Billionaire VI The page where we share the value investment idea to promote Thai People to invest locally and globally

หุ้น Nvidia (NVDA) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณออกมาเหนือความคาดหมายอีกครั้ง ทั้งรายได้ กำไร และแนวโน้มไตรมาสถัด...
27/08/2026

หุ้น Nvidia (NVDA) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณออกมาเหนือความคาดหมายอีกครั้ง ทั้งรายได้ กำไร และแนวโน้มไตรมาสถัดไป ผมขอสรุปให้ดังนี้

1️⃣ รายได้อยู่ที่ 96.22 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด 92.17 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 46.7 พันล้านดอลลาร์ปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 2.10 ดอลลาร์

2️⃣ Data Center ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก รายได้ Data Center อยู่ที่ 89 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 117% YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาด 86.33 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน Data Center คิดเป็นประมาณ 92% ของรายได้ทั้งหมดของ Nvidia แล้ว

3️⃣ Nvidia คาดรายได้ไตรมาสถัดไปประมาณ 108 พันล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 104.2 พันล้านดอลลาร์ โดย Guidance นี้ยังไม่ได้รวมรายได้ Data Center จากจีน

4️⃣ ปี 2028 อาจยังโตถึง 70% โดย CFO Colette Kress ระบุว่าบริษัทคาดรายได้ปีงบประมาณ 2028 โตประมาณ 70% สูงกว่าที่ตลาดคาดเพียง 44% มาก สะท้อนว่าลูกค้า hyperscaler และ AI labs ยังมีแผนลงทุนระยะยาวมหาศาล แม้ข้อจำกัดด้าน Supply จะยังเป็นคอขวด

5️⃣ ลูกค้าไม่ได้มีแค่ Hyperscaler อีกต่อไป รายได้จากกลุ่ม AI Clouds, Industrial และ Enterprise หรือ ACIE อยู่ที่ 40.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 138% YoY ขณะที่ Hyperscaler Revenue อยู่ที่ 48.7 พันล้านดอลลาร์ แสดงว่า AI Demand กำลังขยายออกจาก Big Tech ไปสู่ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น

6️⃣ AWS สั่งซื้อ Nvidia ครั้งใหญ่ Amazon Web Services มีแผนซื้อ GPU Nvidia ถึง 2 ล้านตัว พร้อม CPU Vera อีกหลายล้านตัว รวมถึงนำ Vera ไปใช้ร่วมกับ Rubin สะท้อนว่าแม้ AWS จะมีชิป Trainium และ Graviton ของตัวเอง แต่ยังต้องพึ่ง Nvidia อย่างมากในการรองรับ AI Demand

7️⃣ Gross Margin ยังสูงมาก แต่เริ่มถูกกดดัน ไตรมาสนี้ยังอยู่ที่ 75% แต่บริษัทคาดว่าจะลดเหลือประมาณ 74% ในไตรมาสหน้า และอาจลงไปทำจุดต่ำสุดราว 71–72% ใน Q4 จากต้นทุน Memory และส่วนประกอบที่สูงขึ้น

8️⃣ Memory กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ Supply Commitments ของ Nvidia เพิ่มจาก 119 พันล้านดอลลาร์เป็น 279 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการล็อก Supply ของ Memory สะท้อนว่าบริษัทต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อรับประกันว่าจะมี HBM, DRAM และส่วนประกอบเพียงพอรองรับความต้องการ

9️⃣ Nvidia เริ่มใช้ Balance Sheet สนับสนุน AI Ecosystem บริษัทลงทุนจำนวนมากใน OpenAI, Intel, SpaceX และบริษัท AI อื่น ๆ พร้อมใช้โครงสร้างทางการเงินช่วยให้ Data Center ใหม่สามารถหาเงินทุนได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน Nvidia เริ่มมีหนี้มากขึ้น โดยมี Senior Notes 33.5 พันล้านดอลลาร์ และโครงการ Commercial Paper อีก 25 พันล้านดอลลาร์

🔟 AI Infrastructure Cycle ยังอยู่ช่วงต้นกว่าที่คิด Jensen Huang ระบุว่าปีก่อนมี AI Lab รายใหญ่เพียงไม่กี่แห่งเป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุน แต่ปัจจุบันมีทั้ง Frontier Labs, AI Startups, Sovereign AI, Enterprise AI และ Physical AI เกิดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ Capex ของ Hyperscaler รายใหญ่ 5 รายอาจเพิ่มจากประมาณ 800 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปีถัดไป

โดยสรุป Nvidia ยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงชะลอตัวอย่างที่ตลาดเคยกังวล ตรงกันข้าม Data Center ยังโตเกิน 100%, ACIE โตเร็วกว่าฝั่ง Hyperscaler และบริษัทมองว่ารายได้ปี 2028 ยังสามารถโตถึง 70% ได้ หากเป็นจริง นั่นหมายความว่า AI Buildout ยังมี Runway อีกยาวมาก แต่สำหรับนักลงทุน ระยะต่อไปต้องจับตาไม่ใช่แค่รายได้โตแค่ไหน แต่คือ Gross Margin จะรักษาระดับได้หรือไม่ ต้นทุน Memory จะกลายเป็นภาระหรือเปล่า และ Nvidia จะยังรักษาอำนาจเหนือ Ecosystem ได้แค่ไหนในวันที่ลูกค้ารายใหญ่เริ่มสร้างชิปของตัวเองมากขึ้นครับ

25/08/2026

Jack Ma ซื้อหุ้น Alibaba กว่า $76.5 ล้าน และซีอีโอกับผู้บริหารซื้อรวมกันอีก $26 ล้าน แสดงความมั่นใจในอนาคตเอไอของบริษัท

กองนี้น่าสนใจไม่พึ่งตลาดอเมริกามากเกินไปครับ
24/08/2026

กองนี้น่าสนใจไม่พึ่งตลาดอเมริกามากเกินไปครับ

MEGAWORLD30-A กองทุน 30 บริษัทชั้นนำโลก
ปีนี้ ผลตอบแทนสูงกว่า TLWORLD-X กองทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท

ตั้งแต่ 19 ก.พ. - 17 ส.ค. 2569 (6เดือน)
TLWORLD-X +17.31%
MEGAWORLD30-A +21.00%

✅คัดเน้น ๆ 30 บริษัทผู้นำโลก จากตลาดหุ้นสหรัฐ ยูโรโซน ฮ่องกง และญี่ปุ่น
✅ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย

พิเศษ ! ตั้งแต่ 21 ส.ค. - 9 ก.ย. 2569 ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ สนใจโหลด WealthX ได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp

และนี่คือรายชื่อทั้งหมด 30 ตัวใน MEGAWORLD30-A ล่าสุดในการปรับสมดุลรอบใหม่ ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569

Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft, Amazon, TSMC, Broadcom, SpaceX, Meta, Eli Lilly, SK Hynix, Micron, JPMorgan, AMD, Visa, ASML, Johnson & Johnson, Tencent, Mastercard, Cisco, Bank of America, Abbvie, Applied Material, HSBC, Alibaba, Royal Bank of Canada, LVMH, Mitsubishi UFJ, Siemens และ Astrazeneca

*ตัวอย่างบริษัทดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามเกณฑ์การลงทุนและสภาวการณ์การลงทุน ณ ขณะนั้น

โดยเกณฑ์การคัดเลือกจะเรียงตามมูลค่าตลาด และมีเกณฑ์เสริม เช่น กำไรขั้นต้น และปัจจัยคุณภาพอื่น ๆ

10 ตัวแรกจะลง 40% - 60% ของพอร์ตในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ส่วน 20 ตัวต่อมา จะลงในส่วนที่เหลือ เท่า ๆ กัน

โดย 30 บริษัทนี้กระจายอยู่ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ยูโรโซน ญี่ปุ่น ถ้าให้เราไปซื้อเองก็คงทำได้ลำบาก

และที่สำคัญคือ พอร์ตนี้ไม่ได้ล็อกตัวเองไว้กับหุ้น 30 ตัวเดิมตลอดไป เมื่อโลกเปลี่ยน ผู้นำเปลี่ยน พอร์ตการลงทุนก็มีการปรับรายชื่อหุ้น และ Rebalance ปรับตัวตามเทรนด์เสมอ เช่นในรอบการปรับพอร์ตล่าสุด ก็ได้นำ SpaceX, SK Hynix, AMD, Cisco, Applied Material, Mitsubishi UFJ เข้ามาในพอร์ต..

ถ้าเราอยากเติบโตไปพร้อมตลาดโลก
ซื้อความสบายใจ เน้นกระจายโอกาสให้กว้างที่สุด
TLWORLD-X คือคำตอบที่ตรงไปตรงมา

แต่ถ้าคุณเชื่อว่าโลกธุรกิจคือการแข่งขันที่ผู้ชนะมักจะกินรวบ หรือ Winner Takes All
ก็สามารถแบ่งเงินก้อนนั้นไปทำงานกับ 30 บริษัทที่เป็นผู้นำของโลกอย่าง MEGAWORLD30-A ได้นั่นเอง..

ทั้งนี้สำหรับคนที่สนใจกองทุนลดหย่อนภาษี MEGAWORLD30RMF เป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่า TLWORLDRMF ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ Line ID:

สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์

กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการนําเสนอเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนําให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันของผลการดำเนินงานในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ระดับความเสี่ยง : 6

จัดทำขึ้น ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569

References
-หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม MEGAWORLD30
-หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม TLWORLD-X
-ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ MEGAWORLD30
-มูลค่าทรัพย์สินต่อหน่วยในแอปพลิเคชัน WealthX
-Portfolio Composition, Vanguard Total World Stock ETF

ติดตามกันครับ
23/08/2026

ติดตามกันครับ

No matter how smart AI algorithms get, would you actually trust them with 100% of your investment capital?
.
Cut through the hype on the Main Stadium stage in "Would You Dare to Let AI Invest for You 100%?" Uncover what truly makes an AI model reliable — dissecting data quality, quantitative models, backtesting, and risk frameworks to draw the line between AI as an advisor and AI as a decision-maker.
.
By top leaders and leading experts:
• Watanya Bunnag, Co-CEO, Liberator Securities
• Tanin Sammanee, Managing Director, Deepscope Investment Advisory Securities
• Metapon Amorntirasan, Founder of "หุ้นเปลี่ยนโลก" & Co-host of "สามหนุ่มหุ้นนอก"
.
Reframe your investment strategy for the AI era at Techsauce Global Summit 2026.
📅 26 August 2026 | 🕝 14:35 - 15:15 | 📍 Main Stadium
🎟️ Buy Tickets Here: https://bit.ly/4bNGdib
🗓️ Date: 26-28 August 2026
📍 Venue: Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC), Hall 3-4, Bangkok, Thailand
🌐 More Details: https://summit.techsauce.co

ผมนั่งอ่านงบไตรมาสล่าสุดของ Baidu ต้องบอกว่า AI เข้ามากระทบธุรกิจ Search ของ Baidu อย่างมาก จนกระทั่งทำให้รายได้ของบริษั...
23/08/2026

ผมนั่งอ่านงบไตรมาสล่าสุดของ Baidu ต้องบอกว่า AI เข้ามากระทบธุรกิจ Search ของ Baidu อย่างมาก จนกระทั่งทำให้รายได้ของบริษัทติดลบ 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา

บริษัทกำลังเปลี่ยนรูปแบบการ Search แบบเดิมที่เป็น Blue links ไปเป็นรูปแบบ AI ผ่าน ERNIE Assistant ในช่วงที่เปลี่ยนผ่านไป AI บริษัทยังไม่ต้องการเร่งรีบยัดโฆษณาลงไปเยอะ เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดี ทางบริษัทบอกว่ามันจะกดดันรายได้ของโฆษณาในระยะสั้นต่อไปอีก

ลองมาดูฝั่งของ Google ในส่วนของ Search ยังเติบโตถึง 17% ในไตรมาสล่าสุด หลายคนอาจสงสัยว่าทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไปใช้งาน ChatGPT หรือ AI Search กันเยอะแล้ว แต่ทำไมรายได้ของ Google ในส่วนนี้ยังเติบโตดีอยู่

ต้องบอกว่าจำนวน Search ของคนรุ่นใหม่อาจจะลดลงก็ตาม แต่รายได้หลักๆของ Google มาจากSearch ที่เป็นทางเชิงพาณิชย์ หรือทำการค้นหาข้อมูลเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งถ้าคิดเป็นจำนวนครั้งแล้ว อาจจะไม่เยอะเมื่อเทียบกับจำนวนที่ค้นหาข้อมูลทั่วไป เช่นการค้นหาข่าว เรื่องความรู้ และอื่นๆ ที่ Google ไม่ได้เงิน

ง่ายๆก็คือส่วนที่ลดลงเป็นการค้นหาข้อมูลที่ไม่ทำเงินให้ Google เท่าไหร่

พอ Google มี AI Overview ซึ่งก็คือ AI ที่ใส่เข้าไปใน Search แบบดั้งเดิม เวลาเราค้นหาข้อมูลมันจะมีข้อมูลที่ AI ตอบมาให้เราด้านบน พร้อมด้วย Blue links ด้านล่าง

ทาง Google ได้ยืนยันว่าการ Search ด้วย AI ทำให้ปริมาณการค้นหาเพิ่มขึ้น เพราะทุกวันนี้สามารถค้นหาข้อมูลแบตั้งเป็นคำถามได้หรือแม้กระทั่งถ่ายรูป มันก็เลยทำให้ปริมาณค้นหาเพิ่มขึ้น

เมื่อปริมาณเพิ่มขึ้น มันก็มีการวิ่งเข้าไปเว็บไซต์ที่จ่ายเงินค่าโฆษณามากขึ้น รายได้ก็เลยยังเพิ่มขึ้น

อีกอย่างคือ Google ยังมีความสามารถในการเพิ่มราคากับธุรกิจที่มาลงโฆษณา ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้รายได้เพิ่ม

หลักๆตัววัดของรายได้ Search ก็มาจากปริมาณที่ลูกค้าคลิกในเว็บไซต์ที่จ่ายเงิน กับราคาในการคลิก ซึ่งในแต่ไตรมาสล่าสุด ทั้งสองตัวยังเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน โดย Paid click เพิ่ม 13% และ Cost per Click เพิ่มขึ้น 3%

สิ่งที่ต้องจับตาก็คือว่าในอนาคตคือคนเริ่มไปใช้ ChatGPT มากขึ้นอีก แล้วทำให้ปริมาณการ Search แล้วคลิกลิงก์น้อยลงหรือไม่ รวมทั้งความสามารถของ Google การขึ้นราคาค่าโฆษณาว่าเป็นอย่างไร

กลยุทธ์ของ Google ในการต่อสู้คือการรักษาฐานของการ Search แบบดังดั้งเดิมที่มี Blue links ด้วย AI Overview ก็คือให้ยูเซอร์ใช้งานประสบการณ์ที่เหมือนเดิมเพียงแค่ว่ามี AI มาช่วยทำให้การ Search ง่ายและสะดวกขึ้น ยิ่งการค้นหาง่ายและสะดวกมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณการคลิกลิงค์ก็อาจจะมีมากขึ้นเท่านั้น

ในส่วนที่สองก็คือการทำ AI Mode ที่เป็นแชท AI เต็มรูปแบบ สามารถพูดคุยเชิงสนทนาได้กับ AI เลย ปัจจุบันมีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 1,000 ล้านคน

นอกจากนี้ Google ยังได้สร้าง Universal Commerce Protocal (UCP) ที่เป็นมาตรฐานภาษากลางให้ AI Agent ทำงานกับระบบหลังบ้านเช่นร้านค้า การค้นหาสินค้า ระบบการจ่ายเงิน โดยล่าสุดทางบริษัทได้เป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทดังอย่าง Shopify, Walmart, Target, Home Depot ถ้าบริษัททำตัวนี้สำเร็จได้ ผมเชื่อว่าต่อไป Google เป็นศูนย์กลางของ Agentic Commerce หรือการที่พวกเราซื้อสินค้าผ่านทาง Agent เราสนทนาถามเกี่ยวกับสินค้า ให้ AI แนะนำ เปรียบเทียบ และซื้อให้เราเลย รายได้มหาศาลของ Google ไม่ได้มาจากค่าโฆษณาเท่านั้นแล้ว ที่ผมหวังมากกว่าคือรายได้ take rate หรือเก็บ ค่าใช้งานตามปริมาณของ GMV หรือปริมาณการซื้อขายทั้งหมด

สงครามในครั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ตาม Google ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อให้ Gemini กลับมาเป็นโมเดลชั้นนำอีกครั้ง เพราะเดิมพันของบริษัทสูงกว่าที่อื่น เนื่องจากถ้าโมเดลเก่งแล้วมันจะสามารถหาเงินได้จากแพลตฟอร์มอื่นๆของ Google อย่างมหาศาลทั้ง Youtube, Map, GCP, Wayno หรือแม้กระทั่งทางด้าน Life Science

ผมไม่คิดว่า Google จะยอมแพ้ให้คนอื่นชนะโมเดลไป แล้วไปเน้นขายแค่ชิป TPU เหมือนอย่างที่บางคนคิด เพราะว่าบริษัทมีเดิมพันและโอกาสสูงกว่าบริษัทอื่นมากจริงๆครับ

23/08/2026

ผมอ่านงบล่าสุดของ Alibaba และ Baidu สรุปได้ว่า AI Playbook เหมือนฝั่งอเมริกาเลย คือเน้นตั้งแต่ชิปจนแอปพริเคชั่น งบลงทุนสูงมากจนกระแสเงินสดติดลบหนัก ทั้งสองฝั่งเห็นโอกาสใน AI เหมือนกัน

อย่ากลัวตกรถ กลัวรถคว่ำดีกว่า
23/08/2026

อย่ากลัวตกรถ กลัวรถคว่ำดีกว่า

กลัวรถคว่ำ อย่ากลัวตกรถ/ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร : สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
กระแส “AI” ของโลก ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว ChatGPT ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งทำให้หุ้นเทคโนโลยี “ทั่วโลก” โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัล “ขนาดยักษ์” ของโลกเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม “Magnificent 7” หรือกลุ่ม “หุ้นนางฟ้าทั้ง 7” ของตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งประกอบด้วย Nvidia Microsoft Apple Google Amazon Meta และ Tesla ปรับตัวขึ้นอย่าง “บ้าคลั่ง” และมีมูลค่าหุ้นมโหฬารแทบจะ “กลืนกิน” หุ้นอื่นที่เหลือทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์
เพราะตลาดเชื่อว่าในเวลาไม่ช้านาน AI จะเอาชนะเทคโนโลยีเดิม ๆ ของโลกได้ทั้งหมด ธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งหลายจะถูก Disrupt หรือถูกทำลายโดย AI ที่จะเข้ามาผลิตสินค้าหรือให้บริการแทนที่เทคโนโลยีเดิมหรือแม้แต่ “คน” ที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น
ดังนั้น มูลค่าของ AI จึงควรมีค่ามหาศาลในขณะที่เทคโนโลยีเดิมจะไม่สามารถโตได้ และหลาย ๆ อย่างจะหมดค่าลง เทคโนโลยี AI กำลัง “ปฏิวัติโลก” โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง คนที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูก “ทิ้งไว้ข้างหลัง” หรือ “ตกรถ”
อ่านบทความต่อได้ที่ https://board.thaivi.org/viewtopic.php?t=67630
เว็บบอร์ด Thai VI เปิดให้สมัครสมาชิกและทดลองใช้ได้ฟรี 30 วัน! เข้าไปสมัครกันได้เลยครับที่ www.ThaiVI.org

หุ้น Alibaba (BABA) รายงานผลประกอบการไตรมาสเดือนมิถุนายน 2026 หรือ Q1 FY2027 โดยภาพใหญ่คือบริษัทกำลังเปลี่ยนจาก E-commer...
22/08/2026

หุ้น Alibaba (BABA) รายงานผลประกอบการไตรมาสเดือนมิถุนายน 2026 หรือ Q1 FY2027 โดยภาพใหญ่คือบริษัทกำลังเปลี่ยนจาก E-commerce ไปสู่บริษัทที่มี AI กับ Cloud เป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลัก อย่างชัดเจน ผมขอสรุปให้ดังนี้

1️⃣ รายได้รวมโต 9% แต่กำไรถูกกดดันจากการลงทุน รายได้รวมอยู่ที่ 269 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9% YoY จาก Cloud และ Quick Commerce ขณะที่ Adjusted EBITDA ลดลง 30% เหลือ 27.3 พันล้านหยวน และกำไรสุทธิ GAAP ลดลง 75% เหลือ 10.4 พันล้านหยวน ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สูงขึ้น รวมถึงกำไรจากการขายและ Mark-to-market เงินลงทุนที่ลดลง

2️⃣ Alibaba Cloud โต 45% เร็วที่สุดในรอบ 22 ไตรมาส รายได้ไม่ได้มาจาก AI Compute เพียงอย่างเดียว แต่โตทั้ง Compute, Storage, Model-as-a-Service และ AI Applications ผู้บริหารยังระบุว่าความต้องการ Compute ปัจจุบันสูงกว่า Supply และคาดว่ารายได้ Cloud จะเร่งตัวขึ้นอีกในไตรมาสต่อๆ ไป

3️⃣ AI กลายเป็นเครื่องจักรการเติบโตที่สำคัญที่สุดของ Alibaba รายได้ AI-related products อยู่ที่ 12.4 พันล้านหยวนในไตรมาสนี้ หรือคิดเป็นรายได้ต่อปีราว 49.5 พันล้านหยวน หรือประมาณ 7.3 พันล้านดอลลาร์ เติบโตระดับ Triple-digit ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 12 และคิดเป็นถึง 35% ของ External Cloud Revenue แล้ว ที่สำคัญ Management คาดว่ารายได้ก้อนนี้อาจเข้าใกล้ 10 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ไตรมาสหน้า

4️⃣ Cloud ไม่ได้โตอย่างเดียว แต่ Margin กำลังดีขึ้น Adjusted EBITDA Margin ของ Cloud เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12% จาก Economies of Scale และ Pricing Power ของผลิตภัณฑ์ AI ในตลาดที่ Compute ยังขาดแคลน ผู้บริหารคาดว่า Margin จะขยายตัวต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาส และตั้งเป้าระยะยาวให้ External Cloud Revenue แตะ 100 พันล้านหยวนภายในปี 2030 พร้อม Gross Margin ประมาณ 20%

5️⃣ รายได้ต่อปีของ Model-as-a-Service หรือ MaaS ทะลุ 16 พันล้านหยวนแล้ว ณ เดือนสิงหาคม และ Alibaba ยังคงเป้าหมายว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 30 พันล้านหยวนภายในสิ้นปี ที่น่าสนใจคือ Alibaba บอกว่า Gross Margin ของการให้บริการ Qwen ของตัวเองกับ Third-party Models ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการมี Open-source models จำนวนมากเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม Bailian กลับเป็นผลดีต่อ Alibaba Cloud มากกว่าจะเป็นการแข่งขันที่กระทบธุรกิจ

6️⃣ Alibaba มีชิปของตัวเองตั้งแต่ GPU, CPU ไปจนถึง Networking โดย Zhenwu chips ให้บริการลูกค้าบน Alibaba Cloud แล้วมากกว่า 650 ราย ขณะที่ชิปรุ่นก่อนถูกผลิตและส่งมอบไปแล้วกว่า 500,000 ตัว การใช้ชิปของตัวเองช่วยลดการพึ่งพา Commercial GPU ราคาแพงและมีศักยภาพเพิ่ม Gross Margin ของ Cloud ในระยะยาว

7️⃣ Alibaba ลงทุน CapEx ถึง 67.7 พันล้านหยวนในไตรมาสเดียว ทำให้ Free Cash Flow ติดลบ 44.7 พันล้านหยวน เทียบกับติดลบ 18.8 พันล้านหยวนปีก่อน สาเหตุหลักคือการสร้าง AI Infrastructure เพิ่ม CPU Capacity และต้นทุน Semiconductor ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Operating Cash Flow ยังเพิ่มขึ้น 11% เป็น 22.9 พันล้านหยวน

8️⃣ Management เชื่อ AI CapEx ให้ผลตอบแทนค่อนข้างเร็ว Alibaba วางแผนลงทุน 380 พันล้านหยวนในระยะสามปี และใช้ไปแล้วประมาณ 190 พันล้านหยวน ผู้บริหารประเมินว่า AI Infrastructure สามารถคืนทุนได้ประมาณ 3 ปี และอาจลดลงเหลือ 2–2.5 ปี หาก Gross Margin ดีขึ้นและใช้ T-Head chips ของตัวเองมากขึ้น หลังคืนทุนแล้ว Server ซึ่งมีอายุใช้งานประมาณ 5 ปีจะสามารถสร้างกระแสเงินสดบวกได้ต่ออีกหลายปี นี่คือเหตุผลที่บริษัทเลือกเร่งลงทุนแม้ FCF ระยะสั้นติดลบ

9️⃣ E-commerce โตช้ากว่า AI แต่ Quick Commerce เริ่มมีภาพชัดขึ้น Alibaba E-commerce Group มีรายได้ 205.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นเพียง 4% ขณะที่ China Quick Commerce โตถึง 45% เป็น 53.3 พันล้านหยวน และ Unit Economics ดีขึ้นต่อเนื่อง Alibaba ตั้งเป้าให้ Quick Commerce ทำกำไรทั้งธุรกิจได้ใน FY2029 และมองว่าระยะยาวอาจมีสัดส่วนถึง 30% ของ GMV ทั้งแพลตฟอร์ม กลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจอันดับที่สองของ E-commerce

🔟 วิสัยทัศน์ของ Eddie Wu คือ Alibaba ต้องครอง Full-stack AI บริษัทมองว่ามูลค่าของ AI จะอยู่ที่ Model เพียงอย่างเดียว แต่ลงทุนครบตั้งแต่ Chips, Cloud Infrastructure, Models, MaaS, Agents, Applications เพราะ Management มองว่าในแต่ละช่วงของ AI Cycle กำไรอาจย้ายไปอยู่คนละ Layer ปัจจุบัน Eddie Wu เชื่อว่ามูลค่าส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ Chip และ AI Infrastructure เนื่องจาก Compute ขาดแคลน แต่ระยะยาวเขามองว่า API ไม่ใช่ End Game เมื่อเข้าใกล้ AGI การ Monetize จะเปลี่ยนไปสู่การขายผลลัพธ์ที่ AI สามารถสร้างให้ลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งอาจมีมูลค่ามากกว่าการขาย Token หรือ API ในปัจจุบันมาก

โดยสรุปไตรมาสนี้ Alibaba เริ่มเปลี่ยนทิศทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ Cloud + AI เริ่มโตเร็วพอที่จะกลายเป็น Growth Engine ใหม่ของบริษัทจริงๆ External Cloud Revenue โต 45%, AI Revenue โต Triple-digit 12 ไตรมาสติดต่อกัน, AI คิดเป็น 35% ของ External Cloud แล้ว และ Management ยังบอกว่าทั้ง Revenue Growth และ Margin มีโอกาสเร่งขึ้นต่อจากนี้

หุ้นอเมริกาขึ้นแบบไม่มีเพดาน +150% 🤔
19/08/2026

หุ้นอเมริกาขึ้นแบบไม่มีเพดาน +150% 🤔

 #หุ้นที่เราไม่มีหุ้นของ Moderna ปรับตัวบวก 56% หลังผลการทดสอบวัคซีนรักษามะเร็งผิวหนังที่พัฒนาร่วมกันกับ Merck ออกมาดี...
19/08/2026

#หุ้นที่เราไม่มี

หุ้นของ Moderna ปรับตัวบวก 56% หลังผลการทดสอบวัคซีนรักษามะเร็งผิวหนังที่พัฒนาร่วมกันกับ Merck ออกมาดีในช่วง Late stage ของการทดสอบครับ 😆

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Billionaire VIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Billionaire VI:

ทางลัด

แชร์

ประเภท