01/03/2026
🔴Breaking News!!
Trend หุ้นต่อจากนี้หลังเมกาเปิดศึกยิง อิหร่าน
ใครถือหุ้นอยู่ อ่านให้จบก่อนปรับพอร์ตไม่ทัน
ตลาดตอนนี้ไม่ได้รอข้อสรุปของสงคราม
แต่เทรดไปพร้อมกับความกลัวที่เกิดขึ้น
ข่าวยังไม่ทันครบ 24 ชม.
แต่เงินไหลไปสินทรัพย์อื่นแล้ว
น้ำมันดีดแล้ว
ทองคำพุ่งแล้ว
จุดที่ทุกคนจับตาไม่ใช่แค่สนามรบ
แต่คือ Strait of Hormuz
เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก
ถ้าตรงนี้สะดุด = ต้นทุนพลังงานทั่วโลกสะเทือนทันที
[1] ระยะสั้น ความ Panic จะมาก่อนเหตุผล
ทันทีที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์พุ่ง
โหมด Risk-off เปิดอัตโนมัติ
เงินจะไหลแบบนี้
หุ้น Growth / เทคโดนขายก่อน
เงินไหลเข้าดอลลาร์
น้ำมันพุ่งจากความกลัว supply หาย
และที่สำคัญที่สุดคือ ทองคำขึ้นทันทีในฐานะ Safe Haven
ทองคำไม่ต้องมีงบ
ไม่ต้องมี EPS
มันมีอย่างเดียวคือ ความเชื่อว่ามัน
จะไม่ล้มละลายไปตามสงคราม
เวลาคนกลัวระบบ
คนจะวิ่งหาของที่ไม่ผูกกับกำไรบริษัท
ไม่ผูกกับรัฐบาล
ไม่ผูกกับดอกเบี้ยโดยตรง
และนั่นคือเหตุผลที่ทองมักขึ้นตอนข่าวแรง
3 หุ้นที่โดนก่อน
สายการบิน – น้ำมันขึ้น กำไรหายแน่นอน
โลจิสติกส์ – margin บางอยู่แล้ว
หุ้น PE สูง – ตอนตลาดกลัว ไม่มีใครอยากจ่ายแพง
ช่วงนี้ตลาดไม่ได้สน ว่าจะโตในอีก 3 ปี
มันสนแค่ว่า คืนนี้จะมีสงครามเพิ่มอีกไหม
[2] แล้วเราถ้ามองลึกกว่า 7 วัน
ใครจะได้ ใครจะเสียหล่ะ?
ทุกวิกฤตมีเงินหมุนไปอีกฝั่งเสมอ
พลังงาน
ถ้าน้ำมันยืนสูง บริษัทน้ำมัน
ได้ sentiment เต็มๆ กำไรจะดูดีขึ้นทันที
กลาโหม
บริษัทอย่าง Lockheed Martin
มักถูกมองเป็นที่พักเงินชั่วคราว
เพราะเมกาจะปริ้นเงินมาทุ่มใส่งบกลาโหม
ทองคำ
ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อ
ทองมักได้ 2 แรงหนุนพร้อมกัน
1. ความกลัว
2. ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากน้ำมันสูง
และถ้าน้ำมันดันเงินเฟ้อกลับมา
ธนาคารกลางอาจลดดอกเบี้ยช้าลง
ตลาดหุ้นจะโดนกด valuation
แต่ทองคำที่ไม่ได้แคร์ PE จะพึ่งสูงขึ้น
สรุปสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสินทรัพย์หลังจากนี้🧠
ทองคำไม่ใช่ของวิเศษ
มันมีรอบของมัน
แต่ในวันที่โลกไม่แน่นอน
มันคือประกันพอร์ตที่คนยอมจ่ายเบี้ย
พอร์ตเรามี asset ที่สวนตลาดไหม?
ถ้าน้ำมันขึ้น 20% เรายังโอเคไหม
ถ้าหุ้นลงอีก 10% เราจะนิ่งได้ไหม
โลกมีสงครามมาทุกยุค
แต่ตลาดก็ยังเดินหน้าทุกยุค
ใครไม่มีแผน
ต่อให้โลกสงบ พอร์ตก็พังได้
แต่คนที่มีวินัย
ต่อให้โลกมีสงคราม ก็ยังอยู่รอดได้
โชคดีครับ☺️