SKVK Service บริษัทที่ปรึกษา รับจดทะเบียนบริษัท รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี

21/11/2023

เงินเดือน 15,000 ซื้อบ้านได้ไหม เตรียมตัวอย่างไรให้จ่ายไหว ซื้อบ้านหรือสร้างบ้านได้ โดยต้องศึกษาและวางแผนเตรียมการให้ดี เพื่อขอยื่นกู้ต่อไป เคล็ดลับในการเตรียมตัวสำหรับเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดที่เราสามารถจ่ายได้ไหว ทำได้ดังนี้

1. รู้ความสามารถการกู้ของตนเอง เลือกที่อยู่อาศัยที่นอกจากจะตรงใจแล้ว ต้องเลือกให้เหมาะกับความสามารถในการผ่อนด้วย

2. เก็บออมเงินดาวน์ การซื้อบ้าน-คอนโดจะต้องมีเงินดาวน์ ดังนั้นจึงควรที่จะเก็บออมเงินเป็นค่าดาวน์บ้านหรือคอนโดไว้ด้วย

3. เดินบัญชีธนาคารให้สวย ธนาคารจะขอดูบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งทำให้ในช่วง 6 เดือนนี้ควรจะมีเงินคงไว้ในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

4. ชำระหนี้ให้ตรงเวลา อีกข้อที่ธนาคารจะตรวจสอบคือ “เครดิตบูโร” ซึ่งจะมีประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ย้อนหลัง 2 ปี ใน 2 ปีก่อนที่ยื่นกู้ซื้อบ้าน ควรชำระเงินให้ตรงเวลา เพื่อไม่ให้มีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี

5. ปิดบัญชีหนี้ให้หมดก่อนยื่นกู้ หากมีภาระหนี้อื่น จะทำให้วงเงินกู้สินเชื่อบ้านต่ำลง ทางที่ดีควรปิดหนี้อื่น ๆ ให้หมดก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน

6. เตรียมเอกสาร สลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงานให้พร้อม การเตรียมเอกสารต่าง ๆ บางครั้งต้องใช้เวลา การเตรียมตัวเรื่องเอกสารล่วงหน้าจึงทำให้การยื่นกู้ซื้อบ้านรวดเร็วขึ้น

7. หาผู้กู้ร่วม หากคุณวางแผนซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป แน่นอนว่ายื่นกู้คนเดียวไม่สามารถทำได้ จึงอาจต้องใช้วิธีนี้หาผู้กู้ร่วมที่เป็นสมาชิกในครอบครัว หรือภรรยา มาช่วยร่วมกู้ทำให้วงเงินสินเชื่อบ้านสูงขึ้น

เช็กลิสต์ให้พร้อมก่อนปิดบ้านไปเที่ยวช่วงปีใหม่✨ เผลอแป๊ปเดียวเหลือเพียงอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ทุกคนต่...
23/12/2021

เช็กลิสต์ให้พร้อมก่อนปิดบ้านไปเที่ยวช่วงปีใหม่
✨ เผลอแป๊ปเดียวเหลือเพียงอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ทุกคนต่างรอคอยกันแล้ว สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวในช่วงนี้ก็อาจจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สินกันอยู่ใช่ไหมครับ วันนี้เรามีเช็กลิสต์ก่อนปิดบ้านไปเที่ยวในช่วงปีใหม่เพื่อให้ทุกคนได้เที่ยวกันอย่างสบายใจไร้กังวลมาฝากแล้วครับ ✨🎉
📌 ระบบความปลอดภัย – ตรวจเช็กสัญญาณกันขโมยและกล้องวงจรปิดให้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ไม่มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพของกล้อง
📌 ระบบประปา – ตรวจสอบรอยรั่วของท่อน้ำตามจุดต่าง ๆ ตัววาล์วน้ำยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สามารถเปิด-ปิดได้อย่างแน่นสนิท ไม่ชำรุด
📌 ระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ชำรุด ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกเพื่อป้องกันระบบไฟฟ้าลัดวงจรในตอนที่เราไม่อยู่บ้าน
📌 ประตู-หน้าต่าง – เช็กประตู-หน้าต่างต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ไม่มีร่องรอยการชำรุด กลอนประตู-หน้าต่างสามารถปิดได้อย่างแนบสนิท
📌 ของมีค่า – ควรเก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย เช่นตู้เซฟ หรือตู้เสื้อผ้า ไม่ควรวางทิ้งเอาไว้ในสถานที่ที่มีคนพบเห็นได้ง่าย
📌 สัตว์เลี้ยง – ควรเตรียมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงให้เพียงพอ หรือหาสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง
📌 ตู้จดหมาย – เคลียร์เอกสารและจดหมายภายในตู้ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเปียกฝนในขณะที่เราไม่อยู่บ้าน
📌 ขยะ – ก่อนการเดินทางควรเคลียร์ขยะตามจุดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันสัตว์จำพวกหนู มด และแมลงสาป

👀  ทำงานออฟฟิศนี่โรคเยอะมาก โรคใหม่มีมาทุกวัน โรค CVS เป็นกลุ่มอาการที่ใกล้ชิดกับชาวออฟฟิศมากๆ เลย เพราะต้องจ้องจอตลอดเว...
22/12/2021

👀 ทำงานออฟฟิศนี่โรคเยอะมาก โรคใหม่มีมาทุกวัน โรค CVS เป็นกลุ่มอาการที่ใกล้ชิดกับชาวออฟฟิศมากๆ เลย เพราะต้องจ้องจอตลอดเวลา ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงนั้น ไปดูกันเลย
ปวดตา แสบตา ตาแห้ง หรือความผิดปกติของดวงตา เป็นอาการที่หลายคนอาจคุ้นเคยดี เพราะทุกวันนี้มีหลายปัจจัยที่พร้อมทำร้ายดวงตาคุณ ทั้งจ้องจอคอมทั้งวัน ไถจอมือถืออัพเดทข่าว หรือดูซีรีส์แบบมาราธอน กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำกันจนเคยชินล้วนทำร้ายดวงตาของเราทั้งสิ้น สิ่งที่ต้องระวังคือความผิดปกติของดวงตาที่เกิดจากการจ้องจอนานนั้นเรียกว่าภาวะ Computer Vision Syndrome (CVS) ภาวะนี้คืออะไร ป้องกันได้หรือไม่

Computer Vision Syndrome (CVS) คือกลุ่มอาการผิดปกติด้านการมองเห็นที่เกิดจากการใช้สายตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งการมองจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน โทรทัศน์ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ได้หลายรูปแบบ ทั้งอาการที่เกี่ยวกับการมองเห็นและอาการปวดอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

อาการของภาวะ Computer Vision Syndrome (CVS) นั้นมีหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะมีอาการผิดปกติด้านการมองเห็น แต่บางครั้งก็อาจเกิดอาการปวดที่อวัยวะอื่นที่ไม่ใช่ดวงตาได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างอาการของภาวะ CVS มีดังนี้

- ตาแห้ง
- ตาล้า
- คันตา
- ปวดตา
- ตาพร่ามองไม่ชัด
- เห็นภาพเบลอ ภาพซ้อน
- ตาโฟกัสภาพยากขึ้น
- สายตาสั้น
- ปวดหัว
- ปวดคอ
- ปวดไหล่
- ปวดหลัง

ภาวะ Computer Vision Syndrome นั้นส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นานหลังจากเลิกมองจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าเลิกใช้จอแล้วอาการยังไม่หายไปหรือยังมีความกังวลอยู่ ก็สามารถไปพบแพทย์และเข้ารับการรักษาได้ ซึ่งการรักษานั้นทำได้หลายวิธี เช่น รักษาด้วยการบำบัดสายตา รักษาด้วยแสงเลเซอร์ เป็นต้น

สำหรับวิธีป้องกันภาวะ CVS ที่ดีที่สุดคือมองจอให้น้อยลง แต่ด้วยรูปแบบการทำงานในปัจจุบันอาจทำได้ยาก แต่อาจใช้วิธีอื่นช่วยแทน อย่างเทคนิค 20-20-20 คือ หลังจากมองจอ 20 นาที ให้พักสายตา 20 วินาที โดยให้มองไปที่ระยะ 20 ฟุตขึ้นไป ส่วนวิธีอื่นๆ ก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยมีตัวอย่างดังนี้

- กระพริบตาบ่อยๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาขณะทำงาน ป้องกันอาการตาแห้ง หรือหยอดน้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

- พักสายตา 15 นาที เมื่อจ้องจอครบ 2 ชั่วโมง โดยให้หันมองสิ่งของอย่างอื่นทั้งใกล้และไกล โดยระหว่างพักไม่ควรมองหน้าจอไม่ว่าจะเป็นจอคอมหรือจอมือถือ

- ปรับท่านั่งให้จอคอมพิวเตอร์ห่างจากดวงตา 20-28 นิ้ว ตั้งจอคอมให้ต่ำกว่าระดับสายตา 4-5 นิ้ว และเอียงจอขึ้น 10-20 องศา เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องก้มหรือเงยมากเกินไปเพื่อมองจอ

- ลดแสงสะท้อนกระทบหน้าจอที่รบกวนการมองเห็น โดยการปิดหน้าต่างป้องกันแสงจากภายนอก หรือเปลี่ยนหลอดไฟเพดาน เป็นต้น

- สวมแว่นที่มีค่าสายตาตรงกับตัวเอง ป้องกันการปวดตาและปวดหัว

- ปรับท่านั่งให้เหมาะสม และเลือกเก้าอี้ที่ช่วยซัพพอร์ทการนั่งทำงานเป็นเวลานาน

การทำงานที่ต้องจ้องจอเป็นเวลานานมักมีปัญหาสุขภาพเข้ามาก่อกวนอยู่เสมอ ทั้งปวดตา ปวดหัว ปวดหลัง ปวดคอ และโรคออฟฟิศซินโดรมทั้งหลายที่พร้อมเข้ามาทำร้ายหากเราไม่ใส่ใจตัวเอง ดังนั้นเราจึงควรนำคำแนะนำในบทความไปปรับใช้เพื่อป้องกันภาวะ CVS และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันออฟฟิศซินโดรมและภัยสุขภาพอื่นๆ จากการทำงาน

หากคุณรู้สึกว่าอยากเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าให้กับชีวิต หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานในบริษัทมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แ...
22/12/2021

หากคุณรู้สึกว่าอยากเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าให้กับชีวิต หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานในบริษัทมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และมีเงินเพียงพอที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว มาดูขั้นตอนในการเปิดบริษัทกันสักนิดก่อนตัดสินใจลงมือทำดีกว่า

💻 ตั้งชื่อบริษัท
สามารถเลือกได้ 3 ชื่อ โดยต้องไม่ซ้ำกับชื่อบริษัทที่มีอยู่แล้ว สามารถจองผ่านอินเตอร์เน็ตได้ที่ www.dbd.go.th
💻 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
หลังจากนายทะเบียนแจ้งรับรองผลบริษัทแล้ว ให้ยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 30 วัน
💻 ชำระค่าธรรมเนียม
โดยที่ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริคณห์สนธิอยู่ที่แสนละ 50 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัทอยู่ที่ แสนละ 500 บาท ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท ใบสำคัญการจดทะเยียนอยูที่ฉบับละ 100 บาท

สุขภาพดีเข้าเส้น แค่กินดี กินให้ถูก กินตามกรุ๊ปเลือด 🥑🥜🌰 มาลองดูกันในแต่ละกรู๊ปเลือด กินตามนี้ ห่างไกลโรค 🍲🍣
21/12/2021

สุขภาพดีเข้าเส้น แค่กินดี กินให้ถูก กินตามกรุ๊ปเลือด 🥑
🥜🌰 มาลองดูกันในแต่ละกรู๊ปเลือด กินตามนี้ ห่างไกลโรค 🍲🍣

ชวนทิ้งแบบไม่เสียดาย! สำหรับคนที่แพลนจัดบ้านทิ้งเก่า เริ่มใหม่ เพื่อรับปี 2022 แบบบ้านสะอาด🏠 หมวดเสื้อผ้าหมวดนี้เป็นหมดน...
21/12/2021

ชวนทิ้งแบบไม่เสียดาย! สำหรับคนที่แพลนจัดบ้าน
ทิ้งเก่า เริ่มใหม่ เพื่อรับปี 2022 แบบบ้านสะอาด

🏠 หมวดเสื้อผ้า
หมวดนี้เป็นหมดน่าปวดหัวสำหรับหลายคน เพราะเสื้อผ้าบางชุด แม้จะยังใหม่ แต่ไม่เคยหยิบมาใส่เลย จะทิ้งจึงเสียดาย แต่ให้เก็บไว้ก็รกตู้เสื้อผ้าเปล่า
ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ “ระเบิดตู้เสื้อผ้า” ด้วยการนำเสื้อผ้าทุกตัวในบ้านมากองรวมกัน เพื่อให้เราเห็นภาพรวมของเสื้อผ้าทั้งหมดว่ามีเยอะแค่ไหน เมื่อเห็นความเยอะของเสื้อผ้า เราก็จะตัดใจเลือกที่จำเป็นได้จริงๆ
คำแนะนำของเราคือเทคนิค ‘จุดประกายความสุข’ นั่นคือเมื่อหยิบชิ้นไหนขึ้นมาแล้วมีความสุข ก็ให้เก็บชิ้นนั้นไว้ แต่หากชิ้นไหนไม่ได้รู้สึกถึงความสุขก็ให้ทิ้งไป
อีกหนึ่งเทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบคือการปรับเปลี่ยนวิธีพับจัดเก็บเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ อาจจะหากล่องมาคัดแยกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้หยิบง่ายและเป็นระเบียบ

🏠 หมวดหนังสือ
ใช้เทคนิคเดียวกันกับการ ‘จุดประกายความสุข’ ด้วยการหยิบหนังสือมาทีละเล่ม จากนั้นให้ถามตัวเองว่า “เล่มไหนที่อยากนำติดตัวไปในอนาคตด้วย” ก็ให้เก็บเล่มนั้นเอาไว้
การคัดเลือกทีละเล่มโดยใช้เวลาสัมผัสให้รู้สึกถึงความสุข จะทำให้เรารู้ว่าอยากเก็บเล่มไหนไว้จริงๆ ขณะเดียวกันก็ทราบว่าเล่มไหนที่เราต้องการส่งต่อให้คนอื่นได้อ่านนั่นเอง
เพียงเท่านี้เราก็สามารถเลือกหนังสือเล่มที่ใช่ได้แล้ว โดยไม่รู้สึกเสียดาย หรือเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องนั่นเอง

🏠 หมวดของใช้จิปาถะ
เป็นหมวดใหญ่สุดของการจัดเก็บบ้าน เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นของจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ แต่กินพื้นที่บ้านเกือบทั้งหมด การจัดการของเกล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องลำบาก
แน่นอนว่าเทคนิคในการคัดแยกของที่จำเป็นและไม่จำเป็นยังคงยึดหลัก “จุดประกายความสุข” เช่นเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือการจัดให้เป็นระเบียบมากขึ้นด้วยการนำ ‘กล่อง’ เข้ามาช่วยสร้างความเป็นระเบียบ
เช่นกล่องใสที่สามารถเห็นของภายในได้ เพื่อที่จะได้หาได้ง่าย และไม่เกิดการซื้อซ้ำ เพราะบางครั้งเราเก็บไว้จนลืม พอมองไม่เห็น หาไม่เจอ ก็เกิดการซื้อซ้ำ โดยของใน 1 กล่องควรเป็นหมวดหมู่เดียวกัน

🏠 หมวดเอกสาร
ช่วง Work from home ที่ผ่านมา หลายคนจึงจัดเก็บเอกสารไว้ในบ้านมากขึ้น การจัดการกับเอกสารเหล่านี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับเอกสารนั้น มาริเอะแนะนำว่าให้แบ่งกองเอกสารเป็น 3 กองด้วยกันคือ

1. เอกสารดำเนินการต่างๆ เช่น บิลค่าไฟ จดหมาย ฯลฯ หากเราดำเนินการเรียบร้อย ก็สามารถทิ้งไปได้เลย

2. เอกสารสำคัญ เช่น สัญญา แบบฟอร์มประกัน ฯลฯ เอกสารเหล่านี้จัดอยู่ในหมวดเอกสารสำคัญ จึงควรจัดใส่แฟ้ม เก็บใส้ลิ้นชักให้เป็นระเบียบ

3. เอกสารจิปาถะ ที่เราหยิบมาดูบ่อยๆ เช่น สูตรอาหารที่เราพิมพ์ออกมา ฯลฯ แนะนำให้วางในตำแหน่งที่หยิบง่าย โดยจัดไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน เช่น ใส่ตะกร้าวางไว้บนชั้นหนังสือ เป็นต้น

นอกจากนี้อาจมีเอกสารจากออฟฟิศที่หยิบกลับมาทำที่บ้าน เอกสารเหล่านี้เมื่อเราทำงานเรียบร้อยก็ควรนำส่งคืนไปเก็บในบริษัท

🏠 หมวดของที่มีคุณค่าทางใจ
ของขวัญต่างๆ หรือของสะสมที่มีคุณค่าทางใจ เป็นหมวดที่จัดเก็บยากที่สุด เราจึงแนะนำให้จัดของหมวดนี้เป็นอย่างสุดท้าย
นั่นเพราะหากเก็บเป็นหมวดแรก เราจึงรู้สึกติดขัด ยังตัดสินใจไม่ได้ เกิดอาการลังเล แต่เมื่อเราจัดเก็บหมวดอื่นๆ ตามข้างต้นอย่างชำนาญแล้ว เราจึงเกิดความเชื่อในความสามารถและการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งช่วยให้เราตัดสินใจทิ้งได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

แน่นอนว่าเทคนิคที่ใช้ในการจัดเก็บก็ยังคงเป็นทริค ‘จุดประกายความสุข’ ที่จะช่วยคัดแยกของที่อยากเก็บกับของที่จะทิ้งเช่นเดิม

ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 คือช่องทางการยื่นภาษีที่มีความสะดวก และมีผู้เข้าใช้งานเยอะมากที่สุดแล้ว เนื่องจากว่าการ ยื่นภาษีออน...
20/12/2021

ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 คือช่องทางการยื่นภาษีที่มีความสะดวก และมีผู้เข้าใช้งานเยอะมากที่สุดแล้ว เนื่องจากว่าการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 นี้ช่วยทำให้ผู้ประกอบการและบุคคลธรรมดาทั้งหลาย สามารถยื่นภาษีให้ตรงกับวันเวลาที่กรมสรรพากรกำหนดเอาไว้ได้ โดยการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 มีสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้หลายอย่างด้วยกัน ดังนั้นก่อนที่จะทำการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี

เอกสารที่ต้องใช้ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566
สำหรับเอกสารก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีการเตรียมเอกสารสำหรับยื่นภาษีเอาไว้ให้ครบถ้วน โดยการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 มีเอกสารที่ต้องเตรียมหลายอย่างด้วยกันก่อนที่จะนำไปใช้ยื่นจริง และเอกสารสำหรับผู้ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 เตรียมก็จะมีทั้งหลักฐานการแสดงตน เอกสารสำหรับข้อตกลงในการยื่นแบบชำระภาษี และเอกสารยื่นแบบแสดงรายการผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเอกสารแบบ ภ.อ. 01 รวมไปถึงผู้ประกอบที่ต้องการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 และมีการมอบอำนาจก็จะต้องมีการนำเอาหนังสือรับรอง มอบอำนาจที่มีการปิดอากรแสตมป์ 10 บาทจะต้องแนบมากับสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

ข้อควรระวังสำหรับการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566
ข้อควรระวังสำหรับการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 สิ่งที่ควรรู้หรือควรระวังในการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 ที่ผู้ยื่นภาษีทุกคนควรต้องรู้ก็มีดังนี้

1.การเตรียมเอกสาร

ผู้ยื่นภาษีทุกคนจะต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ยิ่งเป็นผู้ประกอบการแล้วส่วนใหญ่มักจะมีการมอบอำนาจให้มีการเข้ามายื่นภาษีออนไลน์แทน ดังนั้นการเตรียมเอกสารจึงต้องครบถ้วนก่อนทำรายการทุกครั้ง

2.ขั้นตอนการยื่น

สำหรับขั้นตอนการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 มีขั้นตอนที่ระบุรายละเอียดเอาไว้ให้ผู้ยื่นภาษีได้เข้ามาทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดก่อนอยู่แล้ว โดยถ้าหากว่าใครสามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้การยื่นภาษีนั้นเป็นไปตามกำหนดเวลา และถูกต้องครบถ้วนทำให้ยื่นภาษีสำเร็จได้

3.ค่าบริการ

ค่าบริการสำหรับการ ยื่นภาษีออนไลน์ 2566 ไม่เสียเลยสักบาท แต่ในกรณีที่มีการยื่นภาษีออนไลน์ล่าช้า ผู้ยื่นจะต้องมีการเสียค่าเบี้ยปรับเงินเพิ่ม หรือค่าธรรมเนียมตามร้อยละที่กรมสรรพากรกำหนดเอาไว้ และถ้าหากว่ายื่นภาษีช้าแล้วก็ต้องมีการเตรียมเอกสารเพื่อนำมาใช้ยื่นใหม่อีกรอบด้วย

หิวมื้อดึก!!! ถ้ากินก็กลัวอ้วน แต่ถ้าปล่อยให้หิวก็นอนไม่หลับ วันนี้เราจึงคัด 5 เมนูคลายหิวในยามดึก แน่นอนว่าเป็นเมนูที่ด...
19/12/2021

หิวมื้อดึก!!! ถ้ากินก็กลัวอ้วน แต่ถ้าปล่อยให้หิวก็นอนไม่หลับ วันนี้เราจึงคัด 5 เมนูคลายหิวในยามดึก แน่นอนว่าเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ไม่รู้สึกผิด
มื้อดึกวันนี้ ลองเลือกสักเมนูมาเติมท้องให้อิ่ม จะได้หลับสบายกัน ^^"

“สมูทตี้ผัก” เมนูที่อุดมด้วยวิตามินและกากใยอาหาร จึงช่วยให้อิ่มท้องได้เร็วและยังช่วยให้หลับสบายอีกด้วย
แนะนำเป็น ‘สมูทตี้ผัก’ ที่มีน้ำตาลต่ำกว่าสมูทตี้ผลไม้ แต่หากไม่ไหวจะดื่มสมูทตี้ผักเพียวๆ สามารถเพิ่มผลไม้ 1-2 ชนิด เพื่อเพิ่มรสชาติให้สมูทตี้ได้ แต่ต้องเป็นผลไม้น้ำตาลน้อยอย่างแอปเปิ้ลเขียวหรือกีวี แน่นอนว่า ‘งด’ เติมน้ำตาลด้วยนะ

ใครจะเชื่อว่า “ป๊อปคอร์น” จะเป็นของว่างยามดึกเพื่อสุขภาพได้
แต่รู้หรือไม่ว่า ป๊อปคอร์นเป็นเมนูที่อุดมด้วยเส้นใยอาหารที่ใช้เวลาย่อยนาน จึงทำให้อิ่มท้องนาน ขณะเดียวกันป๊อปคอร์นยังอุดมด้วยสาร Polyphenols ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย

จัด “ไข่ต้ม” เสิร์ฟใส่จาน! ให้โปรตีนสูง แม้จะเป็นมื้อดึกก็ไม่รู้สึกผิด
เมนูง่ายๆ ที่คิดว่าทุกบ้านสามารถทำได้ กับ “ไข่ต้ม” ซึ่งสามารถทานรองท้องเป็นมื้อดึกได้ โดยไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงานเพียง 75 แคลอรี่ และให้โปรตีน 7 กรัม

กรีกโยเกิร์ต เมนูมื้อดึกที่กินแล้วไม่รู้สึกผิด เพราะนอกจากความอิ่มท้องแล้ว เรายังช่วยให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการดีท็อกซ์ลำไส้ได้อีกด้วย

อัลมอนด์ หรือจะเป็นถั่วเปลือกแข็งชนิดอื่นๆ ก็เป็นอีกตัวเลือกของเมนูมื้อดึกที่ช่วยให้อิ่มท้องนาน
โดยอัลมอนด์ 24 เมล็ดจะให้พลังงานทั้งหมด 160 แคลอรี่ และยังให้โปรตีน 6 กรัม รวมทั้งไขมันดีที่จำเป็นต่อร่างกาย

การประเมินสถานะทางการเงินของบริษัทการประเมินสถานะทางการเงินของบริษัทนั้นใช้ความรู้สึกไม่ได้ และมันก็ต้องการข้อมูลที่แท้จ...
19/12/2021

การประเมินสถานะทางการเงินของบริษัท
การประเมินสถานะทางการเงินของบริษัทนั้นใช้ความรู้สึกไม่ได้ และมันก็ต้องการข้อมูลที่แท้จริง ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท ซึ่งข้อมูลทั้งหมดมันคือข้อมูลในระบบบัญชีของบริษัททั้งหมด ดังนั้นเจ้าของกิจการก็จึงจำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลส่วนนี้

แล้วมันใช้ประเมินอะไรได้บ้าง? คำตอบคือสารพัด ประเมินได้ตั้งแต่ความคุ้มทุนของการลงทุนต่างๆ ของบริษัท ประเมินว่าบริษัทมี “เงินทุนหมุนเวียน” พอหรือไม่? ประเมินว่าบริษัทต้องการเงินเพิ่มอีกเท่าไร เพื่อจะคิดว่าจะต้องไปกู้ยืมและลงทุนอย่างไร? ประเมินความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ไปจนถึงเรื่องพื้นฐาน อย่างการประเมินการขึ้นเงินเดือนหรือการให้โบนัสพนักงาน เป็นต้น

การกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน
ถ้าเราต้องการจะขยายธุรกิจผ่านการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ไม่มีสถาบันการเงินไหนที่จะให้กู้เงิน โดยไม่ขอดูบัญชีของเราเพื่อประเมินความสามารถทางธุรกิจ และก็ไม่น่าจะมีสถาบันการเงินไหนเช่นกันที่จะปล่อยกู้ให้กับเราถ้าการทำบัญชีของเราไม่โปร่งใส ไม่เป็นระบบ ไม่ชัดเจน ดังนั้นงานบัญชีที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเติบโตของธุรกิจ

การระดมทุน
แม้ว่าการกู้เงินสถาบันทางการเงินจะไม่ใช่ทางเดียวในการเพิ่มทุนทำธุรกิจ แต่แหล่งทุนต่างๆ ที่จะมาลงทุนในธุรกิจเรา เขาก็ต้องการความโปร่งใสทางบัญชีไม่น้อยกว่าเหล่าสถาบันการเงิน

ส่วนการระดมทุนระดับใหญ่กว่านั้น เช่น การยื่นขอเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดเลยครับ อันนั้นเขายิ่งมีข้อกำหนดทางบัญชีอย่างชัดเจน ดังนั้นทำบัญชีที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานของธุรกิจที่ต้องการเติบโตเลยก็ว่าได้

แม้ว่าประเด็นพวกนี้อาจเป็นประเด็นที่ธุรกิจขนาดเล็ก และธุรกิจขนาดกลาง ไม่คิดเท่าไร แต่ถ้าธุรกิจของคุณโตขึ้นมาแบบก้าวกระโดดขึ้นมา แต่เงินลงทุนที่คุณมีไม่เพียงพอ ทำให้คุณต้องการจะกู้เงินหรือระดมทุน ค่อยมานั่งทำบัญชี อาจจะพลาดโอกาสนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

ถ้าเป็นแบบนี้ปัญหาที่คุณจะเจอก็คือ ไม่ว่าจะสถาบันทางการเงินหรือแหล่งทุน เขาไม่ขอดูบัญชีแค่ปีล่าสุดหรอกครับ เขาขอดูบัญชีของคุณย้อนกลับไปหลายปี ซึ่งพอเป็นแบบนี้ ถ้าคุณที่ไม่เคยทำบัญชีอย่างถูกต้องมาก่อน ก็จะไม่มีบัญชีที่เป็นระบบและโปร่งใสไปแสดงเขาไงครับ ว่าธุรกิจของคุณกำลังโตจริงๆ

และนี่แหละครับเหตุผลที่คุณควรจะทำบัญชีอย่างถูกต้องทั้งๆ ที่ธุรกิจของคุณยังเป็นธุรกิจเล็กๆ อยู่ และคุณไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะโต แต่ถ้ามันโตเมื่อไร คุณก็จะต้องการข้อมูลบัญชีของบริษัทคุณตอนที่มันยังเล็กอยู่นี่แหละ

การวางแผนภาษีและการจ่ายภาษี
การทำบัญชีก็มีผลต่อเนื่องไปถึงเรื่องภาษี เพราะการทำบัญชีพร้อมเก็บเอกสาร บันทึกรายรับ-รายจ่ายทั้งหมด ก็จะช่วยให้การจ่ายภาษี เป็นเรื่องง่าย เพราะวันดีคืนดีเราโดนภาษีย้อนหลังจากการทำบัญชีไม่ถูกต้อง การทำธุรกิจก็คงไม่สนุกแน่ๆ ครับ

ถ้าเราไม่ทำบัญชีอย่างชัดเจน เราจะไม่มีทางรู้ได้เลย ว่ารายได้เราไปถึงขั้นไหนแล้ว และถ้าเราไปรู้ทีหลังวันที่ต้องจ่ายภาษีพอดี ผลก็คือเราจะต้องจ่ายภาษีเกินกว่าที่เราคำนวณไว้ หรือที่แย่ไปกว่าก็คือ การที่ธุรกิจแล้ว ไม่มีกำไร เพราะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง จากการทำบัญชีไม่ถูกต้อง

อัตราภาษีที่ดินปี 2564 ต้องจ่ายอย่างไรสำหรับอัตราภาษีที่ดินแบบปกตินั้น จะแบ่งประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตาม พ.ร.บ.ภาษี...
19/12/2021

อัตราภาษีที่ดินปี 2564 ต้องจ่ายอย่างไร
สำหรับอัตราภาษีที่ดินแบบปกตินั้น จะแบ่งประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกเป็น 4 ประเภท คือ เกษตรกรรม บ้านพักอาศัย ที่รกร้างว่างเปล่า และที่ดินใช้ประโยชน์อื่นๆ ซึ่งในปี 2564 นี้ มีประกาศลดอัตราการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% มาดูกันครับว่าที่ดินแต่ละประเภทต้องจ่ายอย่างไรบ้าง

1. เกษตรกรรม
สำหรับอัตราภาษีที่ดินสำหรับเกษตรกรรม คือการใช้ที่ดินเกษตรกรรม เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืช, ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ และที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือทำการประมง

สำหรับอัตราภาษีที่ดินสำหรับประกอบเกษตรกรรมนั้นอัตราเพดานภาษีอยู่ที่ 0.15% โดยหากเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีใน 3 ปีแรก ตามบทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563

แต่หากเจ้าของเป็นนิติบุคคลมีที่ดินที่มีมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาทจะเสียภาษีในอัตราการใช้ประโยชน์ประกอบเกษตรกรรม 0.01% หรือคิดเป็นค่าภาษี 500 บาท ซึ่งเมื่อลดภาษี 90% ตามประกาศของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังแล้ว ก็จะเท่ากับว่าจะเหลือเงินที่ต้องชำระภาษีเพียง 50 บาทเท่านั้นครับ

สูตรในการคำนวณอัตราภาษีที่ดิน สำหรับเกษตรกรรม
ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย (บุคคลธรรมดา) = (มูลค่าที่ดิน - มูลค่าที่กฎหมายยกเว้น 50 ล้าน) x อัตราภาษีที่ดิน
ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย (นิติบุคคล) = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษีที่ดิน
2. ที่อยู่อาศัย
สำหรับอัตราภาษีที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัย หมายถึงที่ดินที่ใช้ในการอยู่อาศัยซึ่งแบ่งเป็นบ้านหลังหลักและบ้านหลังอื่น แบ่งเป็นดังนี้ครับ

บ้านหลังหลักที่เป็นบ้านหลังแรก โดยเจ้าของทั้งบ้านและเจ้าของที่ดินมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมูลค่ารวมไม่เกิน 50 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่หากมูลค่ารวมอยู่ที่ 50-75 ล้านบาท กำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 0.03% และหากมีมูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษีอยู่ที่ 0.05% และหากมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท จะคิดอัตราภาษี 0.1% โดยอัตราภาษีที่ดินนี้จะใช้ในปี 2563-2564 เท่านั้น ตัวอย่างเช่น บ้านและที่ดินมีมูลค่ารวมกัน 20 ล้านบาทไม่ต้องจ่ายภาษี แต่หากมูลค่ารวมทั้งหมดเป็น 75 ล้านบาท จะต้องเข้าอยู่ในเกณฑ์ของอัตราภาษี 0.03% เท่ากับต้องจ่าย 22,500 บาท แต่ในปี 2564 มีการปรับลดค่าภาษีลง 90% จึงเสียภาษีอยู่ที่ 2,250 บาทเท่านั้น
บ้านหลังหลักที่เป็นบ้านหลังแรก แล้วเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของบ้านมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน หากมูลค่าบ้านไม่เกิน 10 ล้านบาท จะไม่ต้องเสียภาษี แต่หากมีมูลค่า 10-50 ล้านบาท อัตราภาษีอยู่ที่ 0.03% และหากมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษีอยู่ที่ 0.1% โดยอัตราภาษีที่ดินนี้จะใช้ในปี 2563-2564 เท่านั้น ตัวอย่างเช่น บ้านของเรามูลค่า 5 ล้านบาท ก็จะไม่ต้องจ่ายภาษี แต่หากมูลค่าบ้านของเรา 10 ล้านบาท จะเท่ากับอยู่ในเกณฑ์ภาษีที่ดิน 0.02% เท่ากับต้องจ่าย 2,000 บาท แต่ในปี 2564 ที่มีการปรับลดค่าภาษีลง 90% จะทำให้เสียภาษี 200 บาทเท่านั้น
บ้านหลังอื่น หมายถึงบ้านหลังที่สองหรือบ้านหลังอื่นๆ เป็นต้นไปของเรา ที่เราไม่ใช่บ้านหลังแรก โดยมีอัตราภาษีที่ดินของบ้านที่ราคาไม่เกิน 50 ล้านบาทจะมีอัตราภาษีที่ดินเริ่มต้น 0.02% แล้วไล่เรียงกันไป ซึ่งหากมูลค่าบ้านเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปจะเสียภาษีในอัตรา 0.1% ตัวอย่างเช่น บ้านมีมูลค่า 10 ล้านบาท เท่ากับอยู่ในอัตราภาษี 0.02% เท่ากับต้องจ่าย 2,000 บาท แต่ในปี 2564 นี้ มีการปรับลดค่าภาษีลง 90% จึงต้องจ่ายที่ 200 บาท
สูตรในการคำนวณอัตราภาษีที่ดิน สำหรับที่อยู่อาศัย
ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษีที่ดิน
3. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น
สำหรับอัตราภาษีที่ดินสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น หมายถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ใช้ประกอบการพาณิชยกรรม ใช้ทำอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งหากทำเป็นโรงงานอุตสาหกรรมมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราภาษีที่ดิน 0.3% ในอัตรารกร้างว่างเปล่า/อัตราการใช้ประโยชน์อื่น หรือจะเท่ากับต้องจ่าย 15,000 บาท แต่ในปี 2564 นี้มีการลดภาษีที่ดิน 90% ตามประกาศของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังก็จะเท่ากับ 1,500 บาทครับ

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์
อัตราภาษีที่ดินสำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ หมายถึงที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ทิ้งรกร้างไว้เฉยๆ อัตราภาษีที่ดินประเภทนี้มีการกำหนดอัตราเพดานภาษีไว้ที่ 1.2% ซึ่งหากที่ดินมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะเสียอัตราภาษีอยู่ที่ 0.3% แต่ถ้าที่ดินนั้นมีมูลค่า 50-200 ล้านบาท อัตราภาษีที่ดินจะเป็น 0.4% ไล่เรียงไปจนถึงที่ดินที่มีมูลค่าที่ดินมากกว่า 5,000 ล้านบาท จะมีอัตราภาษีอยู่ที่ 0.7% ดังนั้นจึงควรสร้างประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ โดยหากยังปล่อยทิ้งที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์ ทุกๆ 3 ปี จะเก็บอัตราภาษีที่ดินเพิ่มขึ้น 0.3% แต่อัตราภาษีรวมทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 3%

ตัวอย่างการคำนวณก็อย่างเช่น หากเราปล่อยที่ดินมูลค่า 10 ล้านบาท ทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์จะต้องเสียอัตราภาษีที่ดิน 0.3% หรือเท่ากับจ่ายภาษีที่ดิน 30,000 บาท แต่ในปี 2564 นี้มีการลดภาษีที่ดิน 90% ตามประกาศของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังก็จะเท่ากับ 3,000 บาทครับ

สูตรในการคำนวณอัตราภาษีที่ดิน สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า
ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษีที่ดิน

ช่องทางในการเสียภาษีที่ดินปี 2564 จ่ายที่ไหนได้บ้าง
สำหรับช่องทางในการเสียภาษีที่ดินนั้นมีหลากหลายช่องทางให้เราเลือกจ่ายได้อย่างสะดวกมากๆ ไม่ว่าจะเป็น

ชำระ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. หรือ สำนักงานเขต
ชำระผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เช่น ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน เช็ค
ชำระผ่านธนาคาร เช่น โอนเงินผ่านเลขที่บัญชีของ อปท., ชำระผ่านระบบ QR Payment (ATM, Internet Banking, Mobile Banking, ชำระตรงผ่านธนาคาร)
ชำระผ่านระบบอื่นตามที่มีการทำบันทึกข้อตกลงไว้
ใครที่ต้องเสียภาษีที่ดิน ตามอัตราภาษีที่ดินที่มีใบแจ้งมา อย่าลืมไปจ่ายนะครับ เพราะหากไม่จ่าย เราจะโดนปรับได้ อีกทั้งหากใครที่เห็นว่าข้อมูลใบแจ้งนั้นไม่ตรงกับความจริง สามารถยื่นขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้นะ

รวมอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเดือนธันวาคม 2564 จากหลากหลายธนาคาร
18/12/2021

รวมอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
เดือนธันวาคม 2564 จากหลากหลายธนาคาร

ที่อยู่

Mukdahan
49000

เบอร์โทรศัพท์

+66656783187

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SKVK Serviceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์