Allianz Ayudhya Health Protection

Allianz Ayudhya Health Protection ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Allianz Ayudhya Health Protection, ตัวแทนขายประกัน, Bangkok.

เตรียมวางแผนหลังเกษียณกันรึยังคะ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 097-3212010Line id: pattysecrete
22/10/2015

เตรียมวางแผนหลังเกษียณกันรึยังคะ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 097-3212010
Line id: pattysecrete

ปรับการกินแก้`ท้องอืด-ท้องเฟ้อ`"อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ" นั้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นอาการปกติ...
01/10/2015

ปรับการกินแก้`ท้องอืด-ท้องเฟ้อ`

"อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ" นั้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่านิ่งนอนใจ ถ้าหากคุณมีอาการมากผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย
วันนี้เรามารู้สาเหตุเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านั้น และวิธีดูแลตัวเอง เพื่อกันตัวเองออกจากร้ายและมีสุขภาพกายที่แข็งแรง
รู้จักโรคนี้ให้ดีกว่าเดิม
ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อย (dyspepsia) เป็นอาการผิดปกติของ ท้องหรือลำไส้ มักมีอาการบริเวณตรงกลางของท้องด้านบน อยู่ระหว่างใต้ลิ้นปี่และเหนือสะดือ อาการของโรค เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง มีการบีบรัดของลำไส้ ท้องหลาม ตึงๆ อืดๆ มีลม หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร เรอเหม็นเปรี้ยว และอาจมีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกเหนือลิ้นปี่ และบางรายอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน อิ่มเร็วร่วมด้วย
สาเหตุ
1. อาหารที่มีไขมันสูง เช่น แกงกะทิ ช็อกโกแลต เนย และนม (คนฝั่งเอเชียมักไม่ค่อยคุ้นชินกับนม เมื่อดื่มอาจเกิดอาการท้องอืดได้) อาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด และ อาหารย่อยยาก เช่น เนื้อสัตว์
2. พฤติกรรมการกิน เช่น เร่งรีบกินอาหาร เคี้ยวไม่ละเอียด กินอาหารผิดเวลา กินอาหารจนอิ่มมากเกินไป หรือการนอนหลังจากกินอาหารเสร็จใหม่ๆ ทั้งนี้รวมไปถึงการ “ กินลม “ ด้วย ซึ่งได้แก่ การพูดมากๆ (ลมเข้าปาก) การเคี้ยวหมากฝรั่ง การดูดลูกอมหรืออมยิ้ม การดูดนม ของเหลว หรือน้ำผ่านหลอดเล็กๆ การดื่มน้ำจากขวดปากแคบ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้กระเพาะอาหารมีลม หรือแก๊สมากขึ้นจนทำให้ท้องอืดตามมาได้
3. โรคของระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลกระเพาะอาหาร กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร (Gastro-esophageal Reflux Disease- GERD) กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือ นิ่วถุงน้ำดี
4. ยา ประเภทยาลดการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal Anti- inflammatory Drugs-NSAIDs) ที่ใช้บรรเทาอาการอักเสบตามข้อ หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช่น แอสไพริน ไดโคลฟีแนก ไพร็อกซีแคม นาโพรซิน และ อินโดเมทาซิน ซึ่งยากลุ่มนี้มีคุณสมบัติเป็นกรด ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร อาจเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ได้ แล้วถ้าใช้ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล
5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มน้ำอัดลม
6. บุหรี่
วิธีการดูแลตัวเองจากโรคท้องอืด
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่หมด พยายามกินให้ตรงเวลา กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด และไขมันสูง อย่ากินอาหารอิ่มจนเกินไป และหลังกินอาหารอิ่มใหม่ๆ ไม่ควรนอนราบทันที เพราะการนอนราบอาจทำให้กรดไหลจากกระเพาะอาหารย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหารได้ หรือ ที่เรียกว่า โรคกรดไหลย้อน ส่วนเรื่อง การกินลม ก็แค่เปลี่ยนมาเทใส่แก้วแทน การดื่มจากหลอด หรือ ขวด
2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม โซดา
3. หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs (เอ็นเสด) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์
4. ออกกำลังกาย ผ่อนคลายความตึงเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ใช้ยาขับลม เช่น ยาธาตุน้ำแดง ยาธาตุน้ำขาว หรือไม่ก็ยาหอม
สมุนไพรไทย หลายชนิดนำมาแก้อาการท้องอืดได้ แต่ถ้าฝืนใจกินสดๆ ไม่ไหว สามารถทานเมนูเหล่านี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงคำ บัวลอยน้ำขิง น้ำพริกกุ้งสด ทานคู่กับ ขมิ้นชัน โจ๊ก ใส่ขิง และโรยผักชี พร้อมใส่พริกไทยเยอะๆ ผัดกระเพรา หรือ เครื่องดื่มอุ่นๆอย่างน้ำเต้าหู้ ผสมธัญพืช
ข้อสำคัญอย่านิ่งนอนใจ
ส่วนใหญ่ถ้ามีอาการท้องอืดไม่มาก สามารถหายเองได้ แต่ถ้ามีสิ่งผิดปกติเหล่านี้ร่วมด้วย ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดต้องรีบไปพบคุณหมอด่วน เพราะนี่อาจเป็นอาการเริ่มต้นของ แผลในกระเพาะอาหาร นิ่วถุงน้ำดี โรคลำไส้แปรปรวน หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ได้ อาการที่ว่าเหล่านั้น คือ
-มีอาการท้องอืดติดต่อกันนานๆ
-น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
-อุจจาระมีสีดำ ถ่ายเหลวหรือแข็งเกินไป และมีอาการของท้องผูก ท้องเสียเป็นประจำ
-อาเจียน กลืนอาหารไม่ได้
-ตัวเหลือง ตาเหลือง
-มีอาการปวดร้าวและรุนแรงไปด้านหลัง ปวดบริเวณชายโครงด้านขวา


ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า..............................................

ประกันสุขภาพเด็ก เพื่อลูกหลานของท่าน จ่ายเบี้ยราคาเบาๆ สนใจติดต่อตัวแทนได้เลยค่ะ
22/09/2015

ประกันสุขภาพเด็ก เพื่อลูกหลานของท่าน จ่ายเบี้ยราคาเบาๆ สนใจติดต่อตัวแทนได้เลยค่ะ

กำลังมองหาการวางแผนภาษีอยู่รึป่าวคะวันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ!!! รีบจองด่วน..มีจำนวนจำกัดค่ะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ💱💵
10/07/2015

กำลังมองหาการวางแผนภาษีอยู่รึป่าวคะ
วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ!!!
รีบจองด่วน..มีจำนวนจำกัดค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ💱💵

แบบประกันสุขภาพปลดล็อค ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเป็นแบบเหมาจ่ายตามจริง ที่เพิ่มทางเลือก จ่ายเบี้ยถูกลงประมาณ 30%
31/03/2015

แบบประกันสุขภาพปลดล็อค ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเป็นแบบเหมาจ่ายตามจริง ที่เพิ่มทางเลือก จ่ายเบี้ยถูกลงประมาณ 30%

Alli กับสัญญาเพิ่มเติมประกัน "สุขภาพ ปลดล็อค" ที่เพิ่มทางเลือก จ่ายเบี้ยถูกลงประมาณ 30% คลิกเลย! http://bit.ly/1iTdFEy

13/03/2015

ในหน้าร้อนใครหลายคนมักจะนึกถึงทะเล หรือการออกไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ก็อย่าท่องเที่ยวกันจนลืมระวังในเรื่องของการดูแลสุขภาพกันบ้างนะคะ เพราะหน้าร้อนนั้นเป็นที่มาของโรคหลายๆโรค หากไม่ดูแลตัวเองก็อาจถูกโรคร้ายคุกคามได้นะค่ะ และเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง ก็มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมกับหน้าร้อนมาบอกต่อกันค่ะ

1. โรคอุจจาระร่วง (Acute Diarrhea)
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิที่ปะปนมากับอาหาร และเครื่องดื่ม

อาการ : ในทารกและเด็กเล็กๆ ที่เกิดจากเชื้อไวรัสอาจมีไข้ต่ำๆเป็นหวัด ต่อมามีอาการคลื่นไส้อาเจียนและถ่ายอุจจาระเหลวตามมา โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการอยู่นาน 1-6 วัน

วิธีป้องกัน : สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยในการรับ ประทานอาหาร การเก็บอาหาร และการปรุงอาหาร รวมทั้งล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

2. โรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning)
สาเหตุ :มีสาเหตุมาจากการที่เราได้รับสารพิษของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร หรือผลิตสารพิษในลำไส้เมื่อเราบริโภคเข้าไป

อาการ : มักเกิดอาการตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงจนถึง 8 วันหลังจากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปมักจะพบว่าในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกันจะมีอาการพร้อมกันหลายคน ซึ่งอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคล และปริมาณที่กิน อาการที่พบคือ คลื่นไส้ อาเจียน ตามด้วยอาการมีไข้ เบื่ออาหาร และอุจจาระร่วง มีตั้งแต่อาการอย่างอ่อนจนถึงรุนแรง อาจถ่ายมีมูกเลือดปนได้

วิธีป้องกัน : สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร การเก็บอาหาร และการปรุงอาหาร รวมทั้งล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

3. โรคอหิวาตกโรค (Cholera)
สาเหตุ : มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย (Vibrio cholerae) เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานเชื้อจะเข้าไปอยู่บริเวณลำไส้ และจะสร้างพิษ ออกมาทำปฏิกิริยากับเยื่อบุผนังลำไส้เล็ก

อาการ :
ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก มีเนื้ออุจจาระน้อย เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันร่วมกับมีอาการ และอาการแสดงของการขาดน้ำอย่างรวดเร็ว และรุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ไม่ปวดท้อง

วิธีป้องกัน : สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยในการรับ ประทานอาหารการเก็บอาหาร และการปรุงอาหาร รวมทั้งล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

4. โรคไข้ไทฟอยด์ (Typhoid)
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi เชื้อนี้จะเจือปนอยู่ในน้ำและอาหาร

อาการ : หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะปวดตามตัวมีไข้สูง40.5 องศา มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน 3-4 สัปดาห์

วิธีป้องกัน : รับการฉีด วัคซีนป้องกัน ไทฟอยด์ ไข้ Avoid risky foods and drinks. อีกทั้งหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มที่มีความเสี่ยง

5. โรคบิด (Dysentery)
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดบาซิลลัส นิยมเรียกว่าบิดไม่มีตัว เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดอะมีบยา นิยมเรียกว่าบิดมีตัว

อาการ :

บิดไม่มีตัว ช่วงที่อาการยังไม่รุนแรงจะไม่สบายท้อง ถ่ายเหลวเป็นมูกเลือด และปวดบิดแต่ไม่มาก ช่วงที่อาการรุนแรง จะปวดท้องบิดอย่างรุนแรงมีไข้สูง อาเจียน ถ่ายมีมูกเลือดและหนองปน ถ่ายน้อยแต่บ่อยมาก ถ้าร่างกายอ่อนแอมีโอกาสชักได้

บิดมีตัว การติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่ปรากฏอาการแต่อาจเป็นแบบบิดเฉียบพลัน มีไข้สูงหนาวสั่นอุจจาระร่วงมีเลือดหรือมูกปนเลือด หรือมีอาการเล็กน้อย อุจจาระร่วงมีเลือดหรือมูกปนสลับกับอาการท้องผูก เชื้ออาจแพร่กระจายไปตามกระแสโลหิต ทำให้เกิดก้อนฝีที่ตับ ปอด หรือสมอง

วิธีป้องกัน : รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรง ดูแลสุขอนามัยในการรับประทานอาหารการเก็บอาหาร และการปรุงอาหาร รวมทั้งล้างมือ หลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

6. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาหายแต่สามารถป้องกันได้ผู้ป่วยมักคงสภาพอยู่ได้นานไม่เกิน 1 สัปดาห์ และเสียชีวิตเนื่องจากอัมพาตของกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจ ในประเทศไทยยังมีรายงานการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าโดยสาเหตุหลักเกิดขึ้นจาก สุนัข

อาการ : อาการแสดงของโรคมักเป็นการอักเสบสมองและเยื่อสมอง ในระยะ 2-3 วันแรกผู้ป่วยจะปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีไข้ คันหรือปวดบริเวณรอยที่ถูกกัดทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้วต่อมาจะหงุดหงิด กระสับกระส่าย ตื่นเต้นไวต่อสิ่งเร้ารอบกาย ไม่ชอบแสง ลม มีน้ำลายไหล กล้ามเนื้อคอกระตุกเกร็งขณะพยายามกลืนอาหารหรือน้ำ ทำให้เกิดอาการ "กลัวน้ำ" ต่อมาจะเริ่ม เพ้อคลั่ง สลับกับอาการสงบ ชัก ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นอัมพาตโดยมีอาการแขนขา
อ่อนแรงหมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด

วิธีป้องกัน : การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ดีที่สุดคือ ระวังอย่าให้ถูกสุนัขกัดหรือแมวกัด เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่จะมาจากน้ำลายสัตว์ที่เป็น โรคอยู่แล้ว ที่สำคัญที่สุด คือ การเสริมภูมิคุ้มกันในสุนัขซึ่งเป็นสัตว์นำโรคหลัก รวมทั้ง การควบคุมจำนวนสุนัข

23/02/2015

รับมือโรคหวัดอย่างไร ให้เหมาะสม

สาเหตุส่วนใหญ่ของการเป็นหวัดเกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสก่อโรค ร่วมกับสภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เช่น เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งการแก้ไขอาการที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นอาจใช้ยาสามัญประจำบ้านเพื่อบรรเทาอาการก่อน เช่นพาราเซตามอล (paracetamol) สำหรับลดไข้ คลอเฟนนิรามีน (chlorpheniramine) สำหรับลดน้ำมูก รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นเพื่อละลายเสมหะ การดื่มน้ำมากๆ และการเช็ดตัวจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการร่วมมากขึ้นหรือมีอาการที่รุนแรง เช่น ไข้สูงลอย ไอมาก หอบเหนื่อย ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการรักษาต่อไป

โดยทั่วไปยาที่ใช้เมื่อเป็นหวัดจะเป็นยาที่ใช้เพื่อรักษาตามอาการ เนื่องจากไม่มีการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสก่อโรคโดยตรง ยกเว้นในบางกรณีที่จำเป็น ดังนั้นจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็สามารถหยุดใช้ยาได้ ยาที่นิยมใช้ทั่วไปเมื่อเป็นหวัดมีดังนี้

ยาลดไข้

โดยทั่วไปยาที่นิยมสำหรับลดไข้ คือ paracetamol สำหรับผู้ใหญ่ รับประทานยาขนาด 500 mg ต่อเม็ด จำนวน 1-2 เม็ด สามารถรับประทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง ใช้ไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน และไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เนื่องจากมีโอกาสเกิดพิษต่อตับ สำหรับเด็กจะต้องมีการปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัว ดังนั้นควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร

มะเร็ง โรคร้ายอันดับ 1   ทำตอนแข็งแรงกันเถอะครับ สนใจสมัครได้เลยครับ ที่นี่
20/02/2015

มะเร็ง โรคร้ายอันดับ 1 ทำตอนแข็งแรงกันเถอะครับ
สนใจสมัครได้เลยครับ ที่นี่

ในเทศกาลตรุษจีนนี้ขอให้ทุกท่านเฮงๆ รวยๆ นะครับ
20/02/2015

ในเทศกาลตรุษจีนนี้ขอให้ทุกท่านเฮงๆ รวยๆ นะครับ

09/02/2015

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ท่านจะไปรักษาตัวได้ที่แพทยสภา ลิงค์นี้เลย
http://www.tmc.or.th/service_check.php

ลักษณะของสัญญา บันทึกสลักหลังแนบท้ายสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ (ผู้ป่วยนอก – OPD) ทั้งในโรงพยาบาลและคลีนิกเป็นบันทึกสล...
06/02/2015

ลักษณะของสัญญา บันทึกสลักหลังแนบท้ายสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ


(ผู้ป่วยนอก – OPD) ทั้งในโรงพยาบาลและคลีนิก
เป็นบันทึกสลักหลังที่ซื้อแนบได้กับสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ(HS) เท่านั้นโดยให้ความคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย ในกรณีบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยในฐานะผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล หรือคลินิค

ผลประโยชน์ (OPD)
หากผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยจนเป็นเหตุให้ต้องรับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล หรือคลินิค บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สำหรับการตรวจรักษา ไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน ตามจำนวนเงินที่ ผู้ขอเอาประกันภัยจ่ายจริง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวนเงินต่อครั้งตามที่กำหนดไว้ใน “รายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย” และไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี

หมายเหตุ

ขึ้นอยู่กับกฏเกณฑ์พิจารณารับประกันภัยของบริษัท
ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลสำหรับเพื่อประกอบการขายเท่านั้น มิใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดของสัญญาประกันภัย ความคุ้มครองที่ท่านซื้อพร้อมข้อกำหนด เงื่อนไข และผลประโยชน์จะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น

03/02/2015

เกร็ดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

ระยะของโรคมะเร็ง (Stage of Cancer)

# เป็นตัวบ่งบอกการลุกลาม ความรุนแรง ของโรคมะเร็ง การที่แพทย์ทราบระยะของโรคแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคได้

# ระยะของโรคมะเร็งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคเปลี่ยนแปลงไป

# ระยะโรคแบบ TNM มาจาก T (Tumor) ขนาดก้อน N (Lymph nodes) ต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งลุกลามไป M (Metastasis) การแพร่กระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่น

# ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นระยะที่ 0 ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ระยะที่ 4

การแบ่งระยะของโรคอาศัยการตรวจร่างกาย การเอ็กซเรย์ต่าง ๆ ผลเลือด ผลชิ้นเนื้อ ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด เป็นตัวกำหนด

ที่อยู่

Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

0816442447

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Allianz Ayudhya Health Protectionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์