สาระน่ารู้

สาระน่ารู้ นานาสาระความรู้

วิธีแก้หมาพิตบูลกัด !!!
12/09/2026

วิธีแก้หมาพิตบูลกัด !!!

วิธีแก้ไข"หมา พิทบูล" กัด วิธีแก้ไข ห้ามทำ 3 อย่างนี้เด็ดขาด..หาก...

ลูกกวางยอดกตัญญู !!!
12/09/2026

ลูกกวางยอดกตัญญู !!!

Enjoy the videos and music you love, upload original content, and share it all with friends, family, and the world on YouTube.

ต้นไม้คือเขื่อนที่ดีที่สุด !!!
12/09/2026

ต้นไม้คือเขื่อนที่ดีที่สุด !!!

ชายฝั่งบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ที่ดินหายไปในทะเลทุกปีขนาดเท่าสนามฟุตบอ...

10/09/2026

สุดยอด !!!

เป็นภัยต่อความมั่นคง ถอนสัญชาติซะ !!!
10/09/2026

เป็นภัยต่อความมั่นคง ถอนสัญชาติซะ !!!

บุญคุณลุงตู่ต้องจำ! แรบไบโยเซฟได้สัญชาติไทยปี 60 ก่อนผงาด 25 บริษัท รายได้ 4 พันล้าน

ย้อนเส้นทางการได้รับสัญชาติไทยของบุคคลที่มีรายงานเชื่อมโยงกับแรบไบโยเซฟ ไคม์ แคนเทอร์ ผู้นำศาสนายิวสายชาบัดในประเทศไทย พบว่าเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ตรงกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือยุค 3 ป.

ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือ “บิ๊กป๊อก” ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบกระบวนการขอแปลงสัญชาติของบุคคลต่างด้าว

หลักฐานที่ถูกนำมาเปิดเผยคือประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการได้สัญชาติไทย ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 โดยปรากฏชื่อ “นายเชม เอลีเอเซอร์ อัชเคนนาซี” ซึ่งสื่อหลายแห่งรายงานเชื่อมโยงกับแรบไบโยเซฟ อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยควรยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากชื่อในเอกสารราชการแตกต่างจากชื่อที่ใช้ในวงการศาสนา

เรื่องดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการเปิดข้อมูลว่าแรบไบโยเซฟและบุตรชายมีชื่อเชื่อมโยงในฐานะกรรมการกับบริษัทในประเทศไทยรวม 25 แห่ง ซึ่งมีรายได้รวมย้อนหลัง 5 ปีกว่า 4,215 ล้านบาท รวมถึงบริษัทที่เชื่อมโยงกับการยื่นขอจัดตั้งสุสานชาวยิวในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

สังคมจึงต้องการคำชี้แจงว่า กระบวนการพิจารณาให้สัญชาติไทยเมื่อปี 2560 มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติ และกิจกรรมทางธุรกิจอย่างไร ใครเป็นผู้เสนอและอนุมัติ รวมถึงมีระบบติดตามตรวจสอบพฤติการณ์ภายหลังได้รับสัญชาติหรือไม่

ทั้งนี้ การได้สัญชาติไทยดังกล่าวเกิดขึ้นตามกระบวนการของกระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าบุคคลในกลุ่ม 3 ป. ทุกคนมีส่วนร่วมอนุมัติเป็นรายบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเปิดเผยข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างชัดเจน

รายงาน

น่าเศร้าใจ !!!
31/08/2026

น่าเศร้าใจ !!!

ป่าบนเขาสิบห้าชั้นกำลังจะจมหาย

โดย

นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย
………….

ช้างแม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ริมคลองวังโตนดในเช้าวันนั้น

ลูกช้างใช้ปลายงวงแตะน้ำเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองแม่

ราวกับอยากถามว่าเหตุใดป่าในวันนี้จึงเงียบผิดไปจากทุกวัน

แม่นกเงือกยังคงบินกลับมาที่โพรงเดิม

กวางยังคงเดินลงมาหากินในป่าที่ราบต่ำ

ฝูงกระทิงยังคงย่ำไปตามเส้นทางซึ่งบรรพบุรุษเคยเดิน

และช้างป่ายังคงพาลูกหลานไปยังแหล่งน้ำกับแหล่งอาหารตามฤดูกาล
……….

สัตว์ทุกชีวิตยังไม่รู้ว่า มนุษย์ได้ขีดเส้นลงบนแผนที่แล้ว

เส้นเหล่านั้นแบ่งว่าบริเวณใดจะเป็นสันเขื่อน

บริเวณใดจะเป็นอ่างเก็บน้ำ

และบริเวณใดจะจมอยู่ใต้น้ำ

แต่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่มีรอยเท้าช้าง ไม่มีโพรงของนก ไม่มีดินโป่งของกระทิง และไม่มีต้นไม้ต้นที่แม่ช้างเคยยืนให้กำเนิดลูก
………

สำหรับมนุษย์ ป่าอาจเป็นเพียงพื้นที่จำนวนหนึ่งซึ่งวัดได้ด้วยหน่วยไร่

แต่สำหรับช้าง ป่าแห่งนี้คือบ้านทั้งหลัง

พื้นดินตรงนี้เก็บกลิ่นของแม่ กลิ่นของลูก และกลิ่นของสมาชิกในฝูงซึ่งเคยเดินผ่านมาก่อน

ทางแคบระหว่างต้นไม้คือถนนของช้าง

ลำห้วยคือที่ดื่มน้ำ ป่าที่ราบต่ำคือครัวซึ่งเลี้ยงทุกชีวิต

และร่มไม้คือหลังคาที่ปกป้องลูกช้างจากแสงแดด

หากน้ำเข้าท่วม บ้านเหล่านี้จะไม่ได้เพียงเปียกน้ำ

บ้านจะหายไปทั้งหลัง

ต้นไม้ที่ให้อาหารจะยืนตายอยู่ใต้น้ำ

ดินโป่งจะจมหาย

เส้นทางเดินซึ่งช้างจดจำมาหลายชั่วอายุจะถูกตัดขาด

สัตว์ที่หนีน้ำได้จะต้องเดินออกไป

ส่วนสัตว์ตัวเล็กซึ่งหนีไม่ทันอาจไม่มีโอกาสได้เห็นพื้นดินอีกเลย
………

ลูกช้างมองหน้าแม่อีกครั้ง

“ถ้าน้ำท่วมตรงนี้ เราจะไปอยู่ที่ไหน”

แม่ช้างตอบไม่ได้
………

ทางด้านหนึ่งคือผืนน้ำซึ่งกำลังจะเข้ามา

อีกด้านหนึ่งคือสวนและหมู่บ้านของมนุษย์

หากฝูงช้างเดินออกจากป่าเพื่อหาอาหาร

ผู้คนอาจเรียกพวกเขาว่า “ช้างบุกรุก”
……….

แต่ช้างไม่เคยรู้จักคำว่าบุกรุก

ช้างรู้เพียงว่า ทางเดินเก่าหายไป แหล่งอาหารเดิมจมหาย และบ้านซึ่งเคยเลี้ยงชีวิตกลับกลายเป็นสถานที่ที่พวกเขาไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีก
……….

กวางตัวหนึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกล

กวางเกิดใต้ร่มไม้แห่งนี้และเรียนรู้เสียงทุกเสียงของป่า

เขารู้ว่าเสียงใดคือฝน เสียงใดคือเสือ และเสียงใดคือกิ่งไม้ซึ่งช้างกำลังหักกิน

แต่เสียงเลื่อยยนต์กับเสียงเครื่องจักรเป็นเสียงที่กวางไม่เคยเรียนรู้ว่าจะหลบหนีอย่างไร
……….

กระทิงเฒ่ายืนอยู่ริมทุ่งหญ้า

เขาไม่เข้าใจเรื่องงบประมาณ

ไม่เข้าใจรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

และไม่รู้ว่ามนุษย์ประชุมกันอยู่ในห้องใด

เขารู้เพียงว่า หญ้าที่ฝูงกระทิงกินอยู่ทุกวันกำลังจะจมน้ำ

และลูกกระทิงรุ่นต่อไปอาจไม่มีทุ่งแห่งนี้ให้เติบโต
……….

บนกิ่งไม้สูง แม่นกกกลูกน้อยไว้ในโพรง

แม่นกเลือกต้นไม้นี้มานานแล้ว เพราะลำต้นใหญ่และแข็งแรงพอจะรักษาชีวิตลูก

หากต้นไม้ถูกโค่น แม่นกอาจบินหนีได้

แต่ลูกน้อยซึ่งยังไม่มีขนเต็มปีกจะไปไหน
……….

สัตว์แต่ละชีวิตจึงมีคำถามเดียวกัน

“เหตุใดมนุษย์จึงตัดสินชะตากรรมของเรา โดยไม่เคยถามเราสักคำ”

ไม่มีสัตว์ตัวใดปฏิเสธว่ามนุษย์ต้องการน้ำ

ช้างเองก็ต้องการน้ำ กวาง กระทิง นก และต้นไม้ต่างต้องอาศัยน้ำเช่นเดียวกัน

น้ำคือชีวิตของทุกฝ่าย

แต่การให้น้ำแก่ชีวิตกลุ่มหนึ่ง

ไม่ควรหมายถึงการพรากบ้านและชีวิตไปจากอีกกลุ่มหนึ่ง
………

เมื่อเย็นมาถึง แม่ช้างพาลูกเดินกลับเข้าป่า

รอยเท้าใหญ่กับรอยเท้าเล็กปรากฏเคียงกันบนดินชื้น เส้นทางนี้อาจเคยถูกใช้มาหลายร้อยปี

หากป่ายังอยู่ ลูกช้างก็คงพาลูกของตนกลับมาเดินบนเส้นทางเดียวกันในวันข้างหน้า
…………..

แต่ไม่มีใครรู้ว่า วันนั้นจะยังมาถึงหรือไม่

เขาสิบห้าชั้นไม่เคยพูดด้วยภาษาของมนุษย์

ช้างไม่สามารถยื่นหนังสือคัดค้าน

กวางไม่สามารถขึ้นศาล

กระทิงไม่สามารถถือป้ายประท้วง

และนกไม่สามารถอธิบายว่าต้นไม้ต้นใดคือบ้านของลูก

พวกเขาจึงได้แต่ยืนมอง และฝากเสียงทั้งหมดไว้กับมนุษย์ผู้ยังได้ยินเสียงของป่า
………

ลูกช้างหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองคลองวังโตนดเป็นครั้งสุดท้าย

แสงสุดท้ายของวันส่องลงบนผิวน้ำอย่างงดงาม

ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกลียดชัง

มีเพียงความกลัวและคำถามอันแสนเรียบง่ายว่า

“ถ้าพวกเราต้องเสียบ้าน เพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์และโรงงานอุตสาหกรรมของมนุษย์มีน้ำใช้“

”มนุษย์จะเมตตาเหลือป่าสักแห่งหนึ่งไว้ ให้พวกเราได้มีชีวิตอยู่บ้างหรือไม่”

อบตของครอบครัว !!!
31/08/2026

อบตของครอบครัว !!!

เมื่อ “อำนาจท้องถิ่น” กลายเป็นเรื่องของคนในครอบครัว?

แม่เป็น นายก อบต.
ลูกชายเป็น กำนัน
ลูกสาวเป็น สจ.
ลูกสะใภ้เป็น รองนายก อบต.
และหลานชายเป็น ผู้ใหญ่บ้าน

ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ทำได้หรือไม่” แต่คือ อำนาจ งบประมาณ และการตัดสินใจของรัฐ ควรกระจุกอยู่ในเครือญาติไม่กี่คนหรือไม่?

ประชาชนมีสิทธิถามว่า ตรวจสอบกันอย่างไร ผลประโยชน์ทับซ้อนมีหรือไม่ และประชาชนได้ประโยชน์จริงแค่ไหน

STRONG กระทุ้งสังคม:
อย่าปล่อยให้ “บ้านเมือง” กลายเป็น “บ้านของใครบ้านหนึ่ง”
อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่มรดกของครอบครัว

ุ้งสังคม ้านทุจริต #ตรวจสอบท้องถิ่น #อำนาจต้องตรวจสอบได้

ที่อยู่

99/99
Chiang Rai
57000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สาระน่ารู้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์