Boost rich's ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Boost rich's, บริการทางการเงิน, 22, Nonthaburi.

01/10/2024

รับสมัครผู้ร่วมงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อธนาคาร
ที่มีลูกค้าต้องการใช้เงินด่วน ทางเราพร้อมให้ทุนหมุนเวียนระยะสั้น
ในขณะที่รอแบงค์อนุมัติวงเงิน สนใจติดต่อ 061 340 4867 (พิชัย)
😍เจ้าหน้าที่ติดต่อลูกค้ามาให้ทางเราจะมี % ให้😍

20/09/2024

เราพร้อมให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องโดยไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อของเรามีรูปแบบคล้ายกับ Overdraft (OD) ในธนาคาร แต่อนุมัติง่ายและรวดเร็วกว่า

16/09/2024

สินเชื่อของเราเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจของคุณโดยไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน และมีขั้นตอนการอนุมัติที่ง่ายและรวดเร็วกว่ารูปแบบสินเชื่อ Overdraft (OD) ของธนาคาร

22/08/2024

ฟิลิปปินส์ ประเทศโตแรงสุดในอาเซียน ที่อนาคตอาจเป็น ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย /โดย ลงทุนแมน
ถ้าให้นึกถึงประเทศในอาเซียน ที่กำลังมาแรง หลายคนอาจนึกถึง

- เวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติ แห่ไปตั้งฐานการผลิตกันเป็นจำนวนมาก

- อินโดนีเซีย ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และมีประชากรกว่า 280 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก

แต่ความจริงแล้ว ฟิลิปปินส์ คือประเทศที่กำลังเติบโตแรงที่สุดในปี 2566

และยังถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในผู้นำการเติบโตของอาเซียนในช่วง 10 ปีข้างหน้าด้วย

ที่น่าสนใจคือ การเติบโตของฟิลิปปินส์ มี “คน” เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ ที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท

ฟิลิปปินส์ ทำได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
เมื่อดูอัตราการเติบโตของ GDP แต่ละประเทศอาเซียนในปี 2566 ที่ผ่านมา จะพบว่า

อันดับ 1 ฟิลิปปินส์ 5.5%
อันดับ 2 เวียดนาม 5.1%
อันดับ 3 อินโดนีเซีย 5.0%
อันดับ 4 มาเลเซีย 4.0%

และถ้าดูอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

อันดับ 1 เวียดนาม 6.0%
อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ 4.7%
อันดับ 3 อินโดนีเซีย 4.2%
อันดับ 4 มาเลเซีย 4.0%

นอกจากนี้ ถ้าดูการคาดการณ์การเติบโตในช่วง 10 ปีต่อจากนี้

อันดับ 1 เวียดนาม 6.6%
อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ 6.1%
อันดับ 3 อินโดนีเซีย 5.7%
อันดับ 4 มาเลเซีย 4.5%

ตัวเลขเหล่านี้ กำลังบอกเราว่า

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ GDP โตแรงที่สุดในปีที่ผ่านมา

และโตแรงเป็นอันดับ 2 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

และยังจะโตแรงต่อไปในช่วง 10 ปีต่อจากนี้..

โดย GDP ของฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 16 ล้านล้านบาท ในปี 2566 เป็น 28 ล้านล้านบาท ในปี 2573

และภายในปี 2576 ก็คาดว่าฟิลิปปินส์ จะกลายเป็นหนึ่งในประเทศยักษ์ใหญ่แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก..

ด้วยขนาดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตของฟิลิปปินส์ มีความพิเศษกว่าชาติอื่น ๆ ในอาเซียน

เพราะปกติแล้ว การเติบโตของประเทศในอาเซียน มักมาจากการส่งออกหรือการท่องเที่ยว อย่างเช่น ประเทศไทย

หรืออาจจะเป็น การเติบโตจากการเข้าไปลงทุนของต่างชาติ อย่างเช่น เวียดนาม

รวมถึงการเร่งลงทุนของภาครัฐ ในหลาย ๆ ประเทศ

แต่ในช่วงที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ ไม่ได้โตได้จากแค่การท่องเที่ยว และการลงทุนของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เหมือนกับหลายประเทศที่เราเห็นกันบ่อย ๆ

“การส่งเงินกลับของแรงงาน ที่ไปทำงานในต่างประเทศ” ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟิลิปปินส์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อดูตัวเลขการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์ จะพบว่า

ปี 2556 1.0 ล้านล้านบาท
ปี 2561 1.2 ล้านล้านบาท
ปี 2566 1.4 ล้านล้านบาท

จะเห็นได้ว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างมากและต่อเนื่อง

เพื่อให้เห็นภาพ ก็ขอยกตัวอย่างประเทศไทย ที่มีเงินส่งกลับประเทศอยู่ที่ 0.35 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

หรือเท่ากับว่า ฟิลิปปินส์ มีเงินส่งกลับประเทศมากกว่าไทยถึง 4 เท่า

ซึ่งตัวเลขนี้ก็เป็นตัวเลขที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นรองเพียงอินเดีย เม็กซิโก และจีน

โดยตัวเลขของเงินส่งกลับจำนวนมากนี้ ก็มาจากแรงงานจำนวน 2.3 ล้านคนของฟิลิปปินส์ ที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศนั่นเอง

และถ้าเทียบกับ GDP ก็จะพบว่าเงินส่งกลับของฟิลิปปินส์นั้น มีสัดส่วนสูงถึง 9% ของ GDP ซึ่งถือว่ามากที่สุดในอาเซียน

เมื่อเงินส่งกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ก็ได้ทำให้ในวันนี้ เงินส่งกลับได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์

เพราะเงินที่ส่งกลับมานั้น ส่วนใหญ่ก็จะถูกนำมาใช้จ่ายกับสินค้าและบริการภายในประเทศ หรือนำไปลงทุนทำธุรกิจ ตลอดจนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศ

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำให้ฟิลิปปินส์ มีการบริโภคของภาคครัวเรือนที่แข็งแกร่ง และกลายมาเป็นตัวขับเคลื่อน GDP ที่สำคัญ

โดย GDP ของฟิลิปปินส์ มาจากการบริโภคของครัวเรือน ถึง 3 ใน 4 เลยทีเดียว..

จากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้เห็นว่า แม้ว่าฟิลิปปินส์ จะไม่ใช่ประเทศที่ผลิตสินค้าส่งออกเก่ง
ไม่ได้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากเหมือนประเทศอื่น
ไม่ได้เป็นประเทศที่โดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวมาก

มิหนำซ้ำยังต้องเจอกับภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกประเทศมีเหมือนกัน กลับกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ
ที่ช่วยให้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์

ยังสามารถเติบโตได้
ทั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ตอนนี้
และคาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.bain.com/insights/southeast-asia-outlook-2024-34/
-https://www.adb.org/where-we-work/philippines/economy
-https://www.worldbank.org/en/country/philippines/overview #3
-https://www.spglobal.com/marketintelligence/en/mi/research-analysis/philippines-economy-shows-robust-growth-into-the-new-year.html #:~:text=Continued%20rapid%20GDP%20growth%20of,spending%20and%20improving%20remittance%20inflows.
-https://www.mckinsey.com/ph/our-insights/what-does-2023-hold-for-the-philippines-economy
-https://think.ing.com/articles/philippines-4q-gdp-beats-expectations-but-falls-short-of-revised-growth-target/

18/08/2024

ทำเนียบ Top 3 คนรวยสุด ในสหรัฐฯ และจีน
- แพลตฟอร์ม Blockdit Invest แอปโซเชียลแรก ที่ผู้ใช้สามารถให้ความเห็นต่อ หุ้นรายตัว ทั้งหุ้นไทย หุ้นอเมริกา ลองใช้ได้ที่ Blockdit.com/download เลือกแถบเมนู Invest

26/07/2024

ธุรกิจจัดอันดับเครดิตในไทย ทุกรายได้ 100 บาท มีกำไรเกิน 30 บาท /โดย ลงทุนแมน
“17 ล้านล้านบาท” คือ มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทย ในปัจจุบัน ซึ่งมากพอ ๆ กับขนาดเศรษฐกิจของประเทศไทย แถมใหญ่กว่ามูลค่าของตลาดหุ้นไทยเสียอีก

โดยตราสารหนี้เหล่านี้ ล้วนถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ 2 ราย คือ ทริสเรทติ้ง และ ฟิทช์ เรทติ้งส์

หรือพูดง่าย ๆ ว่า สถาบันทั้ง 2 รายนี้ เป็นเหมือนผู้ให้คะแนนตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

ที่น่าสนใจคือ ธุรกิจจัดอันดับเครดิตนี้ ถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีเลยทีเดียว

โมเดลธุรกิจนี้น่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
การออกตราสารหนี้ ถือเป็นหนึ่งในช่องทางการระดมทุนยอดนิยมขององค์กรต่าง ๆ โดยผู้ที่ออก จะมีสถานะเป็นผู้กู้ และผู้ที่ซื้อตราสารหนี้ จะมีสถานะเป็นผู้ให้กู้

ถ้าหากผู้ออกตราสารหนี้ เป็นหน่วยงานภาครัฐ เราจะเรียกตราสารหนี้นั้นว่า “พันธบัตร” ขณะที่ถ้าเป็นภาคเอกชน จะเรียกว่า “หุ้นกู้”

ซึ่งตราสารหนี้ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์การลงทุนที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักลงทุน ที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ เพราะมีความผันผวนต่ำ และผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน ในรูปของดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม แม้ในทางทฤษฎี ตราสารหนี้ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า ตราสารประเภทอื่น เช่น หุ้น แต่ถ้าหากผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ก็มักจะทำให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้ที่ซื้อตราสารหนี้ ได้มากเช่นกัน

จึงทำให้เกิดธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือขึ้น เพื่อคอยประเมินและให้คะแนนบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ ว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ มากน้อยแค่ไหน

อันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของบริษัท จะไล่ตั้งแต่ระดับ AAA ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุด และมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก (มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ 0.014%) ไปจนถึง D ซึ่งมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูง 100%

โดยในปัจจุบัน มีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ทั้งหมด 2 ราย ได้แก่

1. บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating)
2. บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Fitch Ratings)

แล้วผลประกอบการของแต่ละราย เป็นอย่างไรบ้าง ?

- บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating)

ปี 2564 รายได้ 361 ล้านบาท กำไร 119 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 396 ล้านบาท กำไร 127 ล้านบาท

ทุก ๆ รายได้ 100 บาท ของทริสเรทติ้ง
เป็นต้นทุนสินค้า/บริการ 45 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 23 บาท
และเหลือเป็นกำไร 32 บาท

- บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Fitch Ratings)

ปี 2565 รายได้ 123 ล้านบาท กำไร 42 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 117 ล้านบาท กำไร 40 ล้านบาท

ทุก ๆ รายได้ 100 บาท ของฟิทช์ เรทติ้งส์
เป็นต้นทุนสินค้า/บริการ 27 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 39 บาท
และเหลือเป็นกำไร 34 บาท

ที่ทั้ง 2 รายนั้น มีอัตรากำไรสุทธิ ที่สูงกว่า 30% เป็นเพราะว่า ต้นทุนหลัก ๆ ของธุรกิจ จะมาจากเงินเดือนพนักงาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนใน R&D อาคาร เครื่องจักร หรือโรงงานหนัก ๆ

แถมด้วยความที่มีเพียง 2 รายในประเทศไทย ตัวธุรกิจจึงค่อนข้างมีอำนาจที่สูง ในการกำหนดราคาของการให้บริการ นั่นเอง..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ในการออกตราสารหนี้ บางบริษัทอาจเลือกไม่จัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งตราสารหนี้ที่ออกก็จะถูกจัดเป็น “Non-Rated Bond”

ซึ่งมักจะให้ผลตอบแทน (จ่ายดอกเบี้ย) ในอัตราที่สูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงผิดนัดชำระ ที่สูงมากเช่นกัน

โดย Non-Rated Bond จะถูกจำกัดการลงทุนเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง หรือที่เรียกว่า Accredited Investor

ประกอบไปด้วยธนาคารพาณิชย์ กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งนักลงทุนรายบุคคล ที่มีความมั่งคั่งตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป

แต่นักลงทุนทั่วไป จะไม่สามารถลงทุนได้..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman

10/07/2024

สินเชื่อของเราเหมาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ต้องการหมุนเวียนเงินสดเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อเราที่ 097 290 2498
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ boostrichs.com

05/07/2024

สินเชื่อของเราเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจของคุณโดยไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน และมีขั้นตอนการอนุมัติที่ง่ายและรวดเร็วกว่ารูปแบบสินเชื่อ Overdraft (OD) ของธนาคาร

สินเชื่อของเราเหมาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ต้องการหมุนเวียนเงินสดเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
กรุณาติดต่อเราที่ 097 290 2498
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ boostrichs.com

ที่อยู่

22
Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

+66972902498

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Boost rich'sผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Boost rich's:

แชร์