10/04/2026
⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568
📌 เรื่อง
รถคันลากจูงทำประกันภัยภาคสมัครใจ ส่วนรถที่ถูกลากจูงทำเพียง พ.ร.บ. ไว้กับบริษัทเดียวกัน บริษัทประกันยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือไม่
📚 ประเด็นข้อกฎหมาย
เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของรถคันลากจูงมีข้อยกเว้นว่า ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
“...การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
หากรถที่ถูกลากจูงทำไว้เพียง ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทเดียวกัน จะถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้นหรือไม่ 🚗🔗🚚
📝 ข้อเท็จจริง
🚙 จำเลยที่ 1 ขับ รถกระบะ ซึ่งทำประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจประเภท 1 ไว้กับจำเลยที่ 3
🚛 ส่วน รถส่วนพ่วง ที่ถูกลากจูงนั้น ทำประกันภัย ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับจำเลยที่ 3 เช่นกัน และอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ทั้งสองฉบับ
ต่อมาขณะรถกระบะลากจูงรถส่วนพ่วง ได้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหาย 💥
จำเลยที่ 3 ต่อสู้ว่า กรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถกระบะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองความรับผิดจากการลากจูง เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงจะได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย และกรณีนี้รถส่วนพ่วงทำไว้เพียง พ.ร.บ. มิใช่ประกันภัยภาคสมัครใจ จึงไม่เข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น ทำให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิด
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568 วินิจฉัยว่า
ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหาย จึงต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ตามถ้อยคำที่ปรากฏในกรมธรรม์เป็นสำคัญ 📑
เมื่อข้อความในข้อยกเว้นระบุเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันต้อง
“...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
แต่ ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นประกันภัยประเภทใด จึง “...ไม่อาจตีความขยายความให้เป็นผลเสียต่อบุคคลภายนอก...” ว่าต้องเป็นเฉพาะ ประกันภัยภาคสมัครใจ เท่านั้น
ดังนั้น หากรถที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยไว้กับบริษัทเดียวกัน “...ไม่ว่าเป็นประกันภัยประเภทใด...” ย่อมเข้าเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ของรถคันลากจูง ✅
คดีนี้ เมื่อรถส่วนพ่วงที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้กับจำเลยที่ 3 จึงเป็นกรณีที่ “...ต้องด้วยเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้นทั่วไป...” เป็นผลให้จำเลยที่ 3 ยังต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์
✅ สรุป
คดีนี้วางหลักว่า ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ถ้ากรมธรรม์เขียนเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงต้อง “...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...” แต่ไม่ได้เขียนว่าต้องเป็นประกันภัยประเภทสมัครใจ ก็ย่อมไม่อาจตีความเพิ่มเงื่อนไขให้เป็นผลเสียแก่ผู้เสียหายได้
เพราะฉะนั้น แม้รถที่ถูกลากจูงจะทำไว้เพียง พ.ร.บ. แต่เมื่อทำไว้กับบริษัทเดียวกัน ก็ยังถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันของรถคันลากจูงจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถคันลากจูง 🧾⚖️
📌 ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 44,362.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด 💰
📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887