E Mae’ pakanpai รับออกแบบและวางแผนด้านการประกันทุกประเภท 0825639528

มะเร็งภัยเงียบใกล้ตัว  เป็นคนเดียว เดือดร้อนทั้งบ้าน ห้ามไม่ให้เป็นไม่ได้แต่บรรเทาความเสียหายจากมะเร็งได้ ด้วยประกันโรคร...
02/03/2023

มะเร็งภัยเงียบใกล้ตัว เป็นคนเดียว เดือดร้อนทั้งบ้าน ห้ามไม่ให้เป็นไม่ได้แต่บรรเทาความเสียหายจากมะเร็งได้ ด้วยประกันโรคร้ายแรง #เบี้ยหลักร้อยคุ้มครองหลักล้าน #ค่าชดเชยโรคร้ายแรงเจอจ่าย #ประกันโรคร้ายแรง #ตัวแทนประกันชีวิต #โตเกียวมารีนประกันชีวิต

หมอสาววัย 28 เล่าประสบการณ์กลายเป็นผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้ไม่ดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ สู้จนโรคสงบ ทำให้เข้าใจคนไข้มากขึ้น

แพทย์หญิงวัย 28 ปี ชื่อ “หมอลูกหมู” ได้เปิดเพจ “พักก้อน” เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง หลังจู่ๆ ก็พบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ทั้งที่ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ โดยเจ้าตัวเขียนเล่าเรื่องราวเอาไว้ว่า

สวัสดี เราชื่อลูกหมู เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ เป็นพี่สาวของน้องหมาไซหนึ่งตัว เป็นเด็กดีมาก เรียนดีมาทั้งชีวิต ได้เรียนแพทย์ที่โรงเรียนแพทย์ที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งหนึ่ง

ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน (ทุกวันนี้ยังนึกเสียดายอยู่ว่าตอนเพื่อนชวนไปเที่ยวน่าจะลองดูซักหน่อย) เริ่มชีวิตในฐานะหมออย่างเป็นทางการในปี 2020 มีความสุขกับการได้ดูแลคนไข้มากๆ และเริ่มชีวิตในฐานะคนไข้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ปลายเดือนเมษายน ปี 2022 หลังวันเกิดครบรอบ 27 ปี 2 เดือน จะพูดให้ชัดกว่านั้นคือ "คนไข้มะเร็ง"

เรื่องมันมีอยู่ว่า.. วันดีคืนดีของชีวิตแพทย์ใช้ทุนปีสอง เราคลำได้ก้อนที่คอ โตเร็วจนส่องกระจกก็เห็นว่ามีก้อนปูดๆออกมา ไม่เจ็บ ไม่บวม ไม่แดง สำหรับพวกเราชาวเมดดิซีนแล้ว ก้อนที่โตเร็วและไม่เจ็บ ดูไม่น่าจะเป็นก้อนที่เป็นมิตรได้เลย ก็เลยเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ เรายังจำความรู้สึกที่เหมือนพื้นโลกที่เราเหยียบอยู่กำลังแตกออก เหมือนกับว่าเราจะหล่นวูบลงไปในช่องว่างที่มองไม่เห็น ตอนที่เราอ่านผลชิ้นเนื้อของตัวเองบนจอคอมพิวเตอร์ "Diffuse large B-cell lymphoma" มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่ดุและโตเร็ว ใน 1 ปี จะมี 6,000 คนทั่วโลกที่ถูกวินิจฉัยด้วยโรคนี้ ใน 8,000 ล้านคน เราอยู่ในกลุ่ม 6,000 คนที่ถูกเลือก

บางทีเราก็สงสัยว่าทำไมชีวิตที่ผ่านมาถึงรู้สึกหนักอกหนักใจจังเลยนะ ทุกอย่างเข้าใจได้ตอนเห็นผล CT scan เพื่อประเมินระยะของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองก่อนเริ่มรักษา มีก้อนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตรอยู่ในช่องทรวงอกของเรา อยู่ระหว่างปอดสองข้าง ใกล้ๆ กับหัวใจและพวงเส้นเลือดใหญ่ต่างๆที่รับเลือดเสียกลับเข้าหัวใจ และส่งเลือดดีออกไปเลี้ยงร่างกาย

เราถูกตามมาแอดมิตทันทีที่อาจารย์โรคเลือด เห็นผลCT scan คุณก้อนตัวดี โตจนไปกดเส้นเลือดใหญ่เราซะแล้ว อีกไม่ถึงสัปดาห์ เราอาจจะหน้าบวม แขนบวม หายใจไม่ออก จากภาวะที่เรียกว่า "SVC syndrome“ และวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เราได้ทำงานในฐานะหมอ โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเราจะได้กลับมาอีกไหม..

ก็นะ คำว่า "มะเร็ง" ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดได้เต็มปากว่าเราจะได้กลับมา

6 เดือนผ่านไป คุณก้อนก็ทำให้เราได้พักผ่อน อยู่บ้านอย่างระมัดระวัง ไปรับยาเคมีบำบัดตามรอบ มีหน้าที่อย่างคือห้ามติดเชื้อใดๆเด็ดขาด รับยาเคมีบำบัดให้ครบตรงเวลา และที่ทุกคนของ่ายๆ "อย่าตาย"

ในวันนี้เราได้ยาเคมีบำบัดครบแล้ว การตรวจติดตามหลังรักษา อยู่ในสถานะโรคสงบ(in remission) เราได้กลับมาทำงานเต็มเวลา ได้กลับมารักษาคนไข้ และได้เป็นว่าที่แพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ ตามที่เคยฝันมาตลอดตั้งแต่เป็น นศพ.ปีห้า

เพจนี้ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อบันทึกการเดินทางตลอดหกเดือนที่เราและคนรอบข้างได้ต่อสู้กับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติอย่างแข็งแรง รวมถึงแชร์ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆที่น่าจะเป็นปัญหาที่เจอได้บ่อยในผู้ป่วยที่ต้องรับยาเคมีบำบัด

สำหรับเพื่อนๆพี่ๆป้าลุงตายายที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง อยากได้กำลังใจในการรักษา เรายินดีที่จะตอบข้อความเท่าที่จะมีเวลาว่างเสมอนะคะ

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในผู้ป่วยแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างหลากหลายมาก วิธีการรักษาก็อาจจะแตกต่างกัน ถ้ามีคำถามเรื่องรายละเอียดการรักษา จะขออนุญาตให้ไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเจ้าของไข้นะคะ

หมอลูกหมู ยังมาอัปเดตข้อความ เล่าเรื่องราวอีกครั้ง หลังมีคนถามเข้ามาเยอะว่า ในฐานะหมอ เมื่อต้องกลายมาเป็นคนไข้เสียเองแล้ว รู้สึกอย่างไร โดยเจ้าตัวเล่าว่า

หลายคนอาจจะสงสัยว่าในฐานะหมอ พอเราป่วยซะเองจะมีความคิดความรู้สึกต่างจากคนไข้ทั่วไปยังไงกันนะ? สำหรับตัวเราเอง ไม่ต่างเลยค่ะ 555 ออกจะกังวลมากกว่าคนไข้ทั่วไปด้วยซ้ำ

ตลอดเวลา 6 เดือนที่ป่วยและรับยาเคมีบำบัดเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเราเห็นมาตลอดว่าถ้าคนไข้มะเร็งได้ยาเคมีบำบัดแล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อน อาการจะรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้นเวลาจะกินอะไร หรือจะทำกิจกรรมอะไร เรามักจะคิดภาพตัวเองนอนซมให้ยาฆ่าเชื้อใน ICU อยู่บ่อยๆ

ตอนยังทำงานอยู่เราก็ไม่ต่างกับหมอหลายคนที่อยู่เวรห้องฉุกเฉิน แล้วเจอคนไข้ที่มาด้วยภาวะที่ไม่ได้ฉุกเฉินจริง

ในช่วง 6 เดือนนั้น คนไข้ที่มีคำนำหน้าว่าแพทย์หญิงคนนี้ได้เข้าห้องฉุกเฉิน 2 ครั้ง และไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงแก่ชีวิตทั้งสองครั้ง ครั้งแรกที่บ้านพาไปส่งเพราะเพลียมาก หน้ามืด วัดความดันได้ 60/30 (พอไปวัดที่ER ปกติซะเฉยๆ) ส่วนอีกครัังคือท้องเสีย ปวดท้อง pain score 10/10 พอไปตรวจจริงก็ปกติดี เป็นแค่อาการลำไส้แปรปรวน และทั้งสองครั้งที่ไปห้องฉุกเฉินนั้นไม่มีเจตนาอื่นใด นอกจากกลัวตายเท่านั้นแหละ

การเป็นคนไข้ซะเองทำให้เราเข้าใจคนไข้มากขึ้น

เข้าใจคนไข้ที่มาห้องฉุกเฉินตอนตีสาม เพราะท้องเสีย ปวดท้อง แค่โรคลำไส้อักเสบธรรมดาที่ไม่ฆ่าใคร แต่มันสามารถปวด pain score 10/10 ได้จริงๆ ไม่มีใครอยากเข้าห้องฉุกเฉินหรอกถ้าไม่กลัวตาย (ยกเว้นมาขอยาเดิมหรือขอใบรับรองแพทย์ตอนดึกๆ อันนั้นก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม)

เข้าใจว่าผู้ป่วยมะเร็งทุกคนต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งและต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างขนาดไหน การต่อสู้กับผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด การต้องระวังตัวเองตลอดเวลาไม่ให้ป่วย แต่ละวันมันไม่เคยง่ายเลย

เข้าใจว่าทุกคำสั่งการรักษาที่เขียนไปมันส่งผลกระทบกับชีวิตคนไข้จริงๆ หลายๆอย่างมันง่ายกับคนเขียน แต่ลำบากคนทำ เคยไม่เข้าใจว่าทำไมคนไข้เบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ได้ถึงไม่ยอมฉีดยาอินซูลิน จนถึงวันที่ตัวเองโดนฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว(เข้าใต้ผิวหนังคล้ายอินซูลิน) ยังรู้สึกว่ามันเจ็บ และมันลำบากจริงๆแหละ

แม้ว่าตอนนี้โรคจะสงบ กลับมาทำงานเป็นหมอเหมือนเดิมแล้ว สถานะคนไข้ก็ยังต้องติดตัวไปอีกหลายปี เพราะยังต้องเข้ารับการตรวจติดตามเป็นระยะ (แน่นอนว่าก็ยังกังวลเหมือนเดิมทุกครั้งแหละ555)

เราผ่านอะไรมาเยอะมากจริงๆค่ะ ทั้งประสบการณ์ที่ผมค่อยๆร่วงเป็นกระจุกจนหมดหัว ปวดกระดูกจนนอนร้องไห้ กินอาหารแล้วไม่รู้รสชาติจนยอมแพ้ที่จะกิน อ่อนเพลียมากจนเดินได้วันหนึ่งไม่กี่ก้าว พอมาคิดจริงๆก็ไม่ใช่เราคนเดียวหรอกที่เคยต้องผ่านเรื่องแบบนี้มา

เรารู้สึกว่าตัวเองในฐานะหมอก็มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน เราเรียนรู้ที่จะมองคนไข้เป็นมากกว่างานที่ต้องทำให้เสร็จ มีหลายครั้งที่เราเลือกจะนั่งลงข้างเตียงคนไข้ที่เพิ่งรู้ว่าเป็นมะเร็งเพื่อพูดว่า "กินข้าวเยอะๆนะคะ หมอรู้ว่ากินไม่อร่อยหรอก แต่ถ้าร่างกายเราแข็งแรง ผลการรักษาก็จะดีขึ้นนะ"

วันนี้มาเล่าซะยาวเลย มีใครอ่านจนจบบ้างมั้ยน้า😅

ไว้ครั้งหน้าจะมาเล่าประสบการณ์การรับมือกับการสูญเสียผม หรือการใช้ชีวิตกับpicc line(เส้นให้ยาเคมีบำบัด)โดยไม่ติดเชื้อให้ฟังกันนะคะ
ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ไว้พบกันใหม่ค่ะ 😊

#หมอลูกหมู #ผู้ป่วยมะเร็ง #มะเร็งต่อมน้ำเหลือง #รักษามะเร็ง #โหนกระแส

13/02/2023

ลำปางเช้านี้
ลูกเพจชาวลำปางที่ส่งมาบอกว่า กำลังไปทำประกันมะเร็งอยู่ อนาคตมะเร็งปอดแดกแน่ๆ

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องด้วยค่ะ    ประกันสุขภาพเด็กแพงก็จริง แต่ถ้าเราจ่ายพอได้ พอเจียดไหว ทำไว้เถอะค่ะ เพื่อมาตร...
20/01/2023

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องด้วยค่ะ
ประกันสุขภาพเด็กแพงก็จริง แต่ถ้าเราจ่ายพอได้ พอเจียดไหว ทำไว้เถอะค่ะ เพื่อมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ช่วยในการตัดสินใจ ช่วยในการหาทางเลือกที่มากขึ้น ที่สำคัญ จ่ายราคาป้องกัน จัดสรรได้ ย่อมดีกว่าราคาแก้ไขนะคะ

แม่ใจสลาย ลูกชายอายุ 3 ขวบ เข้า รพ.ด้วยอาการไข้สูง ผ่าน 3 วันลูกเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าสาเหตุอะไร

20 ม.ค.66 รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกันกรณีคุณแม่ท่านหนึ่ง เข้าร้องกับเพจสายไหมต้องรอด หลัง “น้องหอมแดง” ลูกชายวัย 3 ขวบเศษ มีอาการไข้สูง นำส่งโรงพยาบาล รักษาได้เพียงไม่กี่วัน น้องก็เสียชีวิต โดยตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีเรื่องที่คุณแม่ค้างคาใจมากมายในเรื่องของการรักษา และการสื่อสารของพยาบาล น้องเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ ยังไม่รู้ว่าน้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

คุณทราย แม่ของเด็กเล่าว่า วันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ลูกมีอาการไข้ ตัวร้อน คุณแม่ให้น้องกินยาลดไข้แล้วนอน จนเช้าวันที่ 23 ธ.ค. ไข้ไม่ลด จึงพาน้องไปรักษาตามสิทธิ์ที่ รพสต. ก่อนได้ส่งตัวน้องไปที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่ เพราะไข้สูงและมีผื่นขึ้นตามตัว กังวลว่าจะเป็นไข้เลือด จนออกช่วงเที่ยงของ 23 ธ.ค. ได้แอดมิตที่โรงพยาบาล แต่น้องกินยายาก กว่าจะได้กินยาต้องรอถึง 4 ทุ่มในคืนนั้น เจาะเลือดไปถึง 3 รอบ ก็ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการป่วย

จนวันที่ 24 ธ.ค. เวลาเที่ยง หมอให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลือ ตอนบ่ายสองพยาบาลมาป้อนยา น้องมีอาการชัก เกร็ง ตาค้าง พยาบาลบอกว่าไม่ใช่อาการชัก ไม่ต้องกังวล เป็นอาการปกติหลังมีอาการเกร็ง

ต่อมาน้องมีอาการน้ำลายฟูมปาก พยาบาลให้แม่อุ้มน้องไปอีกห้อง ภาพที่แม่คาใจที่สุดคือภาพที่พยาบาลคนหนึ่งนั่งเท้าคางมอง อีกคนเอาไฟฉายส่องดูลูกตน ทั้งที่ลูกเกร็งตาค้างอยู่ ไม่พูด หรือทำอะไรสักอย่าง

แม่บอกว่าตนอยากจะย้ายโรงพยาบาล แต่เขาไม่ให้ย้าย ตนยังโทษตัวเองอยู่ว่า ถ้าวันนั้นตนใจกล้าสักหน่อย แบกลูกขึ้นมอเตอร์ไซค์ย้ายโรงพยาบาล ลูกอาจจะไม่เป็นอะไรก็ได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ถ่ายคลิปอาการของน้องส่งให้หมอดู หมอเลยเดินลงมาตรวจเช็ก บอกว่าเด็กชักจริงๆ แล้วฉีดยาแก้ชักไป น้องนอนไม่ได้สติ ไม่กี่ชั่วโมงจากนั้น น้องถ่ายเหลว ถ่ายไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด พยาบาลบอกไม่ได้อาเจียนเป็นเลือด แต่น้องกัดปากตัวเอง จนไม่กี่นาทีต่อมาน้องอาเจียนออกมาเป็นลิ่มเลือดเต็มเตียง ถึงได้หามน้องกลับไปที่ห้องเดิม หมอจึงวิ่งลงมาดูอีกรอบ แม่พยายามขอย้ายโรงพยาบาลอีกรอบ รอบนี้เขาแจ้งว่าน้องอาการหนักแล้ว ไม่มีที่ไหนรับแล้ว ถ้าเป็นอะไรระหว่างเคลื่อนย้าย จะไม่มีใครรับผิดชอบ ส่วนพยาบาลคนที่นั่งเท้าคางเดินออกมาขอผ้าอ้อมจากแม่ แม่ถามว่าน้องเป็นอะไร อาการน้องเป็นอย่างไร เขากลับขำแห้งๆ ใส่ แล้วบอกว่าให้รอถามกับคุณหมอเอง

จนเวลา 21.00 น. น้องได้เข้า ICU สภาพมีสายระโยงระยาง ตอนนั้นน้องหัวใจหยุดเต้นไป 6 นาที แต่ปั๊มกลับมาได้แล้ว จนกลางดึกหมอบอกว่าหัวใจหยุดเต้นอีก 2 ครั้ง ซึ่งก็ปั๊มกลับมาได้ กว่าแม่จะเข้าไปดูลูกในห้องก็ตอนตี 3 สภาพลูกไม่ได้สติ ใส่เครื่องช่วยหายใจ ถามหมอว่าลูกเป็นอะไรกันแน่ หมอก็ตอบได้แค่ว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ต่อมาวันที่ 25 ธ.ค. แม่ได้เข้าเยี่ยมอีกครั้งประมาณเที่ยง น้องไม่ได้สติ นอนน้ำตาไหล มีเลือดไหลออกตามท่อที่ต่อตามร่างกาย ซึ่งน้องเสียชีวิตในวันดังกล่าวนั้นเอง

หลังน้องเสียชีวิต วันที่ 27 ธ.ค. โรงพยาบาลโทรมาถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ให้ทาง รพ.ช่วยเหลืออย่างไร คุณแม่กับคุณยายจึงเดินทางไปพูดคุยที่ รพ. เขาก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าลูกเป็นอะไร แค่ลงในใบมรณบัตรว่า “ติดเชื้อในกระแสเลือด” แต่อาการป่วยอะไรก็ตอบไม่ได้ ต้องขอหารือกันก่อน ซึ่งสำหรับตน ลูกตนเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการเป็นไข้ ไม่ได้เป็นมะเร็ง ทำไมต้องเป็นถึงขนาดนี้ ส่วนในเรื่องการช่วยเหลือต่างๆ นั้น ทาง รพ.ใส่ซองช่วยทำบุญงานศพมา 2 ซอง รวมเป็นเงิน 5,000 บาท

#เด็กเสียชีวิต #โรงพยาบาลรัฐ #สายไหมต้องรอด #รักษาล่าช้า #โหนกระแส

16/01/2023

จากใจคนอายุ 40 ที่ผิดพลาดทางการเงิน
ถ้าย้อนกลับไปได้ จะเปลี่ยน 3 อย่างนี้...
จาก Mission to the moon ได้พูดถึงเว็บไซต์ the making of a millionaire โดย คุณร็อคโก้ เพนโดรา
ชายอายุ 46 ปี ได้แชร์สิ่งทีได้เรียนรู้เรื่องการเงินเมื่ออายุ 40 ปี จนทำให้เขาในตอนนี้สนใจเรื่องเงินมากขึ้นจากความผิดพลาดที่ผ่านมา
และได้รวบรวม 3 ข้อผิดพลาดทางการเงิน ที่หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะแก้ 3 เรื่องนี้
1.เขาจะซื้อหุ้นแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย ๆ 15 ปี
เขาซื้อขายหุ้นไปเรื่อย และไม่ได้ซื้อทิ้งไว้ในระยะยาว อีกทั้งยังออกจากตลาดไปสักพัก เนื่องจากตลาดขาลง เขารู้ตัวว่าใช้อารมณ์ในการซื้อหุ้นมากเกินไป ถ้าเริ่มวันแรกที่เขาซื้อหุ้น แล้วไม่ขายเลย ก็คงร่ำรวยมากกว่านี้
2. ใช้บัตรเครดิตเพียงไม่กี่ใบ เอาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
ตัวเขาเป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวนมาก และรู้ดีว่า มันไม่ได้ดึงเฉพาะเรื่องการเงินให้เราตกต่ำลงเท่านั้น แต่มันยังดึงเอาความสัมพันธ์รอบข้าง ครอบครัว สุขภาพจิตให้ต่ำลงไปด้วย ความหงุดหงิดทางการเงินที่เกิดขึ้น อาจพาลทำนิสัยไม่ดีใส่คนอื่นได้
3.เขาจะซื้ออสังหาริมทรัพย์
แล้วถ้าเป็นไปได้ เขาจะซื้ออสังหาที่ทำเงินได้ด้วย หากเมื่อก่อนเขาซื้ออสังหาไว้ เพิ่มจากที่มีอยู่ มันน่าจะช่วยสร้างกำไรได้มาก
ในตอนแรกเค้าคิดว่าการเช่าไปเรื่อย ๆ เป็นเรื่องดี ที่ไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเยอะ แต่พอกลับมาคิดอีกที ว่าหากซื้ออสังหาแล้วกัดฟันผ่อนอาจจะดีกว่า อาจจะเเย่ในช่วงแรกหน่อย แต่ช่วงหลังจะสบาย
นอกจากนี้แอนน์ เลสเตอร์ อดีตหัวหน้าฝ่ายเกษียณอายุของ JPMorgan Asset Management ข้อผิดพลาดทางการเงินที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
1. ไม่ได้สนใจเก็บเงินกองทุนฉุกเฉิน
การมีกองทุนสำรองฉุกเฉินเป็นกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงหนี้สิน ตามหลักการแล้ว บัญชีนี้ควรครอบคลุมค่าครองชีพ 3 - 6 เดือน เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้
คุณควรใส่เงินฉุกเฉินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ ไม่ใช่บัญชีเพื่อการลงทุน เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงเงินได้ทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็น และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับราคาที่ตกในตลาดหุ้นด้วย
2. ไม่ได้ออมเงินสำหรับตอนเกษียณ
เมื่ออายุน้อย หลายคนอาจมองว่ายังเหลือเวลาอีกเยอะกว่าตัวเองจะเกษียณ แต่มีประโยคหนึ่งที่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์คือ “เก็บก่อน รวยก่อน” เพราะเงินที่เก็บในวันนี้จะเริ่มทวีคุณเป็นดอกเบี้ยทบต้นในวันข้างหน้า
มันจะถูกเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 10 - 20 ปี และจะมีมากกว่าคนที่เพิ่งมาเริ่มเก็บตอนอายุ 40 หรือ 50
3. ประกันเป็นสิ่งที่สำคัญ
หลายคนมักมองว่าประกันเป็นเรื่องของการเสียเงินโดยใช่เหตุ ไม่ได้มีความจำเป็นต่อชีวิต แต่ผลที่ตามมาของการไม่มีประกันคือการอาจต้องเสียเงินมากกว่าปกติตอนที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
เรื่องเงินมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ มากกว่าเหตุผลเยอะมาก อีกทั้งเรามักไม่ค่อยพูดถึงอนาคตเลย หากพูดเรื่องเงิน
สิ่งที่เจ็บที่สุดเมื่อเราอายุมากขึ้น ก็คือการที่เราไม่เข้าใจเรื่องเงิน และใช้เงินแบบผิด ๆ
หากเราอดทนอดกลั้นบ้าง ชีวิตเรื่องการเงินจะดีและสบายในที่สุด เราจะเจอพลังของดอกเบี้ยทบต้นที่ให้ความมั่งคั่ง
ในขณะที่ใช้เงินแบบผิด ๆ ก็จะมีหนี้ใหญ่โตกลับมาเช่นเดียวกัน
นี่คือบทเรียนของคนอายุ 40 ที่หากย้อนเวลากลับไปเขาอยากจะแก้ไขอะไร แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียได้ที่ ไม่สามาถแก้ไขอะไรได้ แต่มันสอนบทเรียนที่เป็นประโยชน์กับรุ่นใหม่ ได้ฉุกคิดมากขึ้น
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
100WEALTH
สังคมคนทำธุรกิจขนาดใหญ่
มาร่วมเติบโต ไปกับผู้ร่วมเดินทางอีกกว่า 1 ล้านคน ทั้ง เจ้าของธุรกิจ, SME, ขายของออนไลน์, Startup, Entrepreneur และนักลงทุน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน "ไปให้ถึง100ล้าน"


#ไปให้ถึง100ล้าน

ประกันเด็ก ปิดตัวลงหลายบริษัท ที่มีก็แพงจ่ายไม่ไหว  มาวางแผนหาทางเลือกอื่นตามงบประมาณที่เราไหว ดีกว่าไม่ได้เตรียมพร้อมอะ...
15/01/2023

ประกันเด็ก ปิดตัวลงหลายบริษัท ที่มีก็แพงจ่ายไม่ไหว มาวางแผนหาทางเลือกอื่นตามงบประมาณที่เราไหว ดีกว่าไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย ยินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ

อัตราดอกเบี้ย “บัญชีเงินฝากดิจิทัล”เดือน มกราคม 25666 อันดับ ดอกเบี้ยเงินฝากดิจิทัล สูงสุด1. Dime! Save โดยธนาคารเกียรติ...
06/01/2023

อัตราดอกเบี้ย “บัญชีเงินฝากดิจิทัล”
เดือน มกราคม 2566
6 อันดับ ดอกเบี้ยเงินฝากดิจิทัล สูงสุด
1. Dime! Save โดยธนาคารเกียรตินาคินภัทร
- ดอกเบี้ยสูงสุด 3% ต่อปี (วงเงินฝาก ไม่เกิน 30,000 บาท)
2. KKP Start Saving โดยธนาคารเกียรตินาคินภัทร
- ดอกเบี้ยสูงสุด 2% ต่อปี (ตั้งแต่บาทแรก - 50,000 บาท)
- เปิดบัญชีได้ผ่านแอป ทรูมันนี่วอลเล็ท
3. Chill-D โดยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
- ดอกเบี้ยสูงสุด 2% ต่อปี (ส่วนที่เกิน 10,000 - 50,000 บาท)
- เป็นบัญชีประเภทไม่มีสมุดคู่ฝาก โดยธนาคารจัดส่ง e-Statement ให้ทุกสิ้นเดือน
4. ttb me save โดยธนาคารทหารไทยธนชาต
- ดอกเบี้ยสูงถึง 1.7% ต่อปี เพียงมียอดฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน (ตั้งแต่บาทแรก - 1 แสนบาท)
5. KKP Start SAVVY โดยธนาคารเกียรตินาคินภัทร
- ดอกเบี้ยสูงสุด 1.6% ต่อปี (ยอดเงินมากกว่า 1 ล้าน แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยคิดทั้งยอดเงินฝาก ตั้งแต่บาทแรก)
- เปิดบัญชีออนไลน์ผ่าน KKP MOBILE Application
6. CIMB THAI สปีดดี พลัส โดยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
- ดอกเบี้ยสูงสุด 1.6% ต่อปี (ยอดเงินมากกว่า 2 ล้าน ถึง 3 ล้านบาท โดยคิดทั้งยอดเงินฝาก ตั้งแต่บาทแรก)

----------

จุดเด่นของ “บัญชีเงินฝากดิจิทัล”
- ให้ดอกเบี้ยสูง และมีความเสี่ยงต่ำกว่าสินทรัพย์อื่น
- เปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ จึงทำได้ง่ายขึ้น และสะดวกในการเปิดบัญชียิ่งขึ้น ไม่ต้องไปเปิดบัญชีที่สาขาของธนาคาร
- เหมาะสำหรับใช้เป็นบัญชีไว้พักเงิน หรือเป็นบัญชีไว้เก็บเงินออมฉุกเฉิน
ข้อจำกัดของบัญชีนี้ คือ ไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก และบัญชีของแต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันเล็กน้อย

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร
----------
Cr.Cashury

สินค้าสุขภาพเด็กตัวใหม่ หลายค่ายทยอยออกมาแล้วนะคะ  ในฐานะผู้บริโภค เราสามารถเทียบความคุ้มครองเทียบเบี้ย  เบี้ยถูก= ความค...
05/01/2023

สินค้าสุขภาพเด็กตัวใหม่ หลายค่ายทยอยออกมาแล้วนะคะ ในฐานะผู้บริโภค เราสามารถเทียบความคุ้มครองเทียบเบี้ย
เบี้ยถูก= ความคุ้มครองน้อย รับได้ไหม
เบี้ยแพง= ความคุ้มครองสูง หมดกังวล แต่จ่ายไหวไหม
ให้เราช่วยคุณ เป็นที่ปรึกษาได้ ก่อนตัดสินใจทำประกันค่ะ

04/01/2023

นักขายจำเป็นต้องเชี่ยวชาญในงานที่ตนทำ
เพราะไม่มีลูกค้าคนไหน
อยากเสียเวลาไปกับคนที่ไม่รู้เรื่องงานของตนเอง

- แฟรงก์ เบ็ตต์เจอร์ -


ที่อยู่

339/53 ม. 7 ต. สันนาเม็ง อ. สันทราย
Chiang Mai
50210

เบอร์โทรศัพท์

+66825639528

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ E Mae’ pakanpaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง E Mae’ pakanpai:

แชร์