21/01/2026
BBL โชว์กำไรปี 68 แตะ 4.6 หมื่นล้าน โต 1.8%: รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยพุ่ง 31% ชดเชยภาวะ NIM หดตัว
สรุปประเด็นหลัก (Key Takeaways)
กำไรสุทธิปี 2568: อยู่ที่ 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YoY (เทียบกับ 45,211 ล้านบาทในปี 2567) สะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงแม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจ
-
แรงกดดันในไตรมาส 4/2568: กำไรสุทธิในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ 7,759 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 43.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 และลดลง 25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
-
NIM หดตัว: ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปี 2568 อยู่ที่ 2.75% ลดลงจาก 3.06% ในปีที่แล้ว โดยเฉพาะใน Q4 ที่ร่วงลงมาอยู่ที่ 2.59% ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและการชะลอตัวของสินเชื่อ
-
การบริหารค่าใช้จ่าย: อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income) ใน Q4 พุ่งสูงถึง 60.9% เนื่องจากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลและงบพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ในภาพรวมรายปีอยู่ที่ 48.4% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมาย
-
สถานะสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์: สินเชื่อรวมลดลง 3.2% YTD แต่ธนาคารยังคงรักษาระดับ NPL ไว้ที่ 3.0% พร้อมเงินสำรองที่แข็งแกร่งถึง 324.1%
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ภาคการส่งออกแม้ได้รับแรงหนุนในช่วงครึ่งแรกของปีจากการเร่งคำสั่งซื้อก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังตามการอ่อนแรงของอุปสงค์โลก ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ภาคบริการไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในด้านอุปสงค์ภายในประเทศยังอยู่ในภาวะอ่อนแรง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่กดดันการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังมีข้อจำกัดจากกรอบงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะ โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงมีความเปราะบางและเผชิญความเสี่ยงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะถัดไป
ท่ามกลางพลวัตของโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการค้าโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัว รักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ธนาคารยังสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมนโยบายภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย อาทิ โครงการ “คุณสู้เราช่วย” ที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว และโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่สนับสนุนให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อยกระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน ธนาคารมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.75% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 48.4% สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย
จากการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสำหรับทั้งปี 2568 มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 36,147 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมรักษาเสถียรภาพด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,608,286 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงเติบโต อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.0% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 324.1% สะท้อนการยึดหลักการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ด้านเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 3,196,284 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน โดยมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 81.6% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 21.8% 17.2% และ 17.2% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด