08/02/2017
วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560
Tax Time by TickTax
089 : อ่านและใส่ใจกันหน่อยไหม?
กรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เมื่อรายรับเกิน 1,800,000 บาทต่อปี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เป็นอีกหนึ่งภาษีที่มีความสำคัญ
ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการ
(ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้
ตามมาตรา 40 (2) ถึง (8) หรือ
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบริษัท)
ที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ
(ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม)
และมีมูลค่าของฐานภาษีเกิน 1,800,000 บาทต่อปี
ซึ่งรายรับดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างปีภาษี
ผู้ประกอบการต้องนำรายรับ
มาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณเสียภาษี
จากรายรับส่วนที่เกิน 1,800,000 บาท
(ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร
+พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548)
:: ตัวอย่างประกอบ เพื่อความเข้าใจ 1 ::
ผู้ประกอบการ ABC
> ปี 2558 มีรายรับ 1,200,000 บาท
> ปี 2559 สิ้นเดือนตุลาคม
มีรายได้ครบ 1,800,000 บาท
ตลอดทั้งปีมีรายรับ 3,000,000 บาท
ปี 2559 ผู้ประกอบการ ABC
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
จากยอดที่เกิน 1,800,000 บาท
= 1,200,000 x 7%
:: การนับจำนวนมูลค่าของรายรับ ::
ให้นับจำนวนมูลค่าของรายรับที่เกิดขึ้นในแต่ละปี
(กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบริษัท
ให้นับเป็นแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี)
ถ้ามีรายรับไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว
ก็ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่วนปีต่อไปก็เริ่มนับมูลค่าของรายรับใหม่
นั่นคือ ให้นับเป็นปีๆ ไป
แต่อย่างไรก็ตาม
หากผู้ประกอบการ ABC
มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ
และมีมูลค่าของฐานภาษีเกิน 1,800,000 บาท ปีใด
ในปีต่อๆ ไป
ผู้ประกอบการ ABC ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
จากการขายสินค้าหรือให้บริการที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่บาทแรก โดยไม่คำนึงว่า
ผู้ประกอบการ ABC จะมีรายรับเท่าไร
และดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่
:: ตัวอย่างประกอบ เพื่อความเข้าใจ 2 ::
จากผู้ประกอบการ ABC (เดิม)
หากปีต่อมา ปี 2560 ผู้ประกอบการ ABC
มีรายรับเพียง 1,000,000 บาท
ผู้ประกอบการ ABC ก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
แม้ว่ามีรายรับไม่เกิน 1,800,000 บาท ก็ตาม
กรณีที่ ผู้ประกอบการ ABC
มีรายรับเกิน 1,800,000 บาทต่อปี
แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการ
มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
(มาตรา 85/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร)
นับแต่วันที่มีรายได้เกินกว่าเกณฑ์ดังกล่าว
:: ตัวอย่างประกอบ เพื่อความเข้าใจ 3 ::
จากผู้ประกอบการ ABC (เดิม)
ผู้ประกอบการ ABC ต้องดำเนินการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559
:: ผลทางกฎหมาย ::
กรณีที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้อง
1.ผู้ประกอบการ ABC
จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตนเอง
โดยไม่สามารถเรียกเก็บค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
จากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการได้
และไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้
เนื่องจากตนยังไม่ได้เป็นผู้ประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(มาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร)
แม้จะได้ดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภายใน 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
แต่ระยะเวลาตั้งแต่วันแรก
ที่มีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี
ไปจนถึงวันที่ผู้ประกอบการ ABC ได้จดทะเบียน
เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น
ผู้ประกอบการ ABC
ต้องรับผิดชำระภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7
จากฐานรายได้ส่วนที่เกิน 1,800,000 บาท
โดยไม่สามารถเรียกเก็บ
จากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการได้
เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้
:: ตัวอย่างประกอบ เพื่อความเข้าใจ 3 ::
จากผู้ประกอบการ ABC (เดิม)
เดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนั้น
ผู้ประกอบการ ABC มีรายรับเข้ามา 700,000 บาท
ผู้ประกอบการ ABC ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเอง
โดยไม่สามารถออกใบกำกับภาษี
และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าได้
2.ผู้ประกอบการ ABC
ยังต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า
(มาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร)
ของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษี
ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
หรือเป็นเงิน 1,000 บาทต่อเดือนภาษี
แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
และเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ
(มาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร)
3.ผู้ประกอบการ ABC
ไม่มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่ม
ที่ตนเองถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่น
เรียกเก็บมาถือเป็นภาษีซื้อหัก
ออกจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียได้
เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บ
ไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อ
(มาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร)
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ
ควรพิจารณาว่าธุรกิจที่ตัวเองทำนั้น
เป็นกิจการประเภทใด และกฎหมายกำหนด
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
หากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ก็ควรวางแผนในการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากกรมสรรพากรตรวจพบในภายหลัง
ก็จะทำให้ต้องชำระภาษีมากกว่าที่ควรจะต้องเสีย
เพราะ ภาษีถือเป็นต้นทุนสำคัญของการทำธุรกิจ
ดังนั้น การวางแผนเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน
จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ ไม่ควรละเลย
ขอบคุณครับ
#ภาษีมูลค่าเพิ่ม
THAIFA "รวมพลัง สร้างอนาคต"