PiTi-ปิติของสะสม

PiTi-ปิติของสะสม I am amulets, coins, antiques collector and, traders feel free to contact me if have questions.

10/05/2026
Dooney & Bourke รุ่น All-Weather Leather (AWL) 1. ประวัติของแบรนด์ (History) ก่อตั้ง: ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ที่รัฐคอนเนต...
10/05/2026

Dooney & Bourke รุ่น All-Weather Leather (AWL)
1. ประวัติของแบรนด์ (History)
ก่อตั้ง: ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ที่รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา โดย Peter Dooney และ Frederic Bourke
ยุครุ่งเรือง: ในปี 1981 แบรนด์ได้ปฏิวัติวงการด้วยการเปิดตัวหนัง "All-Weather Leather" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความทนทานของอานม้า ทำให้กระเป๋ามีเอกลักษณ์ที่ความสมบุกสมบันแต่ยังดูหรูหรา
ความคลาสสิก: ในช่วงปี 80s และ 90s กระเป๋ารุ่นนี้ถือเป็น "It Bag" ของยุคนั้น และถูกยกย่องว่าเป็นงานดีไซน์แบบ American Heritage ที่ไม่มีวันล้าสมัย
2. จุดเด่นที่ต้องโฟกัส (Highlights)
วัสดุหนัง AWL: เป็นหนังวัวแท้ที่ผ่านกรรมวิธี "Shrunken" (ทำให้หดตัว) เพื่อให้รูขุมขนปิดสนิท ส่งผลให้ กันน้ำได้โดยธรรมชาติ และเกิดลายเม็ดหนัง (Pebble Grain) ที่ชัดเจนและทนต่อรอยขีดข่วน
Trim หนัง Vachetta: ขอบและสายกระเป๋ามักใช้หนังสีน้ำตาล (British Tan) ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ สีจะเข้มขึ้นสวยงาม (Patina)
โลโก้เป็ด (The Duck): สัญลักษณ์เป็ดหมายถึงความสามารถในการกันน้ำ (น้ำกลิ้งบนหลังเป็ด) ซึ่งรุ่นวินเทจจะมีทั้งแบบแสตมป์ลงบนหนัง และแบบป้ายวงกลมเย็บติด
ความทนทาน: ขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานที่ยาวนานนับสิบปี ยิ่งเก่ายิ่งดูขลังและคลาสสิก

พระสมเด็จ กรุบึงพระยาสุเรนทร์ พิมพ์ ปรกโพธิ์ ถือเป็นพระเครื่องที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมากครับ ทั้งในแง่ของพุทธศิลป์...
07/05/2026

พระสมเด็จ กรุบึงพระยาสุเรนทร์ พิมพ์ ปรกโพธิ์ ถือเป็นพระเครื่องที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมากครับ ทั้งในแง่ของพุทธศิลป์และผู้สร้างที่มีความเข้มขลังในทางวิทยาคม
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติและลักษณะเฉพาะของพระรุ่นนี้ครับ:
1. ประวัติผู้สร้าง
พระรุ่นนี้จัดสร้างโดย พันเอกพระยาสุเรนทร์ราชเสนา (พึ่ง สิงหเสนี) ซึ่งท่านเป็นบุตรของพระยาราชโยธา (ทัด สิงหเสนี) และเป็นหลานปู่ของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิง สิงหเสนี)
ท่านเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และเป็นผู้สร้าง วัดบึงพระยาสุเรนทร์ (เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) ท่านได้จัดสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์และแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมบุญ รวมถึงเหล่าทหารในบังคับบัญชา
2. มวลสารและการปลุกเสก
จุดเด่นที่สุดของพระกรุบึงพระยาสุเรนทร์คือ "เนื้อผงน้ำมัน" หรือที่นักสะสมมักเรียกว่า "เนื้อเขียว" ซึ่งมีกรรมวิธีผสมมวลสารที่เป็นเอกลักษณ์:
• ผงพุทธคุณ: ท่านได้รวบรวมผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และว่านยาที่มีพุทธคุณทางด้านคงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม
• การปลุกเสก: หลังจากสร้างเสร็จ ท่านได้นำพระไปให้ หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น (และเป็นอาจารย์ของหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว) เป็นผู้ปลุกเสกให้ จึงทำให้พระกรุนี้เป็นที่ยอมรับอย่างมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
3. ลักษณะของพิมพ์ปรกโพธิ์
พิมพ์ปรกโพธิ์เป็นหนึ่งใน 4 พิมพ์หลัก (สมเด็จฐาน 3 ชั้น, ปรกโพธิ์, พระเจ้า 5 พระองค์ และพิมพ์ฐานแซม) โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:
• องค์พระ: พระประธานประทับนั่งแสดงปางสมาธิ บนฐาน 3 ชั้น
• ใบโพธิ์: มีรายละเอียดของกิ่งโพธิ์และใบโพธิ์แผ่ปรกคลุมเหนือพระเศียรอย่างสวยงามและอ่อนช้อย
• เนื้อหา: เนื้อละเอียดแน่น มีสีเขียวอมเทา หรือเขียวมะกอก ซึ่งเกิดจากการผสมผงว่านและน้ำมันตังอิ๊ว ผิวพระมักจะมีคราบกรุบางๆ หรือมีลักษณะเป็นไขขาวขึ้นคลุมตามกาลเวลา
• ด้านหลัง: ส่วนใหญ่มักพบการ "จารยันต์" ด้วยเหล็กจาร เป็นยันต์ "ติ ติ อุ นิ" (ยันต์เหรียญเพชร) ซึ่งเป็นการจารสดในขณะที่เนื้อพระยังเปียกอยู่ ทำให้รอยจารมีความลึกและเป็นธรรมชาติ
4. ประวัติการแตกกรุ
พระชุดนี้แตกกรุออกมาครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ประมาณปี พ.ศ. 2485) เนื่องจากทางวัดต้องการนำพระออกมาแจกจ่ายเพื่อขวัญและกำลังใจแก่ทหารและประชาชน ต่อมามีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2512
5. พุทธคุณ
เชื่อกันว่าโดดเด่นอย่างยิ่งในด้าน "เมตตามหานิยม" และ "ร่มเย็นเป็นสุข" (ตามความหมายของปรกโพธิ์) แต่ในขณะเดียวกันก็มีชื่อเสียงด้าน "คงกระพันชาตรี" และแคล้วคลาดปลอดภัย เนื่องจากสร้างโดยสายทหารและปลุกเสกโดยหลวงปู่ทองครับ

รุ่น 4 เจ้าสัว, เหมือนมีมนต์สะกด :)
04/05/2026

รุ่น 4 เจ้าสัว, เหมือนมีมนต์สะกด :)

ได้หลวงปู่ทองมาห้อยสมใจแล้ว:)
03/05/2026

ได้หลวงปู่ทองมาห้อยสมใจแล้ว:)

สนุกละใช้ภาพจริงเเต่ใช้ Ai ช่วย ให้ภาพดูเป็นทางการมากขึ้น…ใช้เวลาน้อยลงมากหลวงปู่ธูป…คุณเเม่เล่าให้ฟัง ก่อนมีคุณเเม่ หลว...
03/05/2026

สนุกละใช้ภาพจริงเเต่ใช้ Ai ช่วย ให้ภาพดูเป็นทางการมากขึ้น…ใช้เวลาน้อยลงมาก
หลวงปู่ธูป…
คุณเเม่เล่าให้ฟัง ก่อนมีคุณเเม่ หลวงปู่ธูปเสกนำ้มะพร้าวให้คุณยายดื่มในช่วงเเพ้ท้อง เพราะเขื่อว่าจะทำให้คลอดง่ายขึ้น :)
หลวงพ่อปาน, หลวงปู่โต๊ะ, หลวงปู่ธูป

สาธุ ครับ

นานมาเเล้ว เจ็กอ้วนให้เเม่มา…เเม่ให้ฉัน…สาธุ ยังไม่ค่อยเห็นประวัติท่าน
03/05/2026

นานมาเเล้ว เจ็กอ้วนให้เเม่มา…
เเม่ให้ฉัน…
สาธุ ยังไม่ค่อยเห็นประวัติท่าน

17/04/2026

📝 เรื่องเล่าเช้านี้: เสน่ห์ตลาดพระสายใต้ เกร็ดฝั่งธน และบทเรียนหน้าตู้กระจก

วันนี้มีโอกาสได้ไปเดินตลาดพระเครื่องสายใต้ใหม่ตั้งแต่ 06.45 น. ถือเป็นการเปิดประสบการณ์เดินตลาดพระยามเช้าตรู่เป็นครั้งแรกของผม ตอนแรกก็แอบงงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องตื่นมาเดินเช้าขนาดนี้? แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบ... เพราะเคยได้ยินมาว่า "ตลาดพระตอนเช้าคือสมรภูมิของจริง" และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ

ระหว่างทาง ขับรถผ่านย่านคุ้นเคย จิตก็นึกไปถึง "หลวงพ่อช่วง วัดจำปา" เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งตลิ่งชัน ตอนแรกสองจิตสองใจว่าจะแวะไปกราบท่านที่วัดดีไหม แต่ด้วยความที่เช้าจัด วัดยังเงียบ และแอบเกรงใจแก๊งเจ้าถิ่นสี่ขา เลยขอเปิดรูปในมือถือแล้วตั้งจิตระลึกถึงท่านไปก่อน ไว้หาเวลาเหมาะๆ ค่อยเข้าไปกราบท่านเร็วๆ นี้

ยิ่งช่วงหลังได้มีโอกาสฟังผู้ใหญ่หลายท่านเล่าเรื่องราวของพระเกจิและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สายฝั่งธน ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากศึกษาเจาะลึกลงไปอีก อย่างน้อยวันนี้ก็เพิ่งถึงบางอ้อว่า พระที่นิมนต์มาทำบุญที่ออฟฟิศเป็นประจำทุกปี ก็คือพระจาก วัดจำปา และ วัดมะกอก สองวัดเก่าแก่ศูนย์รวมจิตใจของชาวตลิ่งชันนี่เอง

อารัมภบทมาซะยาว... กลับมาที่บรรยากาศสายใต้กันต่อครับ
เรื่องขำๆ คือที่จอดรถชั้น 2 เขาไม่ให้ขึ้น แต่ก็ดันเห็นรถขับสวนลงมาซะงั้น (ฮา) บรรยากาศด้านบนเงียบสงบ แต่พอเดินเข้าโซนตลาดพระเท่านั้นแหละ... "ว้าวมาก" ปกติเวลาเราไปเดินช่วงสายหรือบ่าย ภาพจำคือจะเห็น "คนขายมากกว่าคนซื้อ" แต่นัดเช้าวันนี้ต่างออกไป คนซื้อเยอะกว่าคนขายอย่างเห็นได้ชัด หลายตู้เปิดทำการตั้งแต่ฟ้าสาง ได้เห็นหน้าค่าตาเจ้าของตู้ตัวจริงเป็นครั้งแรก แถมบางตู้เจ้าของไม่ได้นั่งเฝ้านะครับ แต่กำลังเดินวนช้อปปิ้ง แอบส่องหาของหลุดอยู่หลายรอบเลย

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการตื่นเช้าวันนี้:

ของดีออกตอนเช้า: พระยอดนิยมและของหายากจะมีให้เห็นตอนเช้าเยอะกว่าตอนบ่ายมาก มีกระทั่ง "พระเหมา" (สายเหมากล่อง) มาวางให้คัด เสียดายที่ผมมีเวลาเดินน้อยไปหน่อย พระบูชาสวยๆ ก็เยอะ ส่วนนาฬิกาเก่า นาฬิกาเก๊ก็มีวางปะปนให้เห็นเป็นสีสัน (พูดถึงนาฬิกา... พรุ่งนี้มีคิวต้องเอาเรือนที่บ้านไปซ่อมพอดี เดี๋ยวว่ากันอีกที)

มูลค่าของ "ความรู้" และ "ความน่าเชื่อถือ": เริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมลูกค้าที่เริ่มดูพระเป็นหรือมีความรู้ ถึงอยากจะคุยกับ "เจ้าของตู้" โดยตรงมากกว่า ส่วนเรื่องราคานั้น เรตของหน้าตู้ทั่วไปกับระดับ "อาจารย์" ย่อมไม่เท่ากัน พระหน้าตู้อาจารย์ราคาสูงกว่าตลาดนิดหน่อย แต่สิ่งที่คุณซื้อไปพร้อมกับองค์พระคือ "ความแท้และคอนเนกชันที่อ้างอิงได้" ตอนนี้ผมกำลังอินกับเรื่องราวของ อ.วิรัตน์ ท่าพระจันทร์ ปรมาจารย์สายเหรียญเก่าที่หาตัวจับยาก เป็นเรื่องตลกร้ายนิดๆ ที่ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าท่านดังระดับประเทศ และเป็นถึงบุคคลที่ "พี่บอย ท่าพระจันทร์" เซียนเบอร์ต้นๆ ยังให้ความเคารพอย่างสูง เลยแอบเกร็งจนไม่กล้าเข้าไปคุยเล่นด้วยเลย

แต่โลกก็กลมเสมอครับ... ผมมีโอกาสได้รู้จักน้องคนนึงที่อยู่แถวๆ โต๊ะอาจารย์ (น้องที่ออฟฟิศแนะนำให้รู้จัก) ผมเคยเช่า เหรียญและลูกอมพ่อป่อง (อ.ป่อง น่วมมานา บ้านมีดี) มาจากเขา ซึ่งบังเอิญมากๆ ที่ อ.วิรัตน์ ท่านก็ศรัทธาสายบ้านมีดี และบังเอิญซ้อนบังเอิญ... ท่านก็ศรัทธาใน "หลวงพ่อช่วง วัดจำปา" เช่นเดียวกัน! ทุกอย่างดูเชื่อมโยง (Relate) กันไปหมด

บทสรุปของการเดินตลาดวันนี้:
ผมได้ทิศทางการสะสมใหม่ คือหมวด "พระลี้ลับกินตับทั่วไทย" (พระเครื่องท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่พุทธคุณและมูลค่าสูง) แง่คิดที่ได้คือ “ถ้าคุณรู้คุณค่าของมัน คุณจะไม่มีทางปล่อยมันไปในราคาถูก และคุณจะหันมาเคารพคุณค่าของพระท้องถิ่นมากขึ้น”

จากนี้ไป การเช่าพระตามโต๊ะน้ำเงินขาจรคงน้อยลงมากๆ (ยกเว้นโต๊ะของพี่ๆ ที่สนิทกันจริงๆ) เพราะเราไม่สามารถรู้ "ที่มา" (Provenance) ที่แท้จริงของพระองค์นั้นได้เลย ส่วนพระหมวดที่ไม่ได้รับความนิยม ก็ถือซะว่าเช่ามาเป็นวิชา เป็น "ประสบการณ์" ให้เราได้ส่องเนื้อส่องพิมพ์กันไป

ประวัติความเป็นมา (Background) ของพระแต่ละองค์ ถึงแม้บางครั้งจะเป็นอีหรอบเดิมๆ แต่มันก็เป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้เรา "วิเคราะห์คนเล่า" ได้ครับ... ว่าเขาคนนั้นกำลังเล่านิทานแต่งเรื่องหลอกฟันเรา หรือกำลังแบ่งปันข้อมูลด้วยความจริงใจกันแน่...

เช่ามาศึกษา…ขอบคุณคุณเหมียวที่เเบ่งปันครับ
12/04/2026

เช่ามาศึกษา…ขอบคุณคุณเหมียวที่เเบ่งปันครับ

หลวงปู่ทวด รุ่นแรก (เนื้อผง) ปี 2564 วัดวีระโชติธรรมาราม1. วัตถุประสงค์การจัดสร้าง (ปี 2564)ในปี 2564 เป็นช่วงที่วัดวีระ...
08/04/2026

หลวงปู่ทวด รุ่นแรก (เนื้อผง) ปี 2564 วัดวีระโชติธรรมาราม

1. วัตถุประสงค์การจัดสร้าง (ปี 2564)
ในปี 2564 เป็นช่วงที่วัดวีระโชติฯ กำลังมีการพัฒนาเสนาสนะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสมทบทุนสร้าง พระมหาเจดีย์จักรพรรดิ และการบูรณะวัด การสร้างหลวงปู่ทวดรุ่นนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ได้ร่วมบุญใหญ่ในยุคนั้น
2. มวลสารพิเศษ "สายวัดท่าซุง"
หลวงพ่อองอาจท่านเป็นศิษย์ที่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์มาก มวลสารที่นำมาทำพระชุดนี้ในปี 64 จึงประกอบด้วย:
• ผงพุทธคุณรวม: ที่หลวงพ่อองอาจสะสมมานานหลายสิบปี
• ผงคำข้าว-ผงหางหมาก: (มวลสารจากสายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของเหล่านักสะสม
• ผงว่าน 108: ที่ให้พุทธคุณด้านเมตตาและแคล้วคลาด
3. พุทธลักษณะและจำนวน
• จากภาพที่คุณส่งมา พระมีลักษณะ เนื้อผงสีเทานวล (เนื้อว่านผสมผงพุทธคุณ) ทรงเตารีด
• การที่มีจำนวนมากในกล่องแบบนี้ แสดงถึงความตั้งใจในการจัดสร้างเพื่อให้เพียงพอต่อการแจกจ่ายและให้บูชาแก่ศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมงานบุญที่วัด
4. พุทธาภิเษกและพลังจิต
ในปี 2564 แม้จะเป็นช่วงสถานการณ์โควิด แต่หลวงพ่อองอาจท่านได้ประกอบพิธีอธิษฐานจิตอย่างเข้มขลังตามแบบฉบับ "มโนมยิทธิ" โดยอัญเชิญบารมีหลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) และบารมีพระข้างบนมาสถิตในองค์พระทุกองค์
ความสำคัญเชิงสะสม
• "รุ่นแรก" ของวัดเสมอมาคือรุ่นที่มีอนาคตไกลที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของทำเนียบวัตถุมงคลของวัดนั้น ๆ
• หลวงพ่อองอาจ ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก การที่ท่านสร้างหลวงปู่ทวด (ซึ่งเป็นเจ้าแห่งนิรันตราย) ในปี 2564 จึงเป็นการมอบ "ที่พึ่งทางใจ" ให้ลูกศิษย์ในช่วงเวลาที่ต้องการขวัญและกำลังใจ

สรุป: พระชุดที่คุณมีคือ ของดีมีอนาคต และเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกของหลวงปู่ทวดในนามวัดวีระโชติฯ จัดสร้างโดยศิษย์สายตรงหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พุทธคุณครอบจักรวาลทั้งแคล้วคลาดและลาภผล

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PiTi-ปิติของสะสมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์