29/11/2021
ในช่วงนี้หลาย ๆ คนก็คงกำลังตัดสินใจกันอยู่ใช่ไหมครับว่าจะเลือกซื้อประกันแบบไหนเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีดี เนื่องจากประกันมีหลายประเภทมาก มีทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันวินาศภัย แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าประกันทุกประเภท สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่นะ สำหรับใคร ที่ยังไม่ทราบ เรามาทำความเข้าใจกันใหม่ดีกว่าครับ
ประเภทประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เราสามารถเช็ครายละเอียดได้ง่าย ๆ เลยจากทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรืออาจจะตรวจสอบเงื่อนไขกับเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีบุคคลธรรมดา เช่น itax.in.th ซึ่งในบทความนี้ได้นำข้อมูลจาก 2 แห่งนี้มาเล่าให้ฟัง จะได้ทราบเงื่อนไขกันว่าประกันแบบไหนลดหย่อนภาษีได้และตัวอย่างง่าย ๆ ที่เราดูได้เลยว่าแบบไหนลดหย่อนไม่ได้
1. ค่าเบี้ยประกันชีวิต
เงื่อนในการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีคือ กรมธรรม์นั้นจะต้องอายุ 10 ปีขึ้นไป ถ้ามีการจ่ายค่าตอบแทนระหว่างสัญญาจะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี หรือกรณีจ่ายตามช่วงเวลา ก็จะต้องจ่ายไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันสะสม ซึ่งค่าเบี้ยประกันชีวิต จะทำการจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท และที่สำคัญคือต้องเป็นประกันชีวิตในประเทศไทยด้วยนะครับ
ตัวอย่างประกันชีวิตที่ไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ เช่น ประกันที่มีอายุสั้น เช่น จ่ายเบี้ยแค่ 1 ปี แต่คุ้มครอง 2 ปี หรือ อาจจะเป็นประกันที่มีการจ่ายค่าตอบแทนสูงเยอะกว่า 20% ของเบี้ยรายปี เคยมี บางคนไปทำประกันในต่างประเทศด้วย แบบนี้ก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้เช่นกันครับ
2. ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
ทางสรรพากรกำหนดเงื่อนไขสิทธิไว้ว่าต้องเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จ่ายผลประโยชน์บำนาญให้เราตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 85 ปีหรือมากกว่านั้น จะต้องจ่ายผลประโยชน์รายงวดอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือเป็นการจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาเอาประกันก็ได้ ซึ่งค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท ที่สำคัญคือต้องเป็นการทำประกันกับบริษัทในประเทศไทยเช่นเคยนะครับ
ตัวอย่างของประกันบำนาญที่ไม่สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ เช่น ประกันบำนาญที่คุ้มครองระยะสั้น เช่น คุ้มครอง 5 ปี หรืออาจจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตั้งแต่อายุ 50 ปี ประกันรูปแบบนี้ไม่สามารถนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ครับ
3. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้จะเป็นประกันที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพลภาพ การสูญเสียอวัยวะและความคุ้มครองโรคร้ายแรง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วประกันประเภทนี้มักจะใช้ลดหย่อนภาษีได้ปกติ แต่ก็จะมีประกันที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้บางส่วนเท่านั้น ในส่วนของค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จะจ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท หากเรามีประกันชีวิตด้วย จะต้องรวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ฉะนั้นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องสิทธิประโยชน์ของตัวเราเอง เราควรจะต้องถามตัวแทนประกันถึงเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีหน่อยนะครับ
ในส่วนของประกันที่ไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นประกันที่นอกเหนือจากประกันที่อยู่ในประเภทคุ้มครองตัวเรา เช่น กลุ่มประกันทรัพย์สินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันรถ ประกันโจรกรรม ประกันกลุ่มนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเรา แต่คุ้มครองบ้าน และรถของเราเท่านั้นครับ
นอกจากนี้หลายคนอาจจะสงสัยในส่วนของประกันควบการลงทุนใช่ไหมครับว่าสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ จริงๆ แล้วสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้บางส่วน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขกับทางสรรพากรเท่านั้นนะครับ แต่ในส่วนที่เอามาลงทุนไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นะ นี่จึงเป็นแบบประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้บางส่วน
เพราะฉะนั้นแล้ว หากเราไม่แน่ใจว่าประกันที่เรากำลังจะซื้อนั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้ไหม หรือ สามารถลดหย่อนได้แค่บางส่วนเท่านั้น อย่าลืมสอบถามตัวแทนประกันอย่างละเอียดหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันให้ได้ข้อมูลที่แน่นอนก่อนที่เราจะซื้อประกันนะครับ
สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพติดตัวไว้ เราอยากแนะนำ iHealthy Ultra ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย จากกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่มีแผนความคุ้มครองที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 100 ล้านบาทต่อปี ช่วยให้เราสามารถวางแผนรับมือกับค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพที่ยากเกินจะคาดเดา และยังสามารถนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย