15/01/2024
เปิดบริษัทร่วมหุ้นส่วนกับแฟน แต่แฟนไม่ลงเงินแม้แต่บาทเดียว แค่เพราะไม่อยากให้เงินในบัญชีลด จะคุยกับแฟนยังไงดีครับ?
========================
[ คอลัมน์รายสัปดาห์ , ]
คอลัมน์ที่จะนำคำถาม ปัญหา สถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องการเงินของทางบ้าน หยิบมาคุย มาแชร์ และมาตอบกัน โดยทาง aomMONEY ก็จะหาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินหรือเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ มาช่วยแชร์มุมมองและแนวคิดกันครับ ซึ่งตอนนี้ทางเพจก็เปิดรับคำถามเกี่ยวกับเรื่องการเงินนะครับ ใครมีคำถามอะไรสามารถส่งมาได้ในกล่องข้อความได้ครับ เราจะไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลของผู้ที่มาถามในคอลัมน์ครับ
========================
#คำถาม
ผมกับแฟนเปิดบริษัทโดยในสาขาแรก ผมลงทุน 100% แต่แฟนมาช่วยงาน เลยแบ่งกำไรให้ 20% เป็นค่าตอบแทน แต่พอจะเปิดสาขาที่สอง มีนักลงทุนมาขอหุ้น เลยเสนอดีล 40% เพื่อเปิดสาขา 2 โดยที่ผมถือ 60% แต่แฟนบอกว่าเค้าแบ่งครึ่งเป็น ผม 30% แฟน 30% เพราะเค้าอยากมีชื่อเป็นเจ้าของบ้างเพราะยังไม่ได้แต่งงานกัน
ซึ่งผมไม่ติดเลย แต่พอถึงเวลาลงหุ้นตามงวดที่กำหนดไว้ แฟนกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่าย ทั้งบอกให้เอาเงินจากบัญชีอื่นมาใช้ก่อน ให้ลดโบนัสพนักงานลง ไปจนถึงขั้นให้เอา Cash Flow ของสาขาแรกมาจ่ายแทนส่วนของแฟน
ผมว่ามันไม่ใ่ช่แล้วเลยนั่งคุยกันยาว สุดท้ายคือ แฟนอยากมีเงินในบัญชีให้ครบหนึ่งล้านบาท แต่พอถึงแล้วกลับกลัวที่เงินในบัญชีจะลดลง แล้วพอยังไม่ได้แต่งงานกัน เค้าก็อยากมีหุ้นให้อุ่นใจ มีเงินในบัญชี ผมบอกว่าแนวคิดแบบนี้มันใช้ไม่ได้ ลงทุนก้ต้องลงเงิน มันผิดหลักการบริหารเงิน และบริหารธุรกิจไปหมด จะคุยยังไงดีครับ?
========================
#คำตอบ
ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วมีคู่รักไม่น้อยที่กระทบกระทั่งกันเรื่องเงิน ยิ่งเป็นการทำธุรกิจร่วมกันแล้ว หากเริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ต่างกัน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ การหันหน้าคุยกัน เพื่อวางแผนบริหารธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จร่วมกันทั้งสองฝ่าย อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาในกรณีนี้
ด้วยเหตุนี้ aomMONEY จึงได้นำปัญหาของผู้ถามไปปรึกษากับนักวางแผนการเงินอย่าง คุณปั๋ม กิตติภัต แสงประดับ CFP® ว่าจะมีแนวทางไหนบ้างที่ทำให้ธุรกิจของคู่รักทั้งสองท่านนี้ไปรอด มาดูกัน
💰ดึง Cashflow มาใช้อย่างไม่รอบคอบ ธุรกิจอาจถึงขั้น ‘เจ๊ง’ ได้
อันดับแรก คุณปั๋มมองว่า ฝ่ายหญิงยังไม่มีความเข้าใจในหลักการบริหารเงินในธุรกิจที่ต้องมีเงินสดเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมีจุดตั้งต้นเป็นเงินลงทุน และเมื่อธุรกิจดำเนินไปเรื่อยๆ มีต้นทุน และเงินที่ลูกค้าจ่ายเข้ามา หมุนเวียนเข้าออก เป็นกระแสเงิน หรือ Cashflow นั่นเอง
ซึ่งกระแสเงินตรงนี้จะต้องมีพอให้จ่ายค่าต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เช่น สินค้า เงินเดือนพนักงาน การดึงเงินตรงนี้ออกมาโดยขาดการวางแผนอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักตัวในทันที หรืออาจส่งผลเสียมากกว่านั้นได้
มาถึงตรงนี้ เงินโบนัสของพนักงานก็นับเป็นหนึ่งในต้นทุนของธุรกิจเช่นกัน เพราะโบนัสของพนักงาน ถือเป็นการตอบแทนการทำงานพนักงาน การลดโบนัสลงจะสามารถส่งผลให้กำลังใจของพนักงานลดลง ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อธุรกิจในอนาคตได้อีกเช่นกัน
💰การทำธุรกิจคือ ‘การลงทุน’
สิ่งนี้คือ Mindset ที่ต้องปรับเปลี่ยนในทันที เพราะการจะร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจผ่านการลงทุน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ‘ลงทุน’ นี่แหละ การไม่ลงทุนแม้แต่บาทเดียว แต่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นผิดหลักการคิดขั้นพื้นฐานไปพอสมควร เพราะการลงทุนคือการ ‘ลงเงิน’ เพื่อ ‘หวังผลตอบแทน’ ในที่นี้คือกำไรจากการดำเนินธุรกิจ
คุณปั๋มแนะนำในเรื่องนี้ว่า ต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้กันก่อน และควรตกลงในเรื่องของการแบ่งปันความเป็นเจ้าของกิจการว่าควรแบ่งปันกันตามสัดส่วนที่ลงเงินจริง หรือหากไม่พร้อมที่จะลงทุนในธุรกิจต้องพิจารณาถึงวิธีการเป็นหุ้นส่วนแต่ในนามโดยไม่ต้องลงเงิน โดยแบ่งหุ้นตามบทบาท และความรับผิดชอบ โดยจะได้รับผลตอบแทนตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่แทน
ปัญหานี้ควรพูดคุยกันอย่างเปิดใจ และจริงจัง โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงทางการเงินที่จะเกิดขึ้น ไปจนถึงการวางแผนลงทุนที่ควรช่วยกันวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและไปรอด หากสามารถพูดคุย และตกลงกันได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะคลี่คลายไป
โดยคุณปั๋มแนะนำเพิ่มเติมว่า หากการพูดคุยด้วยเหตุผลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อาจจะต้องพิจารณาถึงทางเลือกอื่น เช่น หาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการเงินมาช่วยพูดคุย และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
ขอขอบคุณ: คุณปั๋ม กิตติภัต แสงประดับ CFP®
#ธุรกิจ #การลงทุน #คู่รัก #บริหารเงิน #วางแผนธุรกิจ #กำไร