09/07/2019
เลือกการรักษาด้วยตัวคุณเอง
ประกันสังคม Vs. บัตรทอง
บัตรทอง vs ประกันสังคมมาตรา 39
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ และเป็นค่าใช้จ่ายที่นับวันจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งในวัยทำงาน เรามักไม่ค่อยห่วงหรือกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เนื่องจากบริษัทที่ทำงานมักมีสวัสดิการด้านรักษาพยาบาล นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามการส่งเงินเข้าประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ในยามเกษียณ สุขภาพก็เริ่มเสื่อมถอยไปตามวัย ทำให้มีแนวโน้มว่าค่ารักษาพยาบาลจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับจากบริษัทที่ทำงานหมดไป แต่สำหรับสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมนั้น เรายังมีทางเลือกที่จะยกเลิกหรือเก็บสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. หากลาออก/สิ้นสุดสมาชิกภาพตามประกันสังคมมาตรา 33 ก็จะหมดสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ซึ่งรวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาล แต่ผู้ประกันตนจะได้รับบำนาญชราภาพ หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาเกิน 15 ปี (180 เดือน) และในส่วนของการรักษาพยาบาล ก็สามารถไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ได้
2. หากคงสถานภาพสมาชิกประกันสังคม ก็ต้องเลือกที่จะส่งต่อประกันสังคมมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกจากงาน โดยในกรณีนี้ ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบจำนวน 432 บาทต่อเดือน (9% บนฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบที่ 4,800 บาท) ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ประกันตนจะยังคงสิทธิรักษาพยาบาล รวมถึงสิทธิประโยชน์ตามประกันสังคมอื่น ๆ (ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต)
ทั้งนี้ ผู้ที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ มักจะมีคำถามว่า ควรจะลาออกจากสมาชิกภาพประกันสังคมตามมาตรา 33 เพื่อรับเงินบำนาญชราภาพ ส่วนการรักษาพยาบาลก็ไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามบัตรทอง หรือควรจะรักษาสิทธิประโยชน์ตามประกันสังคมต่อเนื่องในมาตรา 39 และต่อด้วยข้อสงสัยที่ว่า สิทธิรักษาพยาบาลตามประกันสังคม และสิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ขอเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่าง 2 ทางเลือก ดังนี้
1. สิทธิประโยชน์ในเรื่องการรับเงินบำนาญชราภาพ ในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกที่ส่งเงินประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก จะได้รับเงินบำนาญ 20% ของฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย สูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งคิดเงินบำนาญส่วนแรกอยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน และส่วนที่สองจะได้รับเมื่อส่งเงินประกันสังคมเกิน 15 ปี โดยจะได้รับเงินบำนาญเพิ่มอีกปีละ 1.5% ของฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย
ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการส่งเงินเข้าประกันสังคมตามมาตรา 33 มาแล้ว 17 ปี และลาออกจากประกันสังคม โดยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายเฉลี่ย 15,000 บาท
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก คิดเป็นเงิน 3,000 บาทต่อเดือน (20% x 15,000)
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วงเกินจาก 15 ปีแรก ซึ่งกรณีนี้อยู่ที่ 2 ปี คิดเป็นเงิน 450 บาทต่อเดือน (1.5% x 2 x 15,000)
ดังนั้น กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญรวมเดือนละ 3,450 บาทต่อเดือน (3,000 +450)
แต่หากตัดสินใจต่อประกันสังคม โดยสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญชราภาพก็ต่อเมื่อลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จากตัวอย่างข้างต้นที่ส่งเงินประกันสังคมมาตรา 33 มาแล้ว 17 ปี เมื่อออกจากงานและตัดสินใจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต่ออีก 5 ปี (ฐานเงินเดือน 4,800 บาท) เงินบำนาญที่จะได้รับเป็นดังนี้
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วง 15 ปีแรก คิดเป็นเงิน 960 บาทต่อเดือน (20% x 4,800)
• เงินบำนาญจากเงินที่ส่งประกันสังคมในช่วงเกินจาก 15 ปีแรก ซึ่งคิดเป็น 7 ปี คิดเป็นเงิน 504 บาทต่อเดือน (1.5% x 7 x 4,800)
ดังนั้น กรณีนี้จะได้รับเงินบำนาญรวมเดือนละ 1,464 บาทต่อเดือน (960 +504)
จากการคำนวณ จะเห็นได้ว่า เงินบำนาญจากการลาออกจากประกันสังคมในกรณีแรก จะสูงกว่าเงินบำนาญที่เกิดจากการส่งเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 39 ต่อหลังจากเลิกทำงาน นอกจากนี้ในยามเกษียณ โอกาสที่จะใช้สิทธิประโยชน์อื่นๆ ของการประกันสังคม เช่น คลอดบุตรหรือสงเคราะห์บุตรคงจะน้อยมาก คงจะมีเพียงสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพที่จะมีโอกาสได้ใช้มากขึ้น ซึ่งผู้ที่เกษียณและเลือกลาออกจากประกันสังคม พร้อมรับเงินบำนาญชราภาพ ก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวผ่านบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)
2. สิทธิการรักษาพยาบาล ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาลตามประกันสังคม และสิทธิการรักษาพยาบาลตามบัตรทอง มีข้อแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิการรักษาพยาบาล ขอทำการเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างสิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ดังนี้
2.1 ด้านการใช้บริการ: ผู้ประกันตนภายใต้สิทธิประกันสังคม สามารถใช้บริการโรงพยาบาลคู่สัญญาที่ตนเลือกไว้ ส่วนบัตรทองจะเป็นการใช้บริการโรงพยาบาลในชุมชน หรือศูนย์สาธารณสุขที่ร่วมโครงการและอยู่ในพื้นที่ที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ในกรณีหากโรงพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นโรคซับซ้อน ก็สามารถส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงได้
2.2 การเจ็บป่วยเฉพาะโรค: ประกันสังคมไม่ครอบคลุมถึงการปลูกถ่ายไขกระดูก กรณีเป็นมะเร็งชนิดที่ประกันสังคมกำหนดไว้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มาก่อน และไม่ครอบคลุมการปลูกถ่ายไต หากผู้ประกันตนป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมาก่อน ส่วนบัตรทองให้ความคุ้มครอง
2.3 บริการด้านทันตกรรม: ประกันสังคมให้สิทธิถอนฟัน อุดฟัน ขุดหินปูนได้ไม่เกิน 900 บาท/ปี ส่วนบัตรทองสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน
2.4 การรักษาตัวแบบต่อเนื่อง: การให้บริการรักษาตัวแบบพักฟื้น หลังผู้ป่วยกลับบ้าน และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายหลังสิ้นสุดการรักษา ประกันสังคมจะไม่คุ้มครอง แต่บัตรทองให้ความคุ้มครอง และขยายการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งในและนอกโรงพยาบาล
2.5 ด้านยาและเวชภัณฑ์: ประกันสังคมใช้ยาได้ทั้งในและนอกบัญชีหลักแห่งชาติ ส่วนบัตรทองสามารถใช้ยาที่มีอยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ ส่วนยานอกบัญชียาหลักนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ รวมทั้งกรณีที่ผู้ป่วยยอมจ่ายเงินเอง
2.6 ค่าห้องและค่าอาหาร: ประกันสังคมให้สิทธิค่าห้องและค่าอาหารสามัญไม่เกิน 700 บาท/วัน หากต้องการใช้บริการห้องพิเศษ ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้สถานพยาบาล ส่วนบัตรทองจะครอบคลุมค่าห้องและค่าอาหารสามัญ (ห้องรวม) โดยสามารถใช้บริการห้องพิเศษ หากจ่ายเงินเพิ่มให้โรงพยาบาล
นี่เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนของความแตกต่างระหว่างสิทธิรักษาพยาบาลระหว่างประกันสังคมและบัตรทอง จะเห็นได้ว่า สิทธิการรักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ไม่ได้ด้อยไปกว่าสิทธิรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ดังนั้น การลาออกจากประกันสังคมมาตรา 33 เพื่อรับเงินบำนาญ และเลือกใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากบัตรทอง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการส่งต่อประกันสังคมตามมาตรา 39 เนื่องจากได้รับเงินบำนาญชราภาพที่มากกว่า และยังคงสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามบัตรทอง ซึ่งก็จะเป็นทางเลือกในการแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในยามเกษียณได้ แต่ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน การสำรองเงินไว้เป็นค่ารักษาตัวเองและครอบครัว ร่วมกับการซื้อประกันสุขภาพไว้ ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีไว้เสริมในบางกรณีที่ไม่สะดวกในการใช้สิทธิบัตรทอง
Cr. K-Expert