เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

msgconsultant ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก msgconsultant, บริการทางการเงิน, 149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค, Bangkok

เดือนนี้หนูช็อตอย่าเพิ่งหักภาษีหนูนะ เดี๋ยวหนูไปยื่นจ่ายเองตอนสิ้นปีคำขอร้องที่ HR ต้องเซย์โน! 📑🌺 อาจารย์คะ พนักงานฝ่ายข...
02/10/2026

เดือนนี้หนูช็อต
อย่าเพิ่งหักภาษีหนูนะ
เดี๋ยวหนูไปยื่นจ่ายเองตอนสิ้นปี
คำขอร้องที่ HR ต้องเซย์โน! 📑
🌺 อาจารย์คะ พนักงานฝ่ายขายมาอ้อนวอนว่า เดือนนี้ยอดคอมมิชชันเขาเยอะมาก ถ้าหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเงินเดือนเขาจะเหลือใช้นิดเดียว เขาขอให้บริษัทจ่ายยโดยไม่ต้องหักภาษี จ่ายเต็มมาให้ก่อน แล้วเดี๋ยวสิ้นปีเขาจะไปรับผิดชอบยื่นเสียภาษีเอง บริษัทเราทำตามที่เขาขอได้ไหมคะ? สงสารน้องเขาค่ะ"
🌸น้องท็อปเซลส์ของบริษัทเดือนนี้ เขาปิดยอดได้เยอะมากค่าคอมมิชชันพุ่งกระฉูดเลยค่ะ พอหนูคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ยอดหักมันก็สูงตามไปด้วย น้องท็อปเลยมาขอร้องว่า พี่แอนครับเดือนนี้ผมมีรายจ่ายเยอะมาก พี่อย่าเพิ่งหักภาษีผมเลยนะ จ่ายผมเต็มๆ มาก่อน แล้วเดี๋ยวสิ้นปีผมเอาไปยื่นรวมเสียภาษีเอง ผมไม่หนีแน่นอน พี่แอนเห็นใจน้องเขาค่ะ แต่อยากรู้ว่าบริษัทเราทำตามที่เขาขอได้ไหมคะกลัวเสียขวัญเสียกำลังใจพาลไปกระทบยอดขายอีก
🌼หักภาษีไม่ใช่ทางเลือก
แต่เป็นหน้าที่ไม่ทำโดนปรับ🌼
🌻ไม่ได้เด็ดขาดครับพี่แอน ขืนทำตามน้องท็อปเท่ากับว่าพี่กำลังเอาคอของบริษัทไปพาดบนเขียงของสรรพากรเลยนะครับ หยุดความสงสารไว้ตรงนั้นเลยครับ HR! ที่รัก ในโลกของการทำงานความใจดีของบริษัทอาจกลายเป็นคดีความทางภาษีได้ง่ายๆ รู้หรือไม่ประมวลรัษฎากรไม่ได้ให้สิทธิเลือกแก่พนักงานหรือนายจ้างนะครับว่า จะหักหรือไม่หัก แต่การคำนวณภาษีหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้างต้องทำทันทีที่มีการจ่ายเงิน
☘️ถ้าคุณใจอ่อนไม่ยอมหักภาษีตามที่กฎหมายกำหนด วันที่คุณสรรพ์มาตรวจบริษัทนี่แหละครับที่จะต้องควักเนื้อจ่ายภาษีแทนพนักงานแถมโดนเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) อีก 1.5% ต่อเดือน พี่แอนต้องทำความเข้าใจหลักการของ "ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย" ก่อนครับว่า ระบบนี้สรรพากรออกแบบมาเพื่อ "เก็บภาษีล่วงหน้า" และป้องกันคนหนีภาษีโดยยืมมือ "ผู้จ่ายเงิน (นายจ้าง)" มาเป็นคนเก็บภาษีให้รัฐ
🍄ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 จึงบัญญัติไว้ชัดเจนเป็นคำสั่งเด็ดขาดว่า ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน เห็นไหมครับกฎหมายใช้คำว่า "ให้หักภาษี" มันคือหน้าที่ตามกฎหมายที่บังคับให้นายจ้างต้องทำ ไม่ใช่บทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้นายจ้างหรือลูกจ้างตกลงกันเองได้ว่า "จะหักหรือไม่หัก" ถ้าใจอ่อนไม่หักภาษีนายจ้างนั่นแหละจะซวยก่อนใคร
🌷พี่แอนเริ่มเสียงอ่อย แต่ถ้าน้องเขายืนยันว่า สิ้นปีเขาจะไปเสียภาษีเองแน่ล่ะคะอาจารย์ มองปากอาจารย์นะครับมาตรา 54 แห่งประมวลรัษฎากรระบุไว้ชัดเจนมาก ถึง "ความรับผิด" ของผู้จ่ายเงินกรณีไม่หักภาษีและนำส่งไว้ชัดเจน ถ้าพี่แอนจ่ายเงินให้น้องท็อปไปเต็มจำนวนโดยไม่หักภาษีไว้กฎหมายบอกว่า ให้ผู้จ่ายเงิน (บริษัทพี่แอน) รับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ (น้องท็อป) ในการเสียภาษีที่ต้องชำระ ความหมายคือ ถ้าถึงสิ้นปีแล้วน้องท็อปเบี้ยวไม่ยอมไปจ่ายภาษี คุณสรรพ์มีสิทธิเดินมาทวงเงินภาษีก้อนนั้น จากบริษัทพี่แอนได้เต็มจำนวนเลยครับ กลายเป็นบริษัทต้องควักเนื้อจ่ายแทนพนักงาน
🌸ดอกเบี้ยมหาโหด (เงินเพิ่ม)
ที่นายจ้างต้องแบก 🌺.

🌹ความซวยไม่ได้จบแค่ ต้องจ่ายภาษีแทนนะครับ ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง และมาตรา 27 กฎหมายระบุว่าหากผู้มีหน้าที่หักภาษี (นายจ้าง) ไม่ได้หักและนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปต้องเสียเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยปรับ) อีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ไม่ได้นำส่ง แปลว่าต่อให้น้องท็อปไปจ่ายภาษีเองตอนสิ้นปี (มีนาคม ปีถัดไป) แต่ในระหว่างที่ยังไม่ถึงสิ้นปี บริษัทพี่แอนก็มีความผิดฐาน "ไม่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนนั้นๆ" ไปเรียบร้อยแล้ว และหากคุณสรรพ์พบก่อน สามารถประเมินเรียกเก็บภาษี และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนจากบริษัทพี่แอนได้อยู่ดีครับ
🌸ทางเลือกที่ใช่
ทางเลือกที่ชอบ 🌸
🌼เมื่อกฎหมายบังคับให้ต้องหัก แล้ว HR จะช่วยพนักงานที่ไม่อยากโดนหักภาษีเยอะๆ ได้อย่างไร? ตอบได้ง่ายสั้นกระชับเลยว่า คือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มที่ พี่แอนต้องเรียกน้องท็อปมาคุยแล้วให้น้องท็อปกรอกแบบฟอร์ม ล.ย. 01 (แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน) ให้น้องท็อปใส่ข้อมูลค่าลดหย่อนที่เขามีทั้งหมดลงไป เช่น มีลูกกี่คน (ลดหย่อนบุตร), ภรรยากี่คน บอกแค่คนเดียว (ค่าลดหย่อนภรรยาที่ไม่มีรายได้) เลี้ยงดูพ่อแม่ (ลดหย่อนบิดามารดา), ดอกเบี้ยผ่อนบ้าน, เบี้ยประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), RMF มีอะไรระบุมาให้หด เมื่อพี่แอนนำข้อมูลค่าลดหย่อนเหล่านี้ ป้อนเข้าไปในโปรแกรมเงินเดือน โปรแกรมจะนำไปหักลบกับรายได้ก่อนคำนวณภาษี ทำให้ฐานภาษีของน้องท็อปลดลงและยอดภาษีที่ต้องถูกหัก ณ ที่จ่ายในเดือนนั้นก็จะลดลงตามไปด้วยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย🌼
🌺ในฐานะนายจ้างและฝ่าย HR คุณต้องเป็น "ผู้รักษากฎหมาย" อย่างเคร่งครัด การใจดีกับพนักงานในเรื่องภาษีไม่ใช่การช่วยพนักงาน แต่เป็นการ "ดึงบริษัทเข้าไปรับความเสี่ยง" ทั้งทางแพ่ง ต้องจ่ายภาษีแทน, เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และอาจรวมถึงทางอาญาด้วย หน้าที่ของ HR คือการอธิบายให้พนักงานเข้าใจว่า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่เขาต้องเสียอยู่แล้ว การหักรายเดือนคือ การทยอยจ่ายเพื่อไม่ให้เขาต้องไปแบกภาระก้อนใหญ่ตอนสิ้นปี ที่สำคัญเป็นการทำตามคำสั่งกฎหมาย ความใจดีที่ถูกต้องคือ การให้ความรู้พนักงานเรื่องการวางแผนภาษีและการใช้สิทธิลดหย่อนอย่างเต็มที่ครับ 🌺
#ภาษีหักณที่จ่าย #ภงด1 #เงินเดือน #กฎหมายภาษี #ประมวลรัษฎากร #มนุษย์เงินเดือน #บัญชีเงินเดือน #อจปราบมือปราบภาษี ่สะดวกหัก

01/10/2026

ท่องกันจนขึ้นใจว่าเช่าไม่มี VAT
สุดท้ายกลายเป็นโดนประเมิน
จุดเจ็บของคนมีของให้เช่า 📺🎙️
🎬ปล่อยเช่าจอ LED เป็นการให้เช่าทรัพย์สินแบบนี้ เปิดบิลไม่ต้องมี VAT ได้ใช่ไหมคำถามยอดฮิตจากคนปล่อยของมีของให้เช่าที่ถ้าเข้าใจผิดอาจจบไม่สวยโดนสรรพากรเรียกเก็บ VAT ย้อนหลัง
🎷รบกวนปรึกษาค่ะ บริษัทหนูจด VAT ทำธุรกิจให้บริการจัดเตรียมการแสดง Event เวลาไปลงงานทีเราแบกเครื่องเสียง เวที ไฟ ไปติดตั้งให้จบอยากได้ชุดเล็กชุดใหญ่จัดให้เต็มลำยอง เอ๊ย ลำไย, ลิซ่า ใครต่อใครก็ต้องใช้บริการกับเรา ที่ผ่านมาหนูไม่ติดใจอะไรมีรายได้เท่าไหร่ยื่น VAT ครบหมด เพราะอาจารย์ปราบพร่ำบอกเสมอว่าอย่าเสียดาย VATไม่ใช่ของเราเป็นเงินเค้า แต่เราเก็บมาให้คุณสรรพ์ถ้าเสียดายตอนนี้อาจจะเสียใจตอนโดนประเมิน แม้จะต้องทำใจหน่อยแต่ก็พอรับได้แต่ที่หนูอยากได้คำตอบคือ ตอนนี้หนูเริ่มธุรกิจใหม่คือให้เช่าจอ LED หนูเคยได้ยินมาว่าธุรกิจให้เช่าได้รับยกเว้น VAT หนูอยากรู้ว่าจริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ ถ้าได้คำตอบว่า ยกเว้นหนูจะได้ออกบิลแบบไม่มี VAT (Non-VAT)
🎻ขอเบรกและตอบแบบฟันธงตรงนี้เลยว่า ไม่ได้ครับ ค่าเช่าจอ LED ต้องบวก VAT 7% และต้องออกใบกำกับภาษีเสมอ บอกตรงๆ ว่าเรื่องนี้สร้างความสับสนให้คนทำธุรกิจไม่ใช่น้อยเพราะมักเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า"ให้เช่า" = "ได้รับยกเว้น VAT" ที่จริงก็ไม่ได้ผิดนะแต่ การให้เช่ามี 2 แบบคือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กับให้เช่าสังหาริมทรัพย์ ขาด “อ.อ่าง” ไปแค่ตัวเดียวแต่ ผลคือคนละเรื่องคนละประเด็นภาษี
🎸คุณสรรพ์ท่านกำหนดไว้ชัดเจนว่า การให้เช่าที่จะยกเว้น VAT คือการให้เช่า "อสังหาริมทรัพย์" เท่านั้น เช่น เช่าบ้าน, คอนโด, อาคาร, ที่ดิน มีรายได้เท่าไหร่เก็บเข้ากระเป๋าได้ทั้งหมดไม่ต้องควักมาจ่าย VAT และก็ห้ามไปเรียกเก็บ VAT จากผู้เช่าด้วย
ส่วนการให้เช่า "สังหาริมทรัพย์" หรือทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ได้เช่น จอ LED, เครื่องเสียง, รถยนต์, เครื่องจักร กฎหมายถือเป็นการ "ให้บริการ" (มาตรา 77/10) ซึ่งอยู่ในบังคับ ต้องเสีย VAT 7% (มาตรา 80) ทันทีที่รับชำระเงิน
🎺จุดเจ็บปวดที่จบไม่สวย
เมื่อ VAT และ Non-VAT ปะทะกัน 🎺
🥁สมมติว่าบริษัทมีรายได้ที่ยกเว้น VAT (Non-VAT) เช่น บริษัทมีการปล่อยเช่าพื้นที่โกดัง (อสังหาฯ) ควบคู่ไปกับการให้บริการเครื่องเสียง (VAT) สิ่งที่จะตามมาและกลายเป็น "ฝันร้าย" ของการทำบัญชีคือสิ่งที่เรียกว่า "การเฉลี่ยภาษีซื้อ" (Input Tax Allocation)
🎤การเฉลี่ยภาษีซื้อ คืออะไร ทำไมถึงมีปัญห ตอบว่าเมื่อบริษัทมีทั้งรายได้ที่เสีย VAT และไม่เสีย VAT ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในบริษัทจะถูกแบ่งเป็น 3 กอง คือ
- ภาษีซื้อที่ระบุได้ว่าใช้กับกิจการ VAT โดยตรง เช่น ซื้อจอ LED มาปล่อยเช่า เคลม VAT คืนได้ 100%
- ภาษีซื้อที่ระบุได้ว่าใช้กับกิจการ Non-VAT โดยตรง เช่น ค่าซ่อมแซมโกดังปล่อยเช่า ห้ามเคลม VAT คืนเด็ดขาด! ถือเป็นต้นทุนของกิจการ
- ภาษีซื้อส่วนรวม (Common Input Tax) เช่น ค่าไฟสำนักงานใหญ่, ค่าน้ำ, ค่าทำบัญชี, ค่าเช่าออฟฟิศ นี่คือจุดที่มีปัญหา! กฎหมายบังคับให้คุณไม่สามารถนำภาษีซื้อก้อนนี้มาเคลม 100% ได้ แต่ต้อง "นำมาเฉลี่ย" ตามสัดส่วนของรายได้ VAT และ Non-VAT ในแต่ละปี
♟️ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นคือเราต้องประมาณการสัดส่วนรายได้ตอนต้นปี และต้องมาปรับปรุงยอด (Adjust) ให้ตรงกับรายได้จริงอีกครั้งตอนสิ้นปี หากคำนวณสัดส่วนผิดพลาด หรือนำภาษีซื้อส่วนรวมไปเคลม 100% จะโดนประเคนทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กิจการ VAT, Non VAT โดนเจาะเป็นประจำ
🎳ควรเตรียมรับมืออย่างไร
แยกบริษัทดีไหม 🎳
🎯ใจร่มๆ ก่อนในดีมีเสียในเสียมีดี เหรียญก็มีสองหน้า คนก็มีสองใจ เอ๊ย เรื่องภาษีก็มีสองมุม การทำธุรกิจรวมในบริษัทเดียวหรือการแยกสองบริษัทต่างก็มีมุมดีมุมร้ายของตัวเอง เราต้องหยิบนำมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ
🎯กรณีที่ 1: รายได้ทุกอย่างเป็น VAT ถือว่าคุณโชคดีมากเพราะทั้งบริการทีมงานเครื่องเสียงและการให้เช่าจอ LED ถือเป็น "บริการที่ต้องเสีย VAT" ทั้งคู่ บริษัทของคุณจึงมีสถานะเป็นกิจการที่เสีย VAT 100% แบบนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อ และ "ไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัทใหม่" ครับ สามารถใช้บริษัทเดิมเปิดบิลใบกำกับภาษีรวมกันได้เลย ภาษีซื้อทุกอย่างในบริษัทสามารถนำมาเคลมได้เต็ม 100% (หากไม่เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้ามอื่น)
🎯กรณีที่ 2: หากคุณมีธุรกิจที่ได้รับยกเว้น VAT ปนอยู่จริงๆ เช่น ทำบริการเครื่องเสียงควบคู่กับการให้เช่า, เช่าช่วงอาคารสำนักงานหรือขายอสังหาริมทรัพย์แบบนี้ เข้าเกณฑ์ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อซึ่งต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือให้ดียังไม่จำเป็นต้องแยกบริษัทก็ได้ แต่หากรายได้ทั้งสองฝั่งมีมูลค่าสูงและมีแนวโน้มเติบโตแบบนี้จะ "จัดตั้งบริษัทใหม่ (Spin-off)" เพื่อแยกธุรกิจที่เสีย VAT และ Non-VAT ออกจากกันอย่างเด็ดขาดก็ไม่มีใครว่า การแยกบริษัทจะช่วยตัดปัญหาการเฉลี่ยภาษีซื้อที่ปวดหัวลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีผิดพลาด และทำให้ตัวเลขในงบการเงินของแต่ละธุรกิจสะท้อนผลกำไรที่แท้จริงได้ดีกว่า
🎯ข่าวดีในข่าวร้าย เมื่อค่าเช่าจอ LED "ต้องเสีย VAT" และธุรกิจเดิมให้บริการเวที/เครื่องเสียงก็ "เสีย VAT" อยู่แล้วเท่ากับว่ารายได้ของบริษัทคุณน้องคือ "รายได้ที่ต้องเสีย VAT 100%" จึงรอดพ้นจากฝันร้ายของนักบัญชีเกี่ยวกับเรื่อง "การเฉลี่ยภาษีซื้อ" (Input Tax Allocation) ไปได้อย่างหวุดหวิด เพราะถ้าบริษัทมีทั้งรายได้ VAT และ Non-VAT ปนกันเมื่อไหร่ ภาษีซื้อส่วนรวมหรือภาษีซื้อที่นำมาใช้ร่วมกันในกิจการ VAT และ Non VAT เช่นค่าทำบัญชี, ค่าเช่าออฟฟิศ, ค่าน้ำไฟ ของกิจการที่ประกอบกิจการ VAT, Non VAT โดยแยกไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปส่วนไหนเป็นของกิจการ VAT ส่วนไหนเป็นของกิจการ Non VAT แบบนี้จะเคลม เอ๊ยขอคืนภาษีเต็มทั้งจำนวนไม่ได้ต้องมานั่งคำนวณสัดส่วนรายได้กิจการ VAT และกิจการ Non VAT เพื่อขอคืนตามสัดส่วนรายได้ VAT ทุกเดือน ซึ่งวุ่นวายเสี่ยงคำนวณพลาดและเป็นจุดเจ็บที่สร้างความเสียหายมานับไม่ถ้วน
🎯กรณีของคุณน้องแม้จะมีรายได้ 2 ประเภทแต่ทั้งสองประเภทเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งคู่ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดแบบนี้ ปัญหาเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อก็ไม่เกิดก็ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนรายได้ แต่ถ้าเหตุเปลี่ยนเกิดเดิมทำธุรกิจยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเช่น "ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์" (Non-VAT) และต่อมาจะทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วยแบบนี้ประเด็นการเฉลี่ยภาษีซื้อจะก้าวเข้ามาทักทาย การทำธุรกิจแบบครบวงจรเป็นเรื่องดีแต่พอมีเรื่อง VAT, Non VAT เข้ามาปะปนการคิดถึง "เปิดบริษัทใหม่" เพื่อแยกรายได้อาจเป็นทางออกที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างละเอียด
🎯ความเข้าใจข้อกฎหมายภาษีอย่างถ่องแท้คือ เกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุดของธุรกิจ การวางโครงสร้างรายได้ที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและค่าปรับในอนาคตหากคุณกำลังสับสนเรื่องโครงสร้างรายได้ VAT / Non-VAT หรือกังวลเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อทักมาปรึกษาทีมงาน M S G Consultant ได้เลยครับ เราช่วยวางแผนปิดความเสี่ยงให้คุณได้
#ภาษีมูลค่าเพิ่ม #ให้เช่าทรัพย์สิน #เช่าจอLED #เฉลี่ยภาษีซื้อ #ความรู้ภาษี #บัญชีนิติบุคคล #วางแผนภาษี ่ามีVAT 🎯

30/09/2026
29/09/2026

จ้างที่ปรึกษาต่างชาติ
เช็กให้ชัวร์ก่อนจ่าย
ระวังงานจบแต่ภาษีไม่จบ!📌📄
📋ผู้ประกอบการยุคใหม่ อยากโกอินเตอร์ก็ต้องจ้างมือโปรจากต่างประเทศมาช่วยวางแผนธุรกิจ
แต่พอถึงเวลาจ่ายเงิน 'อินวอยซ์' (Invoice) มาถึงฝ่ายบัญชีถึงกับกุมขมับ
📑บัญชี: บอสคะบิลค่าที่ปรึกษามาแล้วค่ะ เราต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไหมคะหรือต้องนำส่ง VAT แทนเขาไหม
บอส: อ้าว... เขาทำงานอยู่เมืองนอกไม่ได้บินมาเหยียบเมืองไทยสักวัน ต้องหักเขาด้วยเหรอ ทำไมไม่บอกก่อนถ้าไปหักเขาตอนนี้ฝรั่งโวยวายแน่
📊พูดแมวแมวไปได้อีตอนไปตกลงจับมือเกี่ยวแขนถ่ายรูปเหมือนนักการเมืองยืนยันความสำเร็จไม่เคยชวนไปไม่เคยถามไถ่ พออีตอนจะจ่ายเงินต้องหักภาษีทำไมหนูกลายเป็นแพะไปได้ ถ้าคู่ค้าต่างชาติไม่ยอมให้หักให้บอสรับภาระควักเนื้อออกภาษีแทนซะให้เข็ด เป็นเสียงในหัวของนักบัญชีสาว
📉คุณดาว: บอสคะจ่ายเงินไปต่างประเทศปกติต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามมาตรา 70 นะคะ ถึงฝรั่งอั้งม้อจะไม่ได้เข้ามาในไทยก็ตาม ดาวว่าหักไว้ก่อนดีกว่าค่ะปลอดภัยไว้ก่อนถ้าไม่หักแล้วคุณสรรพ์มาตรวจย้อนหลังบริษัทเราจะโดนเบี้ยปรับบานตะไทนะคะ
📈คุณต้น: ดาวไม่เห็นบอกผมก่อนเลยตอนไปตกลงก็สัญญาเกี่ยวก้อยกันไว้ว่าล้านนึง ถ้าดาวโอนให้เขา 8 แสน 5 ฝรั่งที่ไหนมันจะยอมล่ะ ถ้าเขาไม่ยอมรับยอดที่โดนหัก บริษัทเราก็ต้องมานั่งควักเนื้อออกภาษีแทนให้เขาต้นทุนเราก็บานสิ ระหว่างจะหาทางลงหันไปเจออ.ปราบที่กำลังพาทีมงานเข้ามาตรวจระบบ, ตรวจบัญชีพอดีแบบนี้ พอจะมีคนรับผิดชอบมาช่วยหาร เอ๊ย ช่วยหาทางออกได้แล้วจุดพลิกผันความลับของ
กำไรจากธุรกิจ
🧮555 ใจเย็นๆ ครับเรื่องแบบนี้ยอมกันไม่ได้มันต้องมีคนบาดเจ็บ เอ๊ย ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บเสียน้ำตาเพราะพิษเบี้ยปรับเงินเพิ่มหรือต้องควักภาษีแทนแต่อย่างใด ย้ำว่างานนี้บริษัทไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแม้แต่บาทเดียว ถ้าสนใจก็หยุดเถียงกันแล้วล้อมวงเข้ามา กฎกติกามารยาทเรื่องนี้คุณสรรพ์กำหนดไว้ชัดเจนในอนุภรรยา เอ๊ย อนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนหรือที่เค้าเรียกกันว่า DTA ว่าแล้วก็ขอหยิบมาอธิบายแบบสั้นกระชับว่า
🗂️งานรับจ้างทั่วไป DTA ถือว่าเป็นกำไรจากธุรกิจ (Business Profits) ไม่ว่าจะเป็นงานที่ปรึกษา วางแผนธูรกิจ, การวางระบบงาน หากไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือความลับทางการค้า (Know-how) ในทางภาษีระหว่างประเทศถือเป็นการรับจ้างทำของธรรมดาไม่ใช่'ค่าสิทธิ (Royalties)' ดังนั้นรายได้ก้อนนี้ถือเป็นกำไรจากธุรกิจ
ตัวอยู่ไกลใจอยู่ห่าง (No PE) บริษัทต่างชาติที่ทำสัญญากับเราหากเทำงานอยู่แต่ในบ้านเขาไม่ได้บินเข้ามาเปิดออฟฟิศ, เช่าตึก หรือมีสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment - PE) ในประเทศไทยเลยจะได้รับพลังแห่ง DTA (อนุสัญญาภาษีซ้อน)ที่ถือเป็นไพ่ตายครับ ประเทศไทยกับหลายประเทศมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (DTA) ต่อกัน กติกาเขาระบุไว้ชัดเจนว่ากำไรของวิสาหกิจของประเทศนั้นจะเสียภาษีเฉพาะในประเทศผู้มีเงินได้เท่านั้น เว้นแต่เขาจะเข้ามามีสถานประกอบการถาวร (PE) ในประเทศไทย

📌สรุปเมื่อบริษัทที่ปรึกษาไม่มีออฟฟิศในไทย และงานที่ทำไม่ใช่ค่าสิทธิ บริษัทของบอสที่อยู่ประเทศไทยจึงไม่มีสิทธิไปเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเขาครับ คุณดาวสามารถสั่งโอนเงินเต็มจำนวน 1 ล้านบาทไปออสเตรเลียได้เลย สบายใจทั้งสองฝ่ายเ ผมเช็คอย่างมั่นใจแล้วว่ามีอนุสัญญากับประเทศไทย
📑รอดภาษีหัก ณ ที่จ่าย
แต่ไม่รอด VAT
📑คุณต้นดีใจจนเนื้อเต้นเห็นไหมคุณดาวผมบอกแล้วว่าไม่ต้องหัก เห็นไหมเชื่อใครไม่เชื่อให้เชื่อผมเห็นความดีใจเอ่อล้นท่วมท้นขนาดนี้ ต้องรีบเบรกดังเอี๊ยด! เดี๋ยวก่อนครับบอสต้น รอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายน่ะใช่ แต่บอสไม่รอดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) นะครับ นี่คือจุดตายที่ผู้ประกอบการมักหลงลืมคุณสรรพ์กำหนดไว้ชัดเจนว่าหากเป็นการให้บริการในต่างประเทศแต่ได้นำผลของบริการนั้นมาใช้ในประเทศไทยเช่นกูรูส่งแผนกลยุทธ์มาให้บริษัทคุณต้นใช้ทำเงินในไทย แบบนี้บริษัทของคุณต้นมีหน้าที่ต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ
📑คุณดาวต้องนำยอด 1 ล้านบาทมาคำนวณ VAT 7% ได้เท่ากับ 70,000 บาท และนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปครับ แต่ไม่ต้องห่วง ภาษี 70,000 บาทนี้สามารถนำมาเคลมเป็นภาษีซื้อหักออกจากภาษีขายของบริษัทในเดือนนั้นได้ ไม่ถือเป็นต้นทุนที่สูญเปล่าครับ
📑3 เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงินออกนอก ก่อนที่ฝ่ายบัญชีจะกดปุ่มโอนเงินข้ามประเทศในครั้งต่อไปขอฝาก 3 เช็กลิสต์ไว้กันพลาด
เนื้องานคืออะไร เป็น “ค่าบริการ/รับจ้างทั่วไป" หรือเป็น "ค่าสิทธิ (Royalties)" ถ้าเป็นการซื้อสูตรลับ, ซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อันนี้มักจะไม่รอด ต้องหักภาษี
ทำงานที่ไหน ทำอยู่เมืองนอกล้วนๆ หรือบินเข้ามาขลุกอยู่ในออฟฟิศเราเป็นเดือนๆ ถ้าบินเข้ามาตั้งรกราก อาจกลายเป็นสถานประกอบการถาวร หรือ PE ได้
มีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ไหม ประเทศปลายทางที่เราโอนเงินไปมีสัญญายกเว้นภาษีกับประเทศไทยหรือไม่
📌รู้แบบนี้แล้ว ครั้งหน้าถ้าจะจ้างกูรูเมืองนอกก็วางแผนการร่างสัญญาให้ชัดเจน แยกค่าสิทธิกับค่าบริการให้ออกแล้วบริษัทของคุณจะประหยัดต้นทุนภาษีที่มองไม่เห็นไปได้มหาศาลเลยล่ะครับ
#ภาษีหักณที่จ่าย #ภาษีระหว่างประเทศ #ที่ปรึกษาธุรกิจ #อนุสัญญาภาษีซ้อน #วางแผนภาษี #ภพ36 #มือปราบภาษี ีมีอนุ

ประมาณการผลประโยชน์พนักงานลาออกแล้วไม่ได้จ่ายชดเชยทำไมต้องปรับภาษีให้วุ่นวาย👩‍💼👨‍🏫👩‍🚒เรื่องการตั้ง "ประมาณการหนี้สินผลปร...
25/09/2026

ประมาณการผลประโยชน์พนักงาน
ลาออกแล้วไม่ได้จ่ายชดเชย
ทำไมต้องปรับภาษีให้วุ่นวาย👩‍💼👨‍🏫
👩‍🚒เรื่องการตั้ง "ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน" ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาของฝ่ายบัญชีและเจ้าของกิจการเพราะมันคือการเอาเงินที่ "ยังไม่ได้จ่ายจริง" มาตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงินซึ่งทำให้กำไรทางบัญชีลดลงแต่ในทางภาษีสรรพากรไม่ยอมรับ
👩‍🏫วันนี้ได้รับคำถามสุดคลาสสิกจากฝ่ายบัญชีว่า "เมื่อปี 60 เราตั้งประมาณการไว้ 2 ล้านกว่า โดนสรรพากรบวกกลับไปแล้วพอมาปี 61 พนักงานลาออกทำให้ยอดประมาณการลดลงไปเกือบ 1 ล้านบาท ผู้สอบบัญชีเลยให้เรา 'ลดค่าใช้จ่าย' และตอนยื่นภาษีก็ให้ทำ 'บวกกลับแบบติดลบ' (หักออก) เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง แบบนี้ผู้สอบทำถูกไหมคะอาจารย์? คุณสรรพ์จะว่ายังไง?
👩‍🔧ฟันธงตรงนี้เลยครับว่า "ผู้สอบบัญชีทำถูกต้องและปกป้องผลประโยชน์ให้บริษัทแบบ 100% ครับเพื่อให้คุณพี่นำไปอธิบายผู้บริหารและคุณสรรพ์ได้เคลียร์ที่สุด เรามาผ่าตัดกระบวนการนี้เป็น 3 สเต็ปง่ายๆ ดังนี้
สาเหตุที่ต้องตั้งประมาณการ และผลกระทบปี 2560 (ทำไมต้องบวกกลับ?) พี่ชีของเรากอด👩‍🚒กฎหมายแรงงานที่ระบุว่า พนักงานที่ทำงานครบกำหนดจะได้เงินชดเชยตอนเกษียณอายุ พอเป็นแบบนี้มุมมองด้านบัญชีก็เลยเคาะว่า บริษัทเป็นหนี้พนักงานตลอดระยะเวลาที่พนักงานทำงานจนถึงเกษียณ เพื่อให้งบการเงินแสดงรายจ่ายและภาระหนี้ที่กิจการมีต่อพนักงานอย่างถูกต้อง จึงบังคับให้ทยอยรับรู้เป็น "ค่าใช้จ่าย" และ “หนี้สิน” เพราะยังไม่ได้จ่ายเงินในแต่ละปีล่วงหน้า เพื่อให้น้องชีนึกภาพออก เลยต้องนำพี่เดพี่เคของเรามาอ้างอิงให้เห็นภาพ ในปี 2560 บริษัทจึงบันทึกบัญชีโดยใช้ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ

👩‍🔬เดบิต ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 2,087,040 บาท
เครดิต ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 2,087,040 บาท
🧏‍♀️มาฝั่งคุณสรรพ์ของเราบ้างประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (1) ถือว่านี่คือ "เงินสำรอง" ที่ยังไม่มีการจ่ายจริง จึงไม่ให้หักเป็นรายจ่าย ฝ่ายบัญชีจึงต้องนำยอด 2,087,040 บาทนี้ ไป "บวกกลับ (Add-back)" ในแบบ ภ.ง.ด.50 ซึ่งส่งผลให้บริษัท "ได้เสียภาษีจากเงินก้อนนี้ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2560"

👩‍✈️พอเวลาเดินทางมาถึงปี 2561 ที่เป็นจุดหักเหเนื่องจากพนักงานลาออก พนักงานที่ลาออกเองจะไม่ได้เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ทำให้หนี้สินก้อนนี้ที่บริษัทเคยตั้งไว้ "หมดภาระผูกพัน" ลงไปจำนวน 947,040 บาท บริษัทไม่ได้ควักเงินจ่ายจริงแม้แต่บาทเดียว เมื่อหนี้สินหายไปบัญชีจึงต้องทำการ "ล้างยอด" โดยบันทึกกลับรายการของปีก่อนตามจำนวนที่ไม่ต้องจ่ายชำระ
💁‍♀️เดบิต ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 947,040 บาท 🔴
เครดิต ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 947,040 บาท 🟢
👩‍🎨ถ้าเป็นนักบัญชีก็จะไม่งง ถ้าไม่ใช่นักบัญชีก็งงแน่ไม่ต้องนำสืบ เอาเป็นว่าการบันทึกบัญชีในครั้งนี้เป็นการลดรายจ่ายผลประโยชน์พนักงานลงมีผลทำให้ "ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทลดลง" ซึ่งเมื่อค่าใช้จ่ายลดลงมันก็ส่งผลให้ "กำไรสุทธิทางบัญชีของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น" จำนวน 947,040 บาทนั่นเอง แม้จะไม่ได้โชว์เป็นหมวดรายได้ตรงๆ แต่มันทำให้กำไรบรรทัดสุดท้ายบวมขึ้นเท่ากัน
👩‍🏭จำได้ไหมครับว่าในปี 2560 บริษัทได้ "เสียภาษี" ให้กับเงิน 947,040 บาทก้อนนี้ไปแล้ว จากการโดนบวกกลับ พอมาปี 2561 บัญชีทำการ "ล้างค่าใช้จ่าย" ทำให้กำไรของปี 61 พุ่งสูงขึ้น 947,040 บาท ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ คุณสรรพ์ก็จะมาเก็บภาษี 20% จากกำไรส่วนที่พุ่งขึ้นมานี้ ซึ่งมันคือ "การเก็บภาษีซ้ำซ้อน (Double Taxation) แบบ 100%!" คุณสรรพ์ท่านก็ยุติธรรมพอ ยอมให้นำรายการนี้มา "หักออก หรือ บวกกลับติดลบ (-947,040)" ในแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อเอากำไรส่วนนี้ออกไปจากการเสียภาษีของปี 61 ➕➖
📌การปรับปรุงแบบนี้ "ทำได้" และ "ถูกต้องตามหลักประมวลรัษฎากร" ทุกประการมันคือการปรับปรุงผลแตกต่างชั่วคราว (Temporary Difference) ให้สอดคล้องกันระหว่างบัญชีและภาษี หากคุณสรรพ์ให้อธิบายหลักการ "ป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อน" ตามสเต็ปด้านบนได้เลยครับ เพราะเงินก้อนที่เครดิตค่าใช้จ่ายออกนี้คือ เงินก้อนเดียวกับที่เคยถูกประเมินเป็นรายจ่ายต้องห้าม และถูกตีเป็นกำไรเสียภาษีไปแล้วในอดีตนั่นเอง สบายใจได้ครับ! ผู้สอบบัญชีของคุณทำงานได้เฉียบขาดมาก ปกป้องไม่ให้บริษัทต้องเสียภาษีฟรีๆ ถึงสองรอบครับ! 📌
#ผลประโยชน์พนักงาน #รายจ่ายต้องห้าม #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #บวกกลับภาษี #ผู้สอบบัญชี #มือปราบภาษี ี้เกษียณ

24/09/2026

พลิกวิกฤติเป็นโอกาส
เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็น
การสร้างบ้านขายบนที่ดินตัวเอง 🏗️
รายได้ทะลุ 1.8 ล้าน ต้องจด VAT ไหม 🏘️
🏢อาจารย์คะแถวบ้านหนูมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เต็มไปหมด เปิดปุ๊บขายหมดปิดโครงการปั๊บ หนูเลยมีแผนจะนำที่ดินเปล่ามาสร้างบ้านขาย กะว่าจะขายสัก 4-5 ล้านบาท แต่เพื่อนหนูขู่ว่าถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท หนูต้องไปจดทะเบียน VAT แล้วบวกภาษีลูกค้าเพิ่มอีก 7% ไม่งั้นโดนพิษภาษีจับไข้หัวโกร๋นแน่ จริงเหรอคะอาจารย์ หนูเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดานะไม่ได้จดเป็นบริษัทอะไรสักหน่อย ถึงต้องมาไล่ให้ไปจด VAT
⚒️ใจเย็นๆ ครับดื่มน้ำเย็นๆ ทำใจร่มๆ ก่อน ความกลัวคำว่า 1.8 ล้านต้องจด VAT เป็นผีหลอกวิญญาณหลอนของคนทำธุรกิจมานานแต่รู้หรือไม่ครับในโลกของภาษี อสังหาริมทรัพย์คือลูกรักที่รอดพ้นจากเงื้อมมือ VAT' อย่างเด็ดขาด แต่ช้าก่อนหนีเสือดันไปปะจระเข้ แม้คุณจะรอด VAT แต่การที่คุณตั้งใจสร้างบ้านเพื่อขายสรรพากรเขามีภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตอนสิ้นปีมาดักรออยู่เงียบๆ ถ้าเราไม่เก็บบิลค่าก่อสร้างไว้ให้ดี กำไรที่คุณวาดฝันไว้ อาจจะหายวับไปกับตา
🛠️อสังหาฯ คือลูกรักที่ "ยกเว้น VAT" ไม่ต้องขยี้ตา เพราะอ่านไม่ผิดแน่ คุณสรรพ์ท่านระบุไว้อย่างชัดเจนในประมวลรัษฎากร (มาตรา 81(1)(ต)) การขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นั่นแปลว่า ไม่ว่าเจ๊จะขายบ้านหลังละ 5 ล้าน หรือ 50 ล้าน เจ๊ก็ไม่ต้องจด VAT และไม่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้าแต่อย่างใดสบายใจได้เลย แต่ช้าก่อน กฎหมายภาษีเมืองไทยแฟร์เสมอในเมื่อเขายกเว้น VAT ให้ เขาจึงสร้างภาษีอีกตัวขึ้นมาดักรอไว้นั่นคือ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ และผองเพื่อน 3 ด่านอรหันต์ ที่เราต้องพบในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน 1️⃣ด่านแรก ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%) นี่คือภาษีที่มาแทน VAT เพราะการสร้างบ้านขึ้นมาใหม่เพื่อขาย กฎหมายถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการค้าหรือหากำไร เจ๊ต้องควักเนื้อจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมินหรือราคาขาย (เลือกตัวที่สูงกว่า) โดยไม่มีข้อแม้ครับ
2️⃣ด่านที่ 2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เจ้าหน้าที่จะคำนวณหักไว้ตามสูตรของกรมที่ดิน ซึ่งจะมีหลักง่ายๆ ว่า ไม่ว่าจะขายราคาเท่าไหร่คุณพี่ดินจะใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดินเป็นรายรับ เพื่อคำนวณภาษี จากนั้นจะหักรายจ่ายเป็นการเหมาตามจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์ เหลือเท่าไหร่ให้นำจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์มาหาร เพื่อคำนวณหาภาษีเงินได้ต่อปี เมื่อได้แล้วจะคูณจำนวนปี เป็นยอดที่ต้องเสียภาษีวันโอน ถ้าอ่านตอนแรกแล้วงงก็คงต้องอ่านต่อให้หายงง ไปต่อ 3️⃣ด่าน 3 ค่าธรรมเนียมการโอน อัตรา 2% จากราคาประเมินทุนทรัพย์ ปกติแล้วผู้ซื้อและผู้ขายจ่ายคนละครึ่งแต่จะตกลงกันเองกันว่าใครจะจ่ายคุณสรรพ์ท่านไม่ว่า
ระเบิดเวลาลูกใหญ่ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด.90) เจ๊นิดถอนหายใจ โอเคค่ะอาจารย์จ่ายที่กรมที่ดินเสร็จก็แปลว่าจบ ปลอดหนี้ภาษีแล้วใช่ไหมคะ จบที่ไหนล่ะครับเจ๊ นี่คือจุดตายที่คนสร้างบ้านขายโดนย้อนหลังกันมากที่สุดเลยนะ การขายอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปเช่น ขายที่ดินมรดก เราสามารถใช้สิทธิ Final Tax คือเสียภาษีที่กรมที่ดินแล้วจบไม่ต้องยื่นสิ้นปีได้ แต่กรณีของเจ๊คือ การมุ่งในทางการค้า (สร้างเพื่อขาย) กฎหมายบังคับเลยว่ารายได้จากการขายบ้านถือเป็นเงินได้ มาตรา 40(8) (การพาณิชย์) ต้องนำไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ในช่วงต้นปีถัดไปครับโดยนำภาษีที่โดนหัก ณ ที่ดิน ไปหักออกเป็นเครดิตภาษีได้
📌📑เรื่องที่น่ากลัวอาจจะไม่น่ากลัวอย่างที่เราคิด กับทริคประหยัดภาษีขั้นเทพเพราะตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ไม่ว่าเราจะขายเท่าไหร่คุณสรรพ์ท่านให้นำราคาประเมินมาเป็นรายได้ในการคำนวณภาษี ส่วนต้นทุนที่จะนำมาหักจากรายได้เพื่อคำนวณภาษี คุณสรรพ์ท่านยอมให้หมดไม่ว่าจะเป็นราคาค่าซื้อที่ดิน, ค่าผู้รับเหมาก่อสร้าง, ค่าถมดิน, ค่าซ่อมแซมต่อเติมก่อนขาย, ค่านายหน้า (Commission), ค่าโฆษณาประกาศขาย รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการโอน, ค่าอากรแสตมป์ และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ที่คุณจ่ายไปที่สำนักงานที่ดินก็นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ถ้าต้องกู้ยืมเงินมาสร้างก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย คุณสรรพ์ท่านก็ยอมให้นำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารที่กู้มาเพื่อซื้อที่ดินหรือก่อสร้างมาหักได้หมด แต่เจ๊ต้องออกแรงเก็บใบเสร็จค่าก่อสร้างทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นค่าผู้รับเหมา ค่าถมดิน ค่าวัสดุ หิน ปูน ทราย ค่านายหน้า เอามาหักเป็นต้นทุน หากเจ๊เก็บหลักฐานได้ดีต้นทุนสร้างบ้านของเจ๊อาจจะสูงถึง 80% ซึ่งจะทำให้เจ๊เสียน้อยกว่าที่กังวลมากๆ ครับ!
ก่อนแยกย้าย ขอแถมข้อควรระวังเรื่องสุดท้ายให้ Mini Developer ทุกคนว่า ถ้าเจ๊แบ่งที่ดินแปลงนี้เป็นแปลงเล็กๆ เพื่อสร้างบ้านขาย เจ๊ต้องนับจำนวนแปลงให้ดีนะเพราะกฎหมายจัดสรรที่ดินระบุว่า 📌หากแบ่งที่ดินขายตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป (รวมแปลงคงเหลือ) เจ๊ต้องไปขออนุญาตทำโครงการจัดสรร📌 ซึ่งเงื่อนไขจะยุ่งยากมากต้องทำถนนกว้างทำนิติบุคคลและอื่นๆ อีกมากมาย สูตรลับของคนทำบ้านขายสเกลเล็กจึงนิยมแบ่งที่ดินขายเพียง "8 ถึง 9 แปลง" เท่านั้นเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายจัดสรรที่ดินทำให้ต้นทุนการจัดการถูกลง และซื้อง่ายขายคล่องครับ
🏠การสร้างบ้านขายบนที่ดินตัวเอง เป็นช่องทางทำเงินที่น่าสนใจ คุณไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัทก็สามารถรวยได้ แต่คุณต้องรู้ทันข้อกฎหมาย รอด VAT แต่ไม่รอดภาษีธุรกิจเฉพาะ และที่สำคัญที่สุดใบเสร็จค่าวัสดุก่อสร้างคือทองคำ อย่าจ้างผู้รับเหมาด้วยเงินสดลอยๆ โดยไม่มีสัญญาหรือใบเสร็จเด็ดขาดเพราะนั่นคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะช่วยปกป้องกำไรของคุณตอนสิ้นปีครับ ทำอสังหาฯ ต้องใจป๋า แต่เรื่องบัญชีและภาษีต้องใจเย็นและเป๊ะนะครับ 📌📌
#อสังหาริมทรัพย์ #ขายทางค้าหากำไร #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #ภาษีธุรกิจเฉพาะ #ค่าธรรมเนียมโอน #ราคาประเมินทุนทรัพย์ ้างบ้าน

22/09/2026

โดนลูกหนี้ชักดาบก็เจ็บแล้ว 🥚
ถ้าตัดหนี้สูญผิดระวังโดนเช็คบิลซ้ำ🥚⛓️‍💥
⏺️ไม่เกิดกับใครคงไม่รู้หรอกครับว่า มันเจ็บปวดแค่ไหนเสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึกแต่ที่เจ็บปวดที่สุดคือพอกัดฟันยอมรับความจริงว่าจะ "ตัดหนี้สูญ" ดันไปลงบัญชีผิดเงื่อนไขสรรพากร ทำให้เอามาหักเป็นรายจ่ายบริษัทไม่ได้อีกโลกช่างไม่ยุติธรรม!
⏹️ใครรักใครชังชั่งเถิดใครเชิดใครชูชั่งเขาใครเบื่อใครบ่นทนเอาใจเราร่มเย็นเป็นพอ นี่คือคติเตือนใจที่ หนูมายด์หัวหน้าฝ่ายบัญชีบริษัทใหญ่กำลังพึมพำปลอบใจตัวเองหน้าคอมพิวเตอร์เตี้ยอุ้มค่อมเมื่อบริษัทแม่ต้องแบกบริษัทลูก อ.พี่ปราบคะ เฮียเจ้าของแกไปเปิดบริษัทใหม่ไว้หลายที่แกบอกว่าเป็นกลยุทธ์ 'Business Diversification' (กระจายความเสี่ยง) แต่กลายเป็นว่าบริษัทลูกแห่งหนึ่งเข้าตำราถมไม่เต็มค่ะ บริษัทหลักหาเงินมาได้เท่าไหร่ต้องปล่อยกู้ให้บริษัทลูกไปยื้อชีวิตหมด ตอนนี้ยอดกู้ปาไป 40 ล้านแล้วค่ะ
◀️เฮียเจ้าของถอดใจแล้ว จะขอปิดบริษัทลูกแห่งนั้นทิ้งแล้วให้บริษัทหลักนำหนี้ 40 ล้านมาตัดหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายในปีนี้เลย เพื่อที่กำไรบริษัทหลักจะได้ลดลงประหยัดภาษีไปได้มหาศาล แล้วเอาเงินค่าภาษีที่ประหยัดได้มาแจกโบนัสลูกน้อง อิอิ อันนี้เป็นเสียงในหัวของหนูเอง
🔼ใจเย็นก่อนหนูมายด์ เฮียแกมองโลกแง่บวกมากจนไม่รู้จะโดนบวกในอนาคตไหม เพราะการจะตัดหนี้สูญบริษัทในเครือมูลค่า 40 ล้านบาทคุณสรรพ์เขาไม่ได้ยอมให้ตัดกันง่ายๆ หรอกนะมันมีกฎกระทรวงฉบับที่ 186 คุมอยู่แบบเข้มงวดสุดๆ เฮียเค้าต้องรู้ก่อนว่าหนี้แบบไหนถึงจะเรียกว่าหนี้สูญก่อนจะไปดูจำนวนเงินเราต้องปรับพื้นฐานให้เข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ทุกหนี้จะตัดเป็นหนี้สูญทางภาษีได้ หนี้ที่จะเอามาหักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อนี้เท่านั้น
▶️เรื่องแรก หนี้ที่จะตัดสูญต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ เช่น ลูกหนี้การค้าหนี้ สรุปง่ายๆ ว่าหนี้นั้นต้องนำมารวมเป็น "รายได้" ในการคำนวณกำไรสุทธิมาแล้วเช่นเคยออกบิลขายและรับรู้รายได้ไปแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้
เรื่องที่สอง เป็นจุดสลบสำคัญที่พลาดตกม้าตายกันมาเยอะ หนี้ที่จะตัดสูญห้ามเป็นหนี้ที่กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ เช่น ถ้าเฮียกู้เงินบริษัทเอาไปใช้เองจะเอามาตัดหนี้สูญไม่ได้เด็ดขาด เมื่อมั่นใจว่าเป็นหนี้ที่ถูกต้องแล้ว กฎหมายจะแบ่งความยากง่ายในการตัดหนี้สูญตามมูลค่าหนี้ต่อลูกหนี้ 1 ราย ไม่มีเหมาเทกองรวมมาตัดสูญเด็ดขาด
1️⃣Level 1 หนี้จิ๊บจ้อยไม่เกิน 200,000 บาท หนี้ระดับนี้คุณสรรพ์อนุโลมให้ทำได้ง่ายที่สุดครับไม่ต้องถึงขั้นฟ้องศาลแค่พิสูจน์ได้ว่าได้ "ติดตามทวงถาม" จนถึงที่สุดแล้วและมีหลักฐานชัดเจน เช่น จดหมายทวงหนี้ลงทะเบียนตอบรับ แต่ไม่ได้รับการชำระหนี้ ถ้าลูกหนี้ตาย สาบสูญ หรือเลิกกิจการ ก็แค่มีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่มีทรัพย์สินเหลือให้ชำระหนี้แล้ว ก็ตัดหนี้สูญได้เลย
2️⃣Level 2 หนี้ปานกลางเกิน 2 แสน แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ระดับนี้แค่จดหมายทวงหนี้ไม่พอแล้วต้องพึ่ง "ทนายความ" เท่านั้นโดยต้องยื่นฟ้องศาลในคดีแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกฟ้องแล้ว ฟ้องแล้ว ตัดสูญได้เลยโดยมีเกณฑ์สำคัญคือ เมื่อศาล "มีคำสั่งรับคำฟ้อง" แล้วบริษัทสามารถนำยอดหนี้มาตัดเป็นหนี้สูญได้เลย ไม่ต้องรอจนคดีสิ้นสุด! อันนี้ดีต้องปรบมือให้คุณสรรพ์รัวๆ เพราะช่วยเซฟเวลาและภาษีได้ไวขึ้นมาก
3️⃣Level 3 หนี้ก้อนโตเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป เคสของหนูมายด์กับเฮียเข้าเงื่อนไขเป๊ะเลย เพราะหนี้ทะลุไป 40 ล้าน ระดับนี้ถือว่าโหดสุดหิน คุณสรรพ์ขอดูหลักฐานจนหยดสุดท้าย ต้องยื่นฟ้องศาลและศาลต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชนะคดี ไม่พอชนะคดีแล้วยังตัดไม่ได้ต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ "ยึดทรัพย์ หรือ อายัดทรัพย์" ของลูกหนี้และต้องปรากฏว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลือให้ยึดอีกแล้วโดยต้องมีรายงานหรือหนังสือรับรองจากเจ้าพนักงานบังคับคดีมายืนยันถึงจะสามารถนำยอดหนี้ที่เหลือมาตัดหนี้สูญทางภาษีได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าเป็นการฟ้องคดีล้มละลายก็ต้องรอให้ศาลมีคำสั่งประนอมหนี้หรือพิพากษาให้ล้มละลาย และได้มีการแบ่งทรัพย์สินครั้งแรกแล้ว
สู้คดีกันเอง ⏏️
เพื่อปิดกิจการ 🔘🔳
หนูมายด์ฟังจบก็ถอนหายใจแบบนี้หนูต้องไปจ้างทนายมาฟ้องบริษัทในเครือตัวเองเหรอคะเนี่ย อุตส่าห์กะจะปิดกิจการเงียบๆ
⏸️ถูกต้องครับ กฎหมายภาษีไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นบริษัทแม่ลูกกัน เพื่อป้องกันการถ่ายเทกำไร คุณสรร์จึงบังคับให้คุณต้องทำตามขั้นตอนเหมือนเป็นลูกหนี้คนนอกทุกประการ หนูมายด์ต้องหาทนายมาฟ้องร้องบริษัทลูกอย่างเป็นทางการ พอฟ้องเสร็จบริษัทลูกก็แค่ไปขึ้นศาล แล้วยกธงขาวยอมรับสภาพหนี้ให้ศาลพิพากษา จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสืบทรัพย์เมื่อพบว่าบริษัทลูกไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลือแล้ว เจ้าพนักงานก็ออกใบรับรองให้บริษัทหลักก็จะสามารถนำหนี้ 40 ล้านนี้มาตัดเป็นรายจ่ายทางภาษี และบริษัทลูกก็ค่อยทำเรื่องชำระบัญชีปิดกิจการต่อไป
📌การตัดหนี้สูญไม่ใช่แค่การเอาปากกาขีดฆ่าตัวเลขในสมุดบัญชี แต่มันคือกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องมีร่องรอยเอกสารชัดเจน การปล่อยเงินกู้ให้บริษัทในเครือเป็นเรื่องปกติในการบริหารเงินครับ แต่เมื่อถึงทางตันการแก้ปัญหาด้วยการตัดหนี้สูญทิ้งดื้อๆ จะนำมาซึ่งหายนะทางภาษีที่ใหญ่กว่าเดิมยอมเสียค่าทนายหลักหมื่นหลักแสนในวันนี้ เพื่อปกป้องภาษีเงินล้านให้บริษัทดีกว่าต้องมานั่งควักเนื้อจ่ายค่าปรับในวันหน้านะครับ!
#หนี้สูญ #ตัดหนี้สูญ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #วางแผนภาษี #บัญชีภาษี #ทวงหนี้ #บริษัทในเครือ #อจปราบมือปราบภาษี ่ยก 📌

โดนลูกหนี้ชักดาบก็เจ็บแล้ว 📍ถ้าตัดหนี้สูญผิดระวังโดนเช็คบิลซ้ำ🌵🍀ไม่เกิดกับใครคงไม่รู้หรอกครับว่า มันเจ็บปวดแค่ไหนเสียทั้...
18/09/2026

โดนลูกหนี้ชักดาบก็เจ็บแล้ว 📍
ถ้าตัดหนี้สูญผิดระวังโดนเช็คบิลซ้ำ🌵
🍀ไม่เกิดกับใครคงไม่รู้หรอกครับว่า มันเจ็บปวดแค่ไหนเสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึกแต่ที่เจ็บปวดที่สุดคือพอกัดฟันยอมรับความจริงว่าจะ "ตัดหนี้สูญ" ดันไปลงบัญชีผิดเงื่อนไขสรรพากร ทำให้เอามาหักเป็นรายจ่ายบริษัทไม่ได้อีกโลกช่างไม่ยุติธรรม!
🍁ใครรักใครชังชั่งเถิดใครเชิดใครชูชั่งเขาใครเบื่อใครบ่นทนเอาใจเราร่มเย็นเป็นพอ นี่คือคติเตือนใจที่ หนูมายด์หัวหน้าฝ่ายบัญชีบริษัทใหญ่กำลังพึมพำปลอบใจตัวเองหน้าคอมพิวเตอร์เตี้ยอุ้มค่อมเมื่อบริษัทแม่ต้องแบกบริษัทลูก อ.พี่ปราบคะ เฮียเจ้าของแกไปเปิดบริษัทใหม่ไว้หลายที่แกบอกว่าเป็นกลยุทธ์ 'Business Diversification' (กระจายความเสี่ยง) แต่กลายเป็นว่าบริษัทลูกแห่งหนึ่งเข้าตำราถมไม่เต็มค่ะ บริษัทหลักหาเงินมาได้เท่าไหร่ต้องปล่อยกู้ให้บริษัทลูกไปยื้อชีวิตหมด ตอนนี้ยอดกู้ปาไป 40 ล้านแล้วค่ะ
🍂เฮียเจ้าของถอดใจแล้ว จะขอปิดบริษัทลูกแห่งนั้นทิ้งแล้วให้บริษัทหลักนำหนี้ 40 ล้านมาตัดหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายในปีนี้เลย เพื่อที่กำไรบริษัทหลักจะได้ลดลงประหยัดภาษีไปได้มหาศาล แล้วเอาเงินค่าภาษีที่ประหยัดได้มาแจกโบนัสลูกน้อง อิอิ อันนี้เป็นเสียงในหัวของหนูเอง
📌ใจเย็นก่อนหนูมายด์ เฮียแกมองโลกแง่บวกมากจนไม่รู้จะโดนบวกในอนาคตไหม เพราะการจะตัดหนี้สูญบริษัทในเครือมูลค่า 40 ล้านบาทคุณสรรพ์เขาไม่ได้ยอมให้ตัดกันง่ายๆ หรอกนะมันมีกฎกระทรวงฉบับที่ 186 คุมอยู่แบบเข้มงวดสุดๆ เฮียเค้าต้องรู้ก่อนว่าหนี้แบบไหนถึงจะเรียกว่าหนี้สูญก่อนจะไปดูจำนวนเงินเราต้องปรับพื้นฐานให้เข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ทุกหนี้จะตัดเป็นหนี้สูญทางภาษีได้ หนี้ที่จะเอามาหักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อนี้เท่านั้น
📌เรื่องแรก หนี้ที่จะตัดสูญต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ เช่น ลูกหนี้การค้าหนี้ สรุปง่ายๆ ว่าหนี้นั้นต้องนำมารวมเป็น "รายได้" ในการคำนวณกำไรสุทธิมาแล้วเช่นเคยออกบิลขายและรับรู้รายได้ไปแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้
เรื่องที่สอง เป็นจุดสลบสำคัญที่พลาดตกม้าตายกันมาเยอะ หนี้ที่จะตัดสูญห้ามเป็นหนี้ที่กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ เช่น ถ้าเฮียกู้เงินบริษัทเอาไปใช้เองจะเอามาตัดหนี้สูญไม่ได้เด็ดขาด เมื่อมั่นใจว่าเป็นหนี้ที่ถูกต้องแล้ว กฎหมายจะแบ่งความยากง่ายในการตัดหนี้สูญตามมูลค่าหนี้ต่อลูกหนี้ 1 ราย ไม่มีเหมาเทกองรวมมาตัดสูญเด็ดขาด
📌Level 1 หนี้จิ๊บจ้อยไม่เกิน 200,000 บาท หนี้ระดับนี้คุณสรรพ์อนุโลมให้ทำได้ง่ายที่สุดครับไม่ต้องถึงขั้นฟ้องศาลแค่พิสูจน์ได้ว่าได้ "ติดตามทวงถาม" จนถึงที่สุดแล้วและมีหลักฐานชัดเจน เช่น จดหมายทวงหนี้ลงทะเบียนตอบรับ แต่ไม่ได้รับการชำระหนี้ ถ้าลูกหนี้ตาย สาบสูญ หรือเลิกกิจการ ก็แค่มีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่มีทรัพย์สินเหลือให้ชำระหนี้แล้ว ก็ตัดหนี้สูญได้เลย
📌Level 2 หนี้ปานกลางเกิน 2 แสน แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ระดับนี้แค่จดหมายทวงหนี้ไม่พอแล้วต้องพึ่ง "ทนายความ" เท่านั้นโดยต้องยื่นฟ้องศาลในคดีแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกฟ้องแล้ว ฟ้องแล้ว ตัดสูญได้เลยโดยมีเกณฑ์สำคัญคือ เมื่อศาล "มีคำสั่งรับคำฟ้อง" แล้วบริษัทสามารถนำยอดหนี้มาตัดเป็นหนี้สูญได้เลย ไม่ต้องรอจนคดีสิ้นสุด! อันนี้ดีต้องปรบมือให้คุณสรรพ์รัวๆ เพราะช่วยเซฟเวลาและภาษีได้ไวขึ้นมาก
📌Level 3 หนี้ก้อนโตเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป เคสของหนูมายด์กับเฮียเข้าเงื่อนไขเป๊ะเลย เพราะหนี้ทะลุไป 40 ล้าน ระดับนี้ถือว่าโหดสุดหิน คุณสรรพ์ขอดูหลักฐานจนหยดสุดท้าย ต้องยื่นฟ้องศาลและศาลต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชนะคดี ไม่พอชนะคดีแล้วยังตัดไม่ได้ต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ "ยึดทรัพย์ หรือ อายัดทรัพย์" ของลูกหนี้และต้องปรากฏว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลือให้ยึดอีกแล้วโดยต้องมีรายงานหรือหนังสือรับรองจากเจ้าพนักงานบังคับคดีมายืนยันถึงจะสามารถนำยอดหนี้ที่เหลือมาตัดหนี้สูญทางภาษีได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าเป็นการฟ้องคดีล้มละลายก็ต้องรอให้ศาลมีคำสั่งประนอมหนี้หรือพิพากษาให้ล้มละลาย และได้มีการแบ่งทรัพย์สินครั้งแรกแล้ว
สู้คดีกันเอง 🍁
เพื่อปิดกิจการ 🍁
หนูมายด์ฟังจบก็ถอนหายใจแบบนี้หนูต้องไปจ้างทนายมาฟ้องบริษัทในเครือตัวเองเหรอคะเนี่ย อุตส่าห์กะจะปิดกิจการเงียบๆ
📌ถูกต้องครับ กฎหมายภาษีไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นบริษัทแม่ลูกกัน เพื่อป้องกันการถ่ายเทกำไร คุณสรร์จึงบังคับให้คุณต้องทำตามขั้นตอนเหมือนเป็นลูกหนี้คนนอกทุกประการ หนูมายด์ต้องหาทนายมาฟ้องร้องบริษัทลูกอย่างเป็นทางการ พอฟ้องเสร็จบริษัทลูกก็แค่ไปขึ้นศาล แล้วยกธงขาวยอมรับสภาพหนี้ให้ศาลพิพากษา จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสืบทรัพย์เมื่อพบว่าบริษัทลูกไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลือแล้ว เจ้าพนักงานก็ออกใบรับรองให้บริษัทหลักก็จะสามารถนำหนี้ 40 ล้านนี้มาตัดเป็นรายจ่ายทางภาษี และบริษัทลูกก็ค่อยทำเรื่องชำระบัญชีปิดกิจการต่อไป
📌การตัดหนี้สูญไม่ใช่แค่การเอาปากกาขีดฆ่าตัวเลขในสมุดบัญชี แต่มันคือกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องมีร่องรอยเอกสารชัดเจน การปล่อยเงินกู้ให้บริษัทในเครือเป็นเรื่องปกติในการบริหารเงินครับ แต่เมื่อถึงทางตันการแก้ปัญหาด้วยการตัดหนี้สูญทิ้งดื้อๆ จะนำมาซึ่งหายนะทางภาษีที่ใหญ่กว่าเดิมยอมเสียค่าทนายหลักหมื่นหลักแสนในวันนี้ เพื่อปกป้องภาษีเงินล้านให้บริษัทดีกว่าต้องมานั่งควักเนื้อจ่ายค่าปรับในวันหน้านะครับ!
#หนี้สูญ #ตัดหนี้สูญ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #วางแผนภาษี #บัญชีภาษี #ทวงหนี้ #บริษัทในเครือ #อจปราบมือปราบภาษี ่ยก

ที่อยู่

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค
Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ msgconsultant โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง msgconsultant:

ทางลัด

แชร์