Billionaire VI The page where we share the value investment idea to promote Thai People to invest locally and globally
(1)

24/05/2026

อ่านแล้วชอบ ขอแชร์ครับ

ติดตามคลิปนี้ที่พวกเราชวนน้องมาร์ชจากเพจเทรนด์ลงทุนมาวิเคราะห์หุ้นชิปรอบนี้ว่าอาจไม่ใช่แค่รอบวัฏจักรธรรมดาแบบในอดีต อาจจ...
24/05/2026

ติดตามคลิปนี้ที่พวกเราชวนน้องมาร์ชจากเพจเทรนด์ลงทุนมาวิเคราะห์หุ้นชิปรอบนี้ว่าอาจไม่ใช่แค่รอบวัฏจักรธรรมดาแบบในอดีต อาจจะเป็น Mega Trend ระยะยาวคล้ายยุค Internet หรือ Cloud Computing เพราะ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและองค์กรทั่วโลก กับอีกมุมมองสายสวนว่าหุ้นขึ้นมาแรงไปแล้ว ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน ให้ครบสองมุมเพื่อนแฟนๆที่ติดตามเลยครับ

ดร นิเวศน์มองหุ้นเอไอยังไงครับ?
24/05/2026

ดร นิเวศน์มองหุ้นเอไอยังไงครับ?

หุ้นยักษ์ AI โลกจะโตไปถึงไหน เมื่อไรฟองสบู่จะแตก/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร : สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
ความก้าวหน้าแบบ “ก้าวกระโดด” ของ AI เฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวของ ChatGPT ในช่วงปลายปี 2022 ดูเหมือนว่าจะ “เปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างสิ้นเชิง” ในแง่ที่ว่า AI นั้นจะฉลาดและเก่งกว่ามนุษย์แน่ ๆ และมันสามารถที่จะคิดและปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แทบทุกอย่าง
ทั้งงานที่ซับซ้อนมาก ๆ อย่างเรื่องของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การแพทย์ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดใหญ่ งานทางด้านกฎหมาย งานบัญชีและสำนักงานทุกอย่าง และงานที่ไม่ซับซ้อนแต่เป็นงานที่น่าเบื่อหรือสกปรกเช่น การทำความสะอาด ล้างจานและการขับรถ ไม่ต้องพูดถึงงานโรงงานที่มันทำมานานแล้วก่อนที่จะมีคำว่า AI ทั้งหมดนั้นถูกประเมินว่าจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 10-20 ปี
หุ้นเท็คหรือหุ้นดิจิทัลขนาดใหญ่หรือขนาด “ยักษ์” ทั้งโลก เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ “หุ้นเจ็ดนางฟ้า” หรือ “Magnificent 7” ที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้วก่อนการมาของ ChatGPT ต่างก็เข้ามาร่วมเล่น “เกม” นี้ นั่นก็คือ การพัฒนา AI ตัวใหม่อาทิ Gemini และ Claude ถูกเปิดตัวตามออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ละตัวต่างก็มีจุดเด่นที่สามารถแข่งขันได้กับ AI ตัวอื่น
และทั้งหมดต่างก็ทุ่มทุนพัฒนา AI คิดเป็นเงินลงทุนเป็นล้านล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “กระแสของ AI” กำลังมาแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
อ่านบทความต่อได้ที่ https://board.thaivi.org/viewtopic.php?t=67374
เว็บบอร์ด Thai VI เปิดให้สมัครสมาชิกและทดลองใช้ได้ฟรี 30 วัน! เข้าไปสมัครกันได้เลยครับที่ www.ThaiVI.org ดูน้อยลง

ความเสี่ยงของหุ้นจีนที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง…หลังจากหุ้นจีนโดนรัฐบาลเล่นงานไปหนักหลังโควิดช่วงปี 2020-2023 หุ้นอย่าง Aliba...
23/05/2026

ความเสี่ยงของหุ้นจีนที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง…

หลังจากหุ้นจีนโดนรัฐบาลเล่นงานไปหนักหลังโควิดช่วงปี 2020-2023 หุ้นอย่าง Alibaba ที่วิ่งขึ้นไปเกือบ $300 ก่อน Ant Group จะเข้า IPO แต่พอโดนเล่นงาน ราคาหุ้นก็ร่วงลงมาเหลือ $72

แล้วหุ้นจีนก็สามารถฟื้นตัวได้ดีตั้งแต่ปี 2024 นักลงทุนหลายคนเริ่มสบายใจมากขึ้นกับการไปลงทุนในประเทศจีน รวมทั้งนักลงทุนชื่อดังจากประเทศอเมริกาก็เข้าไปลงทุนด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อช่วงต้นปี 2026 ได้มีข่าวว่าจีนกลับมาเล่นงานบริษัท Trip.com อีกรอบข้อหาการผูกขาด ทำให้หุ้นร่วงลงไป

และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีข่าวว่าหน่วยงานกำกับตลาดทุนจีน หรือ China Securities Regulatory Commission ได้ออกมาประกาศลงโทษโบรกเกอร์ชื่อดัง 3 ราย ได้แก่ Tiger Brokers, Futu Holdings และ Longbridge Securities ในข้อหาเปิดทางให้นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ซื้อขายหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นอเมริกาโดยไม่ได้รับใบอนุญาติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานักลงทุนจีนจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นช่องทางลงทุนในหุ้นอเมริกา โดยเฉพาะหุ้นเทคอย่าง Nvidia, Tesla, Apple หรือแม้แต่ ETF ต่างประเทศ

มันกลายเป็นหนึ่งในช่องโหว่สำคัญของระบบการควบคุมเงินไหลเข้าออกของรัฐบาลจีน

แม้จีนจะมีข้อจำกัดการนำเงินออกนอกประเทศ แต่คนจีนจำนวนมากยังหาวิธีเข้าถึงตลาดโลกผ่าน offshore broker เหล่านี้

วันนี้รัฐบาลจีนกำลังส่งสัญญาณชัดว่าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้อีกต่อไป ค่าปรับถือว่าหนักมาก

Futu ถูกแจ้งค่าปรับประมาณ 1.85 พันล้านหยวน หรือราว 271 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้ก่อตั้ง Leaf Hua Li โดนเพิ่มอีก 1.25 ล้านหยวน

Tiger Brokers ก็ถูกแจ้งค่าปรับกว่า 308 ล้านหยวน และถูกยึดรายได้ผิดกฎหมายประมาณ 103 ล้านหยวน

หลังข่าวออก หุ้นของ UP Fintech ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Tiger Brokers และหุ้น Futu ร่วงมากกว่า 40% ใน pre-market ทันทีก่อนฟื้นตัวมาปิดลบ 20% กว่าๆ

โบรกเกอร์เหล่านี้เคยเติบโตแรงมาก เพราะตอบโจทย์ชนชั้นกลางและพนักงานเงินเดือนในจีนที่ชอบลงทุนหุ้นเทคฯ หลายคนใช้ Futu และ Tiger เป็นประตูออกไปลงทุนโลกภายนอก

ตอนนี้รัฐบาลจีนออกมาสั่งว่าถ้าจะลงทุนต่างประเทศ ต้องผ่านช่องทางที่รัฐควบคุมได้เท่านั้น เช่น Stock Connect ระบบเชื่อมตลาดหุ้นระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกง นักลงทุนจีนสามารถซื้อหุ้นบางตัวในฮ่องกงได้ และนักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อหุ้นจีน A-shares บางตัวได้ผ่านฮ่องกง โดยไม่ต้องเปิดบัญชีตรงในอีกประเทศ

ส่วน QDII ก็คือ โครงการที่รัฐบาลจีนอนุญาตให้สถาบันการเงินจีนเอาเงินออกไปลงทุนต่างประเทศแทนคนจีน เช่น กองทุนจีนออกกองทุนลงทุน Nasdaq 100 หรือ S&P 500 ให้คนจีนซื้อในประเทศจีนได้

ปัญหาคือช่องทางเหล่านี้มีข้อจำกัดมาก Stock Connect ซื้อได้เฉพาะหุ้นฮ่องกง ส่วน QDII ก็มีโควต้าจำกัด นักลงทุนจีนอาจเข้าถึงหุ้นสหรัฐโดยตรงได้ยากขึ้นมากในอนาคต

ในภาพใหญ่รัฐบาลจีนยังคงกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก และต้องการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจจีนยังเปราะบาง ตลาดอสังหาฯ ยังมีปัญหา และความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่ฟื้นเต็มที่

หากปล่อยให้คนจีนจำนวนมากเอาเงินออกไปซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ อาจยิ่งกดดันค่าเงินหยวนและระบบการเงินจีน

อีกมุมที่น่าสนใจคือผลกระทบต่อตลาดหุ้นอเมริกา ที่ผ่านมานักลงทุนจีนเป็นหนึ่งในแรงซื้อสำคัญของหุ้นเทคฯ ถ้าช่องทางเหล่านี้ถูกจำกัดจริง ความต้องการจากจีนต่อหุ้นอเมริกาอาจค่อยๆ ลดลงในระยะยาว

ในขณะที่อเมริกามีพยายามดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก แต่จีนยังคงเลือกที่จะควบคุมเสถียรภาพภายในมากกว่าเสรีภาพของเงินทุน

ผมมองว่าความเสี่ยงของหุ้นจีนจากกฎหมายรัฐบาลไม่ใช่เรื่องเล็กเลย และอาจจะมีต่อ ตราบใดที่ธุรกิจขัดต่อนโยบายของรัฐบาล นักลงทุนที่อยากลงทุนหุ้นจีนก็ต้องใส่ส่วนลดราคาหุ้นไปเยอะๆเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกครับ #หุ้นจีน

ไอดอลวีไอของผมคนนึงเลยครับ
22/05/2026

ไอดอลวีไอของผมคนนึงเลยครับ

ขอบคุณเพจ Introverted investor ที่กรุณาสรุปให้ 🥰.....
🚺เส้นทางชีวิตนักลงทุนธรรมดา (ที่ทุกคนก็ทำได้)🚺....................................................................................

เด็กบ้านนอกธรรมดา ที่ไม่ควรแม้แต่จะมีความใฝ่ฝันแสนไกล แต่ด้วยกระบวนการลงทุนแบบเน้นคุณค่า จึงสามารถสร้างความมั่นคงแก่ชีวิตตนเองและครอบครัว เราต้องกล้าฝัน เพราะมันนำมาซึ่งความกล้าที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิต ส่งผลต่อไปยังการลงมือทำอย่างมีทิศทาง.............................................

👩‍⚕ผู้เขียนเรียนจบพยาบาล 2 ปี (อนุปริญญา) และเรียนต่อปริญญาตรี เหตุผลเพื่อนำวุฒิการศึกษาไปเข้าสอบเลื่อนตำแหน่ง เป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อยสังกัดกระทรวงสาธารณสุข วิถีชีวิตไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับการลงทุนเลย ต่อให้มีก็คงไม่น่าจะประสบความสำเร็จใดๆ วันหนึ่งเมื่อได้มีโอกาสผ่านเข้ามาในสังคมนักลงทุนไทยวีไอ ก็ไม่กล้าคุยกับใคร ไม่กล้าถามคำถามใดๆ เพราะตัวเองความรู้น้อย ช่องว่างระหว่างความรู้ของเรา กับของเขา มันช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกิน ทั้งที่จริงๆแล้วหากจะเริ่มต้นทักทาย ก็เชื่อว่านักลงทุนเก่งๆทุกคนพร้อมที่จะพูดคุยและแนะนำ.............................................

เราต้องเพียรพยายามอย่างมากเพื่อปิดช่องว่างความรู้เหล่านั้น การลงทุนเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งจากหลากหลายวิธีการ ที่เข้ามาช่วยบริหารเรื่องการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากการทำงานหาเงินและเก็บออม เราควรมีความรู้เรื่องการทำให้เงินงอกเงยด้วย หากลงทุนได้ดี เราอาจดำรงชีพได้โดยไม่ต้องทำงานอีกทั้งชีวิต หรือจะยังทำงานต่อไปก็ได้หากยังสนุกกับมัน “ชีวิตมีทางเลือก” นั่นเอง.............................................

เมื่อพูดถึงเรื่องการวางแผนการเงิน โดยเฉพาะเป้าหมายเพื่อการเกษียณอายุ มักจะเกิดปัญหาโลกแตกซึ่งอภิปรายกันได้อย่างไม่จบสิ้นว่า “ชีวิตต้องเก็บออม ต้องประหยัดเพียงใด ทำงานหาเงินมาเหนื่อยแทบตายจะไม่ใช้เพื่อซื้อความสุขเลยหรือ? แล้วจะหาเงินมาเพื่ออะไร?”.............................................

💸บางคนเกิดมาร่ำรวย รูปแบบการใช้ชีวิตก็แตกต่างกันออกไป ไม่ต้องมานั่งจำกัดจำเขี่ยเรื่องเงิน ซึ่งก็ยินดีด้วยจากหัวใจ ตรงข้ามกับบริบทของผู้เขียน ที่อาจเป็นตัวแทน “กลุ่มคนชนชั้นกลางล่าง” ต้องอาศัยจินตนาการขั้นสูงเลยทีเดียวหากถวิลหาและวาดฝันถึงชีวิตที่มีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเราไม่ควรเสียเวลามารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ มันไม่มีประโยชน์ แถมยังกลายเป็นกำแพงหนักหนาขัดขวางเส้นทาง จนเราท้อถอยและไม่ลงมือทำอะไรสักที เป็นทัศนคติที่ขัดขวางความเจริญของตนเอง เพียงแค่ต้องเข้าใจและยอมรับ ยอมรับว่าการไล่ล่าตามความฝันต่อจากนี้ไปเราจะต้องเหนื่อย ลำบาก และอดทนในทุกๆเรื่อง อดเปรี้ยวไว้กินหวาน มีสติในการใช้จ่าย เพื่อให้เหลือเงินเก็บออมและนำไปลงทุนกับเขาบ้าง.............................................

🌳“สนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวสดใสกว่าสนามบ้านเราเสมอ” ประโยคเช่นนี้ไม่สามารถทำอะไรเราได้หรอก เหตุเพราะว่าเราไม่เคยเปรียบเทียบนั่นเอง เมื่อไม่เปรียบเทียบก็ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ ก้มหน้าก้มตาเดินบนเส้นทางส่วนตัวต่อไปอย่างพากเพียร อย่างช้าๆ ตามแบบฉบับของตนเอง “ก้าวเล็กๆที่ต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง สำคัญกับเรามากกว่าก้าวใหญ่ๆของผู้อื่น” มันนำพาให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าได้จริง “อยากเดินไปข้างหน้า ต้องก้าวขาด้วยตนเอง” ถึงจะก้าวช้าไปสักหน่อย แต่ความต่อเนื่องนั้นมีพลังมหาศาล เรื่องของการลงทุนก็เช่นกัน “การลงทุนไม่จำเป็นต้องมีท่าไม้ตาย ขอแค่อย่าตายก็พอ” หากไม่ตายก็มีโอกาสก้าวเดินไปข้างหน้า.............................................

ชีวิตของผู้เขียนไม่ค่อยได้ขวนขวายตามหาข้าวของเครื่องใช้ หรือทรัพย์สินราคาแพงใดๆมากมาย คงเป็นการมีสติ รู้เท่าทันจิตใจของตนเองเสมอ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป “เกิดนิยมขึ้น นิยมอยู่ และจะเลิกนิยมไป” โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปร่วมอยู่ในวงโคจรเลย สำหรับคนชนชั้นกลางล่างแบบเรานั้น แนวคิดเช่นนี้เป็นประโยชน์มาก เมื่อไม่ตาม ก็ไม่เหนื่อย ไม่สิ้นเปลืองเงินทอง บ่อยครั้งการไม่ทำอะไรเสียบ้าง ยังเกิดผลเชิงบวกยิ่งกว่าการไปทำอะไรที่ไม่เข้าเรื่องเสียด้วยซ้ำ.............................................

☑ตั้งแต่ลาออกจากราชการก่อนกำหนดเกษียณอายุ เงินปันผลจากหุ้นหลั่งไหลเข้าบัญชีธนาคารมากกว่าเงินบำนาญเสียอีก แถมเงินปันผลก็ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะเราไม่ได้ต้องการอะไรในชีวิตมากมายนัก ความสุขที่สุดคือการรู้เท่าทันจิตใจตนเอง มันช่างดีงามต่อเส้นทางชีวิตนักลงทุนแสนธรรมดาเหลือเกิน เป้าหมายในชีวิตที่ต้องการสะสมหุ้นปันผลจนมีปริมาณมากพอสำหรับการเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดและใช้จ่ายไปตลอดชีวิตได้สำเร็จลุล่วงผ่านพ้นไปนานแล้ว สิ่งที่ดีใจมากกว่านั้นคือ เราสามารถส่งต่อความมั่งคั่งไปสู่ครอบครัวได้อย่างสบายๆ อย่างที่เด็กบ้านนอกธรรมดาๆคนหนึ่งไม่เคยคิดฝันว่าจะทำได้ ความมั่นคงภายในจิตใจก็แข็งแกร่ง หนักแน่นขึ้นทุกวัน

✴ดั่งประโยคที่ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ เคยกล่าวไว้ว่า “คนบางคนได้นั่งอยู่ใต้ร่มเงาในวันนี้ ก็เพราะเคยมีคนปลูกต้นไม้ต้นนี้เมื่อนานมาแล้ว”...........

🖋นุช : วราพรรณ วงศ์สารคาม.............................................

📖ส่วนหนึ่งจากหนังสือ..
“วิถีแห่ง VI” : บทเรียนการลงทุนที่ตกผลึกโดยต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า 35 ท่าน เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย).............................................

ขอให้มีความสุขกับการลงทุน ในทุกๆวันนะครับ 🙂
_______

หนังสือ "วิถีแห่ง VI"
https://www.facebook.com/share/p/1LDNF4r7qT/

ชอบครับ  #วีไอ  #บัฟเฟตต์
21/05/2026

ชอบครับ #วีไอ #บัฟเฟตต์

NVIDIA ประกาศงบที่โหดมาก ทั้งรายได้ กำไร และ guidance แต่ราคาหุ้นกลับลงหลังประกาศ เพราะตลาดเริ่มอยู่ในจุดที่คาดหวังสูงมา...
21/05/2026

NVIDIA ประกาศงบที่โหดมาก ทั้งรายได้ กำไร และ guidance แต่ราคาหุ้นกลับลงหลังประกาศ เพราะตลาดเริ่มอยู่ในจุดที่คาดหวังสูงมากแล้ว ผมสรุปเชิงลึกให้ 10 ข้อสำหรับนักลงทุนดังนี้

1️⃣ รายได้ยังโตระดับมหาศาล Nvidia ทำรายได้ไตรมาสที่ 1 ปี 2026 ที่ 81.62 พันล้านดอลลาร์ โต 85% YoY และสูงกว่าคาดที่ 78.86 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ adjusted EPS อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 1.76 ดอลลาร์ สะท้อนว่า AI infrastructure ยังไม่ชะลอ

2️⃣ รายได้ Data Center แตะ 75.2 พันล้านดอลลาร์ โตเกือบ 2 เท่า และคิดเป็น 92% ของรายได้ทั้งหมด สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 73 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่า Nvidia พึ่งพารายได้จากส่วนนี้มาก ความเสี่ยงจึงผูกติดไว้เยอะ

3️⃣ Guidance Q2 ยังเหนือความคาดหวัง บริษัทคาดรายได้ไตรมาสหน้าที่ 91 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด 86.8 พันล้าน แม้ Nvidia ระบุชัดว่าไม่ได้รวมรายได้จากจีนใน guidance นี้เลย สะท้อน demand จาก global hyperscaler ยังแรงมาก

4️⃣ AI Factory กำลังเร่งตัวทั่วโลก Jensen Huang ระบุว่าโลกกำลังสร้าง AI factories ซึ่งเป็น infrastructure wave ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และ agentic AI ได้เริ่มเข้าสู่โลกจริงแล้ว ทำให้ความต้องการ compute พุ่งสูงมาก

5️⃣ Gross margin อยู่ที่ 75% แม้การแข่งขันเริ่มสูงขึ้น สะท้อน pricing power ระดับมหาศาลของ Nvidia เพราะ supply ยังตึง และ ecosystem ของ CUDA ยังแข็งแรงมาก

6️⃣ Nvidia กำลังบุกตลาด CPU เต็มตัว บริษัทมองว่า Vera CPU จะเปิดตลาดใหม่มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ และ CFO ระบุว่าต้องการเป็น CPU supplier อันดับ 1 ของโลก ซึ่งเป็นการชนตรงกับ Intel และ AMD ครั้งใหญ่

7️⃣ Vera Rubin เริ่มต้นแรงมาก Nvidia ระบุว่า rack-scale AI system รุ่นใหม่ Vera Rubin ที่ประกอบไปด้วย 72 Rubin GPUs และ 36 Vera CPUs อาจประสบความสำเร็จมากกว่า Grace Blackwell อีก เพราะ inference demand โตเร็วมาก โดยเฉพาะจาก OpenAI, Anthropic และ hyperscaler ต่าง ๆ

8️⃣ สนามรบการแข่งขันเริ่มเปลี่ยน Nvidia ยอมรับเองว่า hyperscaler หลายราย เช่น Google, Amazon, Meta และ Microsoft กำลังพัฒนา custom ASIC chips ของตัวเอง ซึ่งอาจลด dependency ต่อ Nvidia ในอนาคต

9️⃣ หุ้นยังได้แรงหนุนจากที่ Nvidia อนุมัติ buyback ใหม่ 80 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มปันผลจาก 1 cent เป็น 25 cents ต่อหุ้น สะท้อนกระแสเงินสดที่แข็งแรงมาก โดยไตรมาสนี้ free cash flow สูงถึง 48.6 พันล้านดอลลาร์

🔟 ความเสี่ยงเริ่มเพิ่มขึ้น แม้ demand ยังแรง แต่บริษัทเริ่มพูดถึงความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งการแข่งขันจาก ASIC, geopolitical risk จากตะวันออกกลาง และความเป็นไปได้ที่ลูกค้ารายใหญ่จะกลายเป็นคู่แข่งเอง

โดยสรุป Nvidia ยังเป็นหัวใจของ AI infrastructure โลก และตอนนี้ไม่ได้ขายแค่ GPU แต่กำลังสร้าง ecosystem ทั้งระบบ ตั้งแต่ AI factory, networking, CPU, robotics ไปจนถึง sovereign AI cloud อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มเข้าสู่ phase ที่ผลดำเนินงานดีไม่เพียงพอแล้ว เพราะทุกคนคาดหวังความสมบูรณ์แบบแล้ว หาก AI demand ยังโตต่ออีกหลายปี Nvidia ยังมี upside แต่ความเสี่ยงเรื่องการแข่งขันและ valuation ก็เริ่มสูงขึ้นชัดเจนเช่นกัน

ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอเมริกา 30 ปีขยับขึ้นไปจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.18% โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก็มีมากขึ้น อาจจะกระ...
19/05/2026

ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอเมริกา 30 ปีขยับขึ้นไปจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.18% โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก็มีมากขึ้น อาจจะกระทบหุ้นร้อนแรงได้บ้างครับ

17/05/2026

นักลงทุนวีไอที่ผิดพลาดจากการมองข้ามภาพ Macro

ผมเริ่มลงทุนในหุ้นอเมริกามาตั้งแต่ปี 2015 โดยเลือกลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google Microsoft Meta และการเงินอย่าง Visa ก็ถือมันมาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีบางช่วงที่อาจจะสะดุดเล็กน้อยอย่างเช่นในปี 2018 ที่มีสงครามการค้ารอบแรก แต่ก็กลับมาได้ทุกครั้ง

การที่เราเป็นนักลงทุนวีไอโดยยึดต้นแบบอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำให้เราสนใจแต่หุ้นรายตัวเป็นหลัก โดยที่ไม่ได้หวั่นไหวไปกับภาพเศรษฐกิจ Macro เท่าไหร่ ซึ่งมันก็ให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง มันช่วยให้ผมสามารถทำงานไปด้วยและลงทุนไปด้วยอย่างมีความสุข

พอร์ตสามารถผ่านวิกฤติทั้งปี 2018 และช่วงโควิดมาได้ เป็นเพราะว่าผมซื้อหุ้นเหล่านี้มาในราคาที่ไม่แพงเกินไปและธุรกิจมีความแข็งแกร่งด้วย

จนกระทั่งในช่วงปี 2021 ผมแบ่งเงินประมาณ 30% มาลงทุนในหุ้น Hypergrowth ที่ยังไม่มีกำไร บางบริษัทยังขาดทุนอยู่เยอะ แต่เพียงเพราะว่ารายได้เติบโตอย่างน่าสนใจระดับ 30-50% ต่อปี ผมได้ศึกษาหุ้นเหล่านั้นจริงแต่ก็ไม่ได้ลึกเพียงพอ

สิ่งที่ผมพลาดไปซื้อหุ้นโดยให้น้ำหนักกับราคาไม่เยอะเท่ากับโอกาสที่มันจะเติบโตในอนาคตเนื่องจากมองว่าตลาดมีขนาดใหญ่มากและเป็นเทรนด์ของอนาคต

แต่เหตุการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้นในปี 2022 เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงจากระดับใกล้ศูนย์เป็น 5% ภายในระยะเวลาหนึ่งปี ที่ผมถือเหล่านี้บางตัวลงมามากกว่า 90% เช่นหุ้น Affirm ที่ทำธุรกิจซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ผมมีต้นทุนเฉลี่ยที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ แต่หุ้นลงมาต่ำสุดที่ 8 ดอลล่าร์ ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี โชคดีที่ผมมีงานประจำและยังมีหุันตัวใหญ่ที่คอยพยุงพอร์ตเอาไว้ได้

แม้ว่าจะซื้อหุ้น Affirm ถัวเฉลี่ยที่ 15 ดอลล่าร์ แต่ผมก็ถือว่าการลงทุนที่ล้มเหลวของผม

สิ่งที่ผมผิดพลาดก็คือไม่ได้พยายามเข้าใจภาพ Macro เลยว่าถ้าดอกเบี้ยขึ้นแรง ราคาหุ้นก็จะลงแรงมากเช่นกัน คิดเพียงที่จะถือหุ้นในระยะยาวได้ทุกวิกฤต แต่ในระยะสั้นแล้ว ถ้าพอร์ตคุณมีหุ้น Hypergrowth เหล่านี้เต็มพอร์ต พอวิกฤตจากดอกเบี้ยขาขึ้น คุณอาจจะต้องออกจากตลาดหุ้นไปเพราะเจ็บหนัก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนเมษายนกลับมาพุ่งเพิ่มขึ้นอีกครั้งนึงที่ระดับ 3.8% สูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2023 และสูงกว่าระดับที่ทางธนาคารกลาง FED มองไว้ที่ 2%

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอเมริกา 30 ปี เพิ่มขึ้นเกิน 5% ไปแล้วในขณะที่พันธบัตรแบบ 10% ก็อยู่ที่ 4.59% ขยับขึ้นเมื่อวันศุกร์ 0.13%

ผมไม่ได้ลงทุนในหุ้น AI Infrastructure พวกพลังงาน หม้อแปลง คูลลิ่ง Network ชิป และอื่นๆ แต่มีลงทุนใน Hyperscaler

ในช่วงที่ดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนเนื่องจากเงินเฟ้อกลับมาเป็นขาขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น AI ที่มีพีอีสูงมาก หรือบางตัวยังขาดทุนอยู่ ผมแนะนำให้ทุกท่านใส่ความเสี่ยงเรื่องการปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเข้าไปด้วยในสมการหามูลค่าหุ้น ซึ่งมันก็จะสะท้อนกับการที่เราจะต้อง Discount ราคาที่เรายอมจ่ายลงมาเพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่มากขึ้น

โดยสรุปต่อให้หุ้นดีแค่ไหนอนาคตสดใส แต่ถ้าคุณซื้อหุ้นแพงเกินไปหรือไม่สนราคาเลยเมื่อปัจจัยลบเข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ยที่ผมบอก หรือแม้กระทั่งเรื่องของ Demand & Supply นักลงทุนก็ต้องกล้ารับความเสี่ยงเหล่านี้ เพราะมันคือความเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณตายไปเลย และเสียโอกาสที่จะสร้างพอร์ตหุ้นในระยะยาวกับหนึ่งในสินทรัพย์ที่ดีที่สุดในโลกครับ #ความเสี่ยง #หุ้นชิป

แชร์บทความของ ดร นิเวศน์ประจำสัปดาห์ครับ
17/05/2026

แชร์บทความของ ดร นิเวศน์ประจำสัปดาห์ครับ

เรื่องของดวงและโชคชะตาในการลงทุน/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร : สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
ตั้งแต่เด็กจนถึงวันสุดท้ายก่อนที่ผมจะ “รวยและประสบความสำเร็จในชีวิต” ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องศาสตร์ลี้ลับ ดวงหรือโชคชะตาในแง่ที่ว่า มันเป็นตัวกำหนดว่าเราจะประสบความสำเร็จ ร่ำรวย และมีความสุขโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรและ “ไม่ต้องมีเหตุผล” อย่างคนที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้จำนวนมากในประเทศไทย
แต่หลังจากนั้น ตอนที่อายุเกือบจะ 60 ปีแล้ว ผมก็เริ่มศึกษาและคิดทบทวนว่า ดวงหรือโชคชะตานั้น มันไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตและความสำเร็จของเราจริง ๆ หรือเปล่า? ที่ผมรวยและประสบความสำเร็จในเรื่องของการลงทุนนั้น เป็นเรื่องของความสามารถ การทำงานหนัก การมีวินัย เหนือกว่าคนอื่น ๆ เท่านั้นหรือ ไม่มีเรื่องของโชคหรือดวงเข้ามาเกี่ยวข้องแน่หรือ?
อ่านบทความต่อได้ที่ https://board.thaivi.org/viewtopic.php?t=67363
ประชาสัมพันธ์ - เว็บบอร์ด Thai VI เปิดให้สมัครสมาชิกและทดลองใช้ได้ฟรี 30 วัน! เข้าไปสมัครกันได้เลยครับที่ www.ThaiVI.org

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Billionaire VIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Billionaire VI:

แชร์

ประเภท