My Crypto and Stocks Stocks and Crypto Currency information…

13/08/2026

ฝ่ายวิจัยของ Grayscale ระบุในรายงานล่าสุดว่า ตลาด Bitcoin (BTC) เริ่มส่งสัญญาณที่นิ่งขึ้น และช่วงตลาดขาลงที่ผ่านมาอาจจะใกล้ถึงจุดจบแล้ว พร้อมชี้ถึง 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลัก ที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการหนุนการเติบโตครั้งนี้

11/08/2026

Bitcoin สิ้นปี 2026 จะไปจบที่ราคาเท่าไหร่? เราลองให้ ChatGPT, Grok และ Claude ประเมินจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจมหภาค, เงินลงทุนสถาบัน และกฎระเบียบในสหรัฐฯ โดยกำหนดให้ AI มองไปข้างหน้า 4 เดือนแล้วค่อยทำการวิเคราะห์ ผลลัพธ์ที่ได้แม้จะแตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 โมเดลดันมองตรงกันว่า Bitcoin มีโอกาสปรับตัวขึ้นจากระดับราคาในปัจจุบัน

09/07/2026

JPMorgan ออกมาเตือนว่าความเสี่ยงระยะยาวที่น่ากลัวที่สุดของ Bitcoin ไม่ใช่เรื่องการเทขายของบริษัทใหญ่ แต่เป็นเทรนด์ของธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่เลือกพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นระบบปิดของตัวเองเพื่อใช้งานภายใน

การขยับตัวแบบนี้อาจทำให้เม็ดเงินมหาศาลจากโลกการเงินดั้งเดิมเลือกที่จะมองข้ามและไม่ไหลเข้ามาสนับสนุนเครือข่ายสาธารณะแบบเปิดอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum อีกต่อไปในอนาคต

20/06/2026

ตลาดคริปโตรอบนี้เปลี่ยนไป! CryptoQuant ชี้กลไกโยกเงินเข้า Altcoin ล่มสลาย ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
📌 กิ ยัง จู (Ki Young Ju) CEO ของ CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain โพสต์เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า กระแสโยกเงินจาก Bitcoin ไปสู่ Altcoin ขนาดกลาง-เล็กบนกระดานซื้อขาย "หายไปแล้ว" ข้อมูลปริมาณซื้อขาย Altcoin ที่ใช้ BTC เป็นสกุลคู่เทรดร่วงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ติดต่อกัน
แล้วทำไมถึงสำคัญ? เพราะกลไกแบบนี้คือแรงจุด Altseason ในปี 2560 และ 2564 สูตรเดิมคือ BTC ขึ้น กำไรไหลสู่ ETH จากนั้นกระจายลงเหรียญเล็ก สุดท้ายทุกอย่างขึ้นพร้อมกัน แม้แต่เหรียญที่ไม่มีอะไรหนุนเลย
📌 แต่ตอนนี้ภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว เงินสถาบันที่เข้ามาผ่าน ETF ไม่ได้วนซื้อ Altcoin เหมือนนักเทรดรายย่อยในยุคก่อน พวกเขาซื้อ BTC แล้วจอด หรือไม่ก็เลือก ETH หรือ SOL โดยตรง กระแสที่เคยไหลยาวลงถึงเหรียญอันดับสองสามร้อยไม่มีอีกแล้ว
ผลที่ตามมาชัดมาก ตลาด Altcoin ทั้งหมด (ไม่นับ BTC และ Stablecoin) รวมมูลค่าราว 6 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 19.5 ล้านล้านบาท แต่เกือบ 80% ของเงินก้อนนั้นกองอยู่ใน 10 เหรียญใหญ่อันดับแรกเพียงอย่างเดียว เหรียญที่เหลืออีกกว่าหมื่นตัวกำลังแย่งเศษที่ตกลงมากัน
📌 กิ ยัง จู ยังชี้ว่าเหรียญที่ยังมีอนาคตในรอบถัดไปคือกลุ่มที่สร้างรายได้จริง ได้แก่ธุรกิจที่ออกโทเคนแทนหุ้นอย่าง BNB ของ Binance หรือ Toncoin ของ Telegram, DeFi ที่เก็บค่าธรรมเนียมจริงไม่ใช่แค่พิมพ์ Yield ขึ้นมา, RWA หรือโทเคนที่อ้างอิงสินทรัพย์โลกจริงอย่างพันธบัตรหรืออสังหาริมทรัพย์ และ AI Agent ที่ดำเนินธุรกรรมบนบล็อกเชนได้จริง
พูดตรงๆ รอบถัดไปจะไม่มีปั้มทั่วหน้าเหมือนปี 2564 อีกแล้ว
📌 ด้านการวิเคราะห์เทคนิค Rekt Capital ชี้ว่า BTC Dominance ค่าสัดส่วนของ Bitcoin เทียบกับตลาดคริปโตรวม แสดง Bullish Divergence นั่นคือราคาทำจุดต่ำใหม่แต่ RSI ไม่ได้ตามลงด้วย ซึ่งสัญญาณแบบนี้มักบอกว่าแรงขายกำลังอ่อนลง ถ้า BTC Dominance ดีดขึ้นต่อ เงินก็จะยิ่งไหลกลับเข้า Bitcoin แทนที่จะกระจายสู่ Altcoin
อย่างไรก็ตาม Rekt Capital เองก็เตือนว่า BTC Dominance สูญเสียแนวโน้มขาขึ้นระยะใหญ่ไปแล้ว การดีดขึ้นครั้งนี้อาจเป็นแค่การฟื้นตัวชั่วคราวก่อนจะร่วงต่อ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น Altcoin บางส่วนก็อาจหายใจได้บ้าง
📌 ความเห็นในโซเชียลแบ่งสองฝั่ง
ฝั่งที่เห็นด้วยกับกิ ยัง จูมองว่า "Altseason แบบปั้มทั่วตลาดน่าจะจบแล้ว ตลาดคริปโตเริ่มทำงานเหมือนตลาดหุ้นที่ต้องคัดเหรียญให้แม่น ไม่ใช่ซื้อสุ่มแล้วรอด"
ส่วนอีกฝั่งแย้งว่า "บอกแบบนี้ทุกรอบ พอ BTC ทำ All-time High ใหม่ Altcoin เล็กๆ ก็ยังขึ้นเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อยู่ดี ใครออกไปก่อนจะเสียดายทีหลัง"
รอบนี้คุณคิดว่า Altseason จะกลับมาปั้มทั่วหน้าเหมือนปี 2564 ไหม หรือยุคที่ซื้อเหรียญสุ่มแล้วรวยนั้นผ่านไปแล้ว คอมเมนต์ไว้ใต้โพสต์เลย
⚠️ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

08/04/2026

บังโตอ้าง! Jeffrey Epstein คือ 1 ใน 5 ผู้ร่วมก่อตั้ง Bitcoin — ทฤษฎีที่น่าตามรอย หรือแค่ข่าวลือ? 🧐
มีคำถามหนึ่งที่วงการคริปโตไทยถกกันหนักในช่วงต้นปี 2568
ไม่ใช่เรื่องราคา ไม่ใช่เรื่อง ETF ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นคำถามว่า… คนที่สร้าง Bitcoin ขึ้นมาเปลี่ยนโลก — จริงๆ แล้วเป็นใคร?
และครั้งนี้ชื่อที่ถูกเอ่ยถึง ไม่ใช่แค่นักคริปโตกราฟี ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ แต่เป็นชื่อของชายที่โลกจำได้จากสิ่งที่เลวร้ายที่สุด — Jeffrey Epstein (เจฟฟรีย์ เอปสตีน)
1) 🎸วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ "บังโต" อดีตนักร้องนำวง Silly Fools ผู้ที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ ออกรายการ YouTube บันทึกเทปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568
ในนาทีที่ 39:33 เขาออกปากว่า Epstein คือ "1 ใน 5 บุคคลผู้ร่วมสร้าง Bitcoin" พร้อมเตือนผู้ฟังให้ "เตรียมรอเกิดหายนะ" เพราะ Bitcoin ถูกสร้างโดยคนมีเส้นสายระดับโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องมืดดำ คำพูดนั้นกระจายในกลุ่มคริปโตไทยทันที — บางคนงง บางคนตื่นเต้น บางคนหัวร้อน
2) 🦹 Epstein คือใคร สรุปสั้นๆ สำหรับคนที่ยังไม่คุ้น
เจฟฟรีย์ เอปสตีน เป็นนักการเงินชาวอเมริกัน เคยเป็นหุ้นส่วนของ Bear Stearns ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ของตัวเอง คบหาสมาคมกับชนชั้นนำและบุคคลดังระดับโลกมาตลอดหลายทศวรรษ
แต่สิ่งที่ทำให้โลกจดจำเขาไม่ใช่ความมั่งคั่ง — เขาเป็นนักการเงินที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและค้ามนุษย์ ก่อนจะเสียชีวิตในห้องขังปี 2562 ท่ามกลางข้อสงสัยมากมายว่าตายอย่างไร
3) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารกว่า 3 ล้านไฟล์ที่เกี่ยวกับ Epstein และในนั้นมีสิ่งที่ชุมชนคริปโตไม่คาดฝัน — หลักฐานว่า Epstein เคยพูดคุยกับ "ผู้สร้าง Bitcoin" ตัวจริง
หลักฐานชิ้นสำคัญคืออีเมลลงวันที่ 2 เมษายน 2018 ส่งโดย Madars Virza หนึ่งในทีมผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash (สกุลเงินดิจิทัลที่เน้นความเป็นส่วนตัว) ส่งตรงถึงอีเมลส่วนตัวของ Epstein เพื่อรายงานรายละเอียดทางการเงิน
และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือในอีเมลนั้น Epstein ใช้คำว่า "ผู้ก่อตั้ง" ในรูปพหูพจน์ — สื่อถึงจำนวนมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งสอดคล้องกับข้อสงสัยที่มีมานานในวงการ Bitcoin ว่า Satoshi Nakamoto (ซาโตชิ นากาโมโตะ — นามแฝงปริศนาผู้สร้าง Bitcoin) อาจไม่ใช่บุคคลคนเดียว แต่เป็นกลุ่มคน
4) 💸 Epstein กับโลกคริปโต — ใกล้กันแค่ไหน?
ชื่อของ Brock Pierce ผู้ร่วมก่อตั้ง Tether (USDT) และประธาน Bitcoin Foundation ปรากฏในบันทึกเกี่ยวกับ Epstein มากกว่าพันครั้ง
Peter Thiel มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และนักลงทุน Bitcoin ตัวยง ก็ปรากฏชื่อในเส้นทางการเงินของ Epstein เช่นกัน โดย Epstein เคยลงทุนเงิน 40 ล้านดอลลาร์ในกองทุน Valar Ventures ของ Thiel
และที่เชื่อมกับข้อกล่าวอ้างของบังโตโดยตรง — Adam Back (อาดัม แบ็ก) นักเข้ารหัสลับระดับโลก ผู้ประดิษฐ์ระบบ Hashcash ที่ Bitcoin ใช้เป็นโปรโตคอลพื้นฐาน และ CEO ของ Blockstream — บริษัทที่เคยรับเงินสนับสนุนระยะสั้นจาก Epstein
5) 🔍 แล้ว "5 คน" ที่บังโตพูดถึงคือใคร?
ในวงการคริปโต มีชื่อที่ถูกเสนอมายาวนานว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของ "Satoshi กลุ่ม" ได้แก่:
🔹 Hal Finney (เสียชีวิตแล้ว) — นักเข้ารหัสลับ และผู้รับธุรกรรม Bitcoin รายแรกในประวัติศาสตร์จากซาโตชิโดยตรง
🔹Nick Szabo — ผู้คิดค้น BitGold ต้นแบบ Bitcoin สไตล์การเขียนตรงกับ Bitcoin Whitepaper อย่างน่าประหลาดใจ
🔹Adam Back — ผู้ที่ซาโตชิติดต่อเป็นคนแรก และ CEO ของ Blockstream ที่มีชื่อ Epstein เชื่อมอยู่
🔹Len Sassaman (เสียชีวิตแล้ว) — นักเข้ารหัสลับผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่ Bitcoin ใช้งาน เสียชีวิตไม่กี่เดือนหลังข้อความสุดท้ายของซาโตชิปรากฏ
ทั้งหมดนี้คือทฤษฎี ไม่มีการพิสูจน์ได้จริงสักชื่อเดียว
6) ⚖️ ข้อเท็จจริง vs สิ่งที่ยังไม่รู้
ณ วันนี้ ยังไม่มีหลักฐานเชิงเทคนิคหรือเอกสารใดพิสูจน์ได้ว่า Epstein มีส่วนเขียนโค้ด ออกแบบโปรโตคอล หรือสร้างเครือข่าย Bitcoin การที่ใครคนหนึ่งเคยลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือมีชื่ออยู่ในอีเมลกับนักพัฒนาคริปโต ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นผู้สร้างระบบนั้น — เหมือนที่นักวิเคราะห์เตือนว่า "มีชื่อ ≠ มีความผิด" ต้องดูบริบทว่าชื่อโผล่มาในฐานะอะไรเสมอ
7) 💬 คนในวงการพูดกันอย่างไร?
หลังข่าวนี้แพร่ออกไป มีคนในชุมชนคริปโตไทยแสดงความเห็นในลักษณะว่า "ไม่แปลกใจเลย เพราะ Satoshi ไม่เคยออกมายืนยันตัวเอง ใครๆ ก็โยงเข้าหาได้หมด" และ "Epstein เชื่อมกับทุกอย่างในโลกนี้ได้เลย ถ้าค้นลึกพอ — นั่นแหละปัญหาของทฤษฎีแบบนี้"
8) 🔚 ปิดท้าย - ปริศนา Satoshi Nakamoto ดำรงอยู่มากว่า 16 ปี และน่าจะยังไม่มีคำตอบชัดเจนในเร็วๆ นี้ สิ่งที่ Epstein Files พิสูจน์ได้จริงคือ โลกการเงินและโลกคริปโตเชื่อมกันลึกกว่าที่เราคิด — แต่การเชื่อมกันนั้นหมายความว่าอะไร ยังต้องอาศัยหลักฐาน ไม่ใช่แค่การเดา Bitcoin ยังทำงานต่อไปทุกวัน โดยไม่สนว่าใครจะอ้างว่าเป็นคนสร้าง
💬 คุณคิดว่า Satoshi Nakamoto คือใคร — บุคคลคนเดียว หรือกลุ่มคน? และถ้า Epstein มีส่วนจริงๆ มันจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อ Bitcoin หรือเปล่า?

13/02/2026

เมื่อคืน $3.6 ล้านล้าน “หายวับ” ใน 90 นาที — นี่คือสัญญาณอะไรของตลาดโลก?

ตลาดการเงินโลกเจอแรงกระแทกพร้อมกันแบบ “ขวางทั้งกระดาน”
มูลค่าทรัพย์สินหายไปเกือบ **$3.6 ล้านล้าน** ภายในเวลาราว 1–2 ชั่วโมง

* **Gold** ↓ 3.7–4% → มาร์เก็ตแคปหาย ~$1.34 ล้านล้าน
* **Silver** ↓ 8–11% → หาย ~$400 พันล้าน
* **S&P 500** ↓ 1–1.6% → หาย ~$620 พันล้าน
* **Nasdaq** ↓ 1.5–2% → หาย ~$600 พันล้าน
* **Crypto** ↓ ~3% (BTC หลุด ~$66,000 ชั่วคราว) → หาย ~$70 พันล้าน

ภาพกราฟช่วง 10:30–12:30 ET คือแท่งแดงยาวพร้อมกันทั้งหุ้น ทอง เงิน และบิตคอยน์
นี่ไม่ใช่ “วิกฤตถาวร” แต่คือ **Liquidity Flush / Forced Liquidation ครั้งใหญ่**

---

# # เกิดอะไรขึ้นจริงๆ?

# # # 1) ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ แข็งเกินคาด

ตลาดเคยหวังว่า Fed จะรีบลดดอกเบี้ย
แต่เมื่อ Job Data ออกมา “ร้อน”
→ ตลาดลดความหวังเรื่อง Rate Cut
→ ดอลลาร์แข็ง
→ สินทรัพย์ที่ตั้งราคาเป็น USD (ทอง เงิน คริปโต) ถูกกดดันทันที

---

# # # 2) แนวรับทองคำ $5,000 แตก = อัลกอริทึมเริ่มทำงาน

เมื่อทองหลุด $5,000
ระบบเทรดอัตโนมัติ + stop-loss cascade เริ่มยิงคำสั่งขาย
ตลาดเงิน (silver) ซึ่งบางและมีเลเวอเรจสูงกว่า
โดนหนักกว่าเพื่อน

นี่คือภาพคลาสสิกของ

> **“Leverage meets gravity”**

---

# # # 3) กองทุนขาย “ของเหลว” ก่อน

เวลาโดน margin call
คุณจะขายอะไร?
ขายของที่ “ขายง่าย” ก่อน

ทอง
เงิน
Nasdaq
Bitcoin

เพื่อนำเงินไปอุดรูรั่ว position อื่น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้แต่ “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง” ก็ร่วงพร้อมกันได้

---

# # แล้วมันคือ Crash ไหม?

บางคนบอกว่า
S&P เฉลี่ยแกว่งวันละ ~0.8% อยู่แล้ว
รอบนี้แค่ correction

แต่บางคนมองว่า
มูลค่าที่หายไป **มากกว่ามาร์เก็ตแคป Bitcoin ทั้งก้อน**

VIX พุ่ง
Treasuries ดีดแรง
World Uncertainty Index ขึ้นสูง

นี่คือภาพของ “High Fear Environment”

---

# # ความเสี่ยงรอบ 2 อยู่ตรงไหน?

* ถ้า CPI ออกมาร้อนกว่าคาด → ตลาดอาจโดนซ้ำ
* Corporate bankruptcies สหรัฐฯ สูงสุดนับตั้งแต่ 2008–2020
* Consumer stress เพิ่ม
* วัฏจักรกำลังเข้า Late Stage

---

# # แต่มุมมองอีกด้าน…

นักลงทุนบางส่วนมองว่า
นี่คือการ “ล้างเลเวอเรจ”
ไม่ใช่จุดจบของ bull market

ถ้า fundamentals ใหญ่ยังไม่เปลี่ยน
ทอง เงิน คริปโต อาจฟื้นได้หลังแรงขายหมด

---

# # บทเรียนสำคัญ

1. ตลาดไม่ได้ร่วงเพราะ thesis พัง
2. ตลาดร่วงเพราะ “สภาพคล่องหาย”
3. เลเวอเรจสูง = เสี่ยงโดนบังคับขาย
4. ในโลกที่เงินหมุนเร็ว ความผันผวนจะเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

24/03/2025

HIDDEN BULLISH DIVERGENCE BITCOIN ขึ้น 100% ใน 100 วัน รอบปัจจุบันพึ่ง CONFIRM!! รอบนี้ขอสัก $150,000

🔑 จากการเปิดสัปดาห์ใหม่ล่าสุด เราพบสัญญาณ HIDDEN BULLISH DIVERGENCE บนภาพสัปดาห์กับ Bitcoin โดยสัญญาณดังกล่าวนี้รอบหลังสุดที่เคยเกิดขึ้นคือเมื่อเดือน ก.ย. 67 (ปีที่แล้ว) โดยเกิดเทียบกับ ก.ย. 66 (สองปีก่อน) โดยในรอบนั้นราคา Bitcoin ได้ขึ้นต่อเนื่องยาวนานประมาณ 100 วัน และพาราคาขึ้นจากแถวๆ $50,000 ไปสู่ NEW ATH $100,000 ในรอบที่ผ่านมานั่นเอง หรือกล่าวคือ 100 วัน 100% นั้นมีอยู่จริง

🔑 ล่าสุดนักวิเคราะห์กำลังคาดหวังสิ่งเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ ก.ย. 67 และหากวัดดูแล้ว ถ้ารอบนี้ Bitcoin ขึ้น 100% เหมือนรอบก่อนจบลงแถวๆช่วงต้นไตรมาสที่ 3 เราอาจได้เห็น Bitcoin ไปแตะๆถึงแถว $150,000-160,000 เลยทีเดียว ซึ่งตรงจุดนี้ก็น่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้กับวัยรุ่นคริปโตได้เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน ซึ่งแอดก็ขอคาดหวังว่าเพื่อนๆจะไม่ติดดอยซ้ำรอยกันอีกหรือตกรถกันอีกนะ 🤣

🔑 ปัจจัยเสริมระยะสั้นที่จะช่วยทำให้สัปดาห์นี้ราคา Bitcoin ไปในทิศทางเขียวๆ ตาม HIDDEN BULLISH DIVERGENCE ที่กำลังดำเนินอยู่ในภาพใหญ่ก็คือการขึ้นไปปิด CME GAP ด้านบนที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาที่ระดับเหนือ $87,250 โดยดูจากราคาแล้วคาดว่าสัปดาห์นี้เราน่าจะมีโอกาสทำได้สำเร็จค่อนข้างสูง ซึ่งสำหรับสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติส่วนมากมองราคา Bitcoin ไว้แถว $93,###

"Not Financial Advice"

#แอดโครมันยอง

#บิทคอยน์ #บิทดอย

19/02/2025

📉 BTC ปรับแผนใหม่ ต้องระวังขาลงมากขึ้น?
ช่วงนี้ตลาด BTC ดูจะเริ่มมีสัญญาณเทรนด์ขาลงที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ปิดตายโอกาสขาขึ้นซะทีเดียว! มาลองวิเคราะห์จาก Elliott Wave กันครับ (ขี้เกียจอ่านสามารถดูคลิปได้ที่ใต้คอมเมนต์) 🔍
⚠️ ภาพรวม Wave 4 น่าจะยังไม่จบ?
• ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา BTC ยังไม่มีการยก High เลย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตอนนี้อาจจะยังอยู่ใน Wave 4 ใหญ่ (สีขาว)
• ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราอาจจะเห็นการลากลงไปจบในโซน Fibonacci Retracement สีฟ้า (0.382 - 0.618)
• การปรับตัวนี้ อาจมาในรูปแบบ WXY ของ Wave C และถ้าขยายเป็น Impulse 5 คลื่น อาจเกิดแรงเทขายหนัก (แค่คิด Altcoins ก็หนาวแล้ว) 🚨
📊 แล้วขาขึ้นยังพอมีโอกาสมั้ย?
• ถ้าขึ้นได้จริง ต้องเป็นโครงสร้าง Impulse Wave สีเขียว โดยตอนนี้อาจเป็น Wave 1, 2 และกำลังจะขึ้น Wave 3
• แต่มีข้อสังเกตคือ Wave 2 ดูใช้เวลาพักตัวนานเกินไป ทำให้เริ่มขาดความสมดุลด้าน Time Degree แล้ว
• จุดสำคัญที่ต้องจับตา! หากราคาหลุดฐาน Wave 1 ที่ $91,000 โครงสร้างนี้จะ Invalidate และโอกาสขึ้นจะลดลงไปอีก
📌 สรุปแล้วต้องทำยังไง?
✅ ใครยังมีของ ระวังการปรับตัวลงแรง
✅ เทรดแบบมีแผน! วาง SL ให้ชัดเจน
✅ ติดตามโซน $91,000 ให้ดี ถ้าหลุดคือสัญญาณว่าโครงสร้างขาขึ้นพัง!
📢 Disclaimer
• นี่ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุน
• ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง ควรบริหารความเสี่ยงให้ดี

🚀

ที่อยู่

9 M. 10; Sri Kaang, Banna
Changwat Nakhon Nayok
26110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ My Crypto and Stocksผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์