CFP Training ติดตาม ความรู้การเงินดีๆ และแนวการ?

"อู่ฝูหลินเหมิน(五福臨門): พร 5 ประการ มาถึงประตูบ้าน⛩️" 📅 7 – 8 มีนาคม 2569📍 ณ วัดราชวรินทร์ ซอยตากสิน 21 เขตธนบุรี (ไม่มีค...
03/03/2026

"อู่ฝูหลินเหมิน(五福臨門): พร 5 ประการ มาถึงประตูบ้าน⛩️"

📅 7 – 8 มีนาคม 2569
📍 ณ วัดราชวรินทร์ ซอยตากสิน 21 เขตธนบุรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
👵🧓 สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน อายุ 60 ปีขึ้นไป



ปล.พบกัน 7 มี.ค. 69 14.30-16.30 นะครับ

https://www.facebook.com/share/p/1AokNDW3gn/?mibextid=wwXIfr

รักให้สุดใจ ใส่ใจอนาคตการเงิน14 กุมภาพันธ์ 2568  by ราชันย์ ตันติจินดา CFP   #วางแผนการเงิน
15/02/2026

รักให้สุดใจ ใส่ใจอนาคตการเงิน

14 กุมภาพันธ์ 2568

by ราชันย์ ตันติจินดา CFP

#วางแผนการเงิน

กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ที่เงินมักสะพัดไปกับของขวัญให้คนรัก จะดีกว่าไหมถ้าของขวัญที่มอบให้ใครสักคนจะเป็นมากกว่าความรัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจอนาคตของคนที่เรารัก ด้วย 5 ของขวัญการเงิน แทนความรักให้สุดใจ แต่ยังคงใส่ใจอนาคตการเงิน
1.ทองคำ
ทองคำ ของขวัญที่ดูล้ำค่าในทุกยุคสมัย แต่การจะซื้อสร้อยทองสักเส้นในยุคที่ราคาทองคำบาทละ 7 หมื่น คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเปลี่ยนเป็นทองคำดิจิทัล ที่สามารถซื้อได้ผ่าน Application ของธนาคารหรือสถาบันการเงินชื่อดังต่างๆ ได้หลายแห่ง ด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 300 – 7,000 บาท เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท และเงื่อนไขของแต่ละแห่ง) ไม่ต้องไปซื้อทองคำจริงที่ร้านทองเสมอไป
.
อีกทั้งยังมีทางเลือก สามารถซื้อได้ทั้งทองคำไทยและทองคำโลก ยิ่งในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ด้วยแล้ว อาจเป็นแต้มต่อให้สามารถซื้อทองคำได้ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าตอนที่ค่าเงินบาท 35 บาทต่อดอลลาร์ เป็นต้น (ใช้เงินบาทน้อยกว่า เพื่อแลกเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวนเท่าเดิม)
.
ทำให้แม้เงินในกระเป๋าอาจยังมีไม่มาก แต่ก็สามารถซื้อทองคำให้คนที่รักได้ไม่ยาก และเมื่อทยอยสะสมทองคำนานวันเข้า จนครบจำนวนหนึ่ง หลายๆ Application ก็มีทางเลือกให้สามารถถอนออกมาเป็นทองคำจริง เพื่อมอบให้กับคนรัก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินสอดในอนาคตได้
.
2ประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ
.
ลูกน้อยและพ่อแม่สูงอายุ ล้วนเป็นวัยที่อาจเข้าโรงพยาบาลได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงที่มีโรคระบาดในโรงเรียน หรือตามสภาพร่างที่ทรุดโทรมของพ่อแม่สูงวัย การซื้อประกันสุขภาพไว้ให้ลูกหรือพ่อแม่สักฉบับ ก็เสมือนเป็นการส่งมอบความรัก ผ่านการบริการของโรงพยาบาล ที่พร้อมจะดูผู้ป่วยที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพ
โดยหากคิดว่าค่าเบี้ยประกันสุขภาพยังแพงหรือไม่มั่นใจว่าหลังค่าเบี้ยปรับขึ้นทุก 1-5 ปี จะมีเงินพอจ่ายค่าเบี้ยไปทุกปีหรือไม่ อย่างน้อยการมีประกันอุบัติเหตุที่เบี้ยมักคงที่ทุกปี ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายกรณีลูกซุกซนจนได้แผล หรือพ่อแม่หกล้มในห้องน้ำหรือทางเดิน ก็เป็นการส่งมอบความรักได้เช่นกัน
อ่านบทความฉบับเต็มต่อที่เว็บไซต์

#วันวาเลนไทน์ #ของขวัญวันวาเลนไทน์ #การเงิน #มองมองขาดทุกโอกาสธุรกิจ

TISA ลดหย่อนภาษีที่ได้เงินคืน มาก/น้อย กว่าเดิม
09/12/2025

TISA ลดหย่อนภาษีที่ได้เงินคืน มาก/น้อย กว่าเดิม

[ TISA เปลี่ยนเกณฑ์ภาษี ที่คนไทยทุกคนต้องรู้ | Wealth Me Up ]

ปรับโครงสร้างภาษีใหม่และตัวช่วยลดหย่อนภาษี ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องร้อง ส่วนใครจะร้องแบบไหน อ่านเพิ่มเติมได้เลย

8 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ที่เป็นกระแสบนโลกโซเชียลของคนวัยทำงานที่เสียภาษี คงหนีไม่พ้นทางเลือกลดหย่อนภาษีใหม่ TISA ที่คาดว่าจะเริ่มใช้สิทธิได้ ม.ค. 69 ที่มาพร้อมกับเงื่อนไขการลดหย่อนสุดแปลก ที่คนรายได้สูงกลับเหมือนใช้สิทธิได้น้อยลง

๐ TISA ใช้สิทธิได้เท่าไร

จำนวนเงินการใช้สิทธิ TISA (Thailand Individual Savings Account: โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล) แต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นกับรายได้ทั้งปี โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

1. คนรายได้ ไม่เกินปีละ 1.5 ล้านบาท
- เทียบเท่าคนเงินเดือนไม่เกิน 125,000 บาท (กรณีไม่มีโบนัสหรือรายได้อื่น)
- เงินลงทุน TISA ใช้สิทธิได้ 1.3 เท่า แต่ไม่เกิน 800,000 บาท ทำให้สามารถขอคืนหรือประหยัดภาษีได้ประมาณ 1.3 เท่าของฐานภาษีปัจจุบัน เช่น
• คนเงินเดือน 30,000 บาท ฐานภาษี 5% ได้เงินคืนภาษีประมาณ 6.5%
• คนเงินเดือน 100,000 บาท ฐานภาษี 25% ได้เงินคืนภาษีประมาณ 32.5% หรือได้เงินคืนมากกว่า คนฐานภาษี 30% (เช่น เงินเดือน 200,000 บาท)

2. คนรายได้ เกินปีละ 1.5 ล้านบาท
- เงินที่ลงทุน TISA ใช้สิทธิได้ 0.7 เท่า แต่ไม่เกิน 800,000 บาท ทำให้สามารถขอคืนหรือประหยัดภาษีได้ประมาณ 0.7 เท่าของฐานภาษีปัจจุบัน เช่น
• คนเงินเดือน 200,000 บาท ฐานภาษี 30% ได้เงินคืนภาษีประมาณ 21%
• คนเงินเดือน 500,000 บาทขึ้นไป ฐานภาษี 35% ได้เงินคืนภาษีประมาณ 24.5% หรือได้เงินคืนน้อยกว่า คนฐานภาษี 25% (เช่น เงินเดือน 100,000 บาท)

TISA ถือเป็นทางเลือกลดหย่อนภาษี ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวยหรือรายได้สูงเท่านั้น เพราะต่อให้รายได้น้อย เงินคืนภาษีที่ได้ก็สูงกว่าการใช้สิทธิในทางเลือกอื่นๆ ถึง 30%

๐ เงื่อนไขการลงทุน TISA

- ถือลงทุนถึงอายุ 55 ปีขึ้นไป และต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี คล้ายกับเงื่อนไขการลงทุน RMF แต่ไม่ยังมีความชัดเจนว่า ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีเหมือน RMF หรือไม่
- ลดหย่อนได้สูงสุด 800,000 บาท และเมื่อรวมกับการใช้สิทธิลดหย่อนอื่น เช่น ประกันบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบช. กองทุน RMF กองทุน ThaiESG ฯลฯ แล้วต้องไม่เกิน 800,000 บาทด้วย โดย
• คนที่รายได้ ไม่เกินปีละ 1.5 ล้านบาท ลงทุนได้จริงสูงสุด 615,385 บาท
• คนที่รายได้ เกินปีละ 1.5 ล้านบาท ลงทุนได้จริงสูงสุด 1,142,857 บาท

๐ ลักษณะการลงทุนของ TISA

แม้ยังไม่มีประกาศทางการเกี่ยวกับลักษณะของ TISA แต่จากข้อมูลต่างๆ ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ คาดว่าจะเป็นบัญชีเพื่อลงทุนสินทรัพย์ต่างๆ ที่ซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ เช่น หุ้นสามัญ, ETF, DR ฯลฯ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ลงทุนควรให้สำคัญ คือ

1. กระจายการลงทุน
เพราะหากเลือกลงทุนหุ้นหรือ DR ที่อ้างอิงแค่บางบริษัท ก็มีความเสี่ยงที่เงินลงทุนจะผันผวนตามผลประกอบการและข่าวที่มากระทบ

2. ทางเลือกลงทุนต่างประเทศ
DR และ ETF เป็นทางเลือกลงทุนหุ้นของบริษัทต่างประเทศ หรือดัชนีหุ้นต่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกสร้างผลตอบแทนอีกทั้งกำไรที่เกิดยังยกเว้นภาษี ต่างจากการนำเงินไปลงทุนโดยตรงที่ต่างประเทศ ที่เมื่อนำเงินลงทุนกลับไทยก็มีภาระต้องเสียภาษี

๐ สิ่งที่ต้องรอความชัดเจน

รายละเอียด TISA และการปรับโครงสร้างภาษีหลายอย่าง ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอความเห็นชอบหรือออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากกระแสข่าว ณ 8 ธ.ค. 68 พบว่ายังมีหลายสิ่งที่ควรรอความชัดเจน เช่น

- การใช้สิทธิได้ 1.3 เท่า และ 0.7 เท่า สำหรับคนที่มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และเกิน 1.5 ล้านบาทนั้น ครอบคลุมเฉพาะการใช้สิทธิ TISA เท่านั้น หรือรวมถึงกองทุน ThaiESG กองทุน RMF และประกันบำนาญด้วย

- เงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนหุ้นผ่าน TISA ที่ได้รับการยกเว้นภาษี 200,000 บาทแรก เมื่อถือบัญชี TISA มาแล้ว 5 ปีขึ้นไปนั้น เงินปันผลส่วนนี้สามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลได้หรือไม่ เพราะโดยปกติเงินปันผลจากหุ้นจะมีภาษีเงินได้นิติบุคคลแฝงอยู่ประมาณ 25% ของเงินปันผลที่ได้รับก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย

สิ่งที่อัปเดต ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางภาษีหรือทางเลือกลดหย่อนภาษี ล้วนเป็นการส่งเสริมการออมและลงทุนให้กับคนที่เงินเดือนไม่เกิน 125,000 บาท เพราะจะได้รับเงินคืนภาษีสูงขึ้นกว่าเดิม ส่วนคนที่รายได้เกิน 125,000 บาท แม้ใช้เงินลงทุนมากขึ้นเพื่อให้ได้เงินคืนภาษีเท่าเดิม แต่ด้วยฐานภาษีที่สูง ก็ยังจำเป็นต้องใช้สิทธิเพื่อลดหย่อนภาษีอยู่

22/11/2025

เข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนคงมองหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีและคงกำลังคิดว่า จะซื้อเหมือนเดิมทุกปี หรือเปลี่ยนไปซื้ออย่างอื่นดี บทความนี้จะชวนทุกคนมาตั้งคำถามและประเมินความชอบหรือความจำเป็นของตนเองดูว่า ตัวช่วยลดหย่อนภาษีไหน จะเป็นแบบที่ใช่สำหรับเรา
1.อยากเป็นเงินเก็บ แบบเงินต้นอยู่ครบ เมื่อครบระยะเวลา
ตัวช่วยที่ตอบโจทย์เรื่องเงินต้นอยู่ครบที่สุด คือ ประกันชีวิต ที่หากจ่ายเบี้ยและถือประกันจนครบสัญญา จะได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนตามสัญญา โดยประกันชีวิตที่ว่า ได้แก่
☑ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่มีเงินคืนในจำนวนที่แน่นอน ทุกปีหรือปีเว้นปี ตลอดระยะเวลาสัญญา และมีเงินคืนก้อนโตเมื่อครบสัญญา เช่น 10 ปี 20 ปีนับจากวันซื้อ หรือตอนอายุ 60 ปี 70 ปี เป็นต้น
☑ประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่จะเริ่มมีเงินคืนหรือเงินบำนาญ ให้กับเราตอนอายุ 55-65 ปีแล้วแต่แบบประกัน และให้บำนาญทุกปีไปจนถึงอายุอย่างน้อย 85 ปี เพื่อเป็นเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ
ผลตอบแทนประกันชีวิต หากคำนวณเป็นอัตราผลตอบแทนต่อปี หรือ IRR จะอยู่ที่ประมาณ 1%-3%ต่อปี ขึ้นกับแบบประกัน เพศ อายุ และทุนประกันที่ซื้อไว้
☑อย่างไรก็ตามตัวช่วยที่ตอบโจทย์รองลงมา คือ กองทุน RMF และกองทุน Thai ESG ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ยระยะยาว มักอยู่ที่ 1%-3%ต่อปีเช่นกัน เพียงแต่มูลค่าเงินที่ลงทุนจะมีขึ้นลง ไม่ได้การันตีว่าเงินต้นอยู่ครบเมื่อครบเงื่อนไขระยะเวลาลงทุน
แต่โดยธรรมชาติของกองทุนตราสารหนี้หากถือลงทุนได้นานกว่า Duration หรืออายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุน ที่ผ่านมาผลตอบแทนที่ได้รับมักไม่ติดลบ ดังนั้นหากต้องการกองทุนความผันผวนต่ำ ไม่อยากเห็นขาดทุนนานเกิน 6-12 เดือน ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ คือ กองทุน RMF ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็มักต่ำตาม
ต้องการกองทุนที่ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เช่น เฉลี่ย 1-3%ต่อปี สามารถเห็นผลขาดทุนได้นานเกิน 1 ปี แต่ยังต้องการให้เมื่อครบระยะเวลาการลงทุน เช่น 5 ปี หรือจนถึงอายุ 55 ปี ผลตอบแทนไม่ติดลบหรือลบได้แต่ต้องไม่มาก ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ คือ กองทุน Thai ESG หรือกองทุน RMF ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่เว็บไซต์
#ลดหย่อนภาษี #ภาษี #ประกันชีวิต #มองขาดทุกโอกาสธุรกิจ

07/10/2025

แค่เปลี่ยนที่ฝากเงิน ก็รวยขึ้นได้

ราชันย์ ตันติจินดา CFP

07/10/2025

เงินเดือน 15,000 มีเงินล้านได้ไหม

ราชันย์ ตันติจินดา CFP

ข้าราชการต้องวางแผนเกษียณมั้ย? คำตอบอยู่ใน clip
17/02/2025

ข้าราชการต้องวางแผนเกษียณมั้ย? คำตอบอยู่ใน clip

ที่อยู่

Bankok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CFP Trainingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์