27/08/2026
ASP-TAIWAN กองทุนเทคไต้หวัน หัวใจหลักซัปพลายเชน AI ที่โลกขาดไม่ได้
เป็นที่รู้กันดีว่า ปัจจุบันนี้ความต้องการฮาร์ดแวร์ AI พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล จากการที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่างเช่น Microsoft, Alphabet (Google), Meta และ Amazon แข่งกันลงทุนเพื่อเป็นผู้นำในด้านนี้
โดยในปีที่แล้ว ทั้ง 4 บริษัทนี้ ลงทุนไปกับด้าน AI คิดเป็นมูลค่ารวมกัน 13.5 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปี 2026 นี้ จะลงทุนเพิ่มคิดเป็นมูลค่า 24.9 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 84% จากปีที่แล้ว
เหตุการณ์นี้ ได้ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเช่น ระบบจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน และชิปประมวลผล ที่เป็นสมองของ AI เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์จากความต้องการชิปประมวลผลที่สูงขึ้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกจากไต้หวัน ศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกต้องมาพึ่งพา
แต่ในขณะเดียวกันหากสายการผลิตบนเกาะนี้เกิดสะดุดขึ้นมา ไม่ว่าจะมาจากเหตุแผ่นดินไหว วิกฤติพลังงาน หรือความตึงเครียดทางการเมือง บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA, Apple, หรือ Google ก็จะสะดุดตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำถามที่น่าสนใจก็คือ
ในเมื่อเหล่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ต่างต้องพึ่งพาไต้หวันเหมือนกันหมด แล้วทำไมเราต้องเสี่ยงเลือกพิจารณาลงทุนแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่งในไต้หวัน ในเมื่อเราสามารถสร้างโอกาสการลงทุนในผู้ผลิตห่วงโซ่ต้นน้ำที่เป็นหัวใจหลักของ AI ไว้ได้ทั้งระบบ
ซึ่งโอกาสนี้สามารถทำได้ผ่านกองทุนผ่านกองทุน ASP-TAIWAN ของ บลจ.แอสเซท พลัส ที่จะเข้าไปลงทุนตรงในกองทุนหลักระดับโลกอย่าง iShares Core MSCI Taiwan ETF (3074․HK) ที่ลงทุนล้อไปกับดัชนี MSCI Taiwan 20/35 Index บริหารโดย BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลก
ดูรายละเอียดกองทุน ASP-TAIWAN และหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=265
ซึ่งหากมาดูพอร์ตของกองทุนหลัก
จะเห็นว่าสัดส่วนการลงทุนหลักเน้นไปในกลุ่มเทคโนโลยี Information Technology สูงถึง 78% และสร้างความสมดุลของพอร์ตด้วยกลุ่มการเงิน Financials อีก 13.3% โดยมี TSMC เป็นแกนหลักของพอร์ต ควบคู่ไปกับผู้นำซัปพลายเชนใน 3 เมืองนิคมอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน อย่าง เถาหยวน เกาสง และ ซินจู๋ บ้านของบริษัทอย่าง TSMC
โดยทั้ง 3 เมืองนี้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับไต้หวันคิดเป็นสัดส่วนเกิน 25% ของ GDP ไต้หวันเลยทีเดียว
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างหุ้นในกองทุน ASP-TAIWAN กัน
- TSMC ผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก ที่ครองเทคโนโลยีผลิตชิปขั้นสูงขนาด 2nm และ Advanced Packaging โดยมีลูกค้าหลักระดับโลก ได้แก่ NVIDIA, AMD, Apple, Broadcom โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น หรือ Gross Margin สูงถึง 66.46% พร้อมอำนาจต่อรองในการเตรียมปรับขึ้นค่าจ้างผลิต 5–10% ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
- Hon Hai ผู้นำการประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ AI และ Data Center Rack โดยเป็นผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์รายสำคัญให้กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
- MediaTek บริษัทออกแบบชิปสำหรับสมาร์ตโฟน รถยนต์ และ Data Center ซึ่งตอนนี้กำลังขยายธุรกิจเข้าสู่การร่วมพัฒนาชิป AI เฉพาะทาง Custom AI ASIC คาดว่าจะมี Gross Margin ระดับประมาณ 40%
- Delta Electronics ผู้นำด้านการผลิตระบบจ่ายไฟฟ้า Power Supply ระบบบริหารพลังงาน และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ที่เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่เติบโตเร็ว
- ASE Technology ผู้นำการประกอบและทดสอบชิปขั้นสูงรายใหญ่ที่สุด ครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% ของโลก
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะมีคำถามในใจว่า
แล้วทำไมประเทศมหาอำนาจทั่วโลกถึงไม่หันมาตั้งโรงงานแล้วผลิตชิปกันเอง ?
คำตอบคือไม่ใช่ว่าไม่อยากทำแต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เนื่องจากความได้เปรียบด้านโครงสร้างต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งของไต้หวัน ไม่ใช่ปัจจัยที่จะลอกเลียนแบบกันได้ง่ายๆ
ข้อมูลจาก JP Morgan สะท้อนภาพชัดเจนว่า การผลิตชิป 5nm เดียวกัน โรงงาน TSMC ในไต้หวันมีต้นทุนรวมถูกกว่าการผลิตในสหรัฐฯ ถึง 59% ทั้งจากค่าแรง ค่าวัตถุดิบ และค่าเสื่อมราคาที่ย่อมเยากว่ามาก ส่งผลให้โรงงานในไต้หวันสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 62% ในขณะที่โรงงานในสหรัฐฯ ทำได้เพียง 8% เท่านั้น
เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำว่า ต่อให้ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกจะพยายามกระจายฐานการผลิตอย่างไร
ไต้หวันก็ยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตที่คุ้มค่าและยากที่จะหาใครมาทดแทนได้อยู่ดี
ตอนนี้ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงตลาดเกิดใหม่ทั่วไป
แต่คือประเทศโครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคดิจิทัล
คุณพร้อมที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนล้อไปกับเมกะเทรนด์ AI แล้วหรือยัง ?
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี AI ระดับโลกไปกับ ASP-TAIWAN
กองทุน ASP-TAIWAN นี้เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนด้วยหุ้นเทคโนโลยีขั้นสูง
- ผู้ที่เชื่อในเมกะเทรนด์ AI แต่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปในกลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต้นน้ำ
- ผู้ที่ต้องการจัดพอร์ตแบบ Satellite เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับพอร์ตหลัก
สำหรับผู้ที่สนใจ ASP-TAIWAN ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาทสำหรับการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป
กองทุน ASP-TAIWAN เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 25 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569
ดูรายละเอียดกองทุน ASP-TAIWAN และหนังสือชี้ชวนที่
https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=265
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID :
ซื้อกองทุนนี้ ได้ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
สอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แอสเซท พลัส www.assetfund.co.th หรือ โทร 02-672-1111
สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส
คำเตือน :
- กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมInformation Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ระดับความเสี่ยง 7
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 25 ส.ค. 2026