09/06/2026
ปัญหาของการลงทุนทองคำ คือการเก็บภาษีที่ไม่ชัดเจน
แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่เข้าใจง่าย แต่ประเด็นด้านภาษีกลับมีความยาก สังเกตได้จากโพสต์ตามกลุ่มลงทุนต่าง ๆ ที่ยังคงถกเถียงกันว่า ซื้อขายทองคำต้องเสียภาษีหรือไม่
ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนี้ ต้องบอกว่าส่วนสำคัญมาจากความคลุมเครือ เพราะกรมสรรพากรพิจารณาจากพฤติกรรมและเจตนาเป็นหลัก
โดยพฤติกรรมดูจากการซื้อขายทองคำ ถ้าซื้อ ๆ ขาย ๆ หลายครั้ง ก็อาจเข้าข่ายเก็งกำไร และโดนกรมสรรพากรเรียกเสียภาษีย้อนหลังได้
ส่วนเจตนาก็ตีความจากช่องทางในการซื้อขายทองคำได้เช่นกัน เช่น การซื้อทองคำผ่านแอป โดยไม่ได้รับทองคำแท่งจริง ก็อาจถูกมองว่า มีเจตนาเปิดบัญชีเพื่อเก็งกำไร
จะเห็นได้ว่า การมุ่งเน้นทำกำไร เป็นข้อความที่ค่อนข้างกว้างและเปิดช่องให้ตีความสูงมาก ดังนั้นเราจึงมีโอกาสที่จะเข้าข่ายเก็งกำไรได้ง่าย ๆ เพราะไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
- ความถี่แค่ไหน ถึงเรียกว่าเก็งกำไร เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่า ซื้อขายปีละกี่ครั้ง หรือจำนวนกี่บาท ถึงจะเปลี่ยนจากการออมเป็นการเก็งกำไร
- ซื้อขายทองคำผ่านช่องทางออนไลน์ ที่แม้ว่าเราจะคิดว่าสะดวกในการออม แต่ถ้าขายบางส่วนออกเป็นบางครั้ง ก็อาจเข้าข่ายเก็งกำไรได้อยู่เหมือนกัน
แล้วถ้าถามว่า ถ้าโดนภาษีขึ้นมาจริง ๆ จะเสียมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษี และวิธีหักค่าใช้จ่าย
สมมติว่า ถ้าซื้อขายทองคำได้กำไร 100,000 บาท
บนฐานภาษี 10% กำไรจะหายไป 10,000 บาท หรือเหลือกำไร 90,000 บาท
บนฐานภาษี 20% กำไรจะหายไป 20,000 บาท หรือเหลือกำไร 80,000 บาท
บนฐานภาษี 30% กำไรจะหายไป 30,000 บาท หรือเหลือกำไร 70,000 บาท
ทั้งนี้ ภาษีที่คิดอาจมากกว่านี้ได้ หากไม่มีหลักฐานว่าซื้อทองคำมาในราคาเท่าไร
เพราะรายรับจากการขายทองคำนับว่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(8) ที่สามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือแบบเหมา 60%
โดยถ้าไม่มีหลักฐานว่าต้นทุนจริง ๆ ในการซื้อทองคือกี่บาท ก็จะต้องโดนหักแบบเหมา 60% จากเงินที่ได้จากการขาย ซึ่งอาจทำให้ถูกเก็บภาษีที่สูงขึ้น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เราซื้อทองคำ 100,000 บาท ขายออก 150,000 บาท
ถ้าเรามีหลักฐานในการซื้อ เงินได้ที่จะนำไปคิดภาษี = 150,000 - 100,000 = 50,000 บาท
กลับกันหากเราคิดแบบเหมา เงินได้ที่จะนำไปคิดภาษี = 150,000 - (150,000 x 60%) = 60,000 บาท
นี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนที่โดนเก็บภาษีทองคำย้อนหลัง ถึงเจ็บหนักมากกว่าที่คิด
แล้วถ้าเราจะลงทุนทองคำแบบไม่ต้องกังวลว่าจะเสียภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร ?
คำตอบแรกคือ ออมอย่างเดียว ไม่ขายเลย
แต่ถ้าต้องการขายเพื่อทำกำไรบ้าง ก็ต้องลงทุนผ่านตัวเลือกที่ได้รับการยกเว้นภาษีอย่าง DR ทองคำ และกองทุนรวมทองคำ
โดย DR ทองคำ คือหลักทรัพย์ที่อิงกับกองทุนที่ลงทุนในทองคำ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ผลตอบแทนของมันจะล้อไปตามราคาทองคำ
จุดเด่นของ DR จะอยู่ตรงที่หากเรามีบัญชีหุ้นไทย จะสามารถซื้อขายได้เลย และหากได้กำไรจากส่วนต่างราคา จะได้รับการยกเว้นภาษี
ทีนี้จะซื้อหรือขายเพื่อทำกำไรมากน้อยแค่ไหน ก็ทำได้ตามใจเลย แต่ต้องระวังต้นทุนที่ซ่อนอยู่คือ ราคา Bid-Offer ที่ยิ่งห่างกัน ยิ่งทำให้มีต้นทุนในการซื้อขาย
รวมถึงเรื่องสภาพคล่องก็มีความสำคัญ เพราะในระหว่างวันซื้อ-ขาย จะต้องมี Market Maker คอยทำงานรับซื้อ รับขายให้ตลาดมีสภาพคล่อง และในวันที่ตลาดผันผวนหนัก หรือเกิดความตื่นตระหนก ก็อาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้น
ทำให้ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ บางจังหวะอยากขาย แต่ไม่มีคนรับซื้อ หรือบางครั้งต้องจำใจซื้อของแพงกว่ามูลค่าจริง เพียงเพราะเกิดการแย่งกันซื้อ
ตรงนี้เอง ที่กองทุนรวมทองคำจะตอบโจทย์กว่า เพราะไม่มีปัญหาด้านราคา Bid-Offer และสภาพคล่อง
รวมถึงมีข้อดีของการซื้อ-ขาย ที่ได้ราคาสิ้นวันของกองทุนรวมก็คือ เราจะได้ราคาที่อ้างอิงกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิจริง ๆ และข้อดีของกองทุนรวมคือมี Trustee คอยดูแลรักษาผลประโยชน์ให้เราอีกด้วย
แต่ข้อเสียของกองทุนรวมที่ไม่เหมือนทางเลือกด้านบนคือ กองทุนรวมซื้อ-ขาย ได้เพียงวันทำการละ 1 ครั้ง ได้รับราคา ณ สิ้นวัน และกองทุนรวมจะมีค่าจัดการต่อปีอีกด้วย
อย่างไรก็ตามรู้หรือไม่ว่า ในไทยมีกองทุนรวมทองคำที่มีค่าจัดการฝั่งไทย 0% แล้ว โดยมี TER หรือค่าใช้จ่าย เช่น ค่านายทะเบียน ค่าทรัสตี 0.35% ต่อปี และเราสามารถลงทุนได้ไม่มีลิมิต อย่างกองทุน ONE-GOLD-X-UH ซึ่งซื้อได้เฉพาะแอป WealthX เท่านั้น
สรุปแล้ว การลงทุนในทองคำอาจจะเสียภาษีหรือไม่เสียภาษีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตีความของกรมสรรพากร แต่ถ้าเราอยากปิดความเสี่ยงนี้ตั้งแต่แรก การลงทุนในตัวเลือกที่ได้รับการยกเว้นภาษี ก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เหมือนกัน..
คำเตือน :
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- กองทุนรวมนี้มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไปจากความผันผวนของราคาทองคำ อัตราแลกเปลี่ยน และการลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2569
------------
📩 สอบถามเพิ่มเติม : LINE ID
WealthX – Wealth for the People
📲 ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store