Sophia's innovate Academy

Sophia's innovate Academy มีบัญชี เทรดหุ้น Stock Option Futures ETF Funds & Bonds ทั่ว?

26/10/2021

Tesla ทะยานขึ้นสู่ 1 ล้านล้านดอลลาร์และนักลงทุนเชื่อว่าอนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้มาถึงแล้ว

25 ต.ค. (สำนักข่าวรอยเตอร์) รายงานว่า Tesla inc (TSLA) มีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากได้รับคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาจาก บริษัท รถเช่า Hertz ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จะช่วยตอกย้ำความทะเยอทะยานของผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในการครองอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมดในทศวรรษหน้า.

ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่โอ้อวดเกี่ยวกับการขายให้กับบริษัทรถเช่า ซึ่งมักจะลดราคาเพื่อปล่อยโมเดลที่ขายช้าออก แต่สำหรับ Tesla และ Hertz ในการตัดสินใจสั่งซื้อรถยนต์ Tesla จำนวน 100,000 คันภายในสิ้นปี 2565 แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่จะครองตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้.

Mark Fields ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของ Hertz กล่าวกับรอยเตอร์ “รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นกระแสหลัก และเราเพิ่งเริ่มเห็นความต้องการและความสนใจทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น”

Elon Musk, CEO ของ Tesla ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายต่อปีที่ 50%, โดยเฉลี่ย, ประมาณ 20 ล้านคันต่อปี นั่นหมายความว่ายอดขายของ Tesla จะสูงกว่าผู้นำการขายในปัจจุบัน Volkswagen AG VOWG.DE และ Toyota Motor Corp 7203.T มากกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว.

ความต้องการของผู้บริโภคสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนไปในตลาดหลักหลายๆแห่งซึ่ง Tesla Model 3 เป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว นั่นทำให้หุ้นของ Tesla พุ่งขึ้นกว่า 9.5% สู่ระดับสูงสุดที่ 995.75 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ตามการคำนวณของ Reuters จากการยื่นรายงานครั้งล่าสุด.

Tesla มีมูลค่าสูงที่สุดในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใดในโลก และกำลังเคาะประตูสโมสรชั้นนำที่มี Apple Inc AAPL.O, Amazon.com Inc AMZN.O, Microsoft Corp MSFT.O และ Alphabet Inc GOOGL.O.

ข้อมูล: Nasdaq.com

3 อันดับหุ้นเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองท่ามกลางการลงทุนมหาศาลในรถยนต์ไฟฟ้าของ Fordหุ้น Ford (F) ถีบตัวสูงขึ้นจากก...
29/09/2021

3 อันดับหุ้นเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองท่ามกลางการลงทุนมหาศาลในรถยนต์ไฟฟ้าของ Ford

หุ้น Ford (F) ถีบตัวสูงขึ้นจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิต EV & Battery แห่งใหม่

แม้จะมีข้อดีสำหรับหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าในการเรียกเก็บเงินโครงสร้างพื้นฐานของ Biden ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพลังงานสะอาด แต่หุ้นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวนมากมีการต่อสู้ราคาอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี การลงทุนในอุตสาหกรรม EV ในตลาดหุ้นในปัจจุบันเป็นงานที่ท้าทายไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ไม่ใช่วันที่การลงทุนในหุ้น EV จะสามารถเพิ่มพอร์ตของคุณได้อีกต่อไป และ เป็นที่ยอมรับว่าพื้นที่ของหุ้น EV ดูเหมือนจะแออัดมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป. ดังนั้นการจะมองหาหุ้น EV ที่ดีที่สุดเพื่อการลงทุนจึ่งจำเป็นต้องมีการค้นคว้าและพิจารณาอย่างหนัก.

อย่างไรก็ตาม, ด้วยการลงทุนล่าสุดของ Ford Motors (NYSE: F) ในการสร้างโรงงานแบตเตอรี่ใหม่ 3 แห่งและโรงงานรถกระบะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหุ้น F ถึงพุ่งพรวดในขณะนี้. โดยร่วมกับ SK Innovation ฟอร์ดกำลังลงทุน 11.4 พันล้านดอลลาร์ในโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งจะสร้างงานเกือบ 11,000 ตำแหน่งเพื่อผลิต EV และแบตเตอรี่. ความคิดริเริ่มเหล่านี้เป็นความพยายามครั้งล่าสุดของฟอร์ดในการเพิ่มการพัฒนาและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า, รวมถึงแบตเตอรี่. การลงทุนใหม่นี้มีมูลค่ามากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ที่บริษัทเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไปนำไปลงทุนใน EVs จนถึงปี 2025.

และแน่นอนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนในปัจจุบันนี้ ช่วยเร่งการนำ EVs ไปใช้ทั่วโลกและรัฐบาลทั่วโลกต่างตั้งเป้าในการนำ EVs ไว้มากกว่าตอนนี้ ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนบางรายจึงเลือกลงทุนในบริษัท EV คุณภาพสูงที่พร้อมจะเติบโตและนำแผนการลงทุนของตนไปปฏิบัติทันที ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนของคุณว่าจะสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน. แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนประเภทใด อาจมีหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าบางตัวที่คุ้มค่ากับลงทุนและหุ้น EVs ชั้นนำที่นักลงทุนกำลังจับตามองในตลาดหุ้นในขณะนี้มี 3 ตัวคือ:
1. Lucid Group Inc. (NASDAQ: LCID)
2. Fisker Inc. (NYSE: FSR)
3. Nio Inc. (NYSE: NIO)



ข้อมูล: Nasdaq.com

Evergrande บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีนกำลังตกอยู่ในสภาวะผิดนัดชำระหนี้, แล้วมันสำคัญกับเศรษฐกิจโลกยังไง?•ห...
20/09/2021

Evergrande บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีนกำลังตกอยู่ในสภาวะผิดนัดชำระหนี้, แล้วมันสำคัญกับเศรษฐกิจโลกยังไง?



หลังจากขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี สามารถแย่งชิงทรัพย์สินมากมายในขณะที่เศรษฐกิจของจีนกำลังเฟื่องฟู แต่ตอนนี้ Evergrande ตกในภาวะวิกฤตมีหนี้สินที่ท่วมท้นจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ.



ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหนี้มากที่สุดในโลกพยายามดิ้นรนเพื่อจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ และเตือนนักลงทุนถึงสองครั้งในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ว่าบริษัทอาจผิดนัดชำระหนี้ได้.



เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Evergrande กล่าวว่ายอดขายอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกันยายน ซึ่งก็ลดลงเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ทำให้สถานการณ์กระแสเงินสดของบริษัทแย่ลงไปอีก.



บริษัทอสังหาจีนรายนี้มีขนาดใหญ่มากจนผลกระทบจากความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจจีนเท่านั้น แต่ยังแพร่กระจายไปยังตลาดอื่นๆ อีกด้วย.



แล้วใครจะได้รับผลกระทบบ้าง?
กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ธนาคาร, ซัพพลายเออร์, ผู้ซื้อบ้าน และนักลงทุน.



Evergrande เตือนในสัปดาห์นี้ว่าปัญหาที่บานปลายของบริษัทอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง ซึ่งได้ออกมาแจ้งว่า ถ้าหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ "เงื่อนไขการผิดนัดไขว้ (Cross-Default)" ซึ่งการผิดนัดที่เกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่งอาจเชื่อมต่อไปยังภาระผูกพันอื่น ๆ ซึ่งนำไปสู่การแพร่กระจายในวงกว้าง กระทบทั้งเศรษฐกิจจีน และตลาดอื่น ๆ.



ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 80% ในปีนี้ และการซื้อขายพันธบัตรของบริษัทถูกระงับหลายครั้งโดยตลาดหุ้นจีนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.

ข้อมูล: CNBC.com

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศกองทุนใหม่มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หนุนตลาดหุ้นท้องถิ่น●รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศแผนริเริ่มต่างๆ เพ...
17/09/2021

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศกองทุนใหม่มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หนุนตลาดหุ้นท้องถิ่น



รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศแผนริเริ่มต่างๆ เพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นในประเทศ โดยรัฐบาลจะร่วมลงทุนกับเทมาเส็ก, บริษัทการลงทุนของรัฐในกานจัดตั้งกองทุนใหม่เพื่อสนับสนุนบริษัทที่มีแนวโน้มในการเติบโตสูง.



ซึ่งมีความคิดริเริ่มมากมาย รวมถึงการตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมามูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในบริษัทต่างๆ และ ทำให้บริษัทเหล่านั้นสามารถเข้าตลาดหุ้นของสิงคโปร์ได้ในที่สุด.



นอกจากนั้น ยังมีแผนกระตุ้นตลาดอื่นๆอีกเช่น:
- ฝ่ายการลงทุนของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ตั้งใจที่จะจัดตั้งกองทุนใหม่เพื่อลงทุนในบริษัทที่กำลังดำเนินธุรกิจในระยะหลัง (Later-stage companies) กองทุนจะเริ่มต้นด้วยมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์.
- หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน, Monetary Authority of Singapore จะเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆสามารถชำระค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์.
- Exchange operator, ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ จะช่วยบริษัทที่มีแน้วโน้มเติบโตสูงในการระดมทุนแบบภายในก่อนการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์.



และในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ CNBC นั้น Loh Boon Chye ผู้บริหารระดับสูงของตลาดหุ้นสิงคโปร์ กล่าวว่ามี "ช่องทางที่แข็งแกร่ง" สำหรับรายชื่อบริษัทใน S**C listings* ที่มีศักยภาพ และอาจจะเริ่มยื่นรายชื่อให้เสร็จสิ้นภายในสองสามสัปดาห์นี้.
*S**C ย่อมาจากคำว่า Special Purpose Acquisition Companies ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินการเชิงพานิช แต่ทำงานโดยการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์มาเพื่อที่จะควบรวมกิจการหรือลงทุนบางส่วนในบริษัทเป้าหมาย พร้อมทั้งเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป (IPO).

ข้อมูล: CNBC.com

15/09/2021

5 ดัชนียอดนิยมสำหรับคนที่กำลังมองหาหุ้นที่ให้เงินปันผลที่ดี

เงินปันผลสามารถเป็นแหล่งรายได้ที่ดีสำหรับนักลงทุนในช่วงวัฏจักรตลาดต่างๆ มีบริษัทหลายแห่งที่จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นมาหลายทศวรรษแล้ว โดยไม่คำนึงถึงสภาวะตลาด โดยเสนอรายได้ที่คาดการณ์ได้ทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกด้วย.

รายงานล่าสุดระบุว่าตั้งแต่ปี 1930 ถึง 2020 รายได้ที่ได้รับจากเงินปันผลรวมของดัชนี S&P 500 เฉลี่ยอยู่ที่ 41% ซึ่งมันมีวิธีที่สะดวกและง่ายในการติดตามว่าหุ้นตัวไหนสามารถจ่ายเงินปันผลที่น่าพอใจ นั่นคือการตรวจสอบดัชนีเงินปันผลยอดนิยม 5 รายการดั่งต่อไปนี้:

1. Nasdaq U.S. Dividend Achievers Select Index
2. Dow Jones U.S. Dividend 100 Index
3. S&P 500 Dividend Aristocrats Index
4. Dow Jones U.S. Select Dividend Index
5. S&P Global Dividend Aristocrats Index
หมายเหตุ: ดัชนีเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการลงทุนเท่านั้น ควรศึกษาให้ระเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกการลงทุน.

ข้อมูล: Nasdaq.com

บริษัท Visa และ BlockFi จับมือออกบัตรเครดิตการ์ด จ่ายผลตอบแทน เป็นสกุลเงินดิจิตัล Bitcoin เป็นมูลค่า 1.5% ของยอดค่าใช้จ่...
08/09/2021

บริษัท Visa และ BlockFi จับมือออกบัตรเครดิตการ์ด จ่ายผลตอบแทน เป็นสกุลเงินดิจิตัล Bitcoin เป็นมูลค่า 1.5% ของยอดค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งจะฝากในบัญชีของ BlockFi

BlockFi เป็นธนาคารคริปโตเอกชน ให้บริการด้านบัญชี สินเชื่อ และดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงินคริปโต

กรณีใช้จ่ายยอดเกิน $50,000 ต่อปี ผู้ใช้บัตรจะได้รับผลตอบแทน 2% เป็นเงินคืน จากยอดค่าใช้จ่าย ในขณะที่ 3 เดือนแรก ผู้ใช้บัตรจะได้เงินคืนถึง 3.5% ของยอดค่าใช้จ่ายต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน $100

ข้อมูล: cnbc


07/09/2021

หุ้น E-Commerce ตัวไหนที่น่าจับตามองบ้าง?

อย่างที่ทุกคนทราบว่าหลายๆประเทศเริ่มเปิดประเทศ และ คลาย Lockdown กันแล้ว ทำให้คนออกไปซื้อของข้างนอกกันมากขึ้น ส่งผลให้การค้าปรีกออนไลน์ชะลอตัวลงในเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา. ฉะนั้น, หุ้น E-Commerce จึ่งมีผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 2 แต่ผลของไตรมาส 3 จะออกมาเป็นแบบไหนนั้นยังไม่อาจทราบได้.

ตัวอย่างเช่น หุ้น Amazon (NASDAQ: AMZN) มีการเติบโตของรายได้ 27% ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ลดลงจากไตรมาสแรกประมาณ 44% และคาดการณ์ว่าการเติบโตของไตรมาส 3 จะอยู่ที่ประมาณ 13%.

แล้วถ้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon (NASDAQ: AMZN) ยังเกิดการชะลอตัว แล้วผู้ค้าปลีกออนไลน์รายอื่นจะมีความหวังอะไร?

อันที่จริงแล้ว การคาดการณ์การเติบโตของ E-Commerce ยังคงแข็งแกร่งสำหรับปีนี้ และปีต่อๆไปเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในทั่วโลกที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ถึงจะดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม และผู้ค้าปลีกออนไลน์ 3 รายด้านล่างก็เป็นถือได้ว่าเป็นหุ้นที่มาแรงและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก.

1. Chewy (NYSE: CHWY) ขายอุปกรณ์สำหรับสัตรเลี้ยง ซึ่งขายสินค้ามูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 47% จากปี 2019 และมากกว่าสองเท่าของปี 2018 เนื่องจากการ Lockdowns ปีที่แล้วทำให้คนหันมามีสัตรเลี้ยงมากขึ้น.

2. Etsy (NASDAQ: ETSY) เป็น platform ออนไลน์ที่ขายของแฮนเมดต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีหน้ากากอนามัยและของใช้ที่จำเป็นสำหรับการป้องกันไวรัสด้วย. ตลาดออนไลน์ได้เพิ่มผู้ซื้อใหม่และที่เปิดใช้งานใหม่เกือบ 12 ล้านคนในไตรมาสที่แล้ว อัตราการเติบโตปีต่อปีต่ำกว่าในปี 2020 แต่ผู้ซื้อใหม่ 8 ล้านคนที่เพิ่มเข้ามาในช่วงเวลานั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2019.

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือจำนวนผู้ซื้อที่กลับมาซื้อของประมาณ 6 วันหรือมากกว่านั้น เพิ่มขึ้น 115% ในไตรมาสนี้ และเกือบสองเท่าของอัตราก่อนเกิดโรคระบาด พบว่าคนเข้ามาใช้งานเว็บไซท์ Etsy บ่อยขึ้น ซึ่ง Wall Street เห็นว่า Etsy มีศักยภาพในการขยายรายได้ในอัตราทบต้นถึง 53% ต่อปี ตลอด 5 ปีข้างหน้า โดยแนะนำว่าหุ้นของผู้ค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ตยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก.

3. หลังจากการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีของจีนครั้งล่าสุด นักลงทุนรู้สึกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับ JD.com ยักษ์ใหญ่ด้าน e-commerce (NASDAQ: JD) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ Alibaba Group Holding โดนตรวจสอบอย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา. แต่อย่างไรก็ตาม, JD.com มีรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างจากคู่แข่ง ที่จริงแล้วเหมือนกับ eBay มากกว่า Amazon เพราะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ขายที่เป็นบุคคลที่สามมากกว่าการขายของเอง ดังนั้นในขณะที่ปักกิ่งดำเนินการตรวจสอบหุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ JD.com เชื่อว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดเช่น ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ จะไม่มีผลกับบริษัท.

หลังจากที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีมาก ดูเหมือนว่าตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง และทำให้หุ้นของ JD.com สูงขึ้นถึง 10% ในเดือนที่ผ่านมา และสูงกว่าระดับต่ำสุด 30% เมื่อไม่กี่วันก่อน.
ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับนักลงทุน เนื่องจาก Wall Street มองว่าหุ้นของบริษัทมี upside ถึง 30% หรือมากกว่า เป็นที่ยอมรับในการซื้อขายที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว แต่แม้แต่นักวิเคราะห์ก็ยังรู้สึกกังวล และลดเป้าหมายราคาในหุ้นดั่งกล่าวหลังจากการปราบปรามของรัฐบาลจีน เป็นการยากที่จะแนะนำหุ้นจีนในขณะนี้ แต่เนื่องจาก JD.com ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน เราอาจเห็นหุ้นตัวนี้ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างมากอีกครั้ง ผู้ค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ตรายนี้มีโอกาสเติบโตต่อจากที่ค้างไว้ได้อย่างง่ายดาย.

ข้อมูล: Nasdaq.com

การใช้ยาสกัดจากพืช ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน และมีการคาดการณ์จะใช้มากขึ้นในอนาคต เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม Healthca...
05/09/2021

การใช้ยาสกัดจากพืช ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน และมีการคาดการณ์จะใช้มากขึ้นในอนาคต เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม Healthcare ทั้วโลก

เช่น ยาสกัดจากกัญชา ได้รับความนิยมเอามาใช้ใน การลดความเครียด ระงับความเจ็บปวด แก้แผลไหม้ อักเสบ

อย่างไรก็ตามในวงการทางการแพทย์ มีอุปสรรคหลัก 3 ข้อที่ทำให้การนำยาสกัดจากพืชมาใช้ในการรักษาไม่แพร่หลาย

1. กฎหมายยังไม่รองรับ ในประเทศสหรัฐฯ การใช้ CBD Oil ยังจำกัดอยู๋ในบางรัฐ รวมถีงบางรัฐยังไม่ให้ใช้กัญชาในการบำบัดรักษาเลยย
2. ฉลากที่ได้มาตรฐานยังไม่แพร่หลาย บางตัวไม่มี package หรือคำแนะนำการใช้ที่ผิดอยู่ ทั้งนี้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้การรับรองโดยหน่วยงานที่ชัดเจน
3. การขาดความรู้ ในขณะที่แพทย์เล็งเห็นคุณค่าในการใช้สารสกัดจากพืชในการรักษา แพทย์บางรายไม่เชื่อมั่นในการใช้กัญชา และไม่กล้ายืนยันกับคนไข้


ข้อมูลจาก Visual Capitalist

Greenlane Holdings Inc. (GNLN)
GrowGeneration Corp. (GRWG)

หุ้นพลังงานทดแทนที่ควรพิจารณาซื้อตอนนี้• ยุคนี้เป็นยุคที่พลังงานทดแทน (Renewal Energy) กำลังมาแรงก็ว่าได้ และ มีแรงกระเพ...
03/09/2021

หุ้นพลังงานทดแทนที่ควรพิจารณาซื้อตอนนี้

• ยุคนี้เป็นยุคที่พลังงานทดแทน (Renewal Energy) กำลังมาแรงก็ว่าได้ และ มีแรงกระเพื่อมอย่างมากเกี่ยวกับหุ้นพลังงานทดแทนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แม้ว่า iShares Global Clean Energy ETF จะลดลงประมาณ 18% ในปีนี้ แต่ก็ยังถือว่าทำให้ตลาดพลังงานกว้างขึ้นอย่างมากในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา. ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ETF เพิ่มขึ้น 163% ซึ่งดีกว่าการเพิ่มขึ้น 55% ของดัชนี S&P 500 อย่างมีนัยสำคัญ.

• ความอิ่มเอมใจของนักลงทุนที่มีต่อพลังงานทดแทนนั้นไม่ใช่ข่าวโคมลอย. ภายในปี 2050, ส่วนแบ่งของแหล่งพลังงานทดแทนในภาคการผลิตไฟฟ้าของสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 21% เป็น 42% นั่นเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทพลังงานทดแทนในการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งหุ้น 3 ตัวต่อไปนี้คือหุ้นที่นักลงทุนควรจับตามองและตัดสินใจเพื่อรับประโยชน์จากการเติบโตของพลังงานทดแทนตามที่คาดการณ์ไว้.

1. Array Technologies (NASDAQ: ARRY)
2. Shoals Technologies Group (NASDAQ: SHLS)
3. NextEra Energy, NextEra Energy Partners (NYSE: NEP)

ข้อมูล: Nasdaq.com

หุ้นเกี่ยวกับหุ่นยนต์, เครื่องจักรอัตโนมัติเป็นที่น่าจับตามอง และอาจไต่ขึ้นไปสูงถึง 68% ในปีหน้า.Wall Street รักหุ้นเหล่...
03/09/2021

หุ้นเกี่ยวกับหุ่นยนต์, เครื่องจักรอัตโนมัติเป็นที่น่าจับตามอง และอาจไต่ขึ้นไปสูงถึง 68% ในปีหน้า.

Wall Street รักหุ้นเหล่านี้ที่เป็นเจ้าของโดยอย่างน้อยสองในห้า ETFs ที่มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงระยะยาว.

นักลงทุนที่มองหาผลประกอบการที่ดีที่สุดในตลาดหุ้นได้สมใจมาหลายปีแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเพิ่มยอดขายอย่างรวดเร็วและมั่นคง ซึ่งจะเห็นได้ในดัชนี S&P 500.
สำหรับหุ้นที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ, ต่อไปนี้คือ 5 ETFs ที่ใช้หลากหลายแนวทางในการเล่นกับตลาดนวัตกรรมใหม่ๆ.

1. The ARK Autonomous Technology & Robotics ETF ARKQ ถูกบริหารจัดการอย่างดี และ ถือหุ้นอยู่ 46 ตัว ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับเครื่องจักรอัตโนมัติ, หุ่นยนต์, ยานยนอัตโนมัติ, การเก็บพลังงาน, การปริ้นแบบ 3D และ การสำหรวจอวกาศ. Tesla Inc. TSLA เป็นบริษัทที่ถูกถือครองที่ใหญ่ที่สุดคือ 11.9% ของพอร์ต.

2. Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF BOTZ ถือหุ้นเพียง 36 ตัว ตามดัชนีทั่วโลกของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดที่พัฒนาแล้ว บริษัทคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์. การถือครองที่ใหญ่ที่สุดคือ Intuitive Surgical Inc. ISRG ที่ 8.8% ของพอร์ต.

3. The Robo Global Robotics & Automation ETF ROBO ตามดัชนีทั่วโลกของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์, เครื่องจักรอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีการปรับสมดุลทุกไตรมาส กองทุนเป็นไปตามกลยุทธ์การถ่วงน้ำหนักแบบระดับชั้น การถือครองที่ใหญ่ที่สุดคือ Intuitive Surgical ที่ 1.8% ของพอร์ตในหุ้น 84 ตัว เป็นกองทุน ETF ที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดา 5 ETF ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2013.

4. The iShares Robotics and Artificial Intelligence Multisector ETF IRBO ตาม equal-weighed global index ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ มีหุ้น 120 ตัว ดัชนีถูกสร้างขึ้นใหม่ทุกปีและปรับสมดุลสองครั้งต่อปี.

5. The First Trust Nasdaq Artificial Intelligence & Robotics ETF ROBT ตามดัชนี Nasdaq CTA Artificial Intelligence and Robotics Index ซึ่งจัดอันดับบริษัทเพื่อให้พอร์ตโฟลิโอมีน้ำหนัก 60% สำหรับ "engagers" 25% "enablers" และ 15% "enhancers" ถือหุ้นอยู่ 108 ตัว.

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม:
• ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund เป็นกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีหรือราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนใช้อ้างอิง ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย ETF ได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง.
• S&P 500 คือ ดัชนีตลาดหุ้นที่ติดตามหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐจำนวน 500 แห่ง ซึ่งแสดงถึงผลประกอบการของตลาดหุ้นโดยการรายงานความเสี่ยงและผลตอบแทนของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด นักลงทุนใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานของตลาดโดยรวมซึ่งเป็นการเปรียบเทียบการลงทุนอื่น ๆ ทั้งหมด.

ข้อมูล: www.marketwatch.com, www.mitrade.com, ETF Managers, FactSet

จากการรายงานของ Patti Domm, บรรณาธิการตลาดของ CNBC เห็นว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่ทำให้เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาอันตรายสำ...
01/09/2021

จากการรายงานของ Patti Domm, บรรณาธิการตลาดของ CNBC เห็นว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่ทำให้เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาอันตรายสำหรับการลงทุนในหุ้น
ซึ่งมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดั่งนี้:

• หุ้นร่วงบ่อยกว่าที่ขึ้นในเดือนกันยายน และหลังจากปรับตัวขึ้น 7 เดือน นักยุทธศาสตร์กล่าวว่ามันเป็นไปได้ที่ตลาดอาจจะได้เห็นการย่อตัว.

• การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 สายพันธ์เดลต้าอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับตลาดหากมันทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว และการเคลื่อนไหวของ Fed เพื่อผ่อนคลายนโยบายด้านการเงินต่างๆ จะเป็นประเด็นหลักที่น่าติดตามในเดือนกันยายนนี้.
* Fed= Federal Reserve (System) หรือระบบธนาคารกลางสหรัฐ.

Source: www.cnbc.com/world/

ตั้งแต่ปีค.ศ. 2009 จนถึงปัจจุบัน  เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ถูกกว่าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล...
26/08/2021

ตั้งแต่ปีค.ศ. 2009 จนถึงปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ถูกกว่าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล
ตลาดที่แข่งขันกันมากขึ้น และนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่ม จากต้นทุนการผลิต (ดอลลาร์/เมกะวัตต์ชั่วโมง) ถูกลง

ในกราฟด้านล่าง นับตั้งแต่ปี 2009
ต้นทุนการผลิต Solar PV ลดลงถึง 90%
ส่วนต้นทุนการผลิตพลังงานลม ลดลงถึง 70%

ในขณะที่ต้นทุนการผลิตเชื้อเพลิงจากถ่านหิน นิวเคลียร์และจากความร้อนใต้พื้นพิภพ สูงขึ้น




ข้อมูล: Lazard.com
รูป: VisualCapitalist

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66814046594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sophia's innovate Academyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์