Meegumrai168 หาหุ้นและบันทึกสถานะPortfolio

[ ฉลาด : ❌ ][ กล้าหาญ : ❌ ][ โชคดี : ✅ ]สวัสดีครับวันนี้แอดมินชวนคุยเรื่องพัฒนาการสำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งใน...
23/08/2026

[ ฉลาด : ❌ ]
[ กล้าหาญ : ❌ ]
[ โชคดี : ✅ ]

สวัสดีครับ
วันนี้แอดมินชวนคุยเรื่องพัฒนาการสำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งในตลาดหุ้น คนนั้นก็แอดมินนั่นแหละครับ การที่มีขนาดของ Port ที่ใหญ่ขึ้นเกิน 100% ในช่วง 2-3ปีผ่านมา การเฝ้าศึกษาเรื่องราวของนักลงทุนระดับโลกจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนทัศนคติตัวเองเสียใหม่จนได้พบกับผลลัพธ์ที่ทำให้แอดมินพูดได้ว่า “นี่ไงชีวิตจริงๆของฉัน”

เรื่องที่นำเสนอนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายๆพฤติกรรมที่เปลี่ยนใหม่หลังจากตัดสินใจพาตัวเองลงเบ้าหลอม2ปี แอดมินเห็นว่าพฤติกรรมนี้มันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แอดมินมีวันนี้ และอยากเขียนบทความของวันนี้ขึ้นมาให้เพื่อนๆได้อ่านและหวังว่าเพื่อนๆหลายคนอาจจะนำไปปรับใช้ให้จริงจังเพื่อพิสูจน์ว่า “แอดมินไม่ได้โม้เกินไป” หรือหากเห็นว่าพฤติกรรมที่แอดมินนำเสนอนี้ไม่เหมาะกับนักแข่งใจเด็ด ถ้าหากมันดูน่าเบื่อเกินไปก็อยากให้รับพิจารณาเอาไว้ใช้ในอนาคตที่เพื่อนๆแก่ตัวขึ้นเบื่อความเร็วและต้องการความสงบ สิ่งที่แอดมินจะเขียนต่อจากนี้อาจจะพอช่วยเพื่อๆได้

ฉันเมื่อก่อน : จากด้านบนของภาพ นั่นคือแอดมินที่อยู่ในตลาดเมื่อ 9ปีก่อน ในรูปจะมีกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆหลายอันวางอยู่ในตำแหน่งต่างๆของกราฟหุ้น/ดัชนี แอดมนินเรียกมันว่า “กล่องตัดสินใจ” เพื่อนๆจะพบว่ามันวางอยู่ตลอดทางขึ้นลงของราคาหุ้น/ดัชนี จำนวนกล่องที่เห็นมีจำนวนมากซึ่งก็หมายถึงแอดมินใช้พลังงานชีวิตของหนุ่มใหญ่(อายุ 35-44ปี) วัยสร้างตัวไปกับการตัดสินใจเรื่องเงินจำนวนมากครั้ง แอดมินพยายามจะวิ่งให้ทันนักเล่นหุ้นคนอื่นๆที่เข้าตลาดมาก่อนหน้าแอดมินเป็น 10-20ปี ด้วยการอ่านหนักๆชนิดขอนอนวันละ4ชั่วโมงเพื่อทักษะและความรู้ที่เพิ่มมากขึ้นในอัตราเร่ง

มันได้ผลครับ แอดมินได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความมั่นใจทุกครั้งที่ตัดสินใจ จากการอ่านหนังสือเทคนิคอลจำนวนมาก และตลอดระยะเวลาที่อ่านอยู่นั้นก็พาตัวเองเข้าตลาดและเทรดภายใต้ความรู้ที่มี มั่นใจว่าแอมินจะเป็นคนที่มีความร่ำรวยกว่านี้ เนื่องจากเหตุผลความความร่ำรวยในตลาดก็คิดว่ามีแล้วและสร้างขึ้นมาเองแล้วกับมือ ทักษะการเอาตัวรอดก็คิดว่าเฉียบคมและแม่นยำแล้ว ทั้งการจังหวะการเข้าซื้อและจังหวะการขาย แอดมินมั่นใจว่าความรู้เชิงเทคนิคอลที่มีในตอนนั้นมีมากพอจะพาตัวเองร่ำรวยได้เหมือนนักเทรดคนอื่นๆ ความรู้ทั้งหมดที่มี “มันสามารถใช้งานได้ดี” และการตัดสินใจบ่อยๆไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

แต่ความจริงที่ปรากฎขึ้นมากับชีวิตตอนนั้นคือ “การตัดสินใจบ่อยครั้งเกินไป” มันทำให้แอดมินเหนื่อยและมารู้ทีหลังว่า กิจกรรมแบบนั้นมันเหมาะกับคนวัยหนุ่มสาวมากกว่า แอดมินก่อนนี้ก็เป็นวัยที่ต้องการเป็นจุดสนใจ วัยที่ต้องการความพึงพอใจจากการตัดสินใจที่ถูกต้องบ่อยๆหรือบางครั้งผิดพลาดบ้างก็ถือเป็นประสบการณ์ เอาเข้าจริงการเป็น “ฉันเมื่อก่อน”ก็อยู่กับPortที่ไม่ตายแต่ไม่โตมาเนิ่นนาน มันไม่คุ้มกับเวลาชิวิตที่ใช้ไป แอดมินจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้เขียนถึง “หากแอดมินย้อนเวลาตัวเองกลับไปได้” แอดมินจะอ่านหนังสือลงทุนหุ้นที่ไม่มีกราฟหุ้น จะเลือกหนังสืออ่านให้ถูกต้องก่อน จะเชื่อฟังผู้ใหญ่ที่กำลังพูดถึงเรื่อง “การลงทุน” ที่แสนน่าเบื่อ ป่านนี้การเดินทางของแอดมินตามป้ายที่ผู้ใหญ่แนะนำนี้คงพบกับขุมทรัพย์ใหญ่ไม่แพ้นักเล่นหุ้นคนอื่นๆ(ที่ลงสนามก่อนแอดมิน 10-20ปีก่อน)

สรุป “ฉันเมื่อก่อน” ที่สะสมความรู้มากมายจากหนังสือหุ้นหลายเล่ม และลงสนามด้วยความมั่นใจ ทุกๆตัดสินใจเรื่องเงินทองในการซื้อขายหุ้นมันตื่นเต้น เลือดในตัวมันไหลแรงและฉีดดี ดูเหมือนฉลาดแบบหาตัวจับยากและบ่อยครั้งแอดมินหลงคิดว่าตัวเองเก่งแซงคนอื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น (น่าอายจริงๆนะบอกตรงๆเลย) การตัดสินใจมากมายเหล่านั้นตลอด 9-10ปี นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพและปัญหาความสัมพันธ์เล็กๆที่รอยต่อของชีวิตตัวเองกับคนอื่นๆแม้แต่คนในครอบครัว แต่รอยร้าวพวกนี้แอดมินสัมผัสมันได้ และคาดว่า “มันต้องพังไม่เป็นท่าในสักวัน” สุดท้ายพฤติกรรมในตลาดของแอดมินที่ตัวแอดมินเองก็รู้สึกว่ามันยากต่อการควบคุม หากยังคงหัวรั้นเดินทางในตลาดด้วยพฤติกรรมเดิม ปลายทางแอดมินพอจะเห็นภาพแล้ว ดังนั้น “ฉันในตอนนี้” จึงมีให้เพื่อนได้อ่านต่ออีกนิดจากนี้ครับ

ฉันในตอนนี้ : แอดมินโชคดีที่พบว่า ฉันเมื่อก่อน สภาพเป็นอย่างไร ความเป็นฉันเมื่อก่อนคิดว่ามันอาจจะเหมาะกับคนอื่นที่สามารถแบกรับการตัดสินใจบ่อยๆได้ดี แต่กับฉันมันไม่ใช่อีกแล้ว แอดมินจึงเปลี่ยนวิธีการที่ตัวเองจะทำงานได้เบาขึ้น ทำงานได้แบบไม่รีบร้อนไม่ต้องเร่งเรือน้อยๆนี้วิ่งผ่านลูกคลื่นทุกคลื่น ชีวิตแอดมินคงไม่ต้องดิ้นอะไรแบบนั้นแล้วในวัยนี้ การทำงานในตลาดจึงถูกออกแบบให้มีการตัดสินใจน้อยครั้ง อันเกิดจากหนังสือเล่มใหม่ที่แอดมินเลือกซื้อมาอ่าน กว่า 2ปีแล้วหนังสือที่แอดมินอ่านไม่ค่อยมีกราฟราคาหุ้นให้เห็น มีแต่คำสอนและความรู้อื่นที่นอกเหนือจากศาสตร์ของการมองความเคลื่อนไหวราคา แอดมินก็ยังคงอ่าน และ อ่าน เพราะเชื่อว่าการอ่านเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รอยเท้าที่ก้าวในครั้งต่อไป เป็นรอยเท้าที่ก้าวไปข้างหน้า หรืออย่างแย่ๆก็ก้าวออกข้างเหมือนปู แต่เชื่อว่าแอดมินจะไม่หลงทางเหมือนก่อนแล้ว

ด้วย 2ศาสตร์ ทั้งเทคนิคอลที่อ่านและลงมือทำงานจริงกส่า 9ปี และ ตอนนี้มีศาสตร์ของการลงทุนเพิ่มเข้ามาเมื่อ2ปีที่แล้ว ความรู้จากทั้งคู่ทำให้แอดมินสามารถพูดให้มันดูเท่ได้ว่า “แอดมินเหมือนมีแผนที่ในหัวแล้ว” มุมมองของแอดมินไปที่ตลาดดูจะครบรส และแอดิมนจะบอกความลับให้ “ความรู้จาก2แหล่งนี้สามารถปกป้องตัวเองจากใครก็ตามที่กำลังพยายามแหกปากตะโกนคำทำนายของตัวเองใน Social ว่าให้ระวังสิ่งนั้น สิ่งนี้ เอาไว้” ความกลังวล ความตื่นเต้น หรือ ความกลัว ลดระดับจากเมื่อก่อนมาก จากการหาพื้นที่ของตัวเองจนเจอและตัดสินใจครั้งสำคัญเพียงครั้งเดียว การไม่ตัดสินใจอะไรบ่อยๆเป็นที่มาของระดับความเครียดที่ก็ไม่ต้องรับมือกับมันมากนัก ระดับความเครียดจึงถูกเกลี่ยระดับด้วยความเข้าใจที่แอดมินพัฒนาทักษะนี้ขึ้นมาใช้เองจากความรู้ที่มีทั้งหมด และที่สำคัญ Port มีขนาดใหญ่ขึ้นจากการเป็น “ฉันในตอนนี้” อันนี้เป็นหลักฐานสำคัญทีเดียวเลย ถ้าไม่มีสิ่งนี้ให้เห็น วันนี้ฉันก็คงไม่เชื่อหรอก

สุดท้ายของเรื่อง แอดมินถือเป็นความโชคดีที่รู้ว่าอะไรที่เหมาะกับชีวิตของฉัน ผ่านการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองแม้มันอาจจะดูรู้ตัวช้าไปหน่อยแต่อย่างน้อยแอดมินก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อพฤติกรรมของตัวเองอันอาจจะนำมาซึ่งปัญหาร้ายแรงก็เป็นได้ และก็ไม่ใช่คนหัวรั้นถึงขนาดว่าจะเปลี่ยนทัศนคติในตลาดไม่ได้ การควานหาคุณสมบัติของตัวเองที่ให้อยู่ได้ในตลาดอย่างปลอดภัยและพบกับแผนที่ของความมั่งคั่ง มันไม่ได้เกิดกับทุกคน หากแต่ว่าแอดมินโชคดีตรงที่รู้ว่า “หากจะพบความโชคดี” ต้องทำยังไง ต้องเปลี่ยนอะไร ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนครับ อ้อ..มีหนังสือเล่มหนึ่งอยากแนะนำ ใน Comment นะครับ ปกแข็งอาจจะหาไม่ได้แล้ว เล่มนี้เป็นเล่มที่จะบอกว่า “ความโชคดี” มาได้ยังไง

[ Predators ]Week ที่ถึงนี้มีวันสำคัญของชาวนักลงทุนให้ติดตามกันครับ ทั้งเรื่องงบการเงิน Q2/26ที่ทยอย public กันเรื่อยๆแล...
02/08/2026

[ Predators ]

Week ที่ถึงนี้มีวันสำคัญของชาวนักลงทุนให้ติดตามกันครับ ทั้งเรื่องงบการเงิน Q2/26ที่ทยอย public กันเรื่อยๆและคาดว่า ภายในกลางเดือนนี้น่าจะประกาศกันครบแล้ว มีอีกเรื่องคือวันที่ 4.Aug.26 ที่เป็นวันปลด Lock-up ของหุ้นสายการบินแห่งชาติ THAI เป็น Event ที่น่าสนใจเพราะว่าแอดมินจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของการปล่อยหุ้นจากเขื่อนเก็บกักหุ้นกว่า 19,800ล้านหุ้นสู่ที่เก็บกักหุ้นส่วนอื่นๆ (หุ้นเชิงกลยุทธ 17,000ล้านหุ้น จากแหล่งข่าวหนึ่งว่ามา)

โดยครั้งที่แล้วปริมาณหุ้นที่อนุญาตให้ปล่อยออกจากเขื่อนเป็น Lotแรกเมื่อวันที่4.Feb.26 จำนวน 6,600ล้านหุ้น คิดเป็น 25%ของหุ้นในมือผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ในวันนั้นมีปริมาณหุ้นซื้อขายหมุนเวียนในตลาดเพียง 611ล้านหุ้นเท่านั้น คิดเป็น 10.8% ของปริมาณหุ้นในมือผู้ถือหุ้นรายใหญ่(ในฐานะเจ้าหนี้ที่ช่วยให้THAIผ่านวิกฤตมาได้สำเร็จ) แอดมินศึกษาพฤติกรรมของการซื้อขายในวันนั้นโดยละเอียดตลาอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยมีการเขียนบันทึกย้อนหลังถึงพฤติกรรมของการซื้อขายช่วงนั้นเก็บเอาไว้

อธิบายคร่าวๆโดยอ้างอิงรูปนะครับ...พบว่าการซื้อขายวันนั้นมีการแย่งกันขายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตั้งแต่ต้นเกมเลย และราคาหุ้นที่เกิดจากการเปิดเขื่อนเทหุ้นออกมาก็ลงไปนอนที่ Floor @ ราคา 5.25บาท ก่อนที่จะมีการรับของจากนักลงทุนกลุ่มอื่นๆมาช่วยกันผันน้ำออกมาเก็บไว้ที่แอ้งน้ำของตัวเอง และสินค้าก็เหมือนจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในหลายกลุ่ม ที่ข้างล่างสุดในวันนั้น (4.Feb.26) เป็นเหมือนจุดรวมคนของตลาดมือสองครั้งใหญ่ เราจะพบการซื้อของลดราคากันจำนวนมาก บรรยากาศโกลาหลแต่ทุกคนก็สมหวังได้ของไปครบตามจำนวนเิงนที่กำใส่มือมาซื้อ

พ่อค้าใหญ่ (ผู้ครอบครองจำนวนสินค้าทั้งโกดัง) ได้กำไรไปแล้ว ส่วนที่ซื้อต่อจากนั้นคือพ่อค้าคนกลางที่มีความ Flexible ในการขายต่อได้ว่องไวในราคาที่ตัวเองอยากจะขายเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นแอดมินจึงพบว่าตลอดทางหลังจากการเทขายวันนั้นราคาหุ้นไม่ได้ไปไหนไกลเลย นั่นก็หมายถึงความพอใจในการซื้อขายกันที่ราคาใดราคาหนึ่งยังคงจูนกันไม่ติด อาจจะเพราะมี Event สำคัญวันที่ 4.Aug.26 เป็นตัวการหลักในการขวางทางน้ำ

ดังนั้นในวันที่ 4 ของ week หน้านี้ จึงเป็นวันที่จะทำให้ตลาดได้เคลื่อนไหวเสียที พฤติกรรมของพ่อค้ารายใหญ่ที่จะเปิดเขื่อนเทเอาหุ้น Lot #2 ออกมาขายจำนวนหนึ่งนั้น แอดมินคิด 10.8% เหมือนเดิมก็จะได้หุ้นไหลเวียนซื้อขายในวันนั้นจำนวนประมาณ 2,100 ล้านหุ้น (เพิ่มขึ้นเกือบ3เท่าจาก Lot #1) หลังจากอั้นมานาน 6เดือนก็ได้เวลาเปิดตลาดมือสองขายกันอีกรอบหนึ่งซึ่งเป็นรอบสุดท้าย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจาก Lot #2 ถูกปล่อยขายเป็นที่เรียบร้อยก็คือ THAI จะมี Liquidity (สภาพคล่อง) สูงขึ้นไปอีก ไม่ว่าราคาหุ้นในวันที่ 4 ที่จะถึงนี้จะมี Movement แบบไหน วันนั้นทุกคนที่เข้าร่วมในเกมนี้จะมีต้นทุนที่ราคาใดราคาหนึ่งในมือ มีสินค้าในมือ ซื้อเป็นสินค้ามือ2ราคาไม่แพง ถ้าเป็นภาษาพ่อค้าที่ซื้อของไปขายต่อก็จะใช้คำว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” แต่แอดมินอยากให้ชำเลืองดูด้านซ้ายของภาพหน่อยครับ จะพบว่าผู้เล่นที่ชอบของราคาถูกเอาไปขายแพงก็มีกำไรไปนะ และผู้เล่นซื้อของแพงเอาไปขายในราคาที่ต่ำกว่าทุนก็มี ซึ่งก็เรียกว่า “ขาดทุน” ซึ่งมีให้เห็น (พวกเค้ายังอยู่ตรงนั้น)

ซื้อของดีราคาถูก หรือจะรอซื้อของดีในราคาที่แพงกว่า หรือคิดว่าไม่ซื้อดีกว่า สิ่งเหล่านี้นี่เองหากต้องตัดสินใจซื้อมันจะต้องถูกทำงานผ่านการประเมิน THAI ในหลากหลายมิติก่อนนะ (หุ้นตัวอื่นก็ควรทำแบบนั้นเล่นกัน) แต่สำหรับ Event แบบนี้ สิ่งพิเศษของมันก็คือเรามี Reference point ของพ่อค้ารายใหญ่ให้เห็นไปแล้วLot #1นะครับว่าพวกเขามีการเอาของออกมาขายอย่างไร ที่ 5.25บาท คือจุดอ้างอิงหลักๆ นอกจากนั้นก็มีราคา 4.48 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนของผู้ถือหุ้นเก่า (ซึ่งตอนนี้อาจจะขายออกไปหมดแล้ว) ให้ได้เอาไปทำงานกันต่อ รวมถึงราคา Floor ที่ 3.92บาท อีกด้วย

สิ่งที่แอดมินอยากจะฝากก็คือ หากเราอยากจะชนะเกมนี้ อย่าเป็นกีกี้ฝึกหัด, กีกี้Pro, หรือแม้แต่ H ที่ซื้อหุ้นไม่เลือกที่ การเป็นกีกี้ฝึกหัด กีกี้โปร หรือแม้แต่ H หากจะต้องเข้าไปส่วนหนึ่งในความโกลาหลครั้งนี้ ต้องรอให้ Predators กินเหยื่อให้จบก่อน ตอนนั้น Predators เค้าก็อิ่มพร้อมนอนแล้ว ตอนนั้นถ้าเราอยากร่วมเกมก็สามารถทำได้ตอนที่ฝุ่นจาง แอดมินคิดว่าไม่นานครับ ขอให้โชคดีและได้ข่าวดีใน Week ที่จะมาถึงนี้ครับ

[ KOSPI ]•บริษัท Broker ที่ดูแลบัญชีของแอดมินมีกำไรในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นมาก (มากจริงๆ) มันสะท้อนการซื้อขายหุ้นที่มีปริมา...
31/07/2026

[ KOSPI ]

บริษัท Broker ที่ดูแลบัญชีของแอดมินมีกำไรในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นมาก (มากจริงๆ) มันสะท้อนการซื้อขายหุ้นที่มีปริมาณมากขึ้นและถี่ขึ้น และเรื่องเล็กๆนี้มันยังบอกได้อีกว่า ผู้คนในตลาดช่างกล้าตัดสินใจเรื่องเงินได้ง่ายกันจัง พกความมั่นใจซื้อขายถี่ขึ้นโดยที่ความเสี่ยงไม่ได้รับความสนใจจะทบทวน

กรณีความเจ็บปวดของนักลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีเป็นภาพที่น่าจะต้องมาถึงในสักวัน แต่แอดมินก็ไม่คิดว่ามันจะก่อความพินาศกับประชาชนขอเขาได้มากถึงเพียงนี้ ความหวังสูงลิ่ว+ความมั่นใจกดเต็มคันเร่งมาพร้อมกับตลาดที่วิ่งขึ้น 100%+ ภายในครั่งปี (ยอดสูงสุดวันที่ 19.Jun.2026)

เมื่อก่อนแอดมินเคยเป็น ประเภทมั่นใจสูง อวดดีเพราะมีกำไร ชี้ตัวไหนตัวนั้นวิ่ง มันตลกตัวเองและวันนี้แอดมินรู้สึกอายที่เคยได้นำเสนอเรื่องอวดดีพวกนั้นออกไปให้เพื่อนๆได้อ่าน ณ ห้วงเวลากระทิงแบบนั้นจะว่าหลับหูหลับตาซื้อมันก็มักจะได้กำไรติดมือเสมอ แน่นอนแอดมินคิดว่าตัวเองเก่ง จนถึงวันที่...ตลาดสอนบทใหม่ให้

กรณี KOSPI แอดมินมี 2มุมมอง, 1คือ พอจะเข้าใจ และ2 คือ ดีใจที่มนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน หลักฐานความเจ็บปวดของพวกเขาในครั้งนี้ทำให้ช่วยยืนยันถึงพฤติกรรมผู้เล่นที่ยังเป็นธรรมชาติ มันยังไม่ผิดเพี้ยนหรือกลายพันธุ์ไปเลย แม้จะมีเครื่องมือช่วยซื้อขายที่ทันสมัยและรวดเร็ว มีแหล่งข้อมูลที่หาได้ง่ายเพียงคลิกเดียว แต่พวกเขาก็ยังแพ้อยู่ดี

เงินที่วางลงไปในตลาดทุกบาทก็เพื่อคาดหวังว่ามันจะงอกเงย ตัวแอดมินเองก็เคยคาดหวังว่าลงเงิน 1บาทวันนี้ พรุ่งนี้จะได้เพิ่มอีก 1บาท ใน KOSPI เองก็มีสถานการณ์เชิงจิตวิทยาที่แอดมิน Post ในภาพประกอบว่าพวกเขามั่นใจมากเกินไป ทั้งๆที่ตลาดเตือนด้วย Circuit Breaker บ่อยครั้งช่วง1เดือนที่ผ่านมา

แอดมินเลิกห้าวนานแล้ว อยู่ในตลาดต้องสำรวมตัวเองให้มากๆ

[ BMC ของ NETBAY ]วันนี้แอดมินมี Business model ของ NETBAY มาฝากครับ•ตัวนี้เป็นหุ้นที่ทำการบ้านมาก่อนหน้าสักพักนึงแล้ว ง...
19/07/2026

[ BMC ของ NETBAY ]

วันนี้แอดมินมี Business model ของ NETBAY มาฝากครับ

ตัวนี้เป็นหุ้นที่ทำการบ้านมาก่อนหน้าสักพักนึงแล้ว งานส่วนที่เป็นตัวเลขทางการเงินและคุณภาพเชิงปริมาณ แอดมินทำจบไปแล้วก่อนวันที่ 1.Jul ที่ผ่านมา ได้มูลค่าที่แท้จริง(คิดว่าเหมาะสม)ของ NETBAY ในแบบที่แอดมินประเมินการสร้างรายได้ทั้งปีในระดับต่ำหมายถึงหาเงินได้ไม่มากไปกว่า Q1/26 เลยอ่ะนะ ได้ราคาที่ 12 บาท ซึ่งตอนที่แอดมินทำราคาประเมินออกมาได้แล้วนั้น คือเงินไม่มีจะซื้อหรอก ที่สำคัญก็คือการประเมินเชิงคุณภาพก็ยังทำไม่เสร็จ ไม่มั่นใจ

ประเด็นคือระหว่างที่แอดมินกำลังทำงานประเมินคุณภาพและความเสี่ยงของบริษัทนี้อยู่นั้น ก็พบว่าราคาหุ้นไม่อยู่ที่เดิมแล้ว เค้าขยับเข้าใกล้ 12บาทเข้าไปทุกที ยิ่งนานวันยิ่งเหมือนตัวเองกำลังจะพลาดบางอย่าง ก็ได้แต่มองทุกวันในขณะที่งานประเมิน Quality ของบริษัทนี้ดำเนินไปอย่างช้าๆ (แบบคนไม่มีเงินจะซื้อแล้ว ถึงวันนี้ก็ยังทำยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่มั่นใจขึ้นมาแล้วว่า NETBAY แข็งแรงดี)

เพราะก็ยังไม่เข้าใจตัวธุรกิจของเค้า ภาพมันไม่ชัดจะให้ลงเป็นเล่นเหมือนแต่ก่อนได้ยังไงกัน เพราะหุ้นตัวนี้หากแอดมินจะเข้าซื้อคงต้องซื้อเพื่อรับปันผล (NETBAY ปันผลหนัก ถึงหนักมาก) อยาจจะเป็นการย้ายหุ้นเพิ่ม Position Sizing เข้าไปมากหน่อย และถือๆไปเลย ฝ่าดง concern ที่ติดค้างอยู่กับ NT 2 กรณี (ตอนนี้ Issue ปิดแล้ว1 เหลืออีก 1) ในหัวที่คิดตอนนี้คือ เฮ่ออ...เสียดายจังวะ หากซื้อวันนั้นเลยที่ 10บาท วันนี้ก็เจอ Unrealized โชว์ที่ 50%+ แล้ว

หากเพื่อนๆยังไม่ชัดเจนเรื่องจังหวะชีวิต แอดมินขอนำเสนอเคสนี้ มันชัดเจน บางครั้งสิ่งที่ต้องการมันได้มาเพราะเราให้ความสนใจไม่รู้จบในแบบวนๆอยู่ในหัวเสมอๆทุกวันจนเราลงมือตัดสินใจนั่นแหละจึงจะได้มา แต่กรณีนี้แอดมินไม่ลงมือสักทีเพราะก็ด้วยเหตุผลบางอย่างที่กล่าวมานั่นเองครับ อยากขึ้นรถไปขบวนนี้แทบแย่แต่ดันตื่นสายและเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากบ้านเลย รถไฟเคลื่อนออกไปแล้ว

ช่างเหอะ วันนี้ฉันก็รวยอยู่ ไม่ได้ตัวนี้เดี๋ยวเอาตัวอื่นก็ได้ ไปซะเถอะ ไปไกลๆ ให้แตะ30บาทไปเลย (lol)

[ Approaching to the weakest points] แอดมินวันนี้จะชวนคุย 3เรื่องของตลาดหุ้นบ้านเรา 1) ฤดูกาล 2) เลือก 3) ฉวยโอกาสแอดมิน...
12/07/2026

[ Approaching to the weakest points]

แอดมินวันนี้จะชวนคุย 3เรื่องของตลาดหุ้นบ้านเรา

1) ฤดูกาล
2) เลือก
3) ฉวยโอกาส

แอดมินกำลังนึกย้อนกลับไปสักปีกว่าๆที่ผ่านมา และคิดว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่นะ? ฉันกำลังคิดอะไรอยู่? และได้ทำอะไรลงไปบ้างในช่วงนั้น? มันเป็นการทบทวนเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของตลาดหุ้นไทยเทียบกับปัจจุบันเพื่อคัดกรองข้อเท็จจริงที่เกิดกับตลาดและในข้อมูลที่่ได้มานั้นฉันลงมืออะไรไปแล้ว แอดมินจะเล่าให้ได้อ่านกันวันหยุดนี้

[ ฤดูกาล ] : การพยายามจะฟื้น Port รวมของแอดมินในสภาพตลาดที่แร้นแค้นไร้การเหลียวแล พบว่ามันล้มเหลว ตัวเลข Port รวมยิ่งพยายามจะดิ้นหรือจะเปลี่ยนม้าในเวลาแบบนั้นยิ่งเหมือนพยายามจะทำตัวให้โง่ซ้ำแล้วซ้ำอีก มันเป็นความโชคดีที่แอดมินได้ค้นพบว่า ความโง่มันทำได้ง่าย ก็แค่โง่ทำเรื่องเดิมๆที่มักจะได้ผลลัพธ์เดิมๆ จนวันหนึ่งคิดได้ว่า “กูควรเลิกโง่ได้แล้ว” และจังหวะช่วงที่ตลาดกำลังจมโคลน(ในรูปคือโซนAของSET และโซนDของ Mai) ก็หยุดดิ้นหยุดความเจ็บปวดทางใจ และเลือกทำเลือกอ่านเลือกฟังในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่เคยทำมาก่อนนี้ มันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านแบบหักดิบเพราะแอดมินไม่สนุกกับตลาดอีกแล้วจากการพยายามจะ Action ตามลูกคลื่นทุกลูก รู้สึกว่าฉันเป็นคนโง่จัง ช่วงเวลานั้นเองที่แอดมินหายหน้าไปเลย เพราะความจริงคือ แอดมินต้องการแก้ไขเรื่องราวของ Port ให้มันถูกต้อง ด้วยการพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ แอมินอ่านและพยายามเลือกกิจกรรมที่คิดว่าจะทำให้ Port เติบโตกลับมาได้ดัเดิม หรือดีกว่าเดิม

ตรงโซนA คือช่วงสำคัญของประเทศในการเปลี่ยนผ่านหลายอย่างโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ผู้นำคนเดิมหายไปจากกรรมที่ทำและตลาดเองก็ตกใจเหมือนสูญเสียหัวเรือในการนำพาประเทศกลับสู่สิ่งที่ดีกว่า ตอนนั้นแอดมินพร้อมแล้วด้วยเงินทั้งหมดใน Port ที่รวบรวมเอาไว้รอโอกาสมาถึง หลังจากนั้นไม่นานมีเหตุการณ์สำคัญเกิดอีก 2อย่างที่ที่บริเวณก้นบ่อ (จุดต่ำสุด) คือการได้มาซึ่งผู้นำประเทศคนใหม่ซึ่งมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านอาละวาดแถวๆชายแดน นี่เป็นช่วงโซน B,E ในภาพ ที่ผู้นำต้องช่วยตัดสินใจ ตอนนั้นแอดมินมีหุ้นแล้วนะครับ มันเป็นช่วงเวลาที่แอดมินประเมินรัฐบาลชุดใหม่ด้วยตัวเองโดยดูจากกิจกรรมและการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศ แม้มันจะเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องได้รับการแก้ไขและต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้นให้ได้ แต่ช่วงนี้เองที่แอดมินได้วางเดิมพันไปแล้ว

ช่วงเวลาแบบนั้น เสียงความกังวลสาดเข้ามาหาผู้เสพอย่างแอดมินในทุกทิศทาง มันเสียงดังและต้องยอมรับว่ามันมีผลอย่างมากกับการตัดสินใจ โชคดีที่ชีวิตส่วนตัวของแอดมินเจอจุดต่ำสุดไปแล้ว จึงมีความเชื่อว่าที่จุดต่ำสุดของทุกฤดูกาลมันจะคัดกรองผู้รอดได้อย่างดี ชีวิตส่วนตัวแอดมินรอดจากจุดต่ำสุดมาได้ก็ด้วยการลงมือแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากธุรกิจที่หายวูบกว่า 90%, การ Lay off ลูกน้อง, ธุรกิจใหม่ที่สร้างควบคู่กันเกิดช่องโหว่และโดนโกงเงินจากลูกน้องตัวเองนับล้านบาท, ไม่นับการบาดเจ็บได้เลือดและปัญหาสุขภาพที่รุมทึ้งแอดมินจนแทบยกมือยอมแพ้ ที่สุดเรื่องพวกนี้มันก็ผ่านไปและได้สร้างความเชื่อส่วนตัวเรื่องจุดต่ำสุดของชีวิตให้แอดมินได้นำไปแปะในแผนที่ชีวิต

นี่เป็นฤดูกาลครับ เรื่องราวหลังจากช่วงเดือน May Jun Jul ปี 2025 นั้นก็เช่นกันตลาดอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มาก ทั้งการเมือง ทั้งสงคราม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อกดดันตลาดให้จมอยู่ที่ก้นบ่อ แต่เรื่องราวเหล่านั้นอยู่ไม่นาน เหมือนพายุฝนที่ไม่สามารถเล่นงานเราได้ตลอดเวลา เมื่อความวุ่นวายจางลง คนที่ได้อยู่กับความพัง แรงกดดันรอบด้าน จะพากันตระหนักถึงปัญหาและแก้ไขมันให้ดีขึ้น แอดมินมีมุมมองเชิงบวกกับเรื่องราวช่วงนั้น ประกอบกับครั้งนี้คือการจูน Port ครั้งสำคัญ ในวิธีการอยู่ในตลาดแบบใหม่ จากคำสอนของปู่ 2ท่าน ที่แอดมินเลือกท่านทั้งสองมาสอนชีวิตการลงทุนที่แท้จริงให้ ถ้าหากแอดมินรอดจากตลาดไปได้ด้วยมี2ปู่เป็นเข็มทิศให้ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางครั้งใหม่ในตลาดผ่านทุกฤดูกาลอย่างอดทน และมันจะกลายเป็นแผนที่ในหัวของแอดมินเมื่อยามต้องอยู่ในตลาด

[ เลือก ] : การเลือกหุ้นจากการ FOCUS ที่ปู่แนะนำให้ทำ มันทำยากและไม่ค่อยเชื่อว่าจะได้ผล แต่อย่างที่บอกครับ แอดมินไม่มีทางเลือกอื่น ต้องลงมือคัดหุ้นรายตัวในวันที่ตลาดแย่ๆแบบนั้นเลย การคัดกรองก็เกิดขึ้นทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ การคัดคุณภาพหุ้นทำถึงขนาดที่ว่าไปพบประธานบริษัทในงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมเลยนะ ไปดูตัวเป็นๆ การประเมินราคาหุ้นเชิงปริมาณก็ทำแล้วพบราคาที่เหมาะสมกับ Valuation แล้วด้วย แอดมินค่อยๆเก็บหุ้นตัวนี้กว่า 7-8ไม้ ในระยะเวลากว่า 4เดือน หุ้นตัวนี้งบการเงินอ่อนแอ อุตสาหกรรมที่มันอยู่ก็อ่อนแอ แต่ด้วยสิ่งที่ปู่ทั้งสองสอนมา แอดมินจึงไม่สนใจเรื่องอื่น เสียงคนอื่น แม้แต่ฝูงชนที่ไม่ได้เห็นตรงกันกับฉัน ซื้อไปแล้วและอดทนเอา โตแล้ว

เรื่องนี้แอดมินมาเรียนรู้ทีหลังว่าการเลือกหุ้นที่ดีในช่วงที่มันอ่อนแอนั้นเป็นความได้เปรียบและมีโอกาสชนะสูง เรื่องราวแบบนี้มีหลักฐานอย่างหนึ่งผ่านการดูรายการ Our Planet ที่แอดมินชอบดู เพราะอะไร? เพราะพฤติกรรมสัตว์ไม่ต่างจากพฤติกรรมของคน มันซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา หิวก็ล่า อยากมีลูกก็ผสมพันธุ์ หนาวก็อพยบย้ายถิ่น มันดูเพลินและแอดมินนำมาใช้ในการลงทุนได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น วาฬออก้าล่าลูกวาฬสีเทาเพราะมันอ่อนแอ จระเข้เลือกงับลูกวีลเดอบีสในขณะข้ามแม่น้ำเพราะมันเชื่องช้า และ เพนกวินเจนทูที่เดินช้าบนฝั่งแต่ในน้ำมันคือจรวดความเร็วสูงที่หาตัวจับยากจนนักล่าอย่างแมวน้ำลายเสือต้องถอดใจยอมแพ้ สิ่งที่เล่ามามันบอกแอดมินว่า เออ...ต้องเลือกหุ้นเข้าในตอนที่มันอ่อนแอเราจึงจะได้กินอิ่มแบบวาฬออก้า เลือกสนามแข่งที่เรามีโอกาสชนะได้อย่างเพนกินเจนทู (Gen2) แอดมินเหมือนทำถูกทั้งเลือกหุ้นไทย ในสนามแข่งไทย ที่คุ้นเคย

[ ฉวยโอกาส ] : คำนี้ฟังเหมือนมันจะ Negative แต่มันคือเรื่องจริง ยกตัวอย่างจุด C,F ในภาพ ตรงนั้นเป็นการทะเลาะกันของมหาอำนาจอเมริกา กับ อิหร่าน ตลาดกำลังมีทิศทางเป็นขาขึ้นแบบ Bullish เลย จู่ๆเรื่องนี้ก็ทำให้ตกใจมาก (ยิ่งบอบบางอยู่แล้วด้วย) ช่วงนั้นเองที่แอดมินเฝ้าสังเกตและซื้อหุ้นเพิ่มเข้าไปจนเงินในมือหมดเกลี้ยง (100%Port) วันนั้นแอดมินได้เขียนบทความหนึ่งเรื่องแท่งเทียนที่บอกว่าแรงซื้อกลับมีให้เห็นแล้ว นั่นเป็นโอกาสสุดท้ายที่แอดมินซื้อก่อนที่จะเห็นตลาดวันนี้กำลังจะสร้าง New high ใหม่ในรอบ 3ปี เงินหมดแล้ว แอดมินซื้อหุ้นไว้ตั้งแต่ตลาดนอนอยู่ข้างล่าง มันไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญพาตลาดขึ้นมาในวันนี้นะครับ แต่มันคือหุ้นที่แอดมินตกลงและตัดสินเค้าว่ามันมีคุณภาพที่ดีมาก วันนี้ยังสร้างกำไรไม่ยอะ ซึ่งก็หมายถึงตลาดอาจจะยังไม่เห็น สิ่งหนึ่งสำคัญที่แอดมินสามารถทำความเข้าใจได้ตรงนี้ก็คือ ความอดทนต่อเสียงดัง เสียงที่อาจจะตอกย้ำว่าเราอาจคิดผิด ราคาหุ้นที่บางครั้งมันสะท้อนว่าเรากำลังคิดผิด ความอดทนต่อสิ่งนี้ปู่ก็บอกไว้ว่ามันจะเกิดขึ้นนะ ขอให้รู้ว่าในมือคือหุ้นดี ขอเพียงอดทนรอให้ได้ รอจนกว่าราคาหุ้นจะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของมัน

ตลาดหุ้นทั้งคู่ SET&Mai โดยเฉพาะ SET ในบาง Sector ที่ยังไม่ขยับแต่กำลังเริ่มจะเห็นการขยับบ้างแล้ว ส่วน Mai โอกาสก็เปิดกว้างอยู่ แอดิมนเองก็หยิบหุ้นที่สนใจมาทำงานต่ออยู่เรื่อยๆ ระหว่างทางจากนี้ก็ยังคงเป็นการให้เวลากับการอ่านและฟัง รวมถึงการดูแลต้นทุนที่สำคัญอย่าง สุขภาพร่างกาย ที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญในการพาตัวเองสู่เป้าหมายชีวิต ขอขอบคุณเพื่อนๆที่คอยตามอ่านเสมอมาครับ จาก 7ปีที่แล้ว 100 Followers สู้วันนี้ 6600 Followers จะสังเกตว่าแอดมินไม่กล้าพูดเสียงดัง ไม่อวดดี (แม้แต่ก่อนเคยคิดจะทำ) เพราะแอดมินไม่มีหลักฐานให้ต้องพูดเสียงดังหรือแนะนำหุ้นดีๆให้ อยู่ในตลาดนานก็จริงแต่วันนี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เลยครับ บางครั้งมันน่าอายมากที่เราเผลออวดดีแต่ตลาดก็สอนเราให้หุบปาก แอดมินจึงมีการนำเสนอบทความในวันที่ต้องสะกิดเพื่อนจริงๆ แอดมินนำเสนอแบบถ่อมตัว ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา เคยคิดจะ Advance กว่านี้ สร้างสื่อที่มันดูน่าตื่นเต้น สวยงาม แต่จะทำไปทำไมกันนะ มันไม่ใช่แอดมิน แอดมินชอบเขียนเอง วาดมือเอง นำทุกสิ่งที่อยู่ในกัวออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ขอบคุณที่อยู่เป็นกำลังใจเสมอมา :) แอดมินเพื่อนน้อย ชวยคุย Inbox ได้นะครับ

[ .PROF ]•หลังจากที่ตลาก Rally มาพักใหญ่ ดูเหมือนว่าหุ้นไทยจะไม่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่แล้ว เรื่องราวที่ถูกเขียนถึงSETจา...
05/07/2026

[ .PROF ]

หลังจากที่ตลาก Rally มาพักใหญ่ ดูเหมือนว่าหุ้นไทยจะไม่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่แล้ว เรื่องราวที่ถูกเขียนถึงSETจากหลายๆแหล่งวันนี้เป็นคนละ Topic กับเมื่อก่อน
ที่นี่มีหุ้นตัวเขื่องที่มีอิทธิพลกับทิศทางSETการขยับ+13จุดของเขา SETเองก็บวกได้13จุดเช่นกัน เวลาที่หุ้นตัวนี้เขา -13จุด SETเองก็ติดลบกว่า 10จุด ต้นๆ

แสดงว่าหุ้นกว่า 700ตัวที่เหลือจะต้องมีหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งที่หลุดรอดสายตาของบรรดานักบริหารเงินมืออาชีพ และเท่าที่ดูมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
จาก Post ที่แอดมินสรุป 8อุตสาหกรรม วันที่4.Jun พบว่า มีหนึ่งอุตสาหกรรมที่ยังคงไม่ได้ถูกให้ความสนใจมากนัก มันคือกลุ่มอุตสาหกรรม Service

มันแปลกไหมที่กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่นักการเงินมืออาชีพจะนำเงินขนาดใหญ่มาซื้อหุ้น ส่วนตัวแอดมินคิดว่า ไม่แปลก สถานการณ์ตลาดSETในช่วงนี้
มันเหมือนกับอาการของคนกำลังหิวข้าว ค่อยๆโซ้ยก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่โดยเริ่มต้นจากจากการกินเส้นเล็กก่อน ตามด้วยซดน้ำ ตามด้วยหมูตุ๋น จนในที่สุด

พบว่ามีลูกชิ้น 5ลูกสุดท้ายลอยขลุกขลิกปนอยู่ในน้ำก๋วยเตี๋ยว มันเป็น 5คำที่แสนจะฟิน ก่อนจ่ายตังค์และกลับบ้านพร้อมรอยยิ้มและท้องที่พองขึ้นเบียดเข็มขัด
หากจะมีกลุ่มใดที่สามารถสร้างกำไรให้เงินใหญ่ได้ก่อนพวกเขาจะนำเงินเข้าไปกลุ่มนั้นก่อนเสมอเหมือนอย่างที่ SET มีกลุ่ม TECH ช่วยดันดัชนี้ให้เหินขึ้น

คนกลุ่มนี้มีเงินเยอะมาก เวลาพวกเขาเข้าหรือออก เราสังเกตได้ เงินจะถูกใส่เข้าไปในกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูงก่อน จากนั้นเงินที่เหลือจะนำเข้าไปไว้ในกลุ่มที่
การเติบโตอาจจะไม่ได้ประทับใจนักเช่นกลุ่ม รพ. หรือกลุ่ม AGRO แต่เห็นไหมครับว่าดัชนีหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ที่ว่ามา มันเริ่มได้รับการให้ความสำคัญแล้ว

ล่าสุด...มีความเคลื่อนไหวในกลุ่ม SERVICE โดย Sector ที่ขยับคือ Prof. เป็นกลุ่มทุดท้ายที่จะได้รับพิจารณาว่าสำคัญ เอาความจริงก็ใช่แหละนะครับ
เพราะการเติบโตของ GDP ในประเทศมีกลุ่มอื่นที่เป็นกลุ่มหลักช่วยดัน และภาครัฐเองก็เห็นว่าการจะปูทางให้ GDPโต มันควรที่จะเริ่มที่กลุ่มใดก่อน แล้วก็ดูเหมือนเริ่มไปแล้ว

กลุ่ม Prof (Professional) เป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจโดยมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว นำมาใช้ในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท เป็นกลุ่มเล็กมากๆกลุ่มหนึ่งใน SET
ไม่แปลกที่จะได้รับเลือกเป็นกลุ่มสุดท้ายในการนำเงินเข้ามาลงทุนเอาไว้ แอดมินถือว่าการมาของกลุ่ม Prof เป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันสื่อถึงเศรษฐกิจในภาพใหญ่ได้รับการเปลี่ยนเกียร์แล้วนั่นเองครับ

การเลือกวางเงินในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มล่าสุด หรืออาจจะเป็นกลุ่มสุดท้ายของการ Rally ของตลาดรอบนี้ ก็หมายถึง
เงินใหญ่ได้นำเงินไปลงทุนในกลุ่มอื่นๆเอาไว้แล้ว ก็คือหว่านเมล็ดเอาไว้สำหรับการเติบโตไปพร้อมๆกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศเอาไว้แล้ว

ที่แปลงนี้ (Prof) จะเป็นที่ดินแปลงล่าสุดที่นักการเงินเก่งๆจะวางเงิน Lot แรกลงไปเพื่อการเติบโตในอนาคต การเติบโตที่ว่าแอดมินหมายถึงการเติบโตของPortของพวกเขาเอง ส่วนการเติบโตของกลุ่ม Prof. เขาโตได้เรื่อยๆนะครับ หุ้นที่อยู่ในกลุ่ม Prof บางตัว ยังเติบโตอยู่ดีอยู่เลย ทั้งรายได้ ทั้งกำไร อีกทั้ง Project ใหม่ก็ทำอยู่

แต่ตลาดกลับทำร้ายด้วยการ ขาย ขาย ขาย จนราคานอนแบกะดิน ที่คือความไม่สมเหตุสมผลของตลาด ซึ่งเราต้องมองเห็นให้ได้นะครับ จะหามันเจอ
ไม่ใช่แค่รออ่านโพยหุ้นจากเซียน หรือ รอบทวิเคราะห์จากสำนักต่างๆชี้เป้าให้ แอดมินจะบอกอะไรให้ ถ้าสำนักต่างๆได้พากันเขียนถึงหุ้นตัวใดล่ะก็ ให้รู้ไว้ว่าเราช้าแล้ว

ที่กล่าวมาเมื่อกี้นี้ เป็นการทำงานในตลาดหุ้นแบบที่่รายใหญ่ทำ การคิดแบบรายใหญ่คือเราจะต้องเจอของดีก่อนใคร ค่อยๆเก็บของเงียบๆ ระหว่างเก็บของอยู่นั้น
ก็ทำการวิเคราะห์หุ้นตัวนั้นในทุกมิติไปด้วย ระหว่างทางที่เราวิเคราะห์หุ้นอยู่นั้นอาจจะเจอว่ามีปัจจัยที่ทำให้หุ้นตัวนั้นไปต่อไม่ได้ไกล เราก็สามารถถอนตัวได้แบบเงียบๆได้

ส่วนการเล่นอีกแบบหนึ่งคือการใช้เทคนิคอลในการจับสัญญาณ สิ่งนี้แอดมินยังคงให้ความสำคัญเช่นกัน การมีทักษะด้านนี้ติดตัวทำให้สมมติฐานของเราได้รับการยืนยันในเชิงเทคนิค ส่วนรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ที่แอดมินใช้ในการตัดสินใจวางเงินลงทุนก้อนใหญ่ลงไปนั้น เป็นก้อนงานที่ถูกทำสรุปไปแล้วก่อนหน้านี้

การทำงานในตลาดของแอดมินจะต่างไปจากเมื่อก่อน โดยก่อนนี้ Techinical จะเป็นสิ่งที่แอดมินนำมาพิจารณาก่อน แต่2ปีให้หลังพบความจริงที่ว่า เฮ่ยยย...
เงินในพอร์ตมันใหญ่ขึ้น การวางเงินในหุ้นทุกครั้งต้องมั่นใจว่าหุ้นจะมีสภาพคล่องมากพอจะให้ฉันออกได้นะ ด้วยเหตุแบบนี้การวางเงินในหุ้นของแอดมินจึงต้องคัดแล้วคัดอีก

กระบวนการกรองหุ้นแอดมินทำเองคนเดียวมันจึงนานมากกว่าจะมั่นใจว่าหุ้นตัวนี้เจ๋งนะเข้าได้ ยกตัวอย่างหุ้น Tech ใน mai ตัวหนึ่งที่แอดมินได้เกริ่นไปใน Post ที่แล้ว
ว่าหุ้นตัวนี้น่าสนใจของวิเคราะห์ในแน่ใจก่อนซื้อ ผลคือ วันนี้มันวิ่งไปไกลแล้ว ผลการวิเคราะห์ของแอดมินออกมาช้ากว่าราคาหุ้น แล้วแบบนี้ทำยังไง?
คำตอบคือ ไม่เป็นไร เรารอได้ อย่างน้อยบทวิเคราะห์ราคาเหมาะสมก็ทำเสร็จแล้ว ก็หากจะลดตัวลงมารับกันขึ้นยานแม่ ตอนนั้นก็อาจจะได้ซื้อครับ

ส่วน Sector Prof ที่แอดมินให้เป็น Topic เชื่อว่าเพื่อนๆหาเจอครับ มีไม่ถึง 8ตัวใน Sector นี้ และมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่การเติบโตสูงอยู่แต่ราคาหุ้นไม่สูงตาม ด้วยราคาที่มีส่วนลดแบบนี้เองที่ทำให้ Port ของแอดมินมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หุ้นไทยยังเปิดโอกาสให้เราได้ลงทุนครับ การลงทุนในประเทศตัวเอง

ประเทศที่แอดมินสามารถคุยกับ IR (Investor Relationship) ของบริษัทได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่คุยเพื่อรับข้อมูลพิเศษอะไร แต่การคุยกับ IR ของแอดมินคือการคุย
เพื่อขอข้อมูลยืนยันความเข้าใจของตัวแอดมินเอง ที่ได้เตรียมข้อมูลเอาไว้แล้วว่า ข้อมูลที่แอดมินมีอยู่นั้นมันตรงกันกับที่บริษัทมีหรือเปล่า นี่จึงเป็นเหตุให้การวิเคราะห์หุ้น
ของแอดมินเป็นไปค่อนข้างช้า เพราะเงินที่วางในตลาดไม่ใช่หลักแสนเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว นี่เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตจริงๆ ต้นไม้ของแอดมินโตได้ที่ตลาดหุ้นไทย
เชื่อว่า เพื่อนเองทำได้เช่นกันครับ

Get Luck in a coming week ครับ

[ มันจะลงตลอดไปไม่ได้ ]•วันนี้แอดมินชวนคุยประเด็นตลาดเล็กของเรา maiทำไมจึงหยิบ mai ขึ้นมาเขียน แอดมินมี 3เรื่องที่จะเขีย...
28/06/2026

[ มันจะลงตลอดไปไม่ได้ ]

วันนี้แอดมินชวนคุยประเด็นตลาดเล็กของเรา maiทำไมจึงหยิบ mai ขึ้นมาเขียน แอดมินมี 3เรื่องที่จะเขียน

1) บุคคลิกของ mai
2) Dot เหลือง-ขาว
3) หุ้นที่น่าจับมาทำงานต่อ

โดยการเขียนอธิบายก็จะเขียนแบบน้ำๆเนียนๆให้อ่านง่ายๆ ทำความเข้าใจร่วมกันในมุมมองของแอดมินที่ต้องการสื่อด้วยเจตนาที่หวังดีและอยากให้ทุกคนเป็นคนรวยมีเงินใช้เยอะๆ เพราะแอดมินได้ลองมาแล้วว่าการมีเงินเยอะมันช่างเป็นความโชคดีจริงๆ

คุย mai กันก่อน
ตลาดนี้อ่อนแอนานเกินไปแล้ว มันนานมากจนแทบจะลืมว่าตลาดหุ้นมี mai อยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาความอ่อนแอนี้ทำให้นักลงทุนเบือนหน้าหนี

จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ ตลาด mai นอนก้นบ่อที่ดูเหมือนจะลงลึกกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วและเผอิญว่าแอดมินได้ฟัง clip ของนักลงทุนมาดติ๋มและชอบอมยิ้มท่านหนึ่งพูดถึง mai เมื่อไม่นานมานี้

ก็เอะใจและกลับเข้าไปส่องดูตลาดนี้อีกครั้ง พบว่า เฮ่ย นี่มันอยู่ใน state ที่เราเคยใช้เป็นจังหวะซื้อหุ้นในตลาด SET นี่หว่า การทำการบ้านในตลาดนี้จึงเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่เงินทั้งหมด 100% อยู่กับหุ้นใน SET รวม 9 ตัว แต่ก็ไม่เป็นไร ลองคัดหุ้นดูไม่เสียหายอะไร เผื่อจะเจอม้าที่ห้าวกว่าแข็งแกร่งกว่า

แอดมินต้องบอกเรื่องจริงก่อนนะครับว่า ที่ตลาดรวม (กรณีSET) นอนก้นบ่อแบบนี้ คือโอกาสครั้งสำคัญในการพลิกพอร์ตของแอดมิน
จากพอร์ตที่ไม่ตายแต่เลี้ยงไม่โต สู่การเติบโต 1เท่าตัวกว่าๆของพอร์ตรวมที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นจากการทำเพียงแค่ “เลือก-ซื้อ และรอ”

แอดมินเริ่มต้นค้นหาหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยการเข้าไปที่หุ้นรายตัวก่อนครับ การเลือกหุ้นรายตัวมีรายละเอียดพอสมควร
แอดมินขอติดค้างเรื่องวิธีการในการเลือกหุ้นไว้ก่อน มีโอกาสดีๆจะนั่งเขียนให้อ่านเข้าใจง่ายๆแบบคร่าวๆ

หุ้นใน mai มี 229 ตัว (เท่าที่หาข้อมูลได้) แอดมินไม่ได้ไล่ดูทุกตัวนะ จะใช้วิธีเลือกจากกลุ่มอุตสาหกรรมของ mai
ซึ่งมี 8กลุ่ม โดยอาศัยความเป็นธรรมชาติของตลาดนี้ช่วยในการคัดกรองหุ้นที่น่าสนใจออกมา เอ่อออ แล้วธรรมชาติยังไงอ่ะ

ตลาดนี้เป็นตลาดขนาดเล็กครับหุ้นแต่ละตัวมีผู้ถือหุ้นหลักแค่1000คนไปจนถึง 2000 หรือหุ้นบางตัวก็มีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 6000คนก็มี นั่นหมายถึงผู้เล่นในตลาดนี้มีจำนวนนับหัวได้ในหุ้นแต่ละตัว

ส่วนตัวแอดมินคิดว่าที่นี่มีจุดเด่นที่ กลุ่ม INDUS พวกเขาเป็นหนึ่งใน supply chain ของบริษัทใหญ่ๆหลายแห่ง และเมื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขยับตัวจากการซื้อขายที่สูงผิดปกติ มันจะสังเกตง่ายมากดพราะตลาดที่นี่ cap เล็ก เมื่อรายใหญ่นำเงินมาลงที่ไหนมันดูออกครับ แอดมินคิดว่าการเติบโตของ mai จะต้องมีรากแก้วที่แข็งแรงก่อนนั่นคือ สายการผลิตที่แข็งแรงต้องขึ้นนำ

มันหมายความถึงการเติบโตขั้นพื้นฐานในเชิงการจ้างงานและตามด้วยยอดขายของบริษัทจดทะเบียนใน mai ซึ่งจะพยุงตัวลุกขึ้นมาคลานด้วยยอดการผลิตที่เพิ่มขึ้น อันจะจะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและผลกำไรตามมาแบบเป็นเงาตามตัว นอกจากนี้ก็มีกลุ่มที่อิงกระแส ai อย่างกลุ่ม TECH ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รวมถึงหุ้นที่อยู่ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างระบบต่างๆที่ช่วยหนุนให้ ai เติบโต

คราวนี้มีประเด็นสำคัญอย่างที่แอดมินฝากให้คิด นั่นคือตลาดที่มี market cap ต่ำๆ แบบ mai ผู้เล่นสำคัญของตลาดนี้เป็นรายใหญ่ (Dot เหลืองในรูป) ครับ คนที่มีเงินเยอะๆ หลัก 100ล้านก็สามารถทำให้ตลาดนี้ขยับได้แล้ว

ส่วนคนที่มีเงินหลักล้านลงไปหลักแสน จะเติบโตและ scale ขนาดพอร์ตได้ดีแบบมีอัตราเร่งก็สามารถทำได้ที่ mai
เพราะอะไร? เพราะตลาดนี้ผู้เล่นที่ต้องการลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนอาจจะไม่ใช่การใช้เงินก้อนใหญ่จากกองทุนขนาดใหญ่

แต่คือการวางเงินขนาดพอเหมาะกับ market cap ของบริษัทนั้นๆ หากเผลอวางเงินมากเกินไปจะลำบาก
เมื่อต้องทำการขายเพราะปัญหาสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นอาจจะต่ำเกินกว่าจะปล่อยของมากมายที่หอบเอาไว้ในพอร์ต

เช่น แอดมินมั่นใจหุ้นตัวหนึ่งใน mai และต้องการซื้อหุ้นตัวหนึ่ง 2,000,000 หุ้น ซื้อแบบรวบเอาช่อง Offer ทั้งแถบทั้งหมด 10ช่อง แล้วได้หุ้นตามจำนวนที่ต้องการ 2ล้านหุ้น ราคาพุ่งขึ้นทันที 10ช่องเห็นๆ นักเล่นคนอื่นจะพบแรงซื้อชุดนี้และมันอาจจะเป็นการเชิญชวนเป็นนัยๆว่าหุ้นตัวนี้ดีจึงมีรายใหญ่เข้าไปเก็บและจากนั้นคนอื่นๆก็จะแห่ซื้อตามแอดมิน

จนเวลาผ่านไป 5เดือนก็พบว่า หุ้นตัวนี้ทำกำไรไม่ได้อย่างที่แอดมินคาดหวังราคาจะค่อยๆถูกปฏิเสธการซื้อตลอดหลังจากนั้นเป็นต้นมาราคาหุ้นก็เริ่มย้อยตัวลง หากแอดมินรินขาย แอดมินจะขายได้จนหมด 2ล้านหุ้นตลอดทางที่ราคาหุ้นย่อตัวครั้งนี้ แต่หากแอดมินชะล่าใจและปล่อยให้ราคาหุ้นหลุดทุน แล้วอยากขายหุ้นออกทั้งหมดในทันที มันจะขายไม่ได้ไง

เพราะปริมาณการซื้อขายหลังจากความตื่นเต้นหมดไปนั้นมันจะมีหุ้นมาปล่อยขายเบาบางมากหลัก100หุ้นต่อวัน จนเรา (รายใหญ่) ปล่อยของออกไม่ได้ ก็นอนจมกองเลือดในที่สุด อันนี้พอเห็นภาพนะครับ ว่าทำไมรายใหญ่จึงสำคัญกับการเล็งหุ้นดีขนาดเล็กและการเข้าซื้อของเขามีนัยสำคัญเพียงใด

การมีอยู่ของ mai ในแบบนี้เองที่ทำให้น่าสนใจ แอดมินขอเปรียบตลาดนี้เหมือนบ่อเลี้ยงปลาดุก2000ตัวที่เผอิญมีปลาคาร์พสีทองหลงมาในบ่อ1ตัว เรามองเห็นมันได้ง่ายและมันย่อมโดดเด่นเข้าตา โดยเฉพาะในห้วงเวลาแบบนี้ มันเหมาะมากที่จะเริ่มคัดหุ้นเข้าพอร์ต

จากรูปที่แอมินนำเสนอ ดูไม่ยากครับ รายใหญ่ที่เมื่อถึงเวลาซื้อของพวกเขาจะซื้อสินค้ากันที่ราคาต่ำๆ มันเป็นธรรมชาติ
ของนักลงทุนกลุ่มนี้ และแอดมินขอ confirm ด้วยตัวเองว่าการซื้อของดีราคาถูกเป็น common sense ที่เราเองก็เป็นได้เหมือนพวกเขา เพียงแต่สิ่งที่ต้องทำงานต่อคือ “หาของดี” ในราคาที่ตอนนี้สามารถจะสร้างความได้เปรียบให้เราได้ มันมีแน่ แต่ตัวไหนล่ะ?

ส่วน dot สีขาวๆเล็กๆ แอดมินมองเป็นเหมือนรายย่อยที่เข้ามาเสริมและมีปริมาณค่อนข้างชุกชุมในขาลงของตลาด ที่ก้นบ่อจะไม่ค่อยพบ Dot ขาวเพราะพวกเขาเพิ่งเจ็บตัวมาจากขาลงที่ยาวนานก่อนหน้านี้แล้ว ตรงนี้เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Snake Bite Effect เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังจากที่เพิ่งสูญเสียเงินให้ตลาดมาหมาดๆนั่นเอง

ดังนั้นเราที่อาจจะไม่ใช่รายใหญ่มากก็สามารถทำงานในแบบที่พวกเขาทำได้ครับ หาของดีที่คนทอดทิ้งให้เจอ
และวางเงินซื้อหุ้นของเค้ามาเก็บเอาไว้ แบบไม่ต้องรีบร้อน วันหนึ่งตลาดจะเห็นคุณค่าของบริษัทดีๆที่มีกำไรสม่ำเสมอจากนั้นราคาหุ้นก็จะเริ่มจูนเข้าหามูลค่าของหุ้นตัวนั้น ดีไม่ดีราคาหุ้นมันจะวิ่งเกินมูลค่าไปอีกเป็นเด้งก็เจอมาแล้ว

การนอนนิ่งของ mai เป็นเวลาที่ดีมากในการคัดเลือกหุ้น เห็นของดีให้ได้ก่อนตลาดคิดนะครับ เพราะถ้าตลาดเริ่มคิดเองเป็นเมื่อไหร่ ความได้เปรียบของเราจะหายไป ตรงนี้อยากให้รีบๆหาหุ้นที่นี่เอาไว้บ้าง เลือกหุ้นที่มีกำไร และมีรายได้แบบ recurring เอาไว้ก่อน มันมีนะครับ และแอดมินก็เห็นมันแล้วด้วย ตอนนี้กำลังทำสรุปอยู่

การสแกนหุ้นของแอดมินมีพอเป็น guide ดังนี้ครับ

[ INDUS ] : มีหุ้นที่โดดเด่นกว่าตลาด อย่าง TRT ซึ่งบินนำไปไกลแล้ว BMที่ทำตู้โลหะ ท่อร้อยสายไฟ นอกจากนี้ก็มีหุ้น cap สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง TMW ที่มีกำไรเติบโตโดดเด่น5ปีติด และหุ้นที่เปลี่ยนแนวธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตครั้งใหม่อย่าง UREKA ที่ปรับตัวเองสู่ธุรกิจน้ำดิบและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล นอกจากนี้ก็มี UKEM และ UBIS อีกที่น่าจะศึกษาโมเดลธุรกิจของเขา KJL ที่เกี่ยวข้องกับการวาง infra ของการมาของ ai พวกรางเดินสายไฟและอุปกรณ์เดินสายไฟทุกชนิดก็เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่สนใจ

[ TECH ] : ตอนนี้แอดมินหมกมุ่นกับ NETBAY เพราะอะไรล่ะ? เพราะเค้ากำลังอยู่ในช่วงที่ผู้คนตั้งคำถาม ตั้งแต่เริ่มศึกษาการลงทุนอย่างจริงจังพบว่า ช่วงที่ดีที่สุดหากจะลงทุนคือช่วงที่คนตั้งคำถามกับหุ้นมากๆแบบนี้นั่นเองครับ มันคลุมเครือ มันมีหมอก มันไม่ชัด มันรอคำตอบ สภาวะการณ์แบบนี้จะทำให้หุ้นลดราคา หน้าที่แอดมินคือ ศึกษา NETBAY ในมิติที่อ่อนไหวที่สุด แล้วประเมินการลงทุนของตัวเอง yes หรือ no เดี๋ยวก็รู้

[ PROPCON ] : กลุ่มนี้ใน mai คือกลุ่มที่กำลังจะโดดเด่นนะครับ แอดมินทำการบ้านกับ BKA และ CAZ ซึ่งก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ให้ความสนใจ

เข้าใจความเสี่ยงดี แต่สิ่งที่เป็น Fact คือ “ ไม่เสี่ยง ก็ไม่ต้องได้ “ คนตลาดหุ้นกับความเสี่ยงเป็นของคู่กับในรูปแบบตะเกียบ ถ้าคิดว่าตลาดที่นี่อาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด SET แอดมินคิดว่าไม่จริง แต่ถ้าบอกว่า mai ผันผวนกว่า SET อันนี้จริง แต่มีตำนานท่านหนึ่งบอกเอาไว้ว่า “ ถ้าทนต่อความผันผวนของราคาหุ้นไม่ได้ ก็อย่าแม้แต่จะครอบครองหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว “

วันนี้ชวนคุยเท่านี้ก่อนครับ คิดถึง

ที่อยู่

ชลบุรี
Chon Buri
20130

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66835359289

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Meegumrai168ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Meegumrai168:

ทางลัด

แชร์