Ko'Koy Accounting - รับทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนบริษัท

Ko'Koy Accounting - รับทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนบริษัท รับทำบัญชีบุคคลธรรดา-นิติบุคคล ยื่นแบบภาษีต่างๆ จดทะเบียนบริษัท ปิดงบการเงิน E-Filing

11/09/2025

ขยายเวลาการลด VAT อีกปี ถึง 30 กันยายน 2569

20/06/2025
05/05/2025

ถึงเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล! 📝 ผู้ประกอบการที่ยังไม่ยื่น ภ.ง.ด. 50, 52, 55 รีบดำเนินการภายใน 30 พ.ค. 68 หรือยื่นออนไลน์ได้ถึง 9 มิ.ย. 68 เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม!

#ยื่นภาษี #กรมสรรพากร

18/01/2025

โอเค พูดเรื่อง #ค่าลดหย่อน หน่อยครับ
มีหลายคนเข้าใจผิดหลายประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

---

เรื่องแรก ค่าลดหย่อนปีไหนใช้ลดหย่อนปีนั้น
แต่เวลาเราจะยื่นภาษี เราต้องยื่นต้นปีถัดไป
ยกตัวอย่างเช่น Easy E-Receipt 2567
คือค่าลดหย่อนปี 2567 แต่เรายื่นภาษีช่วงต้นปี 2568
ส่วน Easy E-Receipt ปีนี้ (2568)
คือค่าลดหย่อนปี 2568 แต่เรายื่นภาษีช่วงต้นปี 2569

---

เรื่องสอง ค่าลดหย่อนที่ใช้ยื่นภาษีประจำปี
บางรายการสามารถตรวจสอบได้ที่ระบบ D-MyTAX
แต่อย่าลืมเช็ครายละเอียดข้อเท็จจริงที่เรามื
เพราะบางรายการ (ตอนนี้) ระบบยังมาไม่ครบ
ส่วนบางรายการอาจจะตกหล่น หรือ ไม่ถูกต้อง
แนะนำยื่นตามข้อเท็จจริงที่เรามีเพื่อความถูกต้อง
รวมถึงถ้ามีเอกสารประกอบด้วยก็ยิ่งดีครับ
เรื่องสาม ค่าลดหย่อนปี 2567 มีอัพเดทหลายตัว
เช่น กองทุน TESG เพิ่มสิทธิ์สูงสุด 300,000 บาท
Easy E-Receipt 50,000 บาท (e-tax/e-receipt)
สร้างบ้านใหม่ 100,000 บาท/เที่ยวเมืองรอง 15,000 บาท
ค่าซ่อมบ้าน ซ่อมรถ (พื้นที่ประสบอุทกภัย)
ส่วน SSF ลดหย่อนได้ปี 2567 เป็นปีสุดท้าย
ดังนั้นใช้สิทธิ์อะไรแบบไหน อย่าลืมเช็คให้ดี
พร้อมกับเก็บเอกสารหลักฐานให้พร้อมด้วยครับ
ส่วนคนที่จะยื่นภาษี 2567 พรี่หนอมสรุปรายการไว้ให้เช็ค
หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับการยื่นภาษีในช่วงนี้ครับผม

19/12/2024
25/11/2024

สรุป ROE และ ROA แบบเข้าใจง่ายๆ
ทั้ง ROE และ ROA นั้น เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ ที่มักจะใช้ในการดู “ความสามารถในการทำกำไรของบริษัท” มาทำความเข้าในทั้ง 2 อัตราส่วนนี้ แบบเข้าใจง่ายๆ กัน มาอ่านกัน....
ลองมาดูตัวอย่างกันก่อนนะ
ถ้าเราต้องการซื้อบ้านมาปล่อยเช่า ราคาห้อง 2,000,000 บ. ปล่อยเช่าได้กำไรทั้งปี 180,000 บ.
กรณีแรก เราจะใช้เงินทุนส่วนตัว ที่มีอยู่มาซื้อ 1,500,000 บ. และกู้มาเพิ่มอีก 500,000 บ.
งบดุลของบ้าน จะเป็นแบบนี้
ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ทุน
2,000,000 = 500,000 + 1,500,000 บ.
ลองมาคิด ROA (return on asset) และ ROE (return on equity) กัน
ROA คิดจาก กำไร/ สินทรัพย์ = 180,000 บ. / 2,000,000 บ. = 0.09 = 9%
ส่วน ROE คิดจาก กำไร/ ทุน = 180,000/ 1,500,000 บ. = 0.12 = 12%
แต่ถ้าเราใช้เงินกู้เพิ่ม ใช้เงินตัวเองน้อยลงในการซื้อบ้านเพื่อมาปล่อยเช่าห้องนี้ แบบกรณีที่ 2 แบบนี้
ราคาบ้านเท่าเดิมคือ 2,000,000 บ. แต่ใช้เงินทุนตัวเอง 500,000 บ. และกู้มาอีก 1,500,000 บ. แทน
งบดุล กรณีที่ 2 จะเป็นแบบนี้
ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ทุน
2,000,000 = 1,500,000 + 500,000 บ.
ได้ผลตอบแทนทั้งหมดต่อปี คือ 150,000 บ.(ปล่อยเช่าได้เท่าเดิม แต่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม)
ลองมาคิด ROA และ ROE ของกรณีที่ 2 นี้กัน
ROA คิดจาก กำไร/ สินทรัพย์ = 150,000 บ. / 2,000,000 บ. = 7.5%
ส่วน ROE คิดจาก กำไร/ ทุน = 150,000/ 500,000 บ. = 0.3 = 30% เพิ่มขึ้นเพราะใช้เงินทุนตัวเองน้อยลง
ข้อสังเกตของ ROE และ ROA
1. อัตราส่วนทั้ง 2 ตัวนี้ยิ่งสูง ยิ่งดี เพราะแสดงว่าบริษัทมีความสามารถในการนำทุน (ส่วนผู้ถือหุ้น) หรือ ทรัพย์สินที่มี ไปสร้างผลตอบแทนได้ดี เช่น กิจการหนึ่ง ROE 20% กับอีก กิจการหนึ่ง ROE 10% ก็จะเห็นว่ากิจการที่ทำ ROE ได้ 20% ก็จะน่าสนใจกว่า เพราะจากเงินของผู้ถือหุ้น 100 บ. ทำกำไรได้ 20 บ.
2. ถ้าบริษัทที่มีหนี้สินน้อย ค่า ROE จะใกล้กับค่า ROA เพราะ ROA (Return on Asset) คิดมาจาก กำไร/ สินทรัพย์รวม ซึ่งสินทรัพย์รวม นั้นเท่ากับ ส่วนของผู้ถือหุ้น + หนี้สินรวม จากตัวอย่างกรณีซื้อบ้านที่เล่าข้างต้น ที่กรณีแรกเราใช้เงินกู้แค่ 500,000 บ. ค่า ROA คือ 9% และ ROE คือ 12%
3. ROE ที่สูงนอกจากมีความสามารถในการทำกำไรได้ดี อาจแสดงถึงว่าบริษัทสามารถใช้พลัง leverage จากหนี้สินได้ดีซึ่งเหมือนจะเป็นข้อดี แต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่ต้องระวังเหมือนกัน จากหนี้สินที่มากเกินไป เพราะถ้ามีวิกฤตขาดรายได้ หนี้ที่มากจะทำปัญหาได้จากตัวอย่างจะเห็นว่า กรณีที่ 2 ที่ใช้หนี้สินมากกว่า แต่ทำให้ ROE ดีขึ้นกว่ากรณีแรกได้มาก
4. นอกจากดูว่า ROA, ROE ยิ่งสูง ยิ่งดีแล้ว ความสามารถรักษาได้สม่ำเสมอ ก็สำคัญ เพราบริษัทที่ดีดำเนินกิจการไปเรื่อยๆ ก็จะมีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และทุน(ส่วนผู้ถือหุ้น) ซึ่งถ้าไม่สามารถทำให้กำไรเพิ่มขึ้นได้ ก็จะทำให้อัตราส่วนนี้ลดลงได้
5. ข้อนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมว่า ROA ในเว็บไซต์ของ set นั้น ส่วนของกำไรที่มาเป็นตัวเศษของ ROA นั้น จะใช้เป็น “กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษี” มาคิดนะไม่ได้ใช้ กำไรสุทธิ
#หุ้น #ความสามารถในการทำกำไร #หมอยุ่งอยากมีเวลา #งบการเงิน #อัตราส่วนทางการเงิน #อ่านงบการเงิน

25/11/2024

[ ] “ถ้าคิดว่าการไม่มีเงินเก็บ คือเรื่องปกติ เราก็จะไม่มีเงินออมตลอดชีวิต” 6 เรื่องเงินที่ควรทำ เพื่อความมั่งคั่งในอนาคต โดย มาดามฟินนี่-พนิดา ชูกุล กูรูด้านการเงิน
มนุษย์เงินเดือน มักจะมีอิสระในการใช้เงินอย่างเต็มที่ เพราะสามารถหารายได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าเผลอใช้เพลิน พอรู้ตัวอีกที...ก็มีปัญหาทางการเงินซะแล้ว บางคนทำงานมาเกือบสิบปี แต่ไม่มีเงินเก็บซักบาท
วันนี้ aomMONEY ลองชวนทุกคนมาปรับแนวคิด กับ 7 เรื่องเงินที่มนุษย์เงินเดือนควรทำ เพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต แม้เงินเดือนน้อย ภาระเยอะ ก็ทำได้ครับ
[1.จงตั้งเป้าว่า “ฉันจะเป็นคนที่มีเงินออม”]
หลายคนมักจะบ่นว่า “เงินเดือนน้อย แค่ใช้จ่ายยังไม่พอเลย แล้วจะเก็บออมได้ยังไง?” แต่จริงๆ แล้วมันไม่สำคัญว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญคือเงินที่เหลือในแต่ละเดือนต่างหาก
มาดามฟินนี่มองว่า การให้ทางเลือกกับตัวเองว่าจะออมเงิน หรือไม่ออมเงิน จะทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ และหาข้ออ้างให้ตัวเองเสมอ ตราบใดที่เราไม่เห็นความสำคัญ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ไม่มีเงินออม เราก็จะไม่มีเงินออมเลยตลอดชีวิต
ดังนั้น จงตั้งเป้าหมายไปเลยว่า “เราจะเริ่มเก็บเงิน เพื่ออนาคตของตัวเองและคนที่เรารัก” โดยแบ่งเก็บ 10% ของรายได้ก่อนใช้จ่าย ไม่ใช่รอให้เหลือเงินในแต่ละเดือน แล้วค่อยนำมาออม (หรือถ้าใครไม่ไหว ช่วงนี้ภาระเยอะ ก็อาจแบ่งออม 5% ก่อน แล้วค่อยหาทางขยับขยาย)
[2.จงสร้างกองทุนเพื่ออิสระและความปลอดภัยในชีวิต]
การมีเงินสำรองฉุกเฉิน ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย 6-12 เดือน จะทำให้เรามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น เช่น ถ้างานที่ทำอยู่มีปัญหา ก็สามารถลาออกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องทนอยู่ เพราะเรามีเงินสำรองตุนไว้แล้วนั่นเอง
มาดามฟินนี่แอบกระซิบว่า ถ้าเรารู้สึกไม่ดีกับคำว่า “กองทุนสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund)” เพราะฟังดูเป็นลางไม่ดี เหมือนกำลังเก็บเงินไว้เพื่อเรื่องร้ายๆ ก็ให้ลองเปลี่ยนเป็นคำว่า “กองทุนเพื่อความอิสระและความปลอดภัย (Freedom and Security Fund)” ก็จะสร้างความคิดแง่บวกในการเก็บเงินได้มากขึ้น
[3.จงสนใจการลงทุน โดยไม่ต้องรอให้รวยก่อน]
หลายคนไม่สนใจศึกษาการลงทุนใดๆ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคนรวยเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วคนรวยมีเงินได้ก็เพราะการลงทุนนั่นแหละครับ พวกเขารู้จักทำงานหาเงินต้นส่วนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เงินทำงานแทน
ถ้ารอให้มีเงินเยอะๆ ก่อน แล้วค่อยลงทุน เราก็อาจจะไม่มีวันได้เริ่มเลย
ซึ่งการลงทุนนั้น ใครเริ่มต้นเร็วก็ยิ่งได้เปรียบ นั่นเพราะ “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” ที่แม้กระทั่งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ยังต้องยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
มาดามฟินนี่ แนะนำการลงทุนที่ง่ายที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน นั่นคือการซื้อกองทุนรวม เพราะไม่ต้องใช้เวลาศึกษาเยอะ เพียงแค่ลงมือทำแบบสอบถามในช่วงแรกเท่านั้น ว่าเรามีบุคลิกการลงทุนแบบใด รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และวัตถุประสงค์ในการออมคืออะไร โดยเมื่อซื้อกองทุนแล้ว ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้แทนครับ ง่ายและสะดวกมากๆ
[4.จงอย่าเป็นทาสบัตรเครดิต]
จงระลึกไว้เสมอว่า เงินที่รูดจากบัตรเครดิตนั้น ไม่ใช่เงินฟรี แต่ธนาคารแค่ยอมให้ใช้ไปก่อน จากนั้นเราก็ต้องตามใช้หนี้ทีหลัง
แต่บัตรเครดิตก็มีข้อดีคือ ช่วยสร้างความน่าเชื่อทางการเงิน หากเราชำระตรงเวลาและเต็มจำนวนเสมอ ซึ่งประวัติเหล่านี้จะมีผลเวลายื่นขอสินเชื่อต่างๆ เช่น กู้ซื้อบ้าน รถยนต์ ฯลฯ
เทคนิคการใช้บัตรเครดิตไม่ให้เป็นหนี้ คือให้เปิดบัญชีแยกเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เรารูดใช้บัตรเครดิต ก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีนี้ตามจำนวนยอดที่ใช้ แล้วพอบิลมาก็ให้กดเงินจากบัญชีนี้ออกมาจ่ายครับ
[5.จงใช้เงินท่องเที่ยว ไม่เกิน 10% ของรายได้ต่อปี]
ไม่ควรนำเงินใช้อนาคตมาใช้จองทริปท่องเที่ยว แต่ควรใช้หลักการ 6 Jars Money Management ซึ่งให้น้ำหนักของงบประมาณส่วนนี้ อยู่ที่ 10% ของรายได้ต่อปี หรือถ้าพูดแบบตัวเลขกลมๆ ก็คือ ไม่ควรใช้จ่ายเกินเงินเดือน 1 เดือน จึงจะเป็นการท่องเที่ยวแบบไม่รบกวนเงินออม
เช่น ถ้าเรามีรายได้เดือนละ 30,000 บาท หรือ 360,000 บาทต่อปี ก็สามารถวางแผนเที่ยวด้วยงบประมาณไม่เกิน 10% x 360,000 = 36,000 บาทต่อปี
หรือถ้าอยากใช้เงินท่องเที่ยวมากขึ้น ก็ลองหารายได้จากมัน เช่น รับจ้างหิ้วของ ผันตัวเป็นบล็อกเกอร์รีวิว หรือถ้าชอบเดินทางมากๆ ก็อาจลองสมัครงานที่ต้องเดินทางเยอะๆ แค่นี้ก็เหมือนเราได้เที่ยวฟรีๆ แล้ว
[6.จงสมัครกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ]
นี่คือผลประโยชน์ที่เราได้จากบริษัท เปรียบเหมือนโชค 3-4 ชั้น เริ่มจากการถูกฝึกให้มีวินัยออมเงิน แล้วบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้เราฟรีๆ โดยเงินก้อนนี้จะถูกนำไปลงทุน ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ มีโอกาสงอกเงย
ถ้าบริษัทที่ทำงานอยู่ มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ควรสมัครและออมเงินให้เต็มอัตรา ซึ่งเราจะได้เงินก้อนนี้คืนในวันที่ลาออก หรือเป็นบำนาญในวันที่เกษียณ
[ อ้างอิงในคอมเมนต์ ]
#วางแผนการเงิน #ออมเงิน #ลงทุน #มาดามฟินนี่

วันนี้วันสุดท้าย 8 ตุลาคม 2567 ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.94 (ออนไลน์)
08/10/2024

วันนี้วันสุดท้าย 8 ตุลาคม 2567 ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.94 (ออนไลน์)

07/10/2024

ที่อยู่

ถนนพลพิชัย
Hat Yai
90110

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ko'Koy Accounting - รับทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนบริษัทผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์