รับสมัครงาน รายได้ดี อนาคตมั่นคง ทีมอิสราภรณ์mtl

รับสมัครงาน รายได้ดี อนาคตมั่นคง ทีมอิสราภรณ์mtl ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก รับสมัครงาน รายได้ดี อนาคตมั่นคง ทีมอิสราภรณ์mtl, บริการทางการเงิน, รัขดาภิเษก, Bangkok.

สวัสดีค่ะ อ้อยเป็นผู้จัดการ ทีมอิสราภรณ์ นะคะ
เราเชื่อว่า…การสร้างทีมงานคุณภาพ ต้องเริ่มจากความเข้าใจ
และความจริงใจคือหัวใจของทุกบริการ
เราพร้อมดูแล ทั้งลูกค้า และเพื่อนร่วมทีม อย่างดีที่สุดค่ะ ❤️

🏢บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตจำกัด(มหาชน) กำลังเปิดรับสมัครที่ปรึกษาประกันชีวิตและการเงินเพื่อรองรับการประชาสัมพันธ์โครงการ...
15/05/2026

🏢บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตจำกัด(มหาชน)
กำลังเปิดรับสมัครที่ปรึกษาประกันชีวิตและการเงิน
เพื่อรองรับการประชาสัมพันธ์โครงการประกันสุขภาพ และโรคร้ายแรง
ซึ่งในปัจจุบันได้รับความสนใจการตอบรับจากคนเป็นจำนวนมาก

👥หากท่านคือกลุ่มคนต่อไปนี้
☑️คนว่างงาน
☑️คนที่อยากเปลี่ยนงาน
☑️คนที่มีงานอยู่แล้ว และอยากมีรายได้เพิ่ม
☑️กลุ่ม Early Retirement หรือ กลุ่มเกษียณ ที่ต้องการมีงานทำในช่วงหลังเกษียณ
�📲สนใจติดต่อสอบถาม ตามเอกสารนี้ได้เลยค่ะ

15/11/2025

เพราะ น้ำที่ไม่เดือด…ต้มอะไรก็ไม่สุก
และคนที่ “ทำอะไรไม่สุด” ก็ไม่มีวันที่จะสำเร็จ

ทำธุรกิจประกันชีวิต…ก็ต้องทำให้ “สุด”🔥

ในวงการประกันชีวิต ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำแบบ “ลองทำไปก่อน” หรือ “เดี๋ยวค่อยจริงจัง” — เพราะนี่คือธุรกิจที่ใช้ทั้งใจ ความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และพลังในตัวคุณทั้งหมดที่มี เพื่อสร้างชีวิตใหม่ สร้างอาชีพใหม่ และสร้างอนาคตใหม่ให้กับตัวเองและครอบครัว

ธุรกิจนี้ตอบแทนคนที่ “จริงจัง” ไม่ใช่คนที่ “ตั้งใจแค่บางวัน”

มันไม่ใช่ธุรกิจที่ทำทีเล่นทีจริงแล้วหวังผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ได้

เพราะทุกความสำเร็จ…ล้วนแลกมากับพลังที่คุณเทลงไปแบบ 100%

1. ทำให้สุด…ในเรื่องการเรียนรู้

ตัวแทนที่เก่ง ไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุดตั้งแต่วันแรก
แต่คือคนที่ “เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง”
อ่าน ฟัง ทำซ้ำ ฝึกซ้ำ ไปอบรม ไปประชุม ลงคอร์ส ดูคลิป ฝึกเสนอ ทำ Role Play
ทุกครั้งที่คุณพัฒนาทักษะ เท่ากับคุณกำลังยกระดับรายได้ในอนาคตของคุณเอง

เพราะในประกันชีวิต ความรู้ = ความมั่นใจ
และ ความมั่นใจ = ยอดขาย
ถ้าจะทำ…ก็เรียนรู้ให้สุด

2. ทำให้สุด…ในเรื่องการลงมือทำ

หลายคนอยากสำเร็จ อยากมีรายได้สูง อยากติด MDRT แต่ทำจริงไม่ถึง 30% ของที่คิด
แต่คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่ลงมือทำมากกว่าคนอื่นหลายเท่า
โทรมากกว่า พูดคุยมากกว่า นัดมากกว่า เจอผู้คนมากกว่า
และ “ปิดมากกว่า” เพราะเขาทำเยอะกว่าเสมอ

จำไว้…ธุรกิจประกันชีวิตไม่เคยทอดทิ้งคนขยัน
ยิ่งทำมาก ยิ่งโอกาสมาก
ยิ่งลงมือ ยิ่งเข้าใกล้ความฝัน

3. ทำให้สุด…ในเรื่องการวางเป้าหมาย

เป้าหมายที่ชัด คือพลังงาน
เป้าหมายที่ไม่ชัด คือภาระ
คุณต้องรู้ว่าคุณทำ เพื่อใคร
คุณอยากได้อนาคตแบบไหน
คุณอยากยกระดับชีวิตของคนในครอบครัวอย่างไร
เขียนลงไปให้ชัด แล้วทำทุกวันให้ใกล้เป้าหมายนั้นเข้าไปเรื่อย ๆ

4. ทำให้สุด…ในเรื่องทัศนคติ

ทัศนคติ คือหัวใจของคนขายประกัน
บางวันดี บางวันเหนื่อย บางวันลูกค้าปฏิเสธ บางวันนัดล่ม
แต่นี่คือกระบวนการธรรมชาติของคนที่กำลังเติบโต
ถ้าคุณมีทัศนคติที่แข็งแรง
คุณจะแปร “อุปสรรค” เป็น “พลัง”
และแปร “การปฏิเสธ” เป็น “โอกาสถัดไป”

5. ทำให้สุด…ในเรื่องความตั้งใจช่วยคน

ประกันชีวิตไม่ใช่การขาย
แต่มันคือ “ภารกิจช่วยคน”
เมื่อคุณเข้าใจความหมายนี้จริง ๆ
พลังและเสน่ห์ในการทำงานของคุณจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า
เพราะคุณไม่ได้ขายของ…
คุณกำลังมอบความมั่นคง ความอุ่นใจ และอนาคตที่มั่นคงให้ครอบครัวหนึ่งๆ

---

สรุปง่าย ๆ

น้ำที่ไม่เดือด…ไม่มีวันทำอาหารให้สุก
และคนที่ทำงานแบบ “ไม่สุด” ก็ไม่มีวันสร้างชีวิตที่ดีที่สุดได้

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเลือกแล้วว่าอยากสร้างอนาคตผ่านธุรกิจประกันชีวิต
จงทำให้ “สุด” ในทุกด้าน
สุดทั้งความรู้ สุดทั้งการลงมือทำ สุดทั้งทัศนคติ และสุดทั้งหัวใจ

แล้วคุณจะพบว่า…
ความสำเร็จไม่เคยอยู่ไกลเลย
มันแค่รอวันที่คุณ “เอาจริง” แบบ 100% เท่านั้นเอง ❤️🔥

พี่เจฟ

#ทีมพี่เจฟ
#ทำธุรกิจจริงจัง
#ชีวิตที่อยู่ในการควบคุมของตัวเอง

05/11/2025
05/11/2025

อัยการที่ตกบันได แพทย์ตรวจพบว่าเส้นเลือดในสมองแตก
แล้วสรุปว่าเส้นเลือดในสมองแตกก่อน? หรือตกบันไดก่อนแล้วทำให้เส้นเลือดในสมองแตก? 🩸

📣📣ประกาศการร่วมจ่ายค่ายาที่มีราคาสูง (ส่วนใหญ่เป็นยารักษามะเร็ง) ของสิทธิ์เบิกจ่ายตรงข้าราชการ บังคับใช้จริงแล้วนะคะ
05/11/2025

📣📣ประกาศการร่วมจ่ายค่ายาที่มีราคาสูง (ส่วนใหญ่เป็นยารักษามะเร็ง) ของสิทธิ์เบิกจ่ายตรงข้าราชการ บังคับใช้จริงแล้วนะคะ

ประกาศ โรงพยาบาลราชวิถี เรื่อง อัตราเบิกจ่ายค่ายารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงตามประกาศกรมบัญชีกลาง (ว๕๓๗)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website โรงพยาบาลราชวิถี :
http://www.rajavithi.go.th/rj/?p=34244

💸 สิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ถึงเวลามาเช็กกันหน่อย ว่าเราต้องเตรียมจ่ายภาษีเท่าไหร่ หรือยังอยู่ในโซนที่ยังไม่ต้องจ่ายภาษี 🤩📌 ก...
28/10/2025

💸 สิ้นปีใกล้เข้ามาแล้ว ถึงเวลามาเช็กกันหน่อย ว่าเราต้องเตรียมจ่ายภาษีเท่าไหร่ หรือยังอยู่ในโซนที่ยังไม่ต้องจ่ายภาษี 🤩
📌 ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่อง ‘รายได้, รายได้สุทธิ’ กันก่อน
💵 รายได้ คือ เงินที่เราได้มาทั้งปี (เงินเดือน + โบนัส + งานเสริม)
💰 รายได้สุทธิ คือ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่าง ๆ
📌 ตัวอย่างเช่น
• ถ้ามีรายได้ 500,000 บาท/ปี
หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 100,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000
หักประกันสังคม 9,000
⭐️ จะเหลือรายได้สุทธิ 331,000 บาท
และนำไปคิดภาษีคำนวณแบบขั้นบันได เช่น
• 0-150,000 บาท จ่ายภาษี 0%
• 150,001-300,000 บาท จ่ายภาษี 5%
• 300,001-500,000 บาท จ่ายภาษี 10%
ไปจนถึงขั้นสูงสุด 35% สำหรับรายได้ 5 ล้านขึ้นไป 😍

*รายได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 50% ของเงินได้ (สูงสุด 100,000 บาท) ลดหย่อนส่วนตัว ( 60,000 บาท) - ประกันสังคม (9,000 บาท)
คิดจากฐานเงินเดือนคงที่ 12 เดือนไม่รวมรายได้อื่นๆ
ใครรายได้เยอะต้องเริ่มวางแผนเรื่องภาษีได้แล้ว
#ลดหย่อนภาษี #วางแผนภาษี

อยากให้อ่าน จนจบค่ะ เห็นใจประชาชน ที่ถูกทอดทิ้ง ละเลย จากอำนาจรัฐการใช้สิทธิบัตรทอง รพรัฐบาลคงไม่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปแล...
23/10/2025

อยากให้อ่าน จนจบค่ะ
เห็นใจประชาชน ที่ถูกทอดทิ้ง ละเลย จากอำนาจรัฐ
การใช้สิทธิบัตรทอง รพรัฐบาลคงไม่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปแล้วค่ะ

💣 สรุปดราม่า "บัตรทอง/สปสช.” — เรื่องใหญ่ที่คนไทยยังไม่รู้ตัว

ตอนนี้…
🏥 โรงพยาบาลทั่วประเทศกำลังขาดทุน
👩‍⚕️ หมอ–พยาบาลใน รพ.รัฐ ทำงานหนักแต่ไม่ได้รับเงิน
❗️และที่น่ากังวลที่สุด — ประชาชนกำลังจะไม่มีที่รักษา

ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นจากหน่วยงานที่ชื่อว่า
"สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)"
หรือที่คนคุ้นกันในชื่อ "ระบบบัตรทอง"

วันนี้จะพาอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ฉบับที่คนไม่มีพื้นฐานก็เข้าใจได้

เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของหมอ
แต่คือ เรื่องของคนไทยเกือบทั้งประเทศ ที่พึ่งพาระบบนี้อยู่ทุกวัน 🩺

==================
🔴 บัตรทองคืออะไร? สปสช.คือใคร?
🔴 ปัญหาหลักของระบบตอนนี้
🔴 แล้วโรงพยาบาลได้เงินจากสปสช.ยังไง?
🔴 ยังไม่จบ… “กฎ 3%” ที่เอาเปรียบสุดๆ
🔴 โรงพยาบาลรัฐ “ขาดทุน-ติดลบ” หนักขึ้นทุกไตรมาส
🔴 หมอ-พยาบาล ทำงานแล้วไม่ได้เงิน
🔴 แล้วประชาชนล่ะ? ได้รับผลกระทบไหม?
🔴 ตัวอย่างชัดๆ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โดนเล่นงานจาก “การเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง”!
🔴 คำพูดสวยหรูของสปสช. = ฉากบังหน้า
==================

🔴 บัตรทองคืออะไร? สปสช.คือใคร?

1.บัตรทอง คือสิทธิรักษาฟรีสำหรับคนไทยประมาณ 48 ล้านคน
หรือ >70% ของประชากรทั้งประเทศ
(คนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ และไม่ได้อยู่ในประกันสังคม)

2.เงินทั้งหมดที่ใช้ดูแลระบบบัตรทองนี้ มาจากภาษีของประชาชน
รวมแล้วมากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี

เงินก้อนนี้… ไม่ได้ไปที่โรงพยาบาลโดยตรง
แต่ส่งไปให้ "สปสช." เป็นคนถือเงินไว้
และเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะจ่ายให้โรงพยาบาลเท่าไรและเมื่อไหร่

3.สรุปง่ายๆ คือ
โรงพยาบาล = คนทำงานจริง รักษาคนไข้จริง ใช้ของจริงๆ
สปสช. = คนถือกระเป๋าเงินใบใหญ่ ค่อยทยอยจ่ายให้ทีหลัง
จะเร็ว จะช้า จะให้ครบหรือไม่ก็แล้วแต่เขา
และปัญหาทั้งหมด… ก็กำลังเริ่มต้นจากตรงนี้

——————

🔴 ปัญหาหลักของระบบตอนนี้

4.โรงพยาบาลทุกแห่งในระบบบัตรทองต้องทำหน้าที่ออกเงิน “รักษาคนไข้ไปก่อน”
ทั้งค่ายา ค่าหัตถการ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ทุกอย่าง
แล้วค่อยไป “เบิกเงินคืนทีหลัง” จากสปสช.

แต่สิ่งที่โรงพยาบาลเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ
• 💸 ได้เงินช้า
• 💸 ได้ไม่ครบ
• 💸 บางครั้งโดนเปลี่ยนกฎกติกากลางทาง แล้วโดนเรียกเงินคืน

5.ลองนึกภาพตามง่ายๆ

มีเพื่อนมาบอกคุณว่า
“ช่วยไปซื้อข้าวกล่องให้หน่อย เดี๋ยวกลับมาเราจ่ายให้”
คุณก็ใจดีควักเงินซื้อให้ราคา 80 บาท

พอคุณเอาข้าวให้เพื่อน
เพื่อนบอกว่า “เอ้อ… ไว้ค่อยจ่ายวันหลังนะ”

ผ่านไปหลายเดือน… เพื่อนคนนั้นกลับมาบอกว่า
“เอ่อ… ตอนนั้นที่ให้ไปซื้ออะ ขอจ่ายให้แค่ 20 บาทนะ”

😓 คุณขาดทุนไป 60 บาททันที

ตอนนี้… โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ
กำลังเจอสถานการณ์แบบนี้
แต่ไม่ใช่เรื่องข้าวกล่อง…
มันคือชีวิตของคนไข้จริงๆ ที่ต้องแลกมา

——————

🔴 แล้วโรงพยาบาลได้เงินจากสปสช.ยังไง?

6.อย่าเพิ่งตกใจถ้าเห็นคำว่า “DRG”, “RW” หรือ “AdjRW”
มันคือระบบคิดเงินของสปสช.ง่ายๆ แบบนี้เลยครับ 👇

ระบบนี้คือการ “คิดคะแนน” ให้กับโรคแต่ละโรค
• โรคหนัก รักษายาก = ได้คะแนนเยอะ
• โรคเบา รักษาง่าย = ได้คะแนนน้อย

จากนั้น…
คะแนนนี้จะถูกเอาไปคูณกับ “ค่าเงินต่อคะแนน” ที่สปสช.เป็นคนกำหนด
= เงินที่โรงพยาบาลจะได้รับ

📌 ตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติ เคสหนึ่งได้ 2 คะแนน
ถ้าสปสช.กำหนดให้ “1 คะแนน = 8,350 บาท”
โรงพยาบาลก็จะได้เงินคืน 16,700 บาท

7.แต่ปัญหาคือ…
กลางปีที่ผ่านมา สปสช.แอบลดค่าเงินต่อคะแนนลงเหลือ 7800 บาท
โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าใดๆ

และที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ…
💥 เรียกเก็บเงินคืนย้อนหลัง จากโรงพยาบาลทั้งหมด
แม้แต่เคสที่รักษาเสร็จไปแล้วและได้เงินไปแล้วตามราคาที่เคยตกลงกันไว้

ยกตัวอย่างเช่น
รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น ถูกสปสช.เรียกเงินคืนมากถึง 34 ล้านบาท
ทั้งที่รักษาคนไข้ตามกติกาทุกอย่าง แทนที่จะได้เบิกเงินได้ กลับกลายเป็นติดหนี้ให้สปสช. แทน

8.ลองนึกภาพตามดูนะครับ

คุณทำงานมา 10 เดือน ได้เงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท
รวมแล้วคุณได้รับเงินไปแล้วทั้งหมด 200,000 บาท

แต่วันหนึ่ง ฝ่ายบัญชีเรียกคุณไปบอกว่า…
“ขอโทษด้วยนะ เราเพิ่งรู้ว่าเงินบริษัทไม่พอ
เราจะขอลดเงินเดือนคุณลงเหลือแค่ 10,000 บาทต่อเดือน
และเงิน 10 เดือนที่จ่ายไปแล้ว — ขอปรับลดย้อนหลังด้วยนะ
จาก 20,000 เหลือแค่ 10,000
งั้นช่วยคืนเงินเรามา 100,000 บาทด้วยนะ…”

แถมยังบอกว่า
“อีก 2 เดือนสุดท้าย เราจะจ่ายให้ตามอัตราใหม่ เดือนละ 10,000 บาท
รวมแล้วคุณจะได้เงินเพิ่มอีกแค่ 20,000 บาท”

สรุปคือ
• คุณจะได้เพิ่มอีกแค่ 20,000
• แต่ต้องคืนบริษัท 100,000
• เท่ากับคุณกลายเป็น “หนี้บริษัท” ทันที 80,000 บาท❗️
ทั้งที่คุณทำงานครบทุกวัน ไม่มีอะไรผิดเลย

แบบนี้… แฟร์ไหมครับ?

🏥 ตอนนี้โรงพยาบาลทั่วประเทศ กำลังเจอแบบนี้

ทั้งหมดนี้ เพราะอะไร?

เพราะสปสช.บริหารเงินไม่พอ
พอเงินใกล้หมด ก็เลยลดค่าเงินต่อคะแนน
เพื่อ “จ่ายให้น้อยลง” กับทุกโรงพยาบาล
แม้จะเป็นเคสที่รักษาไปแล้วก็ตาม

——————

🔴 ยังไม่จบ… “กฎ 3%” ที่เอาเปรียบสุดๆ

9.สปสช.มีกฎว่าจะสุ่มตรวจเวชระเบียนคนไข้ (เอกสารการรักษา)
อย่างน้อย 3% ของจำนวนทั้งหมด
เพื่อดูว่า… หมอ “กรอกเอกสารถูกไหม?” ให้ “คะแนนโรค” ตามจริงหรือเปล่า?

10.ถ้าหมอรักษาคนไข้จริงแต่เอกสารกรอกไม่ครบ เช่น ลืมเซ็นชื่อหรือพิมพ์ผิดนิดเดียว สปสช.จะหักคะแนนออกทันทีแล้วก็เรียกเงินคืนจากโรงพยาบาล

📌 ปัญหาใหญ่คือ…
สปสช.ไม่ได้หักแค่ “เคสที่ตรวจเจอ” เท่านั้น
แต่จะเอาผลการตรวจแค่ 3%
→ ไปคูณกับ 100% ทั้งหมดเลย!

สมมุติว่า…
โรงพยาบาลมีคนไข้ 100 คน
สปสช. ตรวจแค่ 3 คน (ตามกฎ 3%)

แล้วเจอว่าจาก 3 คน
หมอลงคะแนนไว้รวม 100 คะแนน
แต่สปสช.หักออกเหลือ 50 คะแนน
→ แปลว่าโดนหักคะแนนไปครึ่งนึงใน 3 เคสนี้

💣 ทีนี้ สปสช.จะสั่งหักเงินอีก 97 เคสที่เหลือทั้งหมดด้วย!
แม้ไม่ได้เปิดดูเอกสารเลยสักใบ

💥 เหมือนคุณส่งการบ้าน 100 ชิ้น
ครูสุ่มดูแค่ 3 ชิ้น เจอสะกดผิดไปนิดนึง
แล้วครูบอกว่าผิดทั้งหมด!
→ ตัดเกรดตกทั้งร้อยชิ้น โดยไม่เปิดดูอีก 97 ชิ้นเลย

11. มาดูตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น
– โรงพยาบาลผ่าตัดคนไข้โรคต่อมลูกหมากโต ใช้เงินไปไปประมาณ 15,000 บาท
– แพทย์ลงข้อมูลว่าเป็นการผ่าตัด ได้คะแนน 1.5 คะแนน
→ ซึ่งหมายถึงควรได้เงินคืน = 1.5 × 8,350 = 12,525 บาท

– แต่เมื่อถูกสุ่มตรวจ สปสช.หาเรื่องบอกว่าการวินิจฉัยแบบนี้ ให้แต้มแค่ 0.5 เท่านั้น
แปลว่าเบิกเงินได้เพียง = 0.5 × 8,350 = 4,175 บาท

โรงพยาบาลลงทุน 15,000 บาท แต่เบิกได้แค่ 4175 บาท ในเคสนี้
ทั้งที่ผ่าตัดจริง ใช้ทรัพยากรจริง แต่ต้องขาดทุน

——————

🔴 โรงพยาบาลรัฐ “ขาดทุน-ติดลบ” หนักขึ้นทุกไตรมาส

12.ปัญหาที่เลวร้ายที่สุดของระบบนี้ก็คือ…
โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศเริ่ม “ขาดทุน” และ “เงินบำรุงติดลบ” เพิ่มขึ้น

จากรายงานล่าสุด ไตรมาส3 ปี 2568 พบว่า
มีโรงพยาบาลมากถึง 326 แห่ง ที่เงินบำรุงติดลบ รวมกันกว่า 8,200 ล้านบาท
และจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าสู่ภาวะขาดสภาพคล่องกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว 📉
• ไตรมาสแรก: ขาดทุน 4,200 ล้านบาท (195 แห่ง)
• ไตรมาสสอง: ขาดทุน 5,700 ล้านบาท (218 แห่ง)
• ไตรมาสสาม: ขาดทุน 8,200 ล้านบาท (326 แห่ง)

❗️คำถามคือ… ถ้าไม่มีเงินพอจ่ายค่าอุปกรณ์การแพทย์ ค่ายา ค่าตอบแทนบุคลากร
แล้วโรงพยาบาลจะรักษาคนไข้ได้อย่างไร?

——————

🔴 หมอ-พยาบาล “ทำงานแล้วไม่ได้เงิน”

13. ลองคิดดูว่า ถ้าคุณทำงานหนัก อดหลับอดนอน เพื่อดูแลชีวิตคนไข้
แต่พอถึงสิ้นเดือน กลับไม่มีเงินเดือนให้คุณ…

นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ
เพราะโรงพยาบาลไม่มีเงินพอจะจ่าย เพราะสปสช.ไม่ยอมจ่าย หรือจ่ายช้า

💢 บางคนต้องรอเงิน 6 เดือน – 1 ปี ถึงจะได้เงินค่าตอบแทน
และบางครั้ง… รอไปทั้งปี สุดท้ายก็ไม่ได้จ่ายเพราะโรงพยาบาลไม่มีเงินเหลือ

หมอ-พยาบาลคือด่านหน้าของระบบรักษา
แต่กำลังถูกทำให้ “หมดแรง หมดศรัทธา” ด้วยระบบที่ไม่ยุติธรรมแบบนี้

——————

🔴 แล้วประชาชนล่ะ? ได้รับผลกระทบไหม?

14. ได้รับแน่นอนครับและกำลังเกิดขึ้นแล้วทั่วประเทศ

• 🛑 หลายโรงพยาบาลหยุดให้บริการบางอย่างหรือไม่รับผู้ป่วยเพิ่ม เพราะ “เงินไม่พอรักษา”
→ ประชาชนต้องเดินทางไปโรงพยาบาลที่ไกลกว่า เสียค่าใช้จ่ายเองเพิ่มขึ้น

• 💊 ยาที่เคยได้ครั้งละ 2-3 เดือน → ถูกลดเหลือแค่ 1 สัปดาห์
เพราะโรงพยาบาลไม่สามารถสต๊อกยาได้เหมือนเดิม

• 🚫 ยาดีๆ ยานอกบัญชี ยาที่จำเป็นบางตัว… เริ่มหายไปจากระบบ
เพราะ รพ.ไม่มีเงินพอจะสั่งเข้าคลัง

• ❤️‍🔥 ผู้ป่วยโรครุนแรงบางราย อาจไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
เช่น คนไข้หัวใจตีบ 3 เส้น
หมอจำเป็นต้อง “เลือกทำแค่ 1 เส้น” เพราะเบิกได้แค่ครั้งเดียว
อีก 2 เส้นที่เหลือ… ต้องรอให้ “เกือบตายอีกรอบ” ถึงจะได้สิทธิ์อีกครั้ง

⚠️ นี่ไม่ใช่ “นิยายดราม่า” แต่คือสิ่งที่ “กำลังเกิดขึ้นจริง”
ในโรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทย — และอาจกำลังเกิดกับคุณ หรือคนที่คุณรัก

——————

🔴 ตัวอย่างชัดๆ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โดนเล่นงานจาก “การเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง”!

15.เริ่มจากคำขอร้อง → กลายเป็นขาดทุน 78 ล้าน!

📌 มี.ค. 2567 — สปสช. ขอให้ “รพ.มงกุฎวัฒนะ” ช่วยรับผู้ป่วยบัตรทองกว่า 200,000 คน
📌 รพ.ตกลงช่วยเต็มที่ เพราะสปสช.บอกว่าจะจ่ายเงินตามตารางค่ารักษา (Fee Schedule)

💥 แต่เรื่องกลับไม่เป็นแบบนั้น…
– รพ.รักษาคนไข้ไปเรียบร้อย
– สปสช. ค้างจ่ายค่ารักษา 40 ล้านบาท
– ต่อมา “เปลี่ยนกติกากลางปี” โดยเอาระบบใหม่ (ระบบแต้ม) มาใช้ย้อนหลัง

ผลคือ…
✅ เดิมจะต้องได้เงิน 40 ล้าน
❌ ไม่ได้เงินคืน แถมต้องกลายเป็นติดหนี้สปสช. 38 ล้านบาทแทน!

📉 สรุป ช่วยรักษาคน → กลายเป็นขาดทุน 78 ล้านบาท!

16. หยุดรับบริการผู้ป่วยนอกบัตรทองชั่วคราว
📍 ล่าสุด พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนา ออกแถลงการณ์ว่า
– วันที่ 16 ตุลาคม 2568 โรงพยาบาลจำเป็นต้องหยุดให้บริการผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทอง แบบชั่วคราวจนกว่าสปสช.จะเคลียร์หนี้
– การหยุดนี้ ไม่ใช่เพราะโรงพยาบาลอยากถอนตัวจากระบบ แต่เพราะแบกรับภาระทางการเงินไม่ไหวแล้ว

🗣 ผอ.โรงพยาบาลกล่าวว่า
– “ระบบนี้ไม่ได้เป็นแค่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นระบบที่ไร้ธรรมาภิบาลอย่างสิ้นเชิง”

✅ ผลที่เกิดขึ้นคือ ผู้ป่วยบัตรทองกว่า 47,000 คน ที่เคยใช้บริการที่นี่แบบผู้ป่วยนอก (OPD) ถูกส่งผลกระทบทันที ต้องมองหาทางเลือกอื่น หรือจ่ายเองไปก่อน

——————

🔴 คำพูดสวยหรูของสปสช. = ฉากบังหน้า

17.สปสช.มักพูดว่า
“เราทำตามกฎหมาย” “เราควบคุมงบเพื่อประชาชน” “เราทำเพื่อคนไข้”

แต่ความจริงคือ…
สปสช.กำลังใช้คำว่าประชาชนบังหน้า
เพื่อกดดันโรงพยาบาลให้แบกรับภาระเองทั้งหมด
และจ่ายเงินคืนให้รพ.น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยไม่สนใจว่ารพ. จะอยู่รอดหรือไม่?

เราจึงมักจะเห็นว่ารพ. ต้องเปิดรับบริจาคอยู่เรื่อยๆ
เพื่อความอยู่รอดและจะรักษาคนไข้ต่อไป

18. ถ้าปล่อยไว้แบบนี้…สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
• หมอท้อ พยาบาลลาออก
• โรงพยาบาลขาดงบ เครื่องมือเสื่อม ยาขาดแคลน
• และสุดท้าย… ประชาชนไม่มีที่รักษา

==================

📌 นี่ไม่ใช่เรื่องของหมอหรือโรงพยาบาล
แต่มันคือเรื่องของคนไทยทุกคน

สปสช.ถือเงิน 2 แสนล้านบาทไว้ในมือ
แต่ถ้าไม่มีความโปร่งใสและไม่ยุติธรรม
เราทุกคนคือผู้ที่ต้องจ่ายแทน

อยากให้ทุกคนอ่านเรื่องนี้แล้วถามตัวเองว่า
“สิทธิ์รักษาฟรีของเรายังปลอดภัยอยู่ไหม?”

อยากให้โพสต์นี้ “พูดแทนหมอและพยาบาล”
ที่ไม่มีเวลาออกมาอธิบาย
และพูดแทนประชาชนทุกคนที่ไม่รู้ว่ากำลังเสียสิทธิ์ไปทีละน้อย 🩺

ฝากแชร์โพสต์นี้ให้คนอื่นได้รู้ทันระบบที่กำลังพัง — ก่อนจะสายเกินไป

ที่อยู่

รัขดาภิเษก
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับสมัครงาน รายได้ดี อนาคตมั่นคง ทีมอิสราภรณ์mtlผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์