Financial Freedom

Financial Freedom Personal Financial Planning , Investment , Tax Planning , Risk Management , Insurance, Education Fund

ในฐานะเป็นนักงานแผนการเงินที่ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ CFP ( Certified Financial Planner ) จากสมาคมนักงานแผนการเงินวางแผนการเงินไทย , เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาติและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และน้กวางแผนการลงทุน จากสำนักงาคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( กลต ), ปัจจุบันเป็นผู้อำนายบริหารฝ่ายตัวแทน ในอุตสาหกรรมประกันชีวิต บริษัท กรุงไทย แอกซ่า ประก

ันชีวิต จำกัด ( มหาชน )

ผมต้องการมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้เรื่องการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ให้คนไทยได้เข้าใจเพื่อที่จะมีส่วนช่วยให้คนไทยสามรถ ก้าวสู่อิสรภาพทางการเงิน

13/03/2025
มีรายได้สูงแต่ทำไม…ไม่มีเงินเก็บหากมีรายได้สูงแต่เก็บเงินไม่ได้ อาจเกิดจาก: 1. Lifestyle Inflation – รายจ่ายเพิ่มขึ้นตาม...
12/03/2025

มีรายได้สูงแต่ทำไม…ไม่มีเงินเก็บ

หากมีรายได้สูงแต่เก็บเงินไม่ได้ อาจเกิดจาก:

1. Lifestyle Inflation – รายจ่ายเพิ่มขึ้นตามรายได้ เช่น ของแบรนด์เนม, รถหรู

2. ไม่มีการวางแผนงบประมาณ – ใช้เงินโดยไม่กำหนดสัดส่วนออม

3. ภาระหนี้สูง – ผ่อนบ้าน, รถ, บัตรเครดิตจนเงินหมด

4. ใช้เงินโดยไม่คำนึงถึงอนาคต – เดือนชนเดือน ไม่มีเงินสำรอง

5. ลงทุนผิดพลาดหรือไม่ลงทุนเลย – ขาดทุนหรือเก็บแต่เงินสดทำให้มูลค่าลดลง

6. ค่าใช้จ่ายแฝง – ค่าสมาชิก, ค่าธรรมเนียม, ค่าเดินทางที่ไม่จำเป็น

7. ให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าอนาคต – ใช้จ่ายเพื่อความสุขทันที

วิธีแก้ไข:

✅ ตั้งเป้าหมายทางการเงิน (ออม 20% ของรายได้)

✅ ใช้กฎ 50/30/20 แบ่งเงินใช้-ออม-ลงทุน

✅ ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ลดหนี้ที่ไม่จำเป็น

✅ ตั้งระบบออมอัตโนมัติ

✅ ลงทุนอย่างมีแผนเพื่อให้เงินงอกเงย

เรารับความเสี่ยงในการลงทุนได้แค่ไหน…ก็เลือกลงทุนให้เหมาะสมครับความสามารถในการรับความเสี่ยงในการลงทุน คือระดับความเสี่ยงท...
11/03/2025

เรารับความเสี่ยงในการลงทุนได้แค่ไหน…ก็เลือกลงทุนให้เหมาะสมครับ

ความสามารถในการรับความเสี่ยงในการลงทุน คือระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนสามารถยอมรับได้ แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:
1. ความสามารถรับความเสี่ยงทางการเงิน – ขึ้นอยู่กับรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และระยะเวลาการลงทุน
2. ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ทางจิตใจ – ระดับความสบายใจต่อความผันผวนของพอร์ต
3. วัตถุประสงค์และระยะเวลาการลงทุน – ระยะเวลาที่ยาวขึ้นช่วยให้รับความเสี่ยงได้มากขึ้น

ประเภทนักลงทุนตามระดับความเสี่ยง
• ต่ำ (Conservative) – เน้นความปลอดภัย เช่น พันธบัตร เงินฝาก
• ปานกลาง (Moderate) – ลงทุนผสมระหว่างหุ้นและตราสารหนี้
• สูง (Aggressive) – ยอมรับความผันผวนสูงเพื่อโอกาสผลตอบแทนสูง

การประเมินความสามารถรับความเสี่ยง
• ทำแบบประเมินของสถาบันการเงิน
• พิจารณาความรู้สึกต่อการขาดทุน
• ตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินและเป้าหมายการลงทุน

เมื่อคิดถึงการวางแผนการเงินของคุณ…คุณคิดถึงอะไร ?:1. เป้าหมายระยะสั้น (Short-term Goals) (ภายใน 1-3 ปี)✅ เงินสำรองฉุกเฉิ...
10/03/2025

เมื่อคิดถึงการวางแผนการเงินของคุณ…คุณคิดถึงอะไร ?

:

1. เป้าหมายระยะสั้น (Short-term Goals) (ภายใน 1-3 ปี)

✅ เงินสำรองฉุกเฉิน – ควรมีเงินสำรอง 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
✅ ปลดหนี้ระยะสั้น – เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคล
✅ ท่องเที่ยวหรือพักร้อน – เก็บเงินสำหรับทริปในฝัน
✅ ซื้อของจำเป็น – เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเฟอร์นิเจอร์
✅ ปรับปรุงคุณภาพชีวิต – เช่น คอร์สเรียนเสริมทักษะ หรือฟิตเนส

2. เป้าหมายระยะกลาง (Mid-term Goals) (3-10 ปี)

✅ ซื้อบ้านหรือคอนโด – วางแผนเงินดาวน์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย
✅ ซื้อรถยนต์ – เตรียมเงินดาวน์หรือตัดสินใจซื้อสด/ผ่อน
✅ เงินทุนเพื่อการศึกษา – สำหรับตัวเองหรือบุตรหลาน
✅ ลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่งคั่ง – เช่น หุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์
✅ ขยายธุรกิจ – หากต้องการเริ่มต้นหรือขยายกิจการ

3. เป้าหมายระยะยาว (Long-term Goals) (10 ปีขึ้นไป)

✅ การวางแผนเกษียณ – สร้างรายได้หลังเกษียณให้เพียงพอ
✅ สร้างความมั่งคั่งระยะยาว – เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือธุรกิจ
✅ สร้างกองทุนเพื่อการกุศล – สำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินทำประโยชน์ต่อสังคม
✅ วางแผนมรดกและภาษี – เพื่อถ่ายทอดทรัพย์สินให้กับลูกหลานหรือผู้รับผลประโยชน์
✅ เป้าหมายชีวิตในวัยเกษียณ – เช่น การท่องเที่ยว ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ

การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนช่วยให้สามารถวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการบรรลุความมั่นคงทางการเงินในอนาคต

อย่าปล่อยให้การเงินของเราขึ้นอยู่กับโชคชะตาการปล่อยให้การเงินเป็นไปตามโชคชะตาส่งผลเสีย 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ความเสี่ยงสู...
10/03/2025

อย่าปล่อยให้การเงินของเราขึ้นอยู่กับโชคชะตา

การปล่อยให้การเงินเป็นไปตามโชคชะตาส่งผลเสีย 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ความเสี่ยงสูง – ไม่มีการวางแผนทำให้ขาดความมั่นคงและเสี่ยงต่อวิกฤติทางการเงิน
2. พลาดโอกาสสร้างความมั่นคง – ไม่ได้ออมเงินหรือลงทุนอย่างเหมาะสม อาจเสียโอกาสเพิ่มพูนทรัพย์สิน
3. ปัญหาการเงินในอนาคต – อาจเผชิญหนี้สิน ขาดสภาพคล่อง และไม่มีเงินพอสำหรับวัยเกษียณ

ดังนั้น ควรวางแผนการเงินเพื่อความมั่นคงและอนาคตที่ดีขึ้น

ทัศนคติในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงิน ทัศนคติที่ดีช่วยให้บริหารเงินได้อย่างม...
09/03/2025

ทัศนคติในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงิน ทัศนคติที่ดีช่วยให้บริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ทัศนคติที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงิน

ทัศนคติที่ดี
• มองการเงินเป็นเรื่องของการวางแผน ไม่ใช่โชคชะตา
• คิดระยะยาว และตั้งเป้าหมายทางการเงินอย่างชัดเจน
• ให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุน เพื่อสร้างความมั่งคั่ง
• ควบคุมอารมณ์ในการใช้จ่าย หลีกเลี่ยงการใช้เงินตามอารมณ์
• เปิดรับการเรียนรู้ทางการเงิน และพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน
• มีความยืดหยุ่น ปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ทัศนคติที่ควรหลีกเลี่ยง
• คิดว่า “เดี๋ยวอนาคตก็ดีขึ้นเอง”
• ใช้เงินก่อน ออมทีหลัง
• กลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าลงทุน
• ใช้เงินตามคนอื่น (Keeping Up with the Joneses)
• คิดว่าหนี้เป็นเรื่องปกติ

แนวทางปรับทัศนคติ
• ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน
• ฝึกวินัยในการใช้เงิน
• ศึกษาความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
• หมั่นทบทวนแผนการเงินและปรับปรุงให้เหมาะสม

การมีทัศนคติที่ดีต่อการวางแผนการเงินช่วยให้จัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงทางการเงิน และสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง

01/11/2024

Emma by AXA

30/10/2024

💡การวางแผนการเงินหลังเกษียณมีความสำคัญไม่แพ้การวางแผนก่อนเกษียณ เพราะเป็นช่วงที่รายได้หลักอาจลดลงหรือหายไป การบริหารเงินทุนที่มีอยู่จึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น การวางแผนที่ดีช่วยให้รักษามาตรฐานการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่าย ประเมินแหล่งรายได้ จัดการสินทรัพย์และหนี้สิน และติดตามการลงทุนสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและความสุขในวัยเกษียณ อย่าลืม ลงทุนอย่างระมัดระวังในสิ่งที่เข้าใจ และรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและผลตอบแทน

🌟 ชีวิตสุขไม่สะดุด ต้องวางแผนการเงินหลังเกษียณให้สุดปัง
ธชธร สมใจวงษ์ นักวางแผนการเงิน CFP®

หากให้นึกถึงภาพการใช้ชีวิตหลังการเกษียณ เห็นภาพเป็นอย่างไร เมื่อจินตนาการรายละเอียดในด้านต่าง ๆ ทั้งสภาพความเป็นอยู่ สังคมรอบข้าง การทำงานหรือทำธุรกิจ ทำงานต่อ ลดการทำงานลง ทำงานอดิเรก เดินทางท่องเที่ยว สุขภาพร่างกายและจิตใจ ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้ แม้ว่าคำตอบจะแตกต่างกันไป แต่หลายสิ่งจะมีเงินเป็นส่วนประกอบ

การวางแผนการเงินหลังเกษียณ สำคัญไม่แพ้วางแผนการเงินก่อนเกษียณ

การวางแผนการเงินก่อนเกษียณเน้นเรื่องของการเก็บออม สะสมความมั่งคั่งเพื่อให้มีเงินทุนเป็นก้อนสำหรับการเกษียณ ในขณะที่หลังเกษียณสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญจะตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง คือ การวางแผนการใช้จ่าย เนื่องจากช่วงหลังเกษียณโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีรายได้จากการทำงานหลักที่ลดน้อยลง (หรือไม่มีเลย) และต้องเป็นการทยอยนำเงินทุนเกษียณออกมาใช้เป็นหลัก จึงมีความจำเป็นต้องหาจุดสมดุลให้ใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขตามรูปแบบที่ตัวเองต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่เกินฐานะทางการเงินจนอาจทำให้เกิดภาระตามมา ดังนั้น การวางแผนการเงินหลังเกษียณจึงมีความสำคัญมาก โดยมีเทคนิคเบื้องต้น ดังนี้

1. คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือน เริ่มจากการสำรวจภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งรายจ่ายแบบคงที่ คือ ค่าใช้จ่ายที่มีภาระผูกพันในการจ่ายชำระ เช่น ภาระหนี้สิน ค่าเบี้ยประกัน และค่าใช้จ่ายแบบผันแปร เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า ค่าปรับปรุงที่อยู่อาศัย ค่าอุปการะเลี้ยงดู เงินทำบุญ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้ทราบภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่สะท้อนความเป็นจริงในการใช้ชีวิตได้มากที่สุด โดยสามารถเริ่มพิจารณารายจ่ายบางตัวที่สามารถปรับลดได้ และเริ่มลงมือควบคุมและจัดการรายจ่ายเหล่านั้น

2. ประเมินแหล่งรายได้ต่าง ๆ เช่น รายได้จากค่าเช่า เบี้ยชราภาพ เงินบำนาญ ดอกเบี้ยจากเงินออม รายได้จากการลงทุน รายได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รายได้จากสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับ ภาระค่าใช้จ่ายในข้อแรก ประเมินความสอดคล้องของปริมาณเงินที่เตรียมไว้เพื่อให้ทราบกระแสเงินสดสุทธิที่จะเกิดขึ้นว่าเป็นบวกหรือลบ ซึ่งจะทำให้วางแผนเตรียมการรับมือได้อย่างเหมาะสม

3. จัดทำรายการสินทรัพย์และหนี้สิน ตรวจสอบรายการสินทรัพย์เพื่อบริหารจัดการ รวมถึงเพื่อทราบต้นทุนในการจัดการที่เกี่ยวข้อง เช่น อาจพิจารณาขายอสังหาริมทรัพย์ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มที่ เพื่อลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้อง และนำเงินสดที่ได้มาจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น หรืออาจเป็นการโอนสินทรัพย์เหล่านั้นให้ทายาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนจัดการภาษีมรดก สำหรับรายการหนี้สิน ก็วางแผนจัดการผ่อนชำระตามลำดับ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

4. แบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ และบริหารจัดการอย่างอิสระแยกจากกัน โดยใช้กลยุทธ์ Bucket Strategy โดยแบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ (แต่ละ Bucket) และบริหารจัดการแต่ละส่วนแตกต่างกันตามระยะเวลาที่จะต้องใช้เงินแต่ละก้อนนั้น
• Bucket ที่ 1 เก็บในรูปแบบเงินสด หรือทรัพย์สินความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนรวมตลาดเงินที่มีสภาพคล่องใกล้เคียงเงินสดโดยเก็บสำรองไว้สำหรับถอนออกมาใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นจำนวนเงินที่พอใช้สำหรับระยะเวลา 2 - 3 ปีแรก เช่น หากมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท และสำรองไว้ใช้สำหรับ 2 ปี ก็แบ่งเงินไว้ส่วนนี้ ทั้งหมด 720,000 บาท และทยอยถอนเงินออกมาใช้จาก Bucket ที่ 1 ในแต่ละเดือนตามที่วางแผนไว้
• Bucket ที่ 2 เก็บเงินส่วนที่เหลือ สำหรับการใช้ชีวิตในปีที่ 3 - 7 โดยเก็บในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง ที่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น และสร้างกระแสเงินสดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า กองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้นปันผล กองทุนผสมที่มีนโยบายการสร้างกระแสเงินสด และเมื่อได้รับผลตอบแทนจากเงินส่วนนี้ ก็นำไปเติมเก็บไว้ใน Bucket ที่ 1 สำหรับการใช้จ่าย
• Bucket ที่ 3 สำรองไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพื่อการใช้จ่ายในปีที่ 7 เป็นต้นไป สามารถเก็บในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น คาดหวังอัตราผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น เช่น หุ้นสามัญของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี หรือกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก โดยต้องยอมรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างทางได้ โดยเงินส่วนนี้ มุ่งเน้นการลงทุนในระยะยาว เน้นให้มีการเติบโตเพื่อรักษาคุณภาพการใช้ชีวิต และสำหรับเป็นรายการใช้จ่ายที่มีมูลค่าสูง เช่น ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยโรคร้ายแรง ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพต่าง ๆ

ในกรณีที่มีรายได้พิเศษ หรือได้ผลตอบแทนจากการลงทุนจากเงินใน Bucket ที่ 2 และ 3 ก็สามารถนำเงินเหล่านั้นมาเติม Bucket ที่ 1 ให้มีจำนวนเงินที่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายอยู่ตลอด โดยหากเกิดความผันผวนในการลงทุน สินทรัพย์ต่าง ๆ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง และทำให้มูลค่าของสินทรัพย์การลงทุนใน Bucket ที่ 2 และ ที่ 3 ปรับตัวลดลง จะยังสามารถใช้เงินที่อยู่ใน Bucket ที่ 1 สำหรับการใช้จ่ายประจำวัน โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ใน Bucket อื่นออกมาซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการรับรู้การขาดทุน และสามารถถือครองสินทรัพย์ต่างๆ รอให้มูลค่าสินทรัพย์กลับมา หรือสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อวิกฤตทางเศรษฐกิจหรือความผันผวนเหล่านั้นผ่านพ้นไป

5. ติดตามดูแลสินทรัพย์การลงทุน สภาพเศรษฐกิจ และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเงินก้อนที่เตรียมไว้สำหรับการเกษียณ รวมถึงหมั่นทบทวนและปรับสัดส่วนเงินลงทุนใน Bucket ต่าง ๆ ให้เหมาะสมอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยแสวงหาโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ช่วยยืดระยะเวลาการใช้เงินได้นานขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ ลงทุนอย่างระมัดระวังในสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ ความเข้าใจ ให้ความสำคัญกับการรักษาเงินทุนสำหรับการเกษียณ และอย่าให้ความโลภในการได้ผลตอบแทนสูง ๆ หลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเงินก้อนที่เตรียมไว้สำหรับการเกษียณ

การวางแผนการเงินหลังเกษียณล่วงหน้าที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เรามีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และรักษามาตรฐานการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในรูปแบบที่ต้องการ

อ่านบทความเรื่องการบริหารเงินอื่นๆ ได้ที่ https://bit.ly/3wrxeBR
หรืออยากพูดคุย ปรึกษาเรื่องการวางแผนการเงินจากนักวางแผนการเงิน CFP ติดต่อได้ที่ https://bit.ly/3qY5Jg2

ติดตามข่าวสารสมาคมฯ ผ่านช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
📌 LINE Official Account https://page.line.me/cfpthailand
📌 YouTube https://www.youtube.com/
📌 TikTok https://www.tiktok.com/
📌 Blockdit https://bit.ly/45QrD4A
📌 Spotify Podcast https://spoti.fi/45kkuIV
📌 Apple Podcast https://apple.co/3QwZ4UJ

เป้าหมายชีวิตสำเร็จได้ด้วย นักวางแผนการเงิน CFP®
#นักวางแผนการเงินCFP #เป้าหมายการเงิน #วางแผนชีวิต #วางแผนการเงิน #เกษียณ

ที่อยู่

Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Financial Freedomผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Financial Freedom:

แชร์