04/07/2020
จะเปลี่ยน คาปาซิเตอร์ของพัดลม ของแอร์ แต่ตัวที่ได้มา
- ค่าไมโครฟารัดเท่ากันกับตัวเดิม แต่แรงดันสูงกว่า ใช่ได้ไหม
- ค่าไม่โครฟารัดต่างจากเดิมนิดหน่อย แต่แรงดันเดียวกัน ใช้ได้ไหม
จะเปลี่ยน Capacitor Bank ของเดิม 30kVAR 415V ของใหม่ 30kVAR 500V เปลี่ยนได้ไหม
คำถามนี้จะเจอกันบ่อยๆ แล้วจะพิจารณาอย่างไร??
อุปกรณ์ คาปาซิเตอร์ Capacitor หรือตัวเก็บประจุ เป็นอุปกรณ์ที่พบได้ในบ้าน ในอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น ปั้นน้ำ, เครื่องปรับอากาศ, มอเตอร์, โคมไฟ, Switching Power Supply, UPS, VSD และอื่นๆๆ ซึ่งหน้าที่ของ คาปาซิเตอร์ ก็จะถูกใช้ในแง่ ตัวกรองรูปคลื่น, ตัวปรับค่า Power Factor, ตัวปรับ Phase shift, ตัวรักษาแรงดัน ในวงจรต่างๆ
ในการระบุขนาดของตัวคาปาซิเตอร์นั้น ทั่วไปๆ ในเบื้องต้นแล้วจะ มีการระบุ 2 แบบ คือ
1. ขนาดตัวเก็บประจุ และ แรงดัน
2. ขนาดกำลังเสมือน และ แรงดัน
(*ขอล่ะไว้ในเรื่อง ประเภทของ คาปาซิเตอร์ ต่างๆ)
ทั้งนี้
- ขนาดความจุ Q หน่วย Farad หรือ ฟารัด จะเป็น "ไมโครฟารัด - uF หรือ MFD" หรือ "นานโนฟารัด - nF"
- ขนาดแรงดัน Vac หรือ Vdc
- ขนาดกำลังงานเสมือน หรือ kVAR
ยกตัวอย่างเช่น Cap run "30uF +-5%, 400Vac" หรือ Cap Bank "30kVAR, 415VAC"
********************************************************************
"30uF +-5%, 400Vac" มีความหมายอย่างไร
- 30uF+-5% คือ ค่าขนาดความจุ ของคาปาซิเตอร์ ในที่นี้คือ 30ไมโครฟารัด และยอมค่าคลาดเคลื่อนได้ 5%
- 400Vac คือ ค่าแรงดันใช้งานสูงสุด (แต่ค่าแรงดันสูงสุดที่ทนได้ จะมีค่ามากกว่านี้)
ถ้านำตัวคาปาซิเตอร์ตัวนี้ ไปใช้ที่แรงดัน 230VAC ก็สามารถใช้ได้ เพราะตัวมันทนแรงดันได้ถึง 400VAC โดตที่ค่าเก็บประจุนั้น ยังคงได้ที่ 30uF +-5% เหมือนเดิม แต่หากนำไปใช้ที่แรงดัน 500VAC จะใช้ไม่ได้ เพราะ เกินค่าแรงดันสูงสุดที่ใช้งานได้ **
(**เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนค่าแรงดันทนได้ของฉนวน บนสายไฟฟ้า เช่น 300/500V หรือ 450/750V)
**********************************************************************
"30kVAR, 415VAC" มีความหมายอย่างไร
- 30kVAR คือ ขนาดกำลังไฟฟ้าเสมือน ที่ตัวคาปาซิเตอร์นี้มีสามารถเก็บหรือจ่าย ที่แรงดันที่กำหนด ซึงก็คือ คิดที่ 415VAC
- 415VAC คือ ค่าแรงดันใช้งานสูงสุด (แต่ค่าแรงดันสูงสุดที่ทนได้ จะมีค่ามากกว่านี้)
จะสังเกตุเห็นว่า ค่ากำลังไฟฟ้าเสมือนนั้น จะกำหนดเทียบกับขนาดแรงดัน ซึ่งหากไปใช้ที่แรงดันอื่น ค่ากำลังเสทือนของคาปาซิเตอร์ก็จะเปลี่ยนไปด้วยตามสูตร
Q = V x I x sin (zeta) หรือ Q = V^2/Xc ซึ่ง Xc = 1/(2pi x f x C)
จะเห็นได้ว่า ค่า Q (kVAR) จะขึ้นกับค่า แรงดันใช้งาน, ค่าความถี่ใช้งาน หากนำไปใช้งานที่ค่าแรงดันต่ำกว่า ค่า Q ก็น้อยกว่า หรือ นำไปใช้ที่ ความถี่สูงกว่า ค่า Q ก็สูงกว่า
********************************************************************
จากพื้นฐานข้างต้น เราต้องมาพิจารณาร่วมกับตัวอุปกรณ์ หรือ ระบบ ที่จะนำตัว คาปาซิเตอร์เข้าไปเปลี่ยน ว่าเหมาะสมหรือไหม
เช่น Cap run "30uF +-5%, 400Vac" เปลี่ยนเป็น 35uF 500Vac
ถ้าเป็น มอเตอร์ / Switching Power Supply ในส่วน DC Bus ก็จะเปลี่ยนใช้งานแทนได้
แต่หากเป้นงานเช่น Signal Filter ก็อาจจะเปลี่ยนเปลี่ยนแทนไม่ได้
หรือ Capacitor Bank หากเปลี่ยน "30kVAR, 415VAC" เป็น "30kVAR, 440Vac" หรือ "35kVAR, 500Vac" ก็ต้องคำนวนว่า Q ที่ได้เท่าไร เปลียนได้ แต่ต้องไปปรับตั้งค่า Power Factor Controller ใหม่
หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์นะครับ
By: Thanis Sribovornmongkol
, , #คาปาซิเตอร์, #แคปรัน, #แคปสตาร์ท, ,