26/05/2026
https://www.facebook.com/share/p/1Fs49ywGJa/
⚠️ รัฐช่วยออกคนละครึ่งพลัสหรอ ตาสว่างเหอะ เงินตัวเองทั้งนั้นแหละ
ช่วงนี้หน้าฟีดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่รัฐบอกจะมาช่วยจ่ายให้เรา 60% ส่วนเราออกเองแค่ 40% ฟังผ่านๆ ดูเหมือนรัฐบาลใจดีควักเนื้อตัวเองมาช่วยอุ้มค่าครองชีพใช่ไหมคะ แต่นิคกี้อยากชวนทุกคนหยุดคิดและดึงสติสักนิด ก่อนจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหล เพราะมีคำถามง่ายๆ คำถามเดียวที่จะเปลี่ยนภาพความใจดีนี้ให้กลายเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว นั่นคือ... เงิน 60% ที่รัฐเอามาจ่ายให้เรานั้น มันเป็นเงินของใครกันแน่?
ความจริงที่เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับคือ รัฐบาลไม่มีเงินเป็นของตัวเองเลยแม้แต่บาทเดียวค่ะ ทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐนำมา "ช่วยจ่าย" ในวันนี้ คือเงินภาษีที่รีดออกจากกระเป๋าของพวกเราทุกคนมาตั้งแต่ต้น
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในตอนนี้ จึงไม่ใช่ภาพของรัฐบาลผู้ใจดีที่ยื่นมือมาแจกเงินให้ประชาชน แต่เป็นภาพของรัฐบาลที่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายของเรา ดึงเงินออกไป หักค่าดำเนินการระหว่างทางไปนิดหน่อย แล้วส่งส่วนที่เหลือกลับมาใส่มือขวาของเรา พร้อมกับยืนยิ้มพิมพ์ใจ รอให้เรากราบขอบคุณในความเมตตา ทั้งๆ ที่เงินก้อนนั้นมันก็เป็นเงินของเรามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้รอบนี้ดูหนักหนากว่าเดิม คือรัฐไม่ได้เอาภาษีเก่าที่เก็บได้มาแจกด้วยซ้ำไปค่ะ แต่มันคือ "เงินกู้" โครงการนี้ใช้วงเงินสูงถึงประมาณ 1.75 แสนล้านบาท ซึ่งดึงมาจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และยังมีการกู้ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ 3-5 ปีอีกด้วย
ถ้าให้แปลภาษาเทพเป็นภาษาชาวบ้านแบบเข้าใจง่ายๆ เงินที่เรากำลังจะกดรูดผ่านแอปพลิเคชันอย่างมีความสุขในเดือนหน้านี้ มันคือเงินภาษีในอนาคตที่รัฐยังเก็บไม่ได้ด้วยซ้ำ เป็นเงินที่ไปกู้เขามาพร้อมดอกเบี้ย
และคนที่จะต้องมาตามเช็ดตามล้าง ตามเคลียร์บิลหนี้ก้อนนี้ในอนาคต อาจไม่ใช่เราด้วยซ้ำไป แต่อาจเป็นลูกหลานของเราที่ตอนนี้ยังนอนใส่ผ้าอ้อมอยู่เลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเรากำลังรูดซื้อความสุขในวันนี้ แล้วส่งใบแจ้งหนี้ไปให้เด็กๆ ในวันข้างหน้าจ่ายแทน
นี่ยังไม่นับกลไกสุดล้ำที่ทุกครั้งที่เรากดรูดซื้อของ รัฐบาลก็เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT 7% กลับคืนเข้ากระเป๋าตัวเองทันทีในวินาทีเดียวกันนั้นเลยนะคะ เรียกได้ว่ายังไม่ทันเดินก้าวขาออกจากร้าน รัฐก็กวาดทุนคืนไปได้แล้วส่วนหนึ่ง
ส่วนกลุ่มคนทำมาหากินที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่กลับถูกคัดออกเพียงเพราะ "รายได้เกินเกณฑ์" ก็น่าน้อยใจที่สุดค่ะ เพราะคนกลุ่มนี้ต้องจ่ายราคาเต็มทุกอย่างโดยไม่ได้สิทธิ์อะไรเลย แถมภาษีที่พวกเขาจ่ายไป ก็ยังถูกนำไปเป็นเงินอุดหนุนก้อน 60% ให้คนอื่นใช้อีกด้วย เป็นผู้แบกรับที่แท้จริงแต่กลับถูกลืมอยู่เสมอ
แต่นิคกี้ไม่ได้บอกว่าให้ทุกคนหยิ่งศักดิ์ศรีแล้วไม่ยอมกดรับสิทธิ์นะคะ รับไปเถอะค่ะ กดใช้ให้เต็มที่เลย เพราะมันคือเงินของเราเองอยู่แล้ว ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงขนาดนี้ มีเงินมาช่วยพยุงค่าครองชีพก็ย่อมดีกว่าไม่มี
แต่อยากชวนให้ทุกคนเปลี่ยน "ความรู้สึก" ในใจใหม่ค่ะ
การที่รัฐเอาเงินภาษีของเราไปบริหารจัดการ แล้วส่งคืนกลับมาให้เราใช้ในรูปแบบต่างๆ มันคือ "หน้าที่" ของเขาค่ะ ไม่ใช่ "บุญคุณ"
เราจ้างพวกเขามาดูแลเงินก้อนใหญ่ก้อนนี้ผ่านภาษีที่เราจ่ายไปในทุกๆ วันอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าเขาทำได้ดี มันก็แค่อยู่ในเกณฑ์สอบผ่าน ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์ที่เราต้องก้มกราบขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ
เงิน 1.75 แสนล้านบาทที่รัฐโฆษณาว่า "ใจดีช่วยจ่าย" แท้จริงแล้วคือเงินกู้ก้อนโตที่อนาคตของพวกเราต้องหามาใช้คืน เจ้าของเงินตัวจริงเสียงจริงในพายชาร์ตวงนั้นไม่ได้อยู่บนโพเดียมแถลงข่าวหรอกค่ะ ลองเดินไปส่องกระจกดูสิคะ เห็นหน้าใครในนั้น... คนนั้นแหละค่ะคือสปอนเซอร์ตัวจริงของโครงการนี้
พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว 😂😂😂
ปล. เลิกห่วงหนี้เมกาเถอะ ห่วงหนี้ประเทศตัวเองก๊อนนน 😁
#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่งพลัส #หน้าที่ไม่ใช่บุญคุณ