23/03/2026
⚖️ ได้เงินจากประกันแล้ว ยังฟ้องเรียกจากคนขับอีกได้ไหม?
หลายคนเข้าใจว่า
ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้เสียหายได้เงินจากบริษัทประกันภัยมาแล้ว
ก็ยังสามารถเรียกจากคนขับได้เต็มจำนวนอีก
แต่คดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรียกซ้ำไม่ได้ หากเงินประกันที่ได้รับนั้นคุ้มกับความเสียหายที่เหลืออยู่แล้ว
📌 คดีนี้เกิดจาก
จำเลยขับรถโดยประมาท
เป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงแก่ความตาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดค่าสินไหมทดแทนไว้เป็น
ค่าปลงศพ 269,597 บาท
ค่าขาดไร้อุปการะ 672,000 บาท
รวมเป็นเงิน 941,597 บาท
ต่อมาเมื่อนำเงินที่จำเลยจ่ายไปแล้วบางส่วนมาหักออก
ยังเหลือค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดอีก 830,038 บาท
แต่หลังจากนั้น โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับเงินจากบริษัทประกันภัยแล้ว 2 ทาง คือ
✅ จาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำนวน 488,441 บาท
✅ จาก ประกันภัยรถยนต์ของจำเลย อีก 500,000 บาท
รวมเป็นเงิน 988,441 บาท
📖 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
เงินจากทั้ง พ.ร.บ. และ ประกันภัยภาคสมัครใจ ล้วนเป็นเงินชดใช้ความเสียหายจากเหตุเดียวกัน
จึงต้องนำมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดด้วย
เมื่อเงินที่โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับจากบริษัทประกันภัยทั้ง 2 แห่ง
รวมกันเป็น 988,441 บาท
ซึ่งมากกว่าค่าเสียหายส่วนที่เหลือ 830,038 บาท
จำเลยจึง ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนนั้นซ้ำอีก
🚫 เพราะถ้าให้จ่ายเพิ่ม
ก็จะกลายเป็นการชดใช้ ซ้ำซ้อน
และทำให้ผู้เสียหายได้รับเงิน เกินกว่าความเสียหายจริง
อีกประเด็นหนึ่ง
ศาลฎีกายังวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมที่ 2 มีส่วนประมาทในเหตุที่เกิดขึ้น
จึง ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้
🔎 สรุป
ได้เงินจาก พ.ร.บ. แล้ว ยังฟ้องได้ หากความเสียหายยังไม่ครบ
ได้เงินจาก ประกันรถยนต์ของฝ่ายผู้ก่อเหตุ แล้ว ก็ต้องนำมาหักด้วย
ถ้าได้เงินจากประกันรวมกัน ครบหรือเกิน ความเสียหายที่ศาลกำหนดแล้ว
จำเลยไม่ต้องจ่ายซ้ำอีก
📚 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5398/2568