07/05/2026
พระสมเด็จ กรุบึงพระยาสุเรนทร์ พิมพ์ ปรกโพธิ์ ถือเป็นพระเครื่องที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมากครับ ทั้งในแง่ของพุทธศิลป์และผู้สร้างที่มีความเข้มขลังในทางวิทยาคม
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติและลักษณะเฉพาะของพระรุ่นนี้ครับ:
1. ประวัติผู้สร้าง
พระรุ่นนี้จัดสร้างโดย พันเอกพระยาสุเรนทร์ราชเสนา (พึ่ง สิงหเสนี) ซึ่งท่านเป็นบุตรของพระยาราชโยธา (ทัด สิงหเสนี) และเป็นหลานปู่ของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิง สิงหเสนี)
ท่านเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และเป็นผู้สร้าง วัดบึงพระยาสุเรนทร์ (เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) ท่านได้จัดสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์และแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมบุญ รวมถึงเหล่าทหารในบังคับบัญชา
2. มวลสารและการปลุกเสก
จุดเด่นที่สุดของพระกรุบึงพระยาสุเรนทร์คือ "เนื้อผงน้ำมัน" หรือที่นักสะสมมักเรียกว่า "เนื้อเขียว" ซึ่งมีกรรมวิธีผสมมวลสารที่เป็นเอกลักษณ์:
• ผงพุทธคุณ: ท่านได้รวบรวมผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และว่านยาที่มีพุทธคุณทางด้านคงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม
• การปลุกเสก: หลังจากสร้างเสร็จ ท่านได้นำพระไปให้ หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น (และเป็นอาจารย์ของหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว) เป็นผู้ปลุกเสกให้ จึงทำให้พระกรุนี้เป็นที่ยอมรับอย่างมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
3. ลักษณะของพิมพ์ปรกโพธิ์
พิมพ์ปรกโพธิ์เป็นหนึ่งใน 4 พิมพ์หลัก (สมเด็จฐาน 3 ชั้น, ปรกโพธิ์, พระเจ้า 5 พระองค์ และพิมพ์ฐานแซม) โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:
• องค์พระ: พระประธานประทับนั่งแสดงปางสมาธิ บนฐาน 3 ชั้น
• ใบโพธิ์: มีรายละเอียดของกิ่งโพธิ์และใบโพธิ์แผ่ปรกคลุมเหนือพระเศียรอย่างสวยงามและอ่อนช้อย
• เนื้อหา: เนื้อละเอียดแน่น มีสีเขียวอมเทา หรือเขียวมะกอก ซึ่งเกิดจากการผสมผงว่านและน้ำมันตังอิ๊ว ผิวพระมักจะมีคราบกรุบางๆ หรือมีลักษณะเป็นไขขาวขึ้นคลุมตามกาลเวลา
• ด้านหลัง: ส่วนใหญ่มักพบการ "จารยันต์" ด้วยเหล็กจาร เป็นยันต์ "ติ ติ อุ นิ" (ยันต์เหรียญเพชร) ซึ่งเป็นการจารสดในขณะที่เนื้อพระยังเปียกอยู่ ทำให้รอยจารมีความลึกและเป็นธรรมชาติ
4. ประวัติการแตกกรุ
พระชุดนี้แตกกรุออกมาครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ประมาณปี พ.ศ. 2485) เนื่องจากทางวัดต้องการนำพระออกมาแจกจ่ายเพื่อขวัญและกำลังใจแก่ทหารและประชาชน ต่อมามีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2512
5. พุทธคุณ
เชื่อกันว่าโดดเด่นอย่างยิ่งในด้าน "เมตตามหานิยม" และ "ร่มเย็นเป็นสุข" (ตามความหมายของปรกโพธิ์) แต่ในขณะเดียวกันก็มีชื่อเสียงด้าน "คงกระพันชาตรี" และแคล้วคลาดปลอดภัย เนื่องจากสร้างโดยสายทหารและปลุกเสกโดยหลวงปู่ทองครับ