16/11/2025
สรุปภาพรวมผลประกอบการธุรกิจประกันชีวิต
#ครึ่งปี2568
💰 1. เบี้ยประกันชีวิตเติบโตต่อเนื่อง
- เบี้ยรับรวม 7 เดือนแรกของปี 2568: 3.77 แสนล้านบาท (ข้อมูลในรูป)
- เติบโต: +5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- โครงสร้างตลาด: 5 บริษัทใหญ่ครองสัดส่วน 70.6% ของเบี้ยรับทั้งหมด
สะท้อนถึง “การกระจุกตัว” ของผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม
======
📈 2. กำไรอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น
- กำไรสุทธิรวม: 4.84 หมื่นล้านบาท (+20.1% YoY)
- อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA): 2.2%
- อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE): 4.2%
สาเหตุหลัก:
1. รายได้จาก “การบริการประกันภัย” เพิ่มขึ้น 15.8%
2. ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า → ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
3. มาตรฐานบัญชีใหม่: ใช้ TFRS 17 (สัญญาประกันภัย) เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1/2568
======
💼 3. รายได้จากเงินลงทุนทรงตัว
- รายได้จากการลงทุนรวม: 8.43 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY)
- รายได้จากการลงทุนสุทธิ: 8.94 หมื่นล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย)
สาเหตุหลัก:
- กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงิน (TFRS 9) ลดลง
- อัตราผลตอบแทนจากหุ้นสามัญลดลงตามตลาดหุ้น
- อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนสุทธิ (Net investment yield): 4.4%
======
📉 4. บริษัทประกันชีวิตที่จดทะเบียนใน ตลท. (BLA, TLI) อ่อนตัวกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม
- กำไรสุทธิรวม: 9.6 พันล้านบาท (–4.4% YoY)
สาเหตุหลัก:
- รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 10.1%
- ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น
แต่: รายได้จากการประกันภัยเติบโตดีขึ้น 11.3%
ROA เฉลี่ย: 2.1%
ROE เฉลี่ย: 10.5%
โดยผลตอบแทนต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
======
โดย สรุป
- ธุรกิจประกันชีวิตไทยยัง เติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้านเบี้ยรับและกำไรสุทธิ
- มาตรฐานบัญชี TFRS 17 มีผลต่อโครงสร้างรายได้และการรับรู้กำไร ทำให้ภาพการดำเนินงาน “โปร่งใสมากขึ้น”
- รายได้จากการลงทุนเริ่มชะลอตัว จากภาวะตลาดทุนที่ผันผวน
- บริษัทใหญ่ยังได้เปรียบด้านขนาดและสามารถรักษากำไรได้ดีกว่า
- ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่การแข่งขันยังกระจุดตัวอยู่ในผู้เล่นรายใหญ่
ที่มา : รายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมประกัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
#ประกันชีวิต #วิเคราะห์ธุรกิจ #วิเคราะห์ธุรกิจประกันชีวิต