08/08/2026
ก่อนอื่น ไก่ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ด้วยนะคะ
เหตุการณ์รุนแรงในลักษณะนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
แต่เพียงแค่ “มีโอกาสเกิดขึ้น”
ก็เพียงพอแล้วที่เราจะต้องหันกลับมาทบทวนเรื่องความปลอดภัยของลูกหลานของเรา
ในฐานะผู้ปกครองที่มีลูกวัยเรียน
ไก่เองก็มีความคาดหวังไม่ต่างจากพ่อแม่ทุกคนค่ะ
เราอยากให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ลูก
เรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
ไม่ต่างจากตอนที่เขาอยู่ที่บ้าน
ดังนั้น เวลาจะเลือกโรงเรียนให้ลูก
นอกจากเรื่องหลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอน
และสภาพแวดล้อมแล้ว
“ระบบความปลอดภัย” ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
หลายเรื่องคงมีการพูดถึงกันมากแล้ว
🎯ไม่ว่าจะเป็นระบบคัดกรองคนเข้า-ออก
🎯การตรวจอาวุธ
🎯การป้องกันความรุนแรง
🎯หรือปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียน
แต่วันนี้ ไก่อยากชวนมอง “ความปลอดภัย” อีกมุมหนึ่งค่ะ
นั่นคือ…
💕ความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กในโรงเรียน
ช่วงต้นปีการศึกษา
โรงเรียนของลูกได้ส่งแบบสอบถามมาถึงผู้ปกครองว่า
หากลูกเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
จะให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลไหน❓
มีประกันสุขภาพหรือไม่❓
มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่❓
ตอนแรกอาจดูเหมือนเป็นเพียงข้อมูลทั่วไป
แต่จริง ๆ แล้วไก่มองว่า
นี่คือหนึ่งในระบบบริหารความเสี่ยงที่สำคัญของโรงเรียน
เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน “เวลา” มีความสำคัญมาก
ถ้าโรงเรียนมีข้อมูลสุขภาพและข้อมูลโรงพยาบาลของเด็กไว้อย่างเป็นระบบ
เมื่อเกิดเหตุขึ้น
ครูหรือฝ่ายพยาบาล จะสามารถตัดสินใจ
และประสานการรักษาได้รวดเร็ว
โดยไม่ต้องเสียเวลารอคำตอบจากผู้ปกครองในช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีความหมาย
………
และในส่วนของลูก ไก่ก็สอนเขาอยู่เสมอว่า
ถ้าไม่สบาย อย่าฝืน และอย่ากลัวที่จะบอกครู
ถ้ามีอาการผิดปกติ
เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
หน้ามืด หมดสติ หรือปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ
ควรรีบแจ้งครูหรือผู้ใหญ่ทันที
และให้ผู้ใหญ่ประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องรอให้แม่มารับเสมอไป
………
เพราะบางสถานการณ์
การได้รับความช่วยเหลือเร็ว
อาจสำคัญกว่าการรอให้ผู้ปกครองมาถึง
โดยเฉพาะช่วงที่ลูกต้องทำกิจกรรมทางกาย
เช่น เรียนพละ แข่งขันกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
เด็กควรรู้จักสังเกตสัญญาณของร่างกายตัวเอง
ถ้ารู้สึกเหนื่อยผิดปกติ เวียนหัว
คลื่นไส้ อ่อนแรง หรือรู้สึกไม่ไหว
โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนมาก ๆ
ควรหยุดพัก แจ้งครู และได้รับการประเมิน
เพราะคำว่า “อดทนอีกนิด”
ในบางสถานการณ์ อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายของเด็ก
……
สุดท้ายแล้ว
เราอาจไม่สามารถทำให้โลกใบนี้ปลอดภัยได้ 100%
และเราไม่สามารถอยู่ข้างลูกได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ คือ
เตรียมระบบให้พร้อม และสอนให้ลูกดูแลตัวเองเป็น
เลือกโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ให้ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลการรักษาที่จำเป็นกับโรงเรียน
ตรวจสอบสิทธิและประกันสุขภาพของลูกให้พร้อม
และที่สำคัญ สอนลูกให้รู้ว่า…
เมื่อไหร่ที่รู้สึกผิดปกติ ต้องกล้าบอกผู้ใหญ่ทันที
เพราะการดูแลลูก
ไม่ได้หมายถึงการป้องกันทุกอย่างไม่ให้เกิดขึ้น
แต่คือการทำให้แน่ใจว่า
ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุที่เราไม่คาดคิดขึ้นมา
ลูกจะได้รับความช่วยเหลือที่เร็วที่สุดและเหมาะสมที่สุด
#แม่ไก่สายประกัน