SME Asean Community

SME Asean Community แลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า และ สินค้าทั่วโลก
รับ sendeer และ load global financial exchange world

มติชนออนไลน์ รายงานว่า ทั่วโลกเกาะติดผลเลือกตั้ง ลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลเมียนมา สหรัฐ-สหภาพยุโรปจ่อยกเลิกคว่ำบาตรเป็นทางการ ทั...
27/02/2016

มติชนออนไลน์ รายงานว่า ทั่วโลกเกาะติดผลเลือกตั้ง ลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลเมียนมา สหรัฐ-สหภาพยุโรปจ่อยกเลิกคว่ำบาตรเป็นทางการ ทัพธุรกิจชาติตะวันตกเตรียมบุก คาดมูลค่าเงินลงทุนพุ่งพรวดหลังมี ครม.ใหม่ ทุนไทยไม่น้อยหน้า "สหพัฒนฯ-คาราบาว กรุ๊ป-Tharaphu Decor" รอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจก่อนขยับลงทุน

แม้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมายังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อ 4 พ.ย. 2558 เป็นทางการ แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ภายใต้การนำของนางออง ซาน ซู จี รวมถึงผู้สนับสนุนมั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายกำชัย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เป็นที่จับตามองของนานาประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจนักลงทุน ตลอดจนนักวิชาการของไทย ที่ต่างเกาะติดข่าวความเคลื่อนไหวใกล้ชิด

นาย วิน ไมยินต์ กรรมการบริหารพรรค NLD เปิดเผยว่า พรรคคาดว่าจะมีผู้สมัคร ได้รับการเลือกตั้งราว 80% จาก 323 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ (สภาผู้แทนราษฎรเมียนมามี ส.ส.ได้ 330 คน แต่จัดการเลือกตั้งได้เพียง 323 เขต) และผลการเลือกตั้งที่ประกาศออกมา 54 เขต ผู้สมัครจากพรรค NLD กวาดที่นั่งได้ 49 ที่นั่ง

ด้าน นายฮเต อู หัวหน้าพรรคสหภาพ สามัคคี และการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นแกนนำในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ แม้แต่ตัวนายอูเองก็พลาดท่าในเขตที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้ง

ยุโรปจ่อเลิกคว่ำบาตร-ทุนไหลเข้า

รอย เตอร์สระบุว่า การยอมรับความพ่ายแพ้ของหัวหน้าพรรค USDP เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันรวมถึงกองทัพจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2533 ที่พรรค NLD คว้าชัยแบบถล่มทลาย แต่รัฐบาลเผด็จการในขณะนั้นปฏิเสธที่จะก้าวลงจากอำนาจ

หากกระบวน การ ต่อจากนี้ไปจนถึงการเลือกตัวประธานาธิบดี และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใส นักวิเคราะห์มองว่า จะทำให้สหรัฐและสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเมียนมาอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้แขวนมาตรการลงโทษส่วนใหญ่ไว้ชั่วคราว หลังเมียนมามีรัฐบาลกึ่งพลเรือนภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง

การ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจะหนุนให้ธุรกิจจากตะวันตกเข้าลงทุนในเมียนมามากขึ้น จากเดิมที่สนใจอยู่แล้ว โดยปีงบประมาณ 2557 ที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เมียนมามีมูลค่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ 8,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึง 20 เท่า และคาดว่าจะพุ่งขึ้นรวดเร็วยิ่งขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่

เปิดประตู ศก.รับนักลงทุนทั่วโลก

ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งเมียนมาครั้งนี้ว่า ภาพใหญ่ทางการเมืองและเศรษฐกิจเมียนมา เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย โดยทหารเป็นฝ่ายริเริ่ม ยินยอมให้การเลือกตั้ง และรัฐบาลทหารได้ออกแบบรัฐธรรมนูญ พร้อมยังคงกุมอำนาจบางส่วนอยู่

"คาด ว่านางออง ซาน ซู จี จะมีส่วนสำคัญในการบริหารประเทศ ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลพลเรือน แม้ทหารยังมีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารประเทศในสัดส่วน 25% และยังคุม 3 กระทรวงหลัก คือ กลาโหม, มหาดไทย และกิจการชายแดน และพรรค NLD คงไม่สามารถบริหารประเทศได้โดยไม่ปรึกษาทหาร"

ภาพ ทางเศรษฐกิจ เมื่อการเมืองนิ่ง มีเสถียรภาพ จากนี้จะเห็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ เดินหน้าเข้าลงทุนในเมียนมามากขึ้น โอกาสเมียนมาหลังเลือกตั้งคือ ประเทศมีกติกาชัดเจน ทุกโครงสร้างอำนาจยอมรับร่วมกัน พรรคทหารมีการปรับตัวช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เมียนมามีความลงตัวทางอำนาจ มีรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง, มีรัฐธรรมนูญ และทหารร่วมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคง ทำให้การเจรจาการค้า การลงทุน การทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น

"บรรยากาศ ดังกล่าวจะเปิดให้กลุ่มประเทศที่เคยหันหลังให้เมียนมา ไปลงทุนมากขึ้น ทั้งสหภาพยุโรป, สหรัฐ และอังกฤษ และชัดเจนว่าที่ผ่านมาพรรค NLD และนางซู จี มีนโยบายเรื่องการต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ เมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ นักลงทุนจะเห็นภาพชัดว่าจะติดต่อกับฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติอย่างไร เมื่อการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจประเทศจะคล่องตัวมากขึ้น"

"คาราบาว กรุ๊ป" เดินหน้าตั้งรง.

นาย เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บมจ.คาราบาว กรุ๊ป กล่าวว่า ทิศทางของการลงทุนในเมียนมาต่อจากนี้ นักลงทุนยังต้องจับตาการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตัวมองว่าหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เมียนมาจะแข็งแกร่งมากขึ้น เช่นเดียวกับแผนเข้าไปลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น บริษัทติดตามผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใกล้ชิด หากเป็นไปอย่างราบรื่นจะเดินหน้าลงทุนตามแผนที่วางเอาไว้ปีหน้า

"ยัง ต้องรอดูว่าพรรค NLD จะร่วมมือกับกลุ่มอำนาจเดิมพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไร แต่ 2 ปีที่ผ่านมา เมียนมามีสัญญาณชัดเจนว่าเดินหน้าเปิดประเทศ และยอมรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนพลิกโฉมอย่างรวดเร็ว"

สหพัฒนฯชี้ยังมีข้อจำกัด

ขณะ ที่นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บมจ.สหพัฒนพิบูล มองว่าสถานการณ์การลงทุนในเมียนมาไม่น่าเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลกระทบมากนัก บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนเพิ่มจากเดิมที่ได้เข้าไปลงทุนมาสักระยะแล้ว อาทิ โรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และมีธุรกิจจัดจำหน่าย จะเน้นขยายช่องทางให้มากขึ้น ล่าสุดบริษัทในเครือคือ ไลอ้อน ได้ร่วมทุนกับท้องถิ่นผลิตผงซักฟอก แม้ขณะนี้นักลงทุนสนใจลงทุนในเมียนมา แต่อีกนานกว่าทุกอย่างจะลงตัว

"นอก จากนี้ยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่อง พลังงาน ค่าเช่าที่ดินแพง ความไม่พร้อมด้านสาธารณูปโภค ทำให้ชะลอแผนลงทุนนิคมอุตสาหกรรม หลังสำรวจตลาดเมื่อ 1-2 ปีก่อน ที่น่าสนใจคือ การผลิตสินค้าในเมียนมายังมีน้อย เราจึงสนใจหาฐานการผลิตใช้บริโภคภายในประเทศ สร้างการเติบโตให้สินค้าของเราด้วย"

รอดูโฉมหน้ารัฐบาล

นาย ณัฐวิน พงษ์เภตรารัตน์ รองนายกสมาคมนักธุรกิจไทยพม่า และกรรมการผู้จัดการ Tharaphu Decor Co.,Ltd. ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ และมีโชว์รูมในกรุงย่างกุ้ง ชี้ว่า ช่วงนี้ธุรกิจที่เตรียมแผนลงทุนบางส่วนอาจชะลอไว้ชั่วคราว รอดูแนวทางการตั้งรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางใด เช่น หากพรรค NLD ชนะการเลือกตั้งขาดลอยได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หรือต้องตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับฝ่ายทหาร เพราะมีผลต่อนโยบายด้านต่าง ๆ รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ

"ผล ที่เกิดขึ้นทันทีจากการเลือกตั้งทำให้ บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น เพราะการเลือกตั้งโปร่งใส เพียงแต่ที่ผ่านมาการหาเสียงของทั้ง 2 พรรคไม่มีการประกาศนโยบายเศรษฐกิจชัดเจน แต่คิดว่าทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะมีนโยบายเปิดเรื่องการค้า การลงทุน"

เมียนมาร่วมถกผู้นำ AEC พ.ย. นี้

ด้าน นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การประชุมระดับผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 27 วันที่ 19-22 พ.ย.นี้ คาดว่าจะมีสมาชิกทุกประเทศเข้าร่วม รวมถึงเมียนมา ประเด็นที่จะหารือเป็นการสานต่อการดำเนินการภายหลังการรวมกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) วันที่ 1 ม.ค. 2559 โดยเฉพาะการผลักดันร่างพิมพ์เขียวอาเซียน 2025 (Blueprint 2025) ซึ่งไทยต้องให้ความสำคัญกับภาคบริการเพิ่มขึ้น การสร้างความเชื่อมโยงภายในประเทศและภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรับปรุงกฎระเบียบในประเทศอำนวยความสะดวกและลดปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

รายงาน ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มูลค่าการค้าไทย-เมียนมา ช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2558) อยู่ที่ 5,942.07 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเป้ามูลค่าการค้าที่วางไว้ว่าจะขยายตัว 20% จากปีก่อนที่ 8,155.83 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 3,077.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.10% นำเข้า 2,864.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.18% สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องดื่ม น้ำมันสำเร็จรูป ปูน น้ำตาล และเหล็ก สินค้านำเข้า อาทิ ก๊าซธรรมชาติ สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ ผักและผลไม้ปรุงแต่ง และน้ำมันดิบ เป็นต้น

โปรเจ็กต์ทวายไม่ระคาย

นาย ปรเมธี วิมลสิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลพม่าหลังจากมีการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจะไม่มีผลต่อ โครงการทวาย เนื่องจากโครงการยังเดินหน้าพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง หลัง บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้พัฒนาโครงการระยะแรกเสร็จแล้วทั้งท่าเรือ ระบบไฟฟ้า การคมนาคม พื้นที่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ยังเหลือในส่วนของการก่อสร้างถนนเชื่อมจากทวายมายังชายแดนไทย ซึ่งทางพม่าอยู่ระหว่างขออนุมัติสภาหลังรัฐบาลไทยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยผ่อน ปรนมาก่อสร้าง วงเงิน 3,900 ล้านบาท

สำหรับ การพัฒนาโครงการเฟสที่ 2 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นตอบตกลงที่จะร่วมลงทุนด้วยกับรัฐบาลไทยและพม่า ในรูปแบบ SPV (นิติบุคคลเฉพาะกิจ) จะมี 3 ประเทศถือหุ้นร่วมกัน สัดส่วนยังไม่นิ่ง อาจจะประเทศละ 35% ภายใน ธ.ค.นี้จะมีการลงนาม MOU ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น หลังมีการประชุมระดับนโยบายที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธาน แล้วจากนั้นจะเปิดประมูลโครงการก่อสร้างและลงทุนใน 7 โครงการ และจะมี SPV เป็นผู้บริหารโครงการ เช่น อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค ท่าเรือน้ำลึก โรงงานไฟฟ้า เป็นต้น

ที่มา : มติชนออนไลน์ประชาธิปไตยทำให้เมียนมาร์ ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก

ลาวเมืองน้อง ล้ำหน้าเมืองพี่อย่างไทย ผุดเมกะโปรเจ็คใหญ่ Disney Laosไทย-ลาว เมืองพี่เมืองน้อง แต่วันนี้ เมืองน้องอย่างลาว...
27/02/2016

ลาวเมืองน้อง ล้ำหน้าเมืองพี่อย่างไทย ผุดเมกะโปรเจ็คใหญ่ Disney Laos

ไทย-ลาว เมืองพี่เมืองน้อง แต่วันนี้ เมืองน้องอย่างลาว เริ่มขยับพัฒนาแซงหน้าเมืองพี่เสียแล้ว โดยสื่อมวลชนในลาว ได้นำเสนอข่าวความคืบหน้าในโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ท่าแขก-อีสาน หรือ Thakhaek Ehsan International Financial Centre ซึ่งจะมีการผุดเมกะโปรเจ็คภายใต้โครงการดังกล่าว ด้วยการสร้างสวนสนุกของดิสนีย์แลนด์ในลาว และเริ่มก่อสร้างในเดือนหน้า โดยใช้ชื่อว่า "Disney Laos" ตั้งอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษท่าแขก แขวงคำม่วน ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างลาวกับจังหวัดนครพนมของไทย

โครงการ Disney Laos จะใช้เงินลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 185,000 ล้านบาท ส่วนการก่อสร้างศูนย์กลางการเงินและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ จะใช้งบ 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 111,000 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหลักคือ Akane Farm Sole Company ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติมาเลเซีย แต่มีนักธุรกิจไทยเข้าหุ้นด้วยร้อยละ 20 โดยคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 7-10 ปี ขณะที่ทาง Akane และหุ้นส่วนซึ่งประกอบด้วยบริษัทมาเลเซียอีก 3 บริษัท รวมถึงบริษัทไทยและลาว ได้สัญญาเช่าที่ดิน 75 ปีจากรัฐบาลลาวในการทำโครงการนี้

ข่าวเด่น : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก...
27/02/2016

ข่าวเด่น : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ

เมื่อวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2559 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Ministers' Retreat – AMM Retreat) ที่เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยปีนี้ สปป.ลาวในฐานะประธานอาเซียน ได้กำหนดหัวข้อหลักของการเป็นประธานว่า "เปลี่ยนวิสัยทัศน์ไปสู่ความจริงเพื่อประชาคมอาเซียนที่มีพลวัต" (Turning Vision into Reality for a Dynamic ASEAN Community) การประชุมเเบ่งเป็น 2 ช่วงหารือ ดังนี้

ช่วงที่ 1 ประเด็นภายในอาเซียนเเละประเด็นเร่งด่วนในปี 2559 ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของ สปป.ลาว ที่ประชุมเห็นพ้องถึงการสร้างประชาคมอาเซียนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เเละสร้างความตื่นตัว เเละเพิ่มบทบาทของประชาชน โดนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เน้นย้ำหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง เเละลดช่องว่างการพัฒนา

ประเทศไทยเห็นว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเป็นส่วนสำคัญของการสร้างประชาคมอาเซียนซึ่งเป็นเเนวทางที่สอดคล้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SCGs) ของสหประชาชาติ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ไทยเป็นผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับองค์กรที่เกี่ยวข้องของสหประชาชาติในการหารือเกี่ยวกับการผลักดันวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค ประเทศสมาชิกยังควรเร่งเสริมสร้างความเชื่อมโยง ทั้งในด้านเส้นทางคมนาคมขนส่งเเละในด้านกฎระเบียบ เพื่อให้ประชาคมอาเซียนสามารถเป็นฐานการผลิตเเละตลาดร่วมได้อย่างเเท้จริง พร้อมกันนี้ ประเทศสมาชิกก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดจากความเชื่อมโยงที่มากขึ้น อาทิ การบริหารจัดการชายเเดน อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางไซเบอร์ เป็นต้น

ที่ประชุมได้หารือถึง "วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025” เเละเห็นว่าเเผนยุทธศาสตร์ของประเทศสมาชิกควรสอดคล้องกับวิทัศน์ดังกล่าว นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้การสนับสนุนประเด็นเร่งด่วนที่ลาวในฐานะประธานอาเซียนให้ความสำคัญ เพื่อส่งเสริมเเละสร้างเสริมความเข้มเเข็งให้กับประชาคมอาเซียน ได้เเก่ การดำเนินการตาม "วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025” การลดช่องว่างการพัฒนา การอำนวยความสะดวกด้านการค้า การส่งเสริมเเละพัฒนา SMEs วาระด้านการเชื่อมโยงภายหลังปี 2015 การท่องเที่ยว การจ้างงานเเละสร้างงาน เเละการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน

ช่วงที่ 2 ประเด็นความสัมพันธ์กับภาคีภายนอกเเละความเป็นเเกนกลางของอาเซียน ที่ประชุมได้ย้ำความสำคัญของความเป็นเเกนกลางของอาเซียนในโครงสร้างความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนเเปลงไป โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ เเสดงความสนใจที่จะมีปฎิสัมพันธ์กับอาเซียนในระดับต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยได้เสนอให้อาเซียนมีการประสานงานกันมากขึ้นเเละมีท่าทีร่วมกันก่อนการประชุมต่าง ๆ กับประเทศคู่เจรจา เพื่อให้อาเซียนสามารถเป็นผู้กำหนดทิศทางของการหารือเเละผลักดันผลประโยชน์ของอาเซียนได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันถึงเเนวทางการดำเนินความสัมพันธ์กับภาคีใหม่ที่เเสดงความสนใจมีปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน ในการนี้ ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป ได้รายงานความคืบหน้าเเละหารือเกี่ยวกับการเตรียมการการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-อียู (ASEAN-EU Ministerial Meeting-AEMM) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปีนี้ด้วย

ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างบทบาทนำของอาเซียนในภูมิภาค โดยเฉพาะการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เเลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคเเละระหว่างประเทศ เเละความท้าทายต่าง ๆ อาทิ การก่อการร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ การโยกย้ายถิ่นฐานเเบบไม่ปกติ เเละพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง คาบสมุทรเกาหลี เเละทะเลจีนใต้

กิจกรรมกรมที่น่าสนใจ : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศจัดเทศกาลดนตรีอาเซียน (ASEAN MUSIC FESTIVAL)กรมอาเซียน กระทรวงการต...
27/02/2016

กิจกรรมกรมที่น่าสนใจ : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศจัดเทศกาลดนตรีอาเซียน (ASEAN MUSIC FESTIVAL)
กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
จัดเทศกาลดนตรีอาเซียน (ASEAN MUSIC FESTIVAL)
ระหว่างวันที่ 29 - 31 มกราคม 2559

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายจักรกฤษณ์ ศรีวลี อธิบดีกรมอาเซียน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงานเทศกาลดนตรีอาเซียน (ASEAN Music Festival) ณ สวนเบญจสิริ กรุงเทพมหานคร

นายจักรกฤษณ์ ศรีวลี อธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า “โครงการเทศกาลดนตรีอาเซียน (ASEAN Music Festival) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งเพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน ได้รู้จักประเทศเพื่อนบ้านให้ดียิ่งขึ้น โดยผ่านดนตรีและวัฒนธรรมร่วมสมัย เราใช้แนวคิด Switch On ASEAN – Beats Beyond Borders เพื่อสื่อให้เห็นถึงการเปิดสู่ประชาคมอาเซียน โดยใช้ดนตรีเชื่อมโยงผู้คนจากต่างที่ ต่างเชื้อชาติ ภาษา ให้รวมเป็นหนึ่งเดียว เวทีนี้จะรวมศิลปินที่มีชื่อเสียงจาก 10 ประเทศสมาชิก มาแสดงสดบนเวทีเดียวกัน เพื่อเน้นให้เห็นจุดร่วมทางอัตลักษณ์แห่งความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยเละประชาชนได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วม และพร้อมที่จะขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนไปข้างหน้าด้วยกัน”

เทศกาลดนตรีอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2559 โดยมีศิลปินที่มีชื่อเสียงจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มาแสดง ได้แก่ Putri Norizah จากบรูไนฯ Laura Mam จากกัมพูชา Afgansyah Reza และ Rio Sidik จากอินโดนีเซีย Alexandra Bounxouei และวง CELLS จากลาว Shazroul และ Poova จากมาเลเซีย Ah Moon และ Phyu Phyu Kyaw Thein จากเมียนมา Portia Rana และวง The Philippines Connection จากฟิลิปปินส์ Daphne Khoo จากสิงคโปร์ วง 25 Hours วง Room 39 ป๊อบ ปองกูล ไก่ อัญชุลีอร เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ เบิร์ดกะฮาร์ท วงกอไผ่ และวงสีหยด จากไทย และวง Viet Wonder จากเวียดนาม โดยศิลปินทั้ง 10 ประเทศได้ร่วมกันร้องเพลง ASEAN One ในพิธีเปิด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน ซึ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง : การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๒๗ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซ...
27/02/2016

ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง : การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๒๗ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๒๗ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย



เมื่อวันที่ ๒๑ - ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๒๗ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๑๑ การประชุม ได้แก่ การประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา ได้แก่ จีน อินเดีย สหรัฐฯ นิวซีแลนด์ (เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ครบรอบ ๔๐ ปี) สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น และสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังมีการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี) การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก และการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนบวกสามกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเชียตะวันออก

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้นำอาเซียนได้ประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ รวมถึงประกาศวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ และแผนงานประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ ซึ่งมีระยะเวลา ๑๐ ปี (๒๕๕๙-๒๕๖๘) ประกอบด้วยประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม

ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการรวมตัวและความเชื่อมโยงที่มากขึ้นในภูมิภาค อาทิ ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ภัยพิบัติ การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ และอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังยืนหยัดที่จะร่วมมือกันต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่งรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยได้ประณามการก่อการร้าย ณ กรุงปารีสและในที่ต่าง ๆ สำหรับประเด็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาค ผู้นำให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความเป็นแกนกลางของอาเซียน เพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับมหาอำนาจและคู่เจรจาอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ โดยในการประชุมครั้งนี้ อาเซียนได้ยกระดับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และนิวซีแลนด์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับประเด็นที่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังจับตามอง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผู้นำอาเซียนได้ยืนยันความพร้อมเข้าร่วมการประชุม COP21 ณ กรุงปารีส ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ และสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งผู้นำได้แสดงความห่วงกังวลและเน้นย้ำให้คลี่คลายปัญหาโดยสันติวิธีและการเจรจา

ประเด็นที่ไทยผลักดันในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การสร้างประชาคมที่มีความเข้มแข็งจากภายในมีความเป็นเอกภาพ ความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคการเกษตร การท่องเที่ยวทางทะเล การใช้ประโยชน์จากเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบ ๑+๑ เพื่อส่งเสริมอาเซียนในฐานะตลาดและฐานการผลิตเดียว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดช่องว่างด้านการพัฒนา โดยมีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ และประชาชนอาเซียนก้าวหน้าไปด้วยกัน

ผู้นำอาเซียนได้ลงนามเอกสารสำคัญ ๓ ฉบับ ได้แก่ (๑) ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๑๕ (๒) ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕: มุ่งหน้าไปด้วยกันซึ่งรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ และแผนงานประชาคมอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ เเละ (๓) อนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก รวมทั้งรับรองเอกสารอี่น ๆ อีก ๑๘ ฉบับ ซึ่งแสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมความร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่แข็งขันของอาเซียนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ในโอกาสการประชุมนี้ ผู้นำอาเซียนและจีนได้เป็นสักขีพยานการลงนามพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและความตกลงที่เกี่ยวข้องระหว่างอาเซียนและจีน และนายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการแถลงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) พร้อมผู้นำของประเทศสมาชิก RCEP อีก ๑๕ ประเทศ (ประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) ซึ่งได้ให้ ความเห็นชอบการขยายเวลาการเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๕๙

ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯASEAN : Association of Southeast Asian NationsHome ASEAN information ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐ...
20/02/2016

ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ
ASEAN : Association of Southeast Asian Nations

Home ASEAN information ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ
ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2520 (ค.ศ. 1977) โดยในระยะแรกเน้นความร่วมมือด้านการพัฒนา ต่อมาขยายถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยประเทศสมาชิกอาเซียนประสงค์ที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ทั้งในระดับทวิภาคีและในลักษณะกลุ่มประเทศ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นด้านการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย และยังคงต้องการมีบทบาทสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคตลอดมา
ในปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ มีท่าทีที่จะให้ความสำคัญมากขึ้นกับภูมิภาคเอเชีย และเล็งเห็นความสำคัญของอาเซียนทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากการที่ประธานาธิบดี Barack Obama ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ (ASEAN-U.S. Leaders’ Meeting) รวม 3 ครั้ง ได้แก่
ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2552 ที่สิงคโปร์
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2553 ที่นครนิวยอร์ก
ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2554 ที่บาหลี
และมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมผู้นำฯ ครั้งที่ 4 ในเดือน พฤศจิกายน 2555(อาจขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งในสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน) โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำเสมอว่า สหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของแปซิฟิก (Pacific Nation) และแสดงเจตนารมณ์ของสหรัฐฯ ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Obama ยังได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit –EAS) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2554 ที่บาหลี อินโดนีเซีย ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ เข้าร่วม EAS
ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ในช่วงเดือน ก.ค. 2546 - ก.ค. 2549 ซึ่งในช่วงดังกล่าว อาเซียนและสหรัฐฯ มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย โดยทั้งสองฝ่ายได้จัดทำปฏิญญาร่วมอาเซียน-สหรัฐฯ เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย ระหว่างประเทศ (ASEAN-U.S. Joint Declaration for Cooperation to Combat International Terrorism) เมื่อปี 2545 และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Framework Arrangement – TIFA) ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อปี 2549
ประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญได้แก่ พัฒนาการในเมียนมาร์ สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ ASEAN Regional Forum (ARF) การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมการค้าและการลงทุนรวมทั้งการเชิญชวนให้ประเทศอาเซียนพิจารณาเข้าร่วมในกรอบความร่วมมือ Trans-Pacific Partnership (TPP) กรอบของความริเริ่มแม่น้ำโขง Lower Mekong Initiative (LMI) ซึ่งเน้นในเรื่อง คมนาคม การศึกษา สาธารณสุข และการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน การบริหารจัดการภัยพิบัติ การสนับสนุนการสร้างประชาคมอาเซียนภายในปี ค.ศ. 2015 และการพัฒนาความเชื่อมโยง ในภูมิภาคของอาเซียน การให้ความสำคัญของสถาปัตยกรรมในภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และการมีบทบาทที่แข็งขันในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit-EAS)
สหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่แต่งตั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา และปัจจุบันมีนาย David Lee Carden เป็นเอกอัครราชทูต
ที่ประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 1 ยังได้กำหนดให้มีการจัดตั้ง ASEAN-U.S. Eminent Persons Group (EPG) โดยมอบหมายภารกิจให้ EPG เสนอแนะแนวทางการยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ จาก ‘enhanced partnership’ เป็น ‘strategic partnership’ ต่อผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ โดยคาดว่าที่ประชุมผู้ทรงคุณวุฒิจะเสนอรายงานในการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายน 2555
รมว.กต. สหรัฐฯ นาง Hillary Clinton ได้นำคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ กว่า 100 คนเข้าร่วมในการประชุม US-ASEAN Business Forum (เป็นคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ใหญ่ที่สุดที่เดินทางมาหาแนวทางความร่วมมือและลงทุนในภูมิภาคอาเซียน) ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 13 ก.ค. 2555 โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์เป็นเกียรติแก่การประชุมดังกล่าวด้วย
กลไกความร่วมมือ
เมื่อปี 2548 สหรัฐฯ และอาเซียนได้ออกแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมกันว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วน เพิ่มพูนระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ (Joint Vision Statement on the ASEAN-US Enhanced Partnership) ซึ่งเป็นเอกสารกำหนดแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างกันทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
ปัจจุบัน อาเซียน-สหรัฐฯ มีกลไกความร่วมมือในหลายระดับ ได้แก่ การประชุมสุดยอด ผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ (ASEAN-U.S. Leaders’ Meeting – AULM) เป็นการประชุมระดับผู้นำ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐฯ (PMC) เป็นการประชุมประจำปีระหว่างรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐฯ การประชุม ASEAN-U.S. Dialogue เป็นการประชุม ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM) ซึ่งจัดขึ้นทุกปี โดยมีหัวข้อการหารือครอบคลุมทุกเรื่อง การประชุม ASEAN-U.S.Joint Cooperation Committee (JCC) เป็นการประชุมระหว่างเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอาเซียน กับเอกอัครราชทูตกิจการอาเซียนของสหรัฐฯ และการประชุม ASEAN-U.S. Working Group Meeting เป็นการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่ของประเทศสมาชิก เพื่อพิจารณาโครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียน และสหรัฐฯ ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในสาขาความร่วมมือตาม Plan of Action to Implement the ASEAN U.S. Enhanced Partnership

ธนาคารกรุงศรีมอง AEC
20/02/2016

ธนาคารกรุงศรีมอง AEC

กรมขนส่งทางบก บรรลุข้อตกลงธุรกิจเดินรถข้ามประเทศไปลาว รับอาเซียน ส่วนบริษัทรถเอกชน เล็งผุดเส้นทางเพิ่มจากทางน่าน ชี้ ช่ว...
20/02/2016

กรมขนส่งทางบก บรรลุข้อตกลงธุรกิจเดินรถข้ามประเทศไปลาว รับอาเซียน ส่วนบริษัทรถเอกชน เล็งผุดเส้นทางเพิ่มจากทางน่าน ชี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน

วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ทำข้อตกลงเรื่องการขนส่งทางถนน ระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินรถระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งในตอนนี้นั้นกำลังสำรวจเส้นทางการเดินรถเพิ่มเติม หลังจากที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 14 เส้นทาง มีเส้นทางหลัก 10 เส้นทาง ดังนี้

1. หนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์

2. อุดรธานี-นครหลวงเวียงจันทน์

3. ขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทน์

4. กรุงเทพฯ-นครหลวงเวียงจันทน์

5. อุบลราชธานี-ปากเซ

6. มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

7. นครพนม-ท่าแขก

8. เชียงใหม่-เชียงราย-บ่อแก้ว-หลวงน้ำทา-อุดมไชย-หลวงพระบาง

9. อุดรธานี-หนองคาย-วังเวียง

10. กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-ปากเซ

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสาร ทั้งไม่ประจำทาง และส่วนบุคคล มีทั้งหมด 285 ราย รถโดยสารทั้งหมด 677 คัน เพื่อทำให้เกิดการค้าระหว่างกันและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการรถสาธารณะในประเทศไทย มีโครงการที่จะเพิ่มเส้นทางการเดินรถมุ่งสู่ประเทศลาว โดยออกทางจังหวัดน่าน เนื่องจากมองว่าเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากหลวงพระบาง และสามารถช่วยกระตุ้นชายแดน จ.น่าน ให้คึกคักยิ่งขึ้นได้ โดยสถิติการส่งออกในปี 2555 อยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ปี 2556 เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท จึงทำให้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น

ที่อยู่

Bangkok
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66921242888

เว็บไซต์

https://www.suvimonproperty.com/Property-The-Night-Condo.php

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SME Asean Communityผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SME Asean Community:

แชร์