิน 900 บาท/ปี ส่วนบัตรทองสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน

2.4 การรักษาตัวแบบต่อเนื่อง: การให้บริการรักษาตัวแบบพักฟื้น หลังผู้ป่วยกลับบ้าน และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายหลังสิ้นสุดการรักษา ประกันสังคมจะไม่คุ้มครอง แต่บัตรทองให้ความคุ้มครอง และขยายการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งในและนอกโรงพยาบาล

2.5 ด้านยาและเวชภัณฑ์: ประกันสังคมใช้ยาได้ทั้งในและนอกบัญชีหลักแห่งชาติ ส่วนบัตรทองสามารถใช้ยาที่มีอยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ ส่วนยานอกบัญชียาหลักนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ รวมทั้งกรณีที่ผู้ป่วยยอมจ่ายเงินเอง

2.6 ค่าห้องและค่าอาหาร: ประกันสังคมให้สิทธิค่าห้องและค่าอาหารสามัญไม่เกิน 700 บาท/วัน หากต้องการใช้บริการห้องพิเศษ ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้สถานพยาบาล ส่วนบัตรทองจะครอบคลุมค่าห้องและค่าอาหารสามัญ (ห้องรวม) โดยสามารถใช้บริการห้องพิเศษ หากจ่ายเงินเพิ่มให้โรงพยาบาล

นี่เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนของความแตกต่างระหว่างสิทธิรักษาพยาบาลระหว่างประกันสังคมและบัตรทอง จะเห็นได้ว่า สิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ไม่ได้ด้อยไปกว่าสิทธิรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ดังนั้น การลาออกจากประกันสังคมมาตรา 33 เพื่อรับเงินบำนาญ และเลือกใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากบัตรทอง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการส่งต่อประกันสังคมตามมาตรา 39 เนื่องจากได้รับเงินบำนาญชราภาพที่มากกว่า และยังคงสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามบัตรทอง ซึ่งก็จะเป็นทางเลือกในการแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในยามเกษียณได้ แต่ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน การสำรองเงินไว้เป็นค่ารักษาตัวเองและครอบครัว ร่วมกับการซื้อประกันสุขภาพไว้ ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีไว้เสริมในบางกรณีที่ไม่สะดวกในการใช้สิทธิบัตรทอง

Cr. K-Expert

สำรวจข้อ 1 ต่อด้วยข้อ 2 เราจะได้ไม่ต้องเอาเงินจากข้อ 1 มาใช้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน หลังจากนั้นเริ่มเก็บออมอย่างเป็นระบบ สุ...
01/06/2019

สำรวจข้อ 1 ต่อด้วยข้อ 2 เราจะได้ไม่ต้องเอาเงินจากข้อ 1 มาใช้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน หลังจากนั้นเริ่มเก็บออมอย่างเป็นระบบ สุดท้ายค่อยเพิ่มความมั่งคั่งด้วยการนำเงินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไปลงทุนหาผลกำไร 🎯

บำนาญชราภาพ แม้น้อยนิด แต่ก็เป็นสิทธิที่พึงได้ บริหารกันนิด เพื่อสิทธิที่เพิ่มขึ้น
01/06/2019

บำนาญชราภาพ แม้น้อยนิด แต่ก็เป็นสิทธิที่พึงได้ บริหารกันนิด เพื่อสิทธิที่เพิ่มขึ้น

ประกันสังคม แจง “บำนาญชราภาพ” คือเงินที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้ผู้ประกันตนเป็นรายเดือนตลอดชีวิต เงื.....

เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัวดีกว่า
30/05/2019

เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัวดีกว่า

ออมวันละนิด จิตแจ่มใส สบายใจในวัยเกษี
28/05/2019

ออมวันละนิด จิตแจ่มใส สบายใจในวัยเกษี

ว้าวๆๆๆๆ อยากมีเงินล้าน เริ่มต้นบาทเดียวก็มีเงินล้านได้แล้วจร้า💰💰💰💰💰💰

ใครรับคำท้า เริ่มวันนี้ Do it NOW🎯

มีเงิน 3 ล้ายกว่า ไปเกษียณจังหวีดไหนดี?มาดูกันว่ามีเงิน 3 ล้านกว่าบ้านจะอยู่ได้ถึงอายุเท่าไรกันบ้าง 🤗Cr. Wealth Me Up
24/05/2019

มีเงิน 3 ล้ายกว่า ไปเกษียณจังหวีดไหนดี?

มาดูกันว่ามีเงิน 3 ล้านกว่าบ้านจะอยู่ได้ถึงอายุเท่าไรกันบ้าง 🤗

Cr. Wealth Me Up

หาที่เหมาะๆ วางแผนเกษียณกันเลยจ๊ะ
19/05/2019

หาที่เหมาะๆ วางแผนเกษียณกันเลยจ๊ะ

ค่าครองชีพแต่ละจังหวัด

😁 น่าอยู่สุดตอนนี้น่าจะเป็นเชียงราย
😅 เหงื่อตกเลยก็ปทุมธานี

เริ่มวางแผนเร็ว สบายใจไร้กังวล
19/05/2019

เริ่มวางแผนเร็ว สบายใจไร้กังวล

💰ส่วนใหญ่ขอเราอยู่โถไหนกันบ้าง?

🎯 ตอนนี้บ้านเราน่าห่วงตรงคนมักจะลืมเกษียณสุขใจด้วยเงินเพื่ออนาคต

ที่อยู่

Bond Street
Pak Kret
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66886254265

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท