วิริยะประกันภัย สำนักงานตัวแทน วันทนา เจนจิตร์ - กระบี่

วิริยะประกันภัย สำนักงานตัวแทน วันทนา เจนจิตร์ - กระบี่ ให้บริการและให้คำปรึกษาด้านการประกันวินาศภัยทุกประเภท

10/04/2026

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568

📌 เรื่อง
รถคันลากจูงทำประกันภัยภาคสมัครใจ ส่วนรถที่ถูกลากจูงทำเพียง พ.ร.บ. ไว้กับบริษัทเดียวกัน บริษัทประกันยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือไม่

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย
เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของรถคันลากจูงมีข้อยกเว้นว่า ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
“...การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
หากรถที่ถูกลากจูงทำไว้เพียง ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทเดียวกัน จะถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้นหรือไม่ 🚗🔗🚚

📝 ข้อเท็จจริง
🚙 จำเลยที่ 1 ขับ รถกระบะ ซึ่งทำประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจประเภท 1 ไว้กับจำเลยที่ 3
🚛 ส่วน รถส่วนพ่วง ที่ถูกลากจูงนั้น ทำประกันภัย ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับจำเลยที่ 3 เช่นกัน และอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ทั้งสองฉบับ

ต่อมาขณะรถกระบะลากจูงรถส่วนพ่วง ได้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหาย 💥
จำเลยที่ 3 ต่อสู้ว่า กรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถกระบะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองความรับผิดจากการลากจูง เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงจะได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย และกรณีนี้รถส่วนพ่วงทำไว้เพียง พ.ร.บ. มิใช่ประกันภัยภาคสมัครใจ จึงไม่เข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น ทำให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิด

⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568 วินิจฉัยว่า
ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหาย จึงต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ตามถ้อยคำที่ปรากฏในกรมธรรม์เป็นสำคัญ 📑

เมื่อข้อความในข้อยกเว้นระบุเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันต้อง
“...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
แต่ ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นประกันภัยประเภทใด จึง “...ไม่อาจตีความขยายความให้เป็นผลเสียต่อบุคคลภายนอก...” ว่าต้องเป็นเฉพาะ ประกันภัยภาคสมัครใจ เท่านั้น

ดังนั้น หากรถที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยไว้กับบริษัทเดียวกัน “...ไม่ว่าเป็นประกันภัยประเภทใด...” ย่อมเข้าเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ของรถคันลากจูง ✅

คดีนี้ เมื่อรถส่วนพ่วงที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้กับจำเลยที่ 3 จึงเป็นกรณีที่ “...ต้องด้วยเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้นทั่วไป...” เป็นผลให้จำเลยที่ 3 ยังต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์

✅ สรุป
คดีนี้วางหลักว่า ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ถ้ากรมธรรม์เขียนเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงต้อง “...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...” แต่ไม่ได้เขียนว่าต้องเป็นประกันภัยประเภทสมัครใจ ก็ย่อมไม่อาจตีความเพิ่มเงื่อนไขให้เป็นผลเสียแก่ผู้เสียหายได้

เพราะฉะนั้น แม้รถที่ถูกลากจูงจะทำไว้เพียง พ.ร.บ. แต่เมื่อทำไว้กับบริษัทเดียวกัน ก็ยังถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันของรถคันลากจูงจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถคันลากจูง 🧾⚖️

📌 ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 44,362.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด 💰

📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887

⚖️ ผู้ขับขี่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์จะได้ 500,000 บาท จาก พ.ร.บ.(ภาคบังคับ) ทุกกรณีหรือไม่?หลายคนเข้าใจว่าถ้าผู้ขับข...
27/03/2026

⚖️ ผู้ขับขี่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์
จะได้ 500,000 บาท จาก พ.ร.บ.(ภาคบังคับ) ทุกกรณีหรือไม่?

หลายคนเข้าใจว่า
ถ้าผู้ขับขี่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์
ทายาทจะได้รับเงินจาก พ.ร.บ. ภาคบังคับ 500,000 บาท ทันทีทุกกรณี

แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกกรณี

🚗 แบบและข้อความตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กำหนดว่า
กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จ่าย 500,000 บาท ต่อหนึ่งคน

แต่ในตารางเดียวกันก็เขียนไว้ชัดว่า
หากผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย
จะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น เท่านั้น

📌 เพราะฉะนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่า
“ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่หรือไม่”
แต่อยู่ที่ว่า

✨ ผู้ตายเรียกร้องจากรถคันใด
✨ ใครเป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย

📚 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
คำว่า ผู้ประสบภัย หมายถึง ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยเนื่องจากรถ
และยังรวมถึง ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย

ดังนั้น ในทางกฎหมาย
ผู้ขับขี่ก็เป็นผู้ประสบภัยได้

⚠️ แต่สิทธิที่จะได้รับเงินเท่าใด
กฎหมายแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ

🔹 ค่าเสียหายเบื้องต้น
🔹 ค่าสินไหมทดแทน

และการได้รับ ค่าเสียหายเบื้องต้น
ก็ ไม่ตัดสิทธิ ที่จะเรียก ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม

✅ กรณีที่ 1 ผู้ขับขี่เสียชีวิต #ไม่มีคู่กรณี
เช่น ขับรถเสียหลักชนเอง หรือพลิกคว่ำเอง

แม้ผู้ตายจะเป็นผู้ประสบภัยตามกฎหมาย
แต่เมื่อเป็น ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยของตนเอง
โดยหลักจึงได้รับจากบริษัทของตนเองเพียง ค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 35,000 บาท
❌ ไม่ถึง 500,000 บาทเต็ม

✅ กรณีที่ 2 #มีคู่กรณี
และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า
ผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตมิได้เป็นฝ่ายประมาท
แต่คู่กรณีเป็นฝ่ายประมาทหรือต้องรับผิดเพียงฝ่ายเดียว

กรณีนี้ ทายาทย่อมมีสิทธิเรียกร้อง
✅ ค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต 500,000 บาท
จาก บริษัทฝ่ายผิด ได้ตามวงเงินความคุ้มครอง

🏛️ มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2565 (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยสนับสนุนว่า
ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทที่ให้จ่ายแก่ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นนั้น ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ผู้ขับขี่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือไม่มีผู้ใดต้องรับผิดต่อผู้ขับขี่นั้น แต่ถ้าผู้ขับขี่มิได้เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด และมีคู่กรณีฝ่ายที่ต้องรับผิด บริษัทไม่อาจอ้างข้อจำกัดดังกล่าวได้

💡 พูดง่าย ๆ คือ
500,000 บาท มีจริง
แต่ไม่ได้หมายความว่า
ผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตจะได้จำนวนนี้ ทุกกรณี

ต้องดูให้ครบว่า
🔸 เสียชีวิตเองโดยไม่มีคู่กรณีหรือไม่
🔸 มีคู่กรณีหรือไม่
🔸 ใครเป็นฝ่ายต้องรับผิด
🔸 และสิทธิที่เรียกนั้นเรียกจาก รถของตนเอง หรือ รถของฝ่ายผิด

📌 สรุปสั้น ๆ

✅ ผู้ขับขี่เสียชีวิต ไม่ได้ ได้ 500,000 บาททุกกรณี

✅ ถ้า เสียชีวิตเอง ไม่มีคู่กรณี
โดยหลักได้เพียง ค่าเสียหายเบื้องต้น

✅ ถ้า มีคู่กรณี และผู้ตายมิได้เป็นฝ่ายประมาท
ทายาทมีสิทธิเรียก 500,000 บาท จาก บริษัทฝ่ายผิด ได้

✅ มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2565 (ประชุมใหญ่) สนับสนุนแนวนี้

อ้างอิง

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2. คำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2568 เรื่อง ให้ใช้แบบและข้อความตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัย การออกและส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

3. คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2565 (ประชุมใหญ่)

23/03/2026

⚖️ ได้เงินจากประกันแล้ว ยังฟ้องเรียกจากคนขับอีกได้ไหม? ทำประกันแล้วดีอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่า
ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้เสียหายได้เงินจากบริษัทประกันภัยมาแล้ว
ก็ยังสามารถเรียกจากคนขับได้เต็มจำนวนอีก

แต่คดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรียกซ้ำไม่ได้ หากเงินประกันที่ได้รับนั้นคุ้มกับความเสียหายที่เหลืออยู่แล้ว

📌 คดีนี้เกิดจาก
จำเลยขับรถโดยประมาท
เป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงแก่ความตาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดค่าสินไหมทดแทนไว้เป็น

ค่าปลงศพ 269,597 บาท

ค่าขาดไร้อุปการะ 672,000 บาท

รวมเป็นเงิน 941,597 บาท

ต่อมาเมื่อนำเงินที่จำเลยจ่ายไปแล้วบางส่วนมาหักออก
ยังเหลือค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดอีก 830,038 บาท

แต่หลังจากนั้น โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับเงินจากบริษัทประกันภัยแล้ว 2 ทาง คือ

✅ จาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำนวน 488,441 บาท
✅ จาก ประกันภัยรถยนต์ของจำเลย อีก 500,000 บาท

รวมเป็นเงิน 988,441 บาท

📖 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
เงินจากทั้ง พ.ร.บ. และ ประกันภัยภาคสมัครใจ ล้วนเป็นเงินชดใช้ความเสียหายจากเหตุเดียวกัน
จึงต้องนำมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดด้วย

เมื่อเงินที่โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับจากบริษัทประกันภัยทั้ง 2 แห่ง
รวมกันเป็น 988,441 บาท
ซึ่งมากกว่าค่าเสียหายส่วนที่เหลือ 830,038 บาท
จำเลยจึง ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนนั้นซ้ำอีก

🚫 เพราะถ้าให้จ่ายเพิ่ม
ก็จะกลายเป็นการชดใช้ ซ้ำซ้อน
และทำให้ผู้เสียหายได้รับเงิน เกินกว่าความเสียหายจริง

อีกประเด็นหนึ่ง
ศาลฎีกายังวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมที่ 2 มีส่วนประมาทในเหตุที่เกิดขึ้น
จึง ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้

🔎 สรุป

ได้เงินจาก พ.ร.บ. แล้ว ยังฟ้องได้ หากความเสียหายยังไม่ครบ

ได้เงินจาก ประกันรถยนต์ของฝ่ายผู้ก่อเหตุ แล้ว ก็ต้องนำมาหักด้วย

ถ้าได้เงินจากประกันรวมกัน ครบหรือเกิน ความเสียหายที่ศาลกำหนดแล้ว
จำเลยไม่ต้องจ่ายซ้ำอีก

📚 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5398/2568

นี่คือข้อดีของการทำประกัน ซึ่งยังมีอีกหลายข้อที่แอดมินจะนำมาเล่าต่อไป

15/02/2026
รถทำประะกันภัยภาคสมัครใจประเภท 1ไว้ เมื่อเกิดเหตุรถยนต์จมน้ำจากเหตุการณ์น้ำท่วม มีแนวทางในการเคลมหรือเรียกร้องกับบริษัทป...
24/11/2025

รถทำประะกันภัยภาคสมัครใจประเภท 1ไว้ เมื่อเกิดเหตุรถยนต์จมน้ำจากเหตุการณ์น้ำท่วม มีแนวทางในการเคลมหรือเรียกร้องกับบริษัทประกันอย่างไร

🌧️ การที่รถยนต์ทำ ประกันภัยประเภท 1 ไว้นั้นถือว่าโชคดีมากในสถานการณ์นี้ เพราะกรมธรรม์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองกรณี "ภัยธรรมชาติ" (รวมถึงน้ำท่วม) อย่างแน่นอนครับ
กรณีที่รถยนต์เสียหายหนักจนไม่สามารถซ่อมได้ หรือค่าซ่อมสูงเกินกว่าความคุ้มค่า (เสียหายสิ้นเชิง) มีขั้นตอนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ
1. ทำความเข้าใจคำว่า "เสียหายสิ้นเชิง" (Total Loss) 📉
ในทางประกันภัย หากรถยนต์ของท่านจมน้ำมิดคัน หรือเสียหายหนักมาก บริษัทประกันจะพิจารณาว่าเป็นการ "เสียหายสิ้นเชิง" (Total Loss) โดยมีเกณฑ์พิจารณาตามมาตรฐานของ คปภ. ดังนี้:
• เกณฑ์การประเมิน: เมื่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ สูงเกินกว่า 70% ของทุนประกัน (Sum Insured) ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
• การชดเชย: บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ เต็มจำนวนทุนประกัน (100%)
• ผลลัพธ์: ท่านต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (ซากรถ) ให้กับบริษัทประกันภัย และกรมธรรม์จะถือว่าสิ้นสุดความคุ้มครองทันที
2. ขั้นตอนการดำเนินการเคลม (Step-by-Step) 📝
ขั้นตอนที่ 1: ระงับเหตุและแจ้งเหตุทันที 🚨
• ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด: แม้น้ำจะลดแล้ว เพราะจะทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายลามไปจุดอื่น (Short Circuit)
• ถ่ายรูปหลักฐาน: ถ่ายรูปรถในขณะที่น้ำท่วม (ถ้าทำได้) หรือร่องรอยคราบน้ำที่ปรากฏบนตัวรถ ให้เห็นทะเบียนรถชัดเจน และเห็นระดับน้ำที่ท่วมถึง
• โทรแจ้งประกัน: โทรหา Call Center ของบริษัทประกันทันที แจ้งว่า "รถน้ำท่วมเสียหายหนัก" เพื่อขอเลขรับแจ้ง (Claim No.)
ขั้นตอนที่ 2: การนัดหมายและตรวจสอบความเสียหาย 🔍
• บริษัทประกันจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) มาดูรถ หรือส่งรถสไลด์มายกรถของท่านไปยังอู่กลาง/ศูนย์บริการเพื่อประเมินราคา
• หากช่างประเมินแล้วว่าค่าซ่อม เกิน 70% ของทุนประกัน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทำเรื่อง "คืนซาก" (Total Loss)
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นเอกสารขอรับค่าสินไหม 📂
เมื่อสรุปว่าเป็น Total Loss ท่านจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อขอรับเงินเต็มทุนประกัน ดังนี้:
1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหม (ใบเคลม)
2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาใบขับขี่
3. เล่มทะเบียนรถฉบับจริง (สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ): เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัทประกัน
4. ชุดโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (แบบโอนลอย) พร้อมลงนาม
5. กุญแจรถยนต์ (ตัวจริงและสำรอง)
6. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร (สำหรับโอนเงินเข้า)
ขั้นตอนที่ 4: การรับเงินและการโอนกรรมสิทธิ์ 💰
• บริษัทประกันจะดำเนินการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน (ตามทุนประกัน) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ปกติประมาณ 15-30 วันหลังเอกสารครบ)
• กรณีรถติดไฟแนนซ์: ประกันจะจ่ายเงินให้บริษัทไฟแนนซ์ก่อนตามยอดหนี้คงเหลือ
• หากทุนประกัน มากกว่า หนี้ไฟแนนซ์ -> ไฟแนนซ์จะคืนส่วนต่างให้ท่าน
• หากทุนประกัน น้อยกว่า หนี้ไฟแนนซ์ -> ท่านต้องจ่ายส่วนต่างที่เหลือให้ไฟแนนซ์เอง
3. ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal References)
เพื่อให้ท่านมั่นใจในการเจรจา นี่คือข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องครับ:
1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 877)

"ผู้รับประกันภัยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังนี้ คือ (1) เพื่อจำนวนวินาศจริง..."

ความหมาย: โดยหลักกฎหมาย ประกันต้องจ่ายตามความเสียหายจริง แต่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ มีการกำหนดเงื่อนไขมาตรฐานว่าด้วยการ "คืนทุนประกัน" เมื่อเสียหายสิ้นเชิง เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องมูลค่าซาก

2. คำสั่งนายทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

สาระสำคัญ: กำหนดนิยามความเสียหายสิ้นเชิงว่า หากรถยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ หรือค่าเสียหาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่ารถยนต์ในขณะเกิดความเสียหาย

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง...
26/10/2025

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
และขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
สำนักงานตัวแทนคุณวันทนา เจนจิตร์ - กระบี่

10/09/2025

ผ่อนประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทสูงสุดนาน 6เดือน ฟรี!!!ดอกเบี้ย ติดต่อโทร 0812700789

01/07/2025
29/06/68“งานเดิน - วิ่ง การกุศลเพื่อโรงพยาบาลกระบี่ ครั้งที่ 6 เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี  ภายใต้ concept RUN FOR LIFE RU...
30/06/2025

29/06/68
“งานเดิน - วิ่ง การกุศลเพื่อโรงพยาบาลกระบี่ ครั้งที่ 6 เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี ภายใต้ concept RUN FOR LIFE RUN FOR CARE #มากกว่าการวิ่งคือการให้ชีวิต #จากใจนักวิ่งเพื่อผู้ป่วยโรงพยาบาลกระบี่” 🏃‍♀️🏃🏻‍♂️
#งานเดินวิ่งโรงพยาบาลกระบี่

ที่อยู่

436/2-3 ถ. อุตรกิจ ต. กระบี่ใหญ่ อ. เมือง
Krabi
81000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66812700789

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิริยะประกันภัย สำนักงานตัวแทน วันทนา เจนจิตร์ - กระบี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วิริยะประกันภัย สำนักงานตัวแทน วันทนา เจนจิตร์ - กระบี่:

แชร์