21/09/2021
ในบทเรียนที่แล้วเราได้ตรวจสอบสถานะทางการเงิน
ในบทนี้เราจะมาค้นหาเป้าหมายทางการเงินเพราะเป้าหมายของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน
ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงิน ภาระความรับผิดชอบ ภาระหนี้สิน และผู้อุปการะ
ดังนั้น จึงควรปรึกษานักวางแผนการเงิน (Financial Advisor)
เพราะที่ปรึกษาทางด้านการเงินที่ดีจะมีความเชี่ยวชาญในการค้นหาเป้าหมายทางเงิน
ของผู้รับคำปรึกษา เค้ามีชุดคำถามที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษามองภาพรวมทางการเงินชัดเจนขึ้น
และเจาะลึกในทุกๆช่วงชีวิตของผู้รับคำปรึกษาทำให้บรรลุเป้าหมายในทุกด้านอย่างมั่นคง
กำหนดเป้าหมายทางการเงิน
สำรวจเป้าหมายทางการเงินแต่ละด้าน
แผนการเงินแต่ละเป้าหมายแบ่งออกเป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตามแต่ละช่วงชีวิต เราจะทราบงบประมาณ ระยะเวลาการลงทุนและวางกลยุทธ์ในการออมและลงทุนที่เหมาะสมได้ หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน
แผนระยะสั้น 1-3 ปี
เงินก้อนนี้เราจัดสรรไว้สำหรับเป้าหมายสั้นๆ
การบริหารหนี้บัตรเครดิต ออมเงินสดสำรองฉุกเฉิน ท่องเที่ยว
จะลงทุนแบบเน้น “สภาพคล่อง”
แผนระยะกลาง 3-10 ปี
การแต่งงาน เตรียมเงินดาวน์บ้าน
แผนระยะยาว 10 ปี ขึ้นไป
สำหรับเป้าหมายระยะยาว เน้นเรื่องหลักคือ การเกษียณอายุ
ค่าการศึกษาสำหรับบุตรหลาน แผนคุ้มครองความเสี่ยง
แผนมรดก แผนภาษีเป็นแผนที่วางควบคู่ไปกับทุกเป้าหมาย
ซึ่งการลงทุนระยะยาวเราสามารถ คาดหวังผลตอบแทน ที่สูงขึ้นได้
เพราะตามหลักการณ์การลงทุนยิ่งลงทุนได้ยาวยิ่งมีโอกาสขาดทุนน้อยลง
ซึ่งหากเราวางแผนการเงินแบบนี้จะทำให้เราได้ประโยชน์ 3 ข้อหลักๆ
-ลดความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง
หากเราเอาเงินที่ควรวางระยะสั้นไปวางในระยะยาว จะทำให้เราขาดสภาพคล่องได้
-ลดความเสี่ยงเรื่องผลตอบแทนต่ำ
การที่เรานำเป้าหมายการเงินระยะยาวแล้วเอาไปเก็บระยะสั้น
ซึ่งการลงทุนระยะสั้นเน้นสภาพคล่อง ผลตอบแทนจึงค่อนข้างต่ำ
แต่การลงทุนระยะยาวเน้นผลตอบแทน มากกว่า สภาพคล่อง
จึงทำให้เราสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่มากกว่าได้
-ลดความเสี่ยงของการลงทุนต่อ
การนำเอาเงินออกมาก่อนเป้าหมายการเงินที่วางไว้
เอาเงินเกษียณที่ควรอยู่ยาว ไปวางในระยะกลาง
พอครบกำหนดต้องหาที่อยู่ของเงินใหม่
ทำให้เสี่ยงในการได้ผลตอบแทนเท่าเดิมในความเสี่ยงเดิม